เวลานั้นนางยังทำผมทรงมวยง่ามคู่แบบเด็กสาวปัจจุบันแม้จะเยาว์วัย แต่กลับม้วนผมขึ้นมัดเป็นมวยสูง ใบหน้ากลับหดหู่ขาดชีวิตชีวา
ไม่รู้ว่าเพื่ออำพรางใบหน้าของตัวเองหรืออย่างไรนางถึงจงใจทาหน้าตัวเองจนหมองออกเหลือง เห็นแล้วช่างแตกต่างกับที่ตนพบนางเมื่อก่อนมากจริงๆ
เยี่ยนเจาเจาหรี่ดวงตาเมล็ดซิ่งลง ทำเป็นไร้เดียงสา เอ่ยว่า“ไอหยา ใครกันเนี่ย”
ปากของสตรีนางนั้นถูกผ้าเช็ดหน้าอุดไว้เมื่อนางได้ยินคำถามของเยี่ยนเจาเจา ดวงตาคู่พลันเบิกกว้าง ถลึงตามองอย่างโกรธจัด
นางร้องคร่ำครวญอู้อี้ในลำคอเหมือนอยากกล่าวอะไรบางอย่างหนานหมิงเหอขมวดคิ้วเบาๆ หมิงเอ้อร์เข้าใจในทันทีเตะเข้ากลางหลังนางจนล้มคว่ำลงบนพื้น
เยี่ยนเจาเจาในอ้อมแขนของหนานหมิงเหอดูเอาแต่ใจและเย่อหยิ่งเผยอริมฝีปากเปียกชื้น เอ่ยอย่างประสงค์ร้าย “พี่หญิงเหตุใดเห็นข้าแล้วคารวะทางการเช่นนี้เล่า”
ธาตุแท้นางเป็นเช่นนี้ หยิ่งยโสและเอาแต่ใจ
ในชีวิตก่อนเยี่ยนเจาเจามักจะรู้สึกว่าตัวเองสองจิตสองใจเมื่อต้องทำอะไรบางอย่างตอนนี้กลับมาอีกครั้ง นางคิดว่ามันไม่จำเป็นเลย
คนเช่นหยวนอีเฉี่ยวถึงคราวตายแล้ว
หยวนอีเฉี่ยวอยากพูด แต่เยี่ยนเจาเจากลับไม่อยากฟังนาง
“เจาเจาไปพานางกลับมาจากไหนหรือ?”
หนานหมิงเหอมองออกว่าเยี่ยนเจาเจาอยากจัดการหยวนอีเฉี่ยวเขาจึงปล่อยนางลงจากแขนตน
เยี่ยนเจาเจาหยักยิ้มหน้าตาที่เริ่มโตเป็นสาวแฝงความรู้สึกเคร่งขรึมเยาะหยันอย่างที่เด็กตัวน้อยยากจะมี ราวกับดอกบ๊วยบานสะพรั่งในฤดูหนาว ทั้งเยือกเย็นทั้งโอหัง“ข้าน่ะบังเอิญเห็นทหารกำลังจับกุมพี่สาวแสนดีคนนี้ตอนพี่ชายอยู่ชั้นบนพอดีเจ้าค่ะ”
หยวนอีเฉี่ยวได้ยินคำพูดเยี่ยนเจาเจาท่าทางถมึงทึงพลันเปลี่ยนไป อาจจะนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าอยู่จึงหยุดส่งเสียงกะทันหัน
“ทหาร?”
สองคำนี้ติดอยู่ตรงปลายลิ้นของหนานหมิงเหอก่อนเอ่ยคล้ายจะหัวเราะเยาะเบาๆ “เป็นเพราะนางแตะต้องอนุภรรยาแสนรักของฉีจวิ้นอ๋องซื่อจื่อ?”
“แค่นั้นก็ช่างปะไร แต่พี่หญิงแสนดีของข้าขโมยของรักของหวงของฉีจวิ้นอ๋องซื่อจื่อเข้าแล้วบังเอิญว่าในบรรดาของพวกนี้ดันมีป้ายหยกที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ฉีจวิ้นอ๋องอยู่ด้วยขโมยของพระราชทานโดยพลการ ต้องโทษร้ายแรงขั้นตัดหัวเลย”
เยี่ยนเจาเจาไม่คุ้นเคยกับเรื่องอื่นนักแต่กลับจำกฎหมายของต้าซีได้แม่นยำเหมือนสมบัติในเรือน
นางเลียมุมปากตน แววหยอกล้อเผยออกมาจากนัยน์ตาหรี่เล็ก“เมื่อก่อนพี่หญิงใหญ่พบข้ามิใช่ทำตัวสูงส่ง คิดแต่จะหาทางทำลายพี่ชายข้ากับข้าหรอกหรือเหตุใดวันนี้ไม่ทำแล้ว?”
แน่นอนว่าสีหน้าของหยวนอีเฉี่ยวเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่นางไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด นางรู้ว่าหากตนพูด เยี่ยนเจาเจาย่อมไม่ปล่อยนางอยู่ดีแน่
คาดไม่ถึงว่าเยี่ยนเจาเจาจะเปลี่ยนหัวข้อ เอ่ยถึงคนอื่นกะทันหัน“พี่หญิงใหญ่ ท่านรู้หรือไม่ว่ามารดาของท่านตายแล้ว?”
หยวนอีเฉี่ยวมัวแต่ง่วนอยู่กับการหลบซ่อนนางจะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร นางยังนึกว่านายหญิงใหญ่พาครอบครัวไปหมิ่นหนานอยู่เลยไฉนจะคาดคิดว่าเยี่ยนเจาเจาจะเอ่ยถึงครอบครัวของนางในช่วงเวลานี้
เยี่ยนเจาเจามองเห็นความหวาดกลัวในแววตานางก็ขมวดคิ้วอย่างเบื่อหน่าย “มารดาของท่านโดนท่านอาเตะจนซี่โครงหัก สุดท้ายก็ตายในสองวันฮุยเกอเอ๋อร์ของบ้านท่านบีบบังคับสตรีไปขายตัว กระทำเรื่องชั่วช้าตอนนี้เข้าลานประหารไปแล้ว ส่วนท่านพ่อท่านรับเรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่ไหว ผูกคอตายด้วยผ้าคาดเอวบนคานในเรือนหลักจวนสกุลหยวน”
ดวงตาของหยวนอีเฉี่ยวเบิกกว้าง นางพูดไม่ออกทำได้เพียงแสดงความหวาดกลัวและความกรุ่นโกรธในแววตา เยี่ยนเจาเจายกริมฝีปากเหยียดยิ้ม“บ้านใหญ่ของท่านตกต่ำมาถึงจุดนี้ ไม่ใช่แค่เพราะข้ายังต้องขอบคุณน้องหญิงหกคนนั้นของท่านด้วย”
ขณะที่กล่าว เยี่ยนเจาเจาก็เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างเผยให้เห็นหยวนอีย่วนที่หมดสติอยู่บนพื้นไม่ไกล“เริ่มแรกเป็นนางที่คิดวางแผนใส่บ้านใหญ่ของพวกท่านตลอด ท่านไม่อยากแก้แค้นนางหรือ?”
นางเอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงจัดว่าสุภาพราวกับปีศาจมากระซิบช้าๆ ข้างใบหู ทำทั้งสรรพางค์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“ถ้าเจ้าอยากแก้แค้นก็ไปเสีย ทวงคืนความแค้นจากข้าไม่ได้ก็ยังทวงคืนจากใครบางคนได้นี่”
นิสัยเดิมของหยวนอีเฉี่ยวหุนหันพลันแล่นขาดสติง่ายที่สุด
นางไม่ถึงกับโง่ ย่อมรู้ว่าหยวนอีย่วนมีส่วนทำให้บ้านใหญ่เป็นเช่นวันนี้แน่นอนแต่เรื่องในอดีตแก้ไขไม่ได้แล้ว จึงมองดูเงียบๆ เท่านั้น
เยี่ยนเจาเจากลับมอบโอกาสวันนี้ให้นาง
หยวนอีเฉี่ยวแทบจะถูกเยี่ยนเจาเจายั่วยุในทันทีดวงตาที่มองหยวนอีย่วนเลยดูตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่านางมิอาจแตะต้องเยี่ยนเจาเจาในตอนนี้แต่นางสามารถลงมือกับหยวนอีย่วนในปัจจุบันได้
เยี่ยนเจาเจาหัวเราะ นางส่งสายตาให้หมิงเอ้อร์ข้างๆแววตาเป็นประกายระยิบระยับกระทั่งหมิงเอ้อร์ยังตกตะลึงกับความสดใสน่ากลัวของนางจนชะงักไปพักหนึ่ง ถึงกลับมาตั้งตัวได้
หมิงเอ้อร์ฉุดหยวนอีเฉี่ยวที่ลุกไม่ได้ขึ้นมาแล้วตัดเชือกที่มัดตัวนางออกจากนั้นโยนหยวนอีเฉี่ยวเข้าห้องที่หยวนอีย่วนอยู่เมื่อสักครู่เหมือนหิ้วลูกไก่แล้วปลดกริชด้ามหนึ่งออกจากเอว โยนไปตรงปลายเท้าของหยวนอีเฉี่ยวเสียงดัง “เคร้ง” ก่อนปิดประตูลง
เยี่ยนเจาเจาพอจะคาดเดาผลลัพธ์ได้แล้ว
นางมิใช่คนใจบุญ ตอนนายหญิงใหญ่มีชีวิตอยู่ก็อยากทำลายนางกับหนานหมิงเหอวีรกรรมของหยวนหยางฮุยพูดเท่าไรก็ไม่หมดส่วนหยวนอีเฉี่ยวยิ่งไม่คิดเก็บซ่อนความริษยาแม้แต่น้อย บ้านใหญ่เป็นเช่นนี้เยี่ยนเจาเจาจะปล่อยพวกเขาไปได้เช่นไร?
แต่ตอนนี้บรรลุเป้าหมายแล้วเยี่ยนเจาเจาก็ไม่สนใจการทะเลาะตบตีของสตรีเท่าไร นางจึงเพียงยักคิ้ว เปลี่ยนสายตาไปจดจ้องหนานหมิงเหอที่อยู่ข้างกายอย่างออดอ้อนแทน
หนานหมิงเหออุ้มนางขึ้นอย่างไร้คำบ่นใด แล้วก้าวยาวๆ ลงมาจากชั้นสาม
เยี่ยนเจาเจาไม่จำเป็นต้องกังวลว่าหนานหมิงเหอจะคิดว่านางโหดร้ายเกินไปนางมักรู้สึกสบายเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่ออยู่ข้างกายหนานหมิงเหอราวกับเป็นตัวของตัวเองมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่เยี่ยนเจาเจาที่สวมตัวตนของเจาเจาวัยเยาว์เอาไว้
แต่นางห้ามใจที่อยากออดอ้อนหนานหมิงเหอไม่ได้เสมือนว่าใจนางจะสงบ เมื่อเห็นแววเอาอกเอาใจที่ผุดขึ้นในดวงตาพี่ชายรองโดยไม่รู้ตัวยามได้ยินนางออดอ้อน
นางจึงกอดรอบคอหนานหมิงเหออีกครั้ง เอ่ยพร้อมรอยยิ้มจนตาหยี“พี่ชาย พวกเรากระทำตามใจในเหลาอาหารของผู้อื่น ไม่ใช่ว่าไม่ค่อยดีหรือ”
“ของเจ้า”
หนานหมิงเหอวางมือไว้ตรงท้ายทอยของเยี่ยนเจาเจาก้มตัวลงเล็กน้อย ป้องกันนางโดนกระแทกตอนลงจากบันได พลางเอ่ยอย่างไม่แยแส
เยี่ยนเจาเจาไม่คิดว่าหนานหมิงเหอจะพูดเช่นนี้เลยนึกย้อนไปตอนที่หนานหมิงเหอจูงมือนางเดินผ่านนางบ่าวหวงที่เฝ้าประตูเมื่อไม่กี่วันก่อนเจาเจาถามเขาว่านางบ่าวหวงเป็นคนของเขาหรือไม่ ตอนนั้นเขาก็ตอบเช่นนี้
เยี่ยนเจาเจาจึงตื่นตัวในพลัน หรือพี่ชายรองซื้อเหลาอาหารแห่งนี้ไปแล้ว?
ต้องรู้กันก่อนว่าเหลาอาหารตั้งอยู่ในทำเลดีเยี่ยมของเมืองซูโจวเพียงเปิดหน้าต่างก็พบแม่น้ำซูโจวไม่ไกล เป็นเหลาอาหารยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมืองต้องการซื้อมันในเวลาสั้นๆ เกรงว่าต้องใช้ตำลึงเงินไม่น้อยเลย
เยี่ยนเจาเจาโน้มตัวไปมองใบหน้าด้านข้างของหนานหมิงเหอเอ่ยปากถามอย่างสงสัย “แพงหรือไม่เจ้าคะ?”
“หากเจ้าชอบก็คุ้มค่า”
โครงหน้าด้านข้างของหนานหมิงเหอเย็นชาเป็นทุนเดิมเขามีเครื่องหน้าชัดโดดเด่นเหมือนเยี่ยนเจาเจา จมูกโด่ง ริมฝีปากแดงบางเฉียบเบ้าตาลึกเล็กน้อย ยามมองเขาจากด้านข้าง ดวงตาจะไม่สามารถสบกันได้ทำให้เขาดูเยือกเย็นเป็นพิเศษ ราวกับน้ำค้างแข็งปกคลุมทั่วร่างกาย
แต่หนานหมิงเหอไม่ตอบคำถามนี้ตามตรง
แววตาของเขาตอนเอ่ยคล้ายห้วงน้ำลึกอันเงียบสงบเค้าโครงหน้าคมชัดแต้มความอบอุ่นเจือจาง แสงดาวซ่อนในดวงตาประปรายเพียงเล็กน้อยก็พอให้เยี่ยนเจาเจาใจสั่น
แค่ประโยคธรรมดาแท้ๆ เยี่ยนเจาเจากลับรู้สึกว่าใบหูร้อนผ่าวกะทันหันเหตุใดพี่ชายรองจึงได้พูดจาเย้าแหย่เช่นนี้เสมอ!
“เพราะนางคือเยี่ยนเจาเจา” คราวก่อนก็ทำเยี่ยนเจาเจาใจเต้นไม่เป็นส่ำแล้วยามนี้ได้ยินเขาเอ่ยติดๆ กัน เยี่ยนเจาเจาอดคิดไม่ได้ว่าอย่าไปรู้สึกดีกับความปากหวานน่าฟังที่มาจากพี่ชายรองดีกว่า
เยี่ยนเจาเจารู้ดีว่าตนเองหน้าหนา แต่ยังรับคำพูดเขาไม่ไหวจนมุดหน้าเข้ากับหน้าอกของหนานหมิงเหอ เอ่ยติดตลกเสียงอู้อี้ “พูดเช่นนี้ แสดงว่าพี่ชายต้องมีเงินมากแน่”
หนานหมิงเหอนึกถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตนเอง ตอบอย่างจริงจัง “นับดูแล้วไม่มากนักหากเยี่ยนเจาเจาต้องการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายทุกวัน เกรงว่ายังไม่พอ”
อาจเพราะหนานหมิงเหอคิดว่าตนเองพูดจาไม่ดีเท่าไรนัก จึงรีบกล่าวเสริมว่า“แต่ไม่ว่ามีเท่าไรก็เป็นของเจ้าทั้งนั้น”
พวงแก้มเยี่ยนเจาเจาร้อนจนแทบลวก นางไม่กล้าเงยหน้า แสร้งทุบหน้าอกของหนานหมิงเหอแรงๆทีหนึ่ง แล้วบ่นพึมพำบางอย่างที่หนานหมิงเหอฟังไม่ชัด
“นี่ให้เจาเจาใส่เล่น”
หนานหมิงเหอหยิบสร้อยข้อมือคล้ายหยกแต่ไม่ใช่หยกออกมาจากไหนไม่รู้วางลงกลางฝ่ามือของเยี่ยนเจาเจา
สร้อยข้อมือเส้นเล็กให้สัมผัสเย็นสบายเหมือนหยกทว่าดูแตกต่างจากหยกมาก
“นี่คืออะไรหรือเจ้าคะ?” เยี่ยนเจาเจาหยิบขึ้นมามองถึงพบว่าบนไข่มุกทุกเม็ดที่เรียงร้อยกันมีรอยเล็กละเอียดอยู่เหมือนจะเป็นลายของต้นไม้
“ข้าก็ไม่ค่อยรู้นัก ก่อนหน้านี้ระหว่างทางกลับเห็นมันสวยดีเลยซื้อมาเส้นหนึ่ง ราคาไม่เท่าไร เจาเจาจะแขวนไว้เล่นๆสวมใส่หรือประดับปกเสื้อก็ได้ตามสบาย อย่างไรก็ดูดี”
น้ำเสียงของหนานหมิงเหอราบเรียบราวกับบอกว่าวันนี้ตนเสียเงินไปเพียงอีแปะเดียว
หมิงซานที่ตามหนานหมิงเหอกับเยี่ยนเจาเจาอยู่ข้างหลังเบ้ปาก
สร้อยเส้นนี้ทำจากไม้เนื้อหยกปัจจุบันล้วนเป็นที่ชื่นชอบของคนใหญ่คนโต มูลค่าสูงยิ่งกว่ามรกต
ระหว่างทางกลับเจ้านายเกิดถูกใจบอกว่ามันช่างเข้ากับสร้อยลูกปัดหยกมรกตที่คุณหนูให้เขา จ่ายทองคำไปยี่สิบแท่งเล็กกว่าจะซื้อได้กลับกลายเป็นราคาไม่เท่าไรจากปากเจ้านาย
หมิงซานรู้สึกเพียงว่าหลานเล่อพูดถูก!
