"คือผม...เคยหลงกับรุ่นพี่ แล้วดันวาร์ปไปเจอหมอนั่นน่ะครับ"ดาวเหนือพยายามแก้ตัวและแก้ต่าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพื่อตัวเองหรือก้อนดินกันแน่
"นั่นมันไม่ใช่ประเด็น"
ท่าทางของไมเคิลนั้นแม้จะไม่แสดงออกถึงความโกรธ ซ้ำยังดูราวกับไร้อารมณ์ความรู้สึกแต่นั่นก็ทำให้ดูไม่ออกเช่นกันว่า เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
"ผมแค่อยากรู้ว่า...การเจอยมทูตนี่มันควรจะต้องดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ?" รองหัวหน้ายมทูตหนุ่มย้ำคำถามเดิมขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่สีหน้าท่าทางร่าเริงของก้อนดิน
"ผม... เอ่อ...ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ" ดาวเหนือตอบเสียงเบาเพราะไม่มั่นใจว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่าย้าคำตอบแบบไหน
"เฮ้ย!! ก้อนยมทูตที่ไหน แกเพ้อเจ้ออะไรของแกวะเนี่ย!?" และแม้จะถูกรุ่นพี่ที่เข็นวีลแชร์พามาเยี่ยมลูกพี่เอ็ดเอาหากแต่ก้อนดินก็ยังไม่ยอมหยุดแค่นั้น
ในเมื่อ...คุณยมทูตของเขายังไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ตรงนี้ของเขาเลย
"เฮ้!!คุณยมทูต!! หาไม่เจอเหรอ ผมอยู่ทางนี้"
เสียงเรียกของก้อนดินทำเอาดาวเหนือนึกข้องใจขึ้นมาเหมือนกันว่า หมอนั่นจะเรียกให้ยมทูตหันไปเห็นตัวเองเพื่ออะไรหรือถ้าจะให้ตั้งคำถามแบบสุภาพน้อยหน่อยก็คือ
...อยากตายมากหรือไงฟะ!
"พี่ก้อน!!พอแล้ว คนอื่นเขาหันมามองกันหมดแล้วพี่" รุ่นน้องอีกคนของก้อนดินพยายามปิดปากเขา เพราะเกรงใจหมอ พยาบาล และผู้ป่วยแถวนั้น รวมทั้งเกรงว่ารุ่นพี่ผู้ที่ตนเคารพรักนับถือมานานจะต้องไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ในโรงพยาบาลบ้า
"แต่คุณยมทูตยังไม่หันมามองฉันเลย"ก้อนดินอาศัย่เวลาที่รุ่นน้องคลายมือออกจากปากเขา พูดขึ้นแบบเสียงดังฟังชัดเหมือนจงใจจะให้มันดังไปเข้าหูคุณยมทูตของเขา ซึ่งแน่นอนว่านอกจากมันจะดังมาเข้าหูดาวเหนือแล้วมันยังดังมาเข้าหูไมเคิล รวมไปถึงผู้คนอันแสนพลุกพล่านบริเวณนั้นด้วย
"ไปๆ กลับห้องๆเพ้อเจ้ออะไรไม่รู้ มีแต่คนที่ใกล้ตายเท่านั้นแหละ ที่เขาเห็นยมทูตน่ะ"รุ่นพี่ผมหยิกหยองของก้อนดินเอ็ดซ้ำ แล้วรีบเข็นวีลแชร์ของก้อนดินออกไปจากตรงนั้น มิหนำซ้ำมันยังเป็คนละทางกับตรงที่ดาวเหนือยืนอยู่อีกด้วย
"ไม่ๆ พี่เห็ด!เข็นผมไปทางนู้นที ผมยังไม่อยากกลับห้อง"ก้อนดินชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปตรงที่ดาวเหนือยืนตัวแข็งค้างอยู่พร้อมกับพยายามดิ้นรนขัดขืน จะลงจากวีลแชร์ไปหาคุณยมทูตของเขาให้ได้ทั้งที่ตัวเองอยู่ในสภาพเฝือกแขนเฝือกขา
...นี่ถ้าลงจากวีลแชร์ได้หมอนั่นคงไถตัวเองกับพื้น แล้วสไลด์ท่าควงสว่านมาหาดาวเหนือแน่ๆ
"คุณยมทูต!!ผมขอโทษที่พูดออกไปแบบนั้น ยกโทษให้ผมเถอะนะ ผมจะรออยู่ที่ห้องเหมือนเดิมนะ"ก้อนดินไม่ละความพยายาม เมื่อลงจากวีลแชร์ไปหาดาวเหนือไม่ได้ เขาก็เปลี่ยนมาใช้วิธีะโส่งสาสน์แทนซึ่งเวลานี้ทั้งดาวเหนือและไมเคิลได้รับสาสน์นั้นเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่แค่นั้นรุ่นพี่รุ่นน้องของก้อนดินและผู้คนในโรงพยาบาลทั้งชั้นก็พลอยได้รับมันไปด้วยเช่นกัน
...แล้วไงล่ะ? ใครแคร์? ที่ก้อนดินทำแบบนี้ก็เพราะเขาแคร์คุณยมทูตต่างหาก คนอื่นจะคิดยังไง มันก็เป็เื่ของคนพวกนั้น!
