บทที่ 9
อาร์ทที่กล่าวสวัสดิการของบริษัทออกมา ซึ่งตำแหน่งของผู้จัดการนั้นได้อภิสิทธิ์จากบริษัทเยอะกว่าพนักงานทั่วๆไปเสียอีก แอมถึงกับตาเป็นประกาย อย่างน้อยๆก็มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับคุณพ่อของเธอแล้ว อาร์ทที่เห็นเธอเป็นอย่างนั้นเขาก็ถึงกับยิ้มออกมา โดยความจริงแล้วสวัสดิการด้านค่ารักษาพยาบาลนั้นมีให้แค่ตัวของพนักงานเท่านั้น แต่อาร์ทที่ต้องการจะชดเชยให้กับเธอ จึงใส่เงื่อนไขเข้าไป เรื่องนี้กว่าจะคุยกับพ่อของเขาได้ก็นับว่ายากพอสมควร แต่ในตอนนั้นเขากลับทำหน้าจริงจัง และกล่าวกับพ่อของเขาอย่างตรงไปตรงมา “พ่อ.. ผมเผลอไปมีอะไรกับเธอเมื่อวาน.. และผมคิดว่าผมจะต้องชดใช้ให้กับเธออย่างสมน้ำสมเนื้อ เรื่องนี้มันเป็นเกียรติของผม...” อาร์ทที่กล่าวออกไป อรุณที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา“เห้อออ... แกนี่งามไส้จริงๆเลยนะ... ก็ได้ ข้าจะจัดการให้.. แต่ก็อย่าให้คนอื่นรู้มากนัก มันเป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ยอมรับ หากคนอื่นรู้เรื่องมันจะดูไม่ดี .. อีกอย่างหนึ่ง แกจะต้องรีบเคลียร์กับผู้หญิงคนนั้นซะ ข้ามีแผนเกี่ยวกับคู่ครองของแกแล้ว.. ไปได้แล้ว” อรุณกล่าวออกมาเพื่อที่จะให้อาร์ทได้เข้าใจว่าเขามีแผนที่จะจับอาร์ทแต่งงานทางการเมืองไว้อยู่แล้ว ในใจของอาร์ทนั้นรู้สึกแปลกๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยท้วงออกไป“โถ่วพ่อ.. นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว ใครเขาจับลูกมาคลุมถุงชนกันบ้างล่ะ” อาร์ทพูดออกมา แต่อรุณนั้นไม่ได้สนใจ ก่อนจะหันกลับมาพูดต่อ“แกเป็นทายาทคนเดียวของนักธุรกิจบริษัทระดับโลก ถ้าแกแต่งกับผู้หญิงบ้านๆ แล้วฉันจะเอาหน้าตาไปไว้ที่ไหนกัน.. อีกไม่กี่วันข้าจะพาไปเจอคู่ของแก เตรียมตัวไว้ด้วย” ถึงจะเป็นอย่างนั้นอาร์ทก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างมีอิสระได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ติดที่แม่ของเขายังมีชีวิต และใช้ชีวิตคู่กับพ่อแล้วล่ะก็ บางทีเขาก็จะไม่มีวันกลับมาที่ประเทศไทยก็เป็นได้ และในตอนนี้อาร์ทได้แต่มองไปยังแอมด้วยความคิด ความรู้สึกที่หลากหลาย เขายิ้มออกมาให้แอมหลังจากที่กล่าวเสร็จไปแล้ว และกำลังหันหลังเตรียมที่จะกลับไป แอมที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าอาร์ทนั้นหันหลังให้กับเธอ และเตรียมที่จะจากไปแล้ว เธอจึงกล่าวขอบคุณอาร์ทเล็กน้อย“ไม่เป็นอะไรครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ... เอาไว้เจอกันวันพรุ่งนี้สักเจ็ดโมงเป็นยังไง” อาร์ทกล่าวออกมาปิดท้าย แอมก็ได้แต่พยักหน้า ตั้งแต่เธอมีความสัมพันธ์กับชายคนนี้ เธอก็ต้องยอมรับเลยว่ามันมีแต่เรื่องดีๆเข้ามาในชีวิต และมันทำให้เธอเขินอายเกินไปที่จะพูดกับเขาในตอนนี้ แต่มันก็ต้องรีบเคลียร์เรื่องนี้ให้เร็วที่สุดด้วยเช่นกัน ในช่วงบ่ายอาร์ทต้องเช็นเอกสารอนุมัติหลายอย่าง แน่นอนว่าเขาตรวจมันอย่างละเอียดด้วยตัวของเขาเอง ดูเหมือนว่าพนักงานหลายคนจะตั้งใจทำงานเป็นพิเศษ แผนกต่างๆก็แย่งกันทำผลงาน เพราะได้เห็นการทำงานของท่านรองประธานคนใหม่แล้วที่สนใจกับเรื่องงานมากกว่าอำนาจเส้นสาย พวกเขาหวังกับตำแหน่งการงานที่จะก้าวหน้าต่อไป จนเวลาถึงช่วงเย็น อาร์ทเตรียมตัวที่จะออกจากบริษัท เขาขึ้นรถยนต์ส่วนตัวของเขาที่มีเหล่าบอดี้การ์ดลูกน้องเขาเป็นคนคอยบริการ ในขณะที่พนักงานหลายคนหนึ่งในนั้นรวมถึงแอมที่จะทำงานต่อโดยที่ไม่หวังโอที และเธอก็ต้องโทรหาร้านอาหารที่เธอเคยทำงานในช่วงเย็นเพื่อที่จะขอลาออก “วิน.. วันนี้เราไม่ได้เข้าไปทำงานนะ... เออ.. จะว่าอย่างไรดีล่ะ” แอมที่เป็นคนขี้เกรงใจเธอได้แต่อ้ำๆอึ้งๆอยู่ ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ถึงวินจะเป็นเพื่อนในกลุ่มของเธอตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม แต่จู่ๆก็จะมาขอทำงานด้วย และจู่ๆก็จะขอลาออก มันก็เป็นเรื่องที่พูดค่อนข้างยาก“แอม.. เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ถ้ามีธุระเร่งด่วนเราก็ไม่ก็ว่าหรอกนะ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกเราได้ เราจะช่วยหาทางแก้ไขปัญหาให้.. หรือว่าจะเป็นเรื่องค่ารักษาพยายามของพ่อเธอกัน เราพอช่วยได้นะ” วินกล่าวออกมาอย่างร้อนรน เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นห่วงแอม แต่มันก็ไม่ใช่ฐานะเพื่อนธรรมดาหรือเพื่อนสนิทอะไรแบบนั้น สำหรับวินแล้วแอมคือคนพิเศษ“ขอบใจแกมากนะวินที่ช่วยเหลือเรามาตลอด แต่ว่าเหตุที่ต้องลาวันนี้ และเราคิดว่าจะขอลาออกด้วย มันเป็นเพราะว่าเราเพิ่งได้แต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการแผนกน่ะ ถึงตอนนี้จะเป็นแค่เพียงชั่วคราว แต่เราก็หวังที่จะได้รับตำแหน่งนี้จริงๆ เราเลยอยากจะให้เวลากับงานมากที่สุดน่ะ.. วินแกเข้าใจเราใช่ไหม” แอมกล่าวออกไป และด้วยประโยคสุดท้ายนั้นเอง มันทำให้วินถึงกับต้องยอมตาม เขาได้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดูหลากหลายความคิด“อย่างนั้นเหรอ.. ดีแล้ว” วินที่รู้อยู่แล้วว่าตอนนี้เขานั้นหลงรักคนที่มีเจ้าของ ไม่ซิ เขาต้องโทษตัวเองที่ช้าไปเพราะมัวแต่เขินอาย และกลัวว่าจะผิดหวังกับการบอกชอบเพื่อนกันอย่างนี้ จนแอมได้พบกับผู้จัดการแผนกการเงินนั้น ไอ้เจษมันทำให้ทุกอย่างพังทลาย ในตอนนั้นที่ได้ยินว่าพวกเขาสองคนรักกันมันทำให้เขาเจ็บปวดเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ยังทำดีกับแอมเหมือนๆเดิม เหมือนที่เคยเป็นมา และหวังให้พวกเขาเลิกกันในเร็ววัน การที่แอมได้รับตำแหน่งผู้จัดการการเงินของบริษัทใหญ่โตอย่างนี้ ที่สำคัญมันยังเป็นสาขาใหญ่อีกด้วย แน่นอนว่ามันต้องพึ่งเส้นสาย และอำนาจภายในบริษัทอย่างแน่นอน หากเขาจะคิดว่าที่แอมได้ตำแหน่งนี้มามันก็คงต้องเกี่ยวกับไอ้พี่เจษคนนั้น“แกจะไม่ดีใจกับเราหน่อยเหรอ.. เราอุตส่าห์ได้เลื่อนตำแหน่งเลยนะ ฮิฮิ.... จริงซิ เรามีเรื่องจะบอกวินด้วย.. เมื่อวานเรา.. เราเพิ่งเลิกกับพี่เจษมาน่ะ..ขอโทษที่ไม่ได้รีบบอกนะ” และนั่นมันก็ทำให้วินทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องมันดูย้อนแย้งกันอย่างบอกไม่ถูก“มันเกิดอะไรขึ้น.. เรางงไปหมดแล้วแอม.. เธอเลิกกับพี่เจษนั่นแล้ว แล้วตำแหน่งนี้เธอได้มายังไง..” วินกล่าวถามออกไปด้วยความสับสน ในหัวของเขาพยายามที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่คิดเท่าไรมันก็คิดไม่ออก“เอาไว้เดี๋ยวเราเล่าให้ฟังอีกทีละกัน เราขอทำงานก่อน...” แอมที่ตั้งใจจะโทรมาบอกในระยะเวลาสั้นๆก็ตัดสินใจที่จะวางสาย แต่ก่อนที่จะวางวินก็ได้กล่าวแสดงความยินดี และเชิญชวนแอม“เราไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นหรอกนะ แต่ยังไงเราก็ยินดีกับแอมด้วย... ถ้ายังไงแวะมาที่ร้านเราซิ วันนี้เราจะเลี้ยงมื้อใหญ่เพื่อเป็นการฉลองไง..” วินกล่าวออกมา“ขอบคุณน้าเพื่อนรัก.. งั้นเราจะไปวันนี้เลยพร้อมกับยัยทิพย์ .. เอาไว้เจอกันอีกสองชั่วโมงนะ” จากนั้นเธอวางสาย และกลับไปทำงานต่อ แต่กับวินแล้วมันไม่ใช่ จะว่าดีใจก็ดีใจอยู่หรอกที่แอมนั้นเลิกกับไอ้เจษนั่นแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคำพูดที่มันจะต้องทำให้มีการเปลี่ยนแปลง‘เพื่อนรักอย่างนั้นเหรอ... ไม่.. หลังจากนี้มันจะไม่ใช่อีกแล้ว...” วินกล่าวออกมาก่อนที่จะยิ้มออกมาด้วยความหวัง และเข้าไปในครัวเพื่อเช็กของที่จะใช้จัดงานในกับแอมในวันนี้ต่อไป