ติดตามรับใช้ใกล้ชิดเจ้านายไม่เพียงต้องมีภูมิต้านทานแข็งแกร่งเท่านั้น ยังต้องค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับความรักความเอ็นดูที่เจ้านายมีต่อคุณหนูทุกวันซึ่งทรมานร่างกายและจิตใจตนยิ่งนัก
เยี่ยนเจาเจาเล่นสร้อยลูกปัดอย่างใคร่รู้ในอ้อมกอดของหนานหมิงเหอไม่รู้คิดอันใดอยู่ จู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา ก่อนสวมมันไว้บนข้อมือด้วยความยินดี
ที่นี่บรรยากาศสดใสชื่นมื่น ชั้นบนเกรงว่าจะไม่ค่อยสุขสันต์เท่าไรนัก
กลางเดือนสาม ในที่สุดเยี่ยนเจาเจาก็เอ่ยปากว่าจะไปเรียนที่สถานศึกษาสกุลหยวนเจินเจินอ้ายอ้ายติดตามไปด้วย จวนสกุลหยวนอันยิ่งใหญ่ในอดีตไม่เหลือเจ้านายสักคนว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
การออกเดินทางของเยี่ยนเจาเจากับผู้อาวุโสหยวนมู่ มาพร้อมกับข่าวซุบซิบใหม่ของสกุลหยวนที่แพร่สะพัดทั่วเมืองซูโจวอีกคราจนทุกครัวเรือนต่างถกกันว่าปีนี้สกุลหยวนดวงตกหรือไม่ เหตุใดครอบครัวจึงไม่สงบเอาเสียเลย
หยวนอีเฉี่ยวอดีตคุณหนูใหญ่สกุลหยวนซ่อนตัวหลบหนีการไล่ล่าของทางการ และลอบสังหารคุณหนูหกหยวนอีย่วนบุตรสาวอนุภรรยาที่มาดื่มน้ำชาในเหลาอาหาร
สถานที่เกิดเหตุสยดสยองชวนขนหัวลุกจนสุดจะบรรยาย แทบเรียกได้ว่าเป็นทะเลเลือดเนื้อหนังบนร่างของหยวนอีย่วนไม่มีตรงไหนที่สมบูรณ์หลังหยวนอีเฉี่ยวฆ่าคนก็หลบหนีไปอีกครั้งสุดท้ายโดนทางการจับส่งศาลที่ชานเมืองซูโจว
ทำร้ายคนโดยเจตนา ขโมยของพระราชทานและมาฆ่าคนอีก โทษติดตัวหยวนอีเฉี่ยวมีนับไม่ถ้วนแถมยังเป็นโทษประหารทุกข้อ ทำเอาคนตกตะลึงจนตาค้างไม่รู้ว่าสตรีธรรมดาคนหนึ่งลงมือถึงขั้นนี้ได้อย่างไร
ภายในไม่กี่เดือนหลังหยวนหยางฮุยโดนบั่นคอน้องสาวของเขาก็ถูกส่งขึ้นแท่นประหาร ตายจากไปในสภาพเดียวกัน
เดือนเดียวกันนั้นเอง ฉีจวิ้นอ๋องซื่อจื่อได้แต่งชายาเอกขับไล่อนุภรรยาออกไปหมดเรือนหลังของตนเพื่อนาง สินสอดยาวสิบลี้ทำเอาผู้คนอิจฉาตาร้อน
สุดท้ายฉีจวิ้นอ๋องก็เบื่อหน่ายคนอุ่นเตียงรัดเท้าเล็กก่อนหน้านี้ของตนกระแสเปลี่ยน หันมานิยมเอวเล็กต่อ
เหล่าสตรีที่รัดเท้ายังไม่ทันเล็กเริ่มกระตือรือร้นรัดเอวกันอย่างไรล้วนเป็นเรื่องในภายหลังแล้ว