"รออยู่ที่ห้องเหมือนเดิมหมายความว่ายังไง?"ไมเคิลถามขึ้นเสียงเย็น จนดาวเหนืออยากวาร์ปหนีไปจากตรงนี้มากกว่าอยู่ตอบคำถาม
"คือว่า..."หนุ่มน้อยอ้ำๆ อึ้งๆ สมองประมวลผลอย่างหนัก เพื่อเค้นหาสักคำตอบที่น่าจะทำให้เขาเอาตัวรอดไปจากวิกฤตตรงนี้ได้
"นายไปห้องหมอนั่นมากี่ครั้ง?"ไมเคิลตั้งคำถามต่อไปอีก แม้จะยังไม่ได้รับคำตอบของคำถามข้อแรกก็ตาม
"หลงไปสองสามครั้งครับ"ดาวเหนืออ้อมแอ้มตอบ จนเสียงของเขาแทบจะถูกเสียงจ้อกแจ้กจอแจในโรงพยาบาลกลบจนหมด
"แน่ใจใช่ไหมว่าหลง?"ไมเคิลถามย้ำ "นายลืมหรือเปล่าว่ายมทูตมีสกิลจับโกหกและมันก็ใช้กับยมทูตด้วยกันได้"
คราวนี้คำพูดของรองหัวหน้ายมทูตทำเอารุ่นน้องหนุ่มน้อยถึงกับพูดไม่ออก ใช่แล้ว... เขาลืมมันไปเสียสนิท
"ผมก็แค่ไม่มีที่ไหนไปครับเห็นว่าต้องมาโรงพยาบาลอยู่แล้ว ก็เลยไปหาที่พักที่ไม่ต้องเจอ... เอ่อ... ผี"ดาวเหนือละล่ำละลัก ก่อนจะมาตะกุกตะกักอีกครั้ง่ท้ายประโยคเพราะเดาไม่ออกว่าไมเคิลจะมีปฏิกิริยายังไงกับคำตอบนี้
"ผีไม่มายุ่งกับยมทูตอยู่แล้วจะกลัวทำไม?" รุ่นพี่หนุ่มสวนขึ้นเสียงเรียบสีหน้าที่แสดงออกมาไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ ยกเว้นดวงตาที่มีแววคุกรุ่นเต้นเร่าอยู่ในนั้นและดาวเหนือก็บังเอิญเหลือบตามองเห็นมันเข้า... พอดี
"ขอโทษครับ"หนุ่มน้อยหวังเอาตัวรอดด้วยคำตอบสั้นๆ คำนี้ แม้จะมั่นใจ 99.99% ว่ามันจะไม่ได้ผล ซึ่งแน่นอนว่าเขา... คาดการณ์ถูก
"รออยู่ที่ห้องเหมือนเดิมหมายความว่ายังไง?"ไมเคิลวกกลับมาที่คำถามแรกซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบอีกครั้งทำเอาดาวเหนือหายใจติดขัดขึ้นมาทันที
"หมอนั่น เอ่อ...รอจะถามวันตายของตัวเอง แต่ผมไม่ได้บอกแล้วก็หนีออกมาครับก็เลยเหมือนยังติดค้างกันอยู่"ดาวเหนือพยายามรวบรวมคำตอบจากสติสตังที่กระเจิดกระเจิง
"ดูตอบไม่ตรงคำถามแล้วก็ไม่ปะติดปะต่อเลยนะ" ไมเคิลสวนขึ้นน้ำเสียงเริ่มมีแววไม่พอใจเจืออยู่ถึงขั้นที่ดาวเหนือสังเกตได้
"ครับ..."หนุ่มน้อยตอบรับเสียงเนือย ท่าทางเหมือนเหนื่อยอ่อนเพลียใจกับการถูกซักไซ้นั่นเองที่ทำให้ความอดทนของรองหัวหน้ายมทูตขาดสะบั้นลงทันที
"ผมถามแค่นี้มันต้องลำบากใจขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าผมไม่ได้อยู่ตรงนี้คงกลับห้องไปกับหมอนั่นแล้วสินะ!"ชายหนุ่มกระชากดาวเหนือให้หันมาเผชิญหน้ากัน ทว่าดวงตาวาวโรจน์ของไมเคิลที่จ้องมองทะลุทะลวงแว่นดำออกมากลับทำให้หนุ่มน้อยหวาดกลัวจนต้องสะบัดหนี พร้อมๆ กับถอยหลังกราด
"จะหนีผมไปไหน!"ไมเคิลก้าวตามดาวเหนือที่ถอยหนีทะลุกำแพงเข้าไปภายในห้องเอ็กซ์เรย์หนุ่มน้อยหยุดยืนตัวลีบอยู่ตรงมุมห้อง โดยมีชายหนุ่มก้าวเข้ามายืนตรงหน้าพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ชนิดที่แทบจะหายใจรดกัน จริงๆเขาจะทะลุผนังห้องหนีออกไปด้านนอกตัวตึกก็ได้ แต่ต่อให้ทำแบบนั้นดาวเหนือก็มั่นใจว่าไมเคิลจะติดตามเขาไปทุกแห่งหนอยู่ดี
"ระ... ระ...รุ่นพี่อย่าทำแบบนี้เลยครับ"ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยเบี่ยงหน้าหลบสายตาที่จ้องมองมาของอีกฝ่ายยิ่งทำให้อารมณ์คุกรุ่นของรุ่นพี่หนุ่มทวีกำลังแรงมากขึ้น ราวกับเปลวเพลิงที่ถูกเติมเชื้อไฟ
"แล้วนายคิดว่าผมควรทำยังไงกับเื่นี้ดี?"
น้ำเสียงที่ตั้งคำถามนั้นเย็นเยือกจนดาวเหนือรู้สึกหนาวเยือกไปทั่วทั้งร่าง เวลานี้...ไมเคิลกลายเป็คนที่เขาไม่รู้จักไปเสียแล้วหรือบางทีเขาอาจไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคนคนนี้เลยก็ได้ จนกระทั่ง... วันนี้
"ผม...ไม่รู้ครับ" หนุ่มน้อยตอบคำถามเสียงเบา ทว่าเพราะอยