ไม่ว่าผู้มาจะเป็ใคร ก็ถือได้ว่าเป็ผู้มีพระคุณของอันเยว่
คนอย่างเซียวสิงเยี่ยน คือสามีผู้เหี้ยมโหด หากไปฟ้องร้องกับทางการที่จวนโจว ตราบใดที่ทางการรับคำฟ้อง โทษเบาคือหย่าสามี โทษหนักคือเนรเทศ
แต่เป็เพราะนางจิตใจดีถึงได้ไว้ชีวิตเขา
อันเยว่ทำได้เพียงปลอบใจตัวเองเช่นนี้ ทันทีที่เปิดประตูก็เห็นบรรดาบุรุษยืนอยู่นอกประตูจนแน่นขนัด แต่ละคนทำท่าชะเง้อมองอย่างเฝ้ารอ หากไม่รู้คงคิดว่าพวกเขากำลังรอความโปรดปรานจากอันเยว่
“นี่พวกเ้า…”
นางเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้เสียที่ไหน คล้ายกับแฟนคลับไล่ตามไอดอลก็ไม่ปาน!
“ได้ยินมาว่าที่บ้านเ้าขายสบู่ เรามาซื้อสบู่!”
“วันนี้ตอนที่พี่ชายคนรองของข้าเอาชุดไปซักที่แม่น้ำชิงเหลียง เขาบอกว่าตระกูลอันที่ฮวาตูขายสบู่ และมันใช้ดีมาก”
“ใช่ สบู่อยู่ที่ไหน?”
……
คนข้างหน้าพูดขึ้นต่อ ๆ กัน จึงไม่ได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้นที่ข้างหลัง เพียงแต่เมื่อดูจากสถานการณ์ เกรงว่าสบู่ของวันนี้คงไม่พอเสียแล้ว
“พวกเ้ารอเดี๋ยว ใกล้จะเปิดขายแล้ว เพียงแต่พวกเ้าต้องรอข้าจัดโต๊ะก่อนจริงไหม?”
“ไม่ได้ยินหรือว่าต้องรอ? เลิกเบียดได้แล้ว!”
อันเยว่ปิดประตูอีกหนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางหมุนตัวกลับ ซึ่งครั้งนี้ใบหน้าของนางมีแต่ความลำพองใจ นางเดินไปข้างในไม่กี่ก้าว และมองหยูยวนที่เมื่อสักครู่ปรารถนาจะเห็นนางต้องอับอาย
“อยากได้เงินค่าเครื่องหอมของเ้าหรือไม่?”
“เ้ายอมจ่ายให้หรือ?”
“แน่นอน ฝีมือห่อสมุนไพรของเ้าไม่มีใครเทียบได้ อีกเดี๋ยวเ้าช่วยห่อสบู่ให้ข้าดีกว่า แล้วข้าจะให้ค่าเครื่องหอมแก่เ้าเป็สามเท่า”
“พูดคำไหนคำนั้น ห้ามคืนคำ”
หยูยวนหมุนตัวไปหยิบกระดาษที่ห้อง อันเยว่เดินไปตรงหน้าเซียวสิงเยี่ยนอีกครา นางประสานมือคารวะเขาก่อนเป็อันดับแรก จากนั้นเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “รบกวนสามีใหญ่ช่วยขนย้ายโต๊ะให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?”
เมื่อเผชิญหน้ากับสตรีผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใคร เซียวสิงเยี่ยนคิดจะปฏิเสธ แต่เขากลับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะไปขนย้ายโต๊ะ เขาอยากรู้เหลือเกินว่าอันเยว่ผู้นี้ไปทำอะไรมากันแน่
จากนั้นก็มาข้าง ๆ กู่หยาง นางอ้าปากแต่กลับไม่พูดอะไรแม้แต่ครึ่งคำ บุรุษผู้เงียบขรึม หนำซ้ำยังไม่ชอบหน้านางคนนี้ คล้ายกับฝันก็ไม่ปานหาก้าให้เขาทำอะไรให้
“จือฉือ เ้าช่วยหั่นสบู่ให้ข้าหน่อยได้ไหม?”
ซูจือฉือเข้าใจแล้วว่าอันเยว่ไปทำอะไรเมื่อ่เช้า เมื่อนึกถึงคำพูดที่นางเคยบอกว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เขาเองก็เต็มใจให้โอกาสนางได้แสดงออก
“ได้”
“จือฉือของเราพูดง่ายที่สุดแล้ว”
อันเยว่ยิ้มเจิดจ้า สดใสเป็ประกายผิดจากธรรมดาภายใต้แสงอาทิตย์
สบู่ถูกขูดออกมาจากอ่างเหล็ก ต่อมาก็หั่นเป็สี่เหลี่ยมชิ้นเล็ก ๆ ขนาดครึ่งฝ่ามือ และมีความหนาเท่ากับสองนิ้วมือ
“เล็กขนาดนั้นเชียวหรือ?”
เกรงว่ากล่องที่ใช้บรรจุถั่วเ้าโต้วสามารถบรรจุสบู่ได้สี่ชิ้น ซึ่งนี่อาจจะดูเล็กไปหน่อย
“อย่ามองว่ามันเล็กนิดเดียว แต่ใช้งานประหยัดมากเลยนะ”
ในเวลานี้หยูยวนเข้าประจำที่แล้ว โต๊ะถูกจัดไว้ตรงประตูทางเข้า อันเยว่ไม่สามารถตามความเร็วที่นิ้วเรียวของหยูยวนห่อสบู่ได้เลย
อันเยว่เปิดประตูใหญ่ออกกว้างทันที ผู้คนข้างนอกรีบร้อนจนรอกันไม่ไหวแล้ว
“ทุกท่านโปรดต่อแถวเป็แถวเดียวให้เรียบร้อย เข้าทางซ้ายและออกทางขวา”
หากไม่จัดระเบียบสักหน่อย เกรงว่าอีกเดี๋ยวเมื่อฝูงชนกรูเข้ามาโต๊ะคงคว่ำในพริบตา
อันเยว่กลับมาที่ข้างโต๊ะแล้วมองดูพวกเขาต่อแถวเดินเข้ามา
“ทุกท่านโปรดเตรียมเงินให้พร้อม สบู่หนึ่งชิ้นเทียบได้กับถั่วเ้าโต้วสิบกล่อง แต่ราคาเพียงครึ่งหนึ่งของถั่วเ้าโต้วสิบกล่อง แค่ยี่สิบห้าอีแปะเท่านั้น!”
“ว่าไงนะ? ยี่สิบห้าอีแปะเชียว? ชิ้นเท่านี้เนี่ยนะ?”
“แพงเกินไปแล้ว ตกลงว่าของสิ่งนี้ใช้ดีจริงหรือ?”
“นี่ไม่ใช่ว่ากำลังปล้นกันหรอกหรือ?”
อันเยว่มองไปยังกลุ่มคนที่กำลังพูด คนพวกนี้แต่งกายด้วยอาภรณ์สีสดใส มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็สามีของครอบครัวใหญ่ ด้วยสถานะเช่นนี้ของพวกเขา คงไม่ไปซักเสื้อผ้าด้วยตนเองเป็แน่ แล้วมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร?
ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติเสียแล้ว!
“ใช่ ยี่สิบห้าอีแปะมันแพงเกินไปจริง ๆ”
“ถั่วเ้าโต้วหนึ่งกล่องแค่ห้าอีแปะเอง”
“ของสิ่งนี้เราไม่เคยใช้มาก่อน เช่นนี้แล้วก็อย่าไปซื้อเถอะ”
……
มีคนเริ่มถอนตัวกลางคัน หากเป็เช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะทำให้ทุกคนถอนตัว เมื่อถึงตอนที่้าทำให้สบู่มีชื่อเสียงก็จะยากยิ่งขึ้น
“อย่าไปซื้อเชียวนะ ไม่รู้ว่าใช้ดีไหม แค่อ้าปากก็จะเอายี่สิบห้าอีแปะแล้ว หากนี่ไม่ใช่การปล้น แล้วยังจะเป็อะไรได้อีก?”
คนที่เริ่มพูดก่อนกำลังก่อกวนอยู่กลางแถว อันเยว่นั่งฟังต่อไปไม่ไหว จึงยืนขึ้นแล้วเดินไปยังข้างกายเขา ยกสบู่ที่โปร่งแสงขึ้นมา
“คนที่เคยเห็นมันที่ริมแม่น้ำชิงเหลียงในวันนี้ย่อมรู้ประโยชน์ของสบู่ แต่ข้ากลับสงสัยว่าเ้าซักเสื้อผ้าเป็หรือไม่?”
“ข้า…ข้าย่อมซักเป็สิ!”
คนผู้นี้ปากแข็งยิ่งนัก แต่อันเยว่ก็ไม่ร้อนใจ นางยังคงเอ่ยต่ออย่างช้า ๆ “เช่นนั้นข้าจะถามเ้าหนึ่งคำถาม หากผ้าเปื้อนคราบเื ควรซักด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุ่น?”
คนอื่น ๆ ต่างไม่กล้าส่งเสียง คนที่ดูเื่สนุกแค่้าดูเื่สนุก
“เหลวไหล เป็ธรรมดาว่าต้องซักด้วยน้ำอุ่น น้ำอุ่นถึงจะสามารถซักได้สะอาดยิ่งขึ้น!”
ทันทีที่เขาพูดจบ บริเวณรอบ ๆ ก็มีแต่เสียงฮึดออกทางจมูกอย่างดูถูกเหยียดหยาม และเริ่มพากันวิพากษ์วิจารณ์
ไม่ต้องพูดถึงว่าคนยุคสมัยนี้ไม่ค่อยได้ซักเสื้อผ้าด้วยน้ำอุ่น ต่อให้เป็ครอบครัวที่มีฐานะและสามารถใช้น้ำอุ่นซักผ้า แต่คนที่ซักเสื้อผ้าบ่อย ๆ จะรู้ดีว่าคราบเืต้องซักด้วยน้ำเย็นถึงจะสะอาด
“มือที่ไม่เคยเปื้อนน้ำในเดือนสามของเ้ากลับมาที่นี่และยุยงด้วยคำพูดไม่กี่คำ อ้อ ใช่แล้ว ข้ารู้สึกคุ้นหน้าเ้าอยู่บ้าง” เ้าของร่างเดิมความจำไม่ค่อยดี แต่หลังจากประสบเื่ราวในครั้งนี้ ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมก็ได้เย็บติดกับสมองของนางอย่างแ่า ต่อให้เคยเห็นเพียงครั้งเดียวก็จำได้แม่นยำ
“เ้าคืออนุชายคนที่สิบสองของชุยต้าเหนียนไม่ใช่หรือ? เพิ่งเข้าจวนได้ครึ่งเดือนเศษเองนี่”
ความลุกลี้ลุกลนบนใบหน้าของคนผู้นั้นเปิดโปงทุกอย่างเรียบร้อย อันเยว่เอ่ยต่อ “เป็ที่รู้กันว่าชุยต้าเหนียนไม่ลงรอยกับข้า การที่เ้ามาที่นี่และซักถามปลุกปั่น ก็ยากที่จะรับรองได้ว่าเ้าไม่ได้มาสร้างปัญหาให้ข้า”
“คนของชุยต้าเหนียนเชิญกลับไปเร็ว ๆ เลย อย่าให้ข้าต้องเลือกออกมาทีละคน!”
สายตาของอันเยว่กวาดมองไปยังใบหน้าของบุรุษสองสามคน ต่อมาก็เห็นบุรุษห้าถึงหกคนก้มหน้าก้มตาและรีบเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ
“ให้ข้าหนึ่งชิ้น”
“ข้าเอาหนึ่งชิ้นด้วย”
……
ผู้คนเดินไปหยิบสบู่ที่ตรงหน้าหยูยวนแล้วเดินไปจ่ายเงินทางอันเยว่ เงินในตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กที่อยู่ข้างหน้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าของอันเยว่เผยรอยยิ้มผ่อนคลายออกมาให้เห็น
ความเหนื่อยล้าใน่เช้าแผ่ซ่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกายในยามนี้ เป็ผลให้นางผล็อยหลับไปบนเก้าอี้หวายทั้งอย่างนั้น
“ฮูหยิน ฮูหยิน?”
หลังจากผลักอยู่ครู่หนึ่ง อันเยว่ก็ขยี้ตา ทันใดนั้นนางใจนไม่หลงเหลือความง่วงใด ๆ บุรุษทั้งสี่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตามืดครึ้มและไม่ชัดเจนของพวกเขามองมาจนนางกระวนกระวายอยู่พักหนึ่ง
“พวกเ้า…พวกเ้าจะทำอะไรน่ะ? ฆาตกรรมภรรยามีโทษถึงปะานะ”
อันเยว่แสร้งทำเป็ใจเย็น แต่คำพูดของนางสั่นน้อย ๆ มิใช่ว่าพวกเขาไม่เคยทำสิ่งนี้มาก่อน จึงยากที่จะรับประกันได้ว่าพวกเขาจะไม่ทำอีกเป็หนที่สอง
“เหมือนเดิม”
เซียวสิงเยี่ยนส่งเสียงฮึดทางจมูกแล้วจากไป กู่หยางยิ่งไม่ส่งเสียงใด ๆ และจากไปพร้อมกับเซียวสิงเยี่ยน
“ค่าเครื่องหอมทั้งหมดเป็เงินสองตำลึง”
“สองตำลึงเชียวหรือ? นี่เ้าปล้นข้ารึ?”
“หรือคนที่บอกว่าจะให้เงินสามเท่าไม่ใช่เ้า?”
อันเยว่ชะงัก นางตบปากตัวเองสองครั้งติดกัน เหตุใดถึงไปตกปากรับคำเขาว่าสามเท่าได้นะ?
“หยูยวน เ้ามันพ่อค้าหน้าเื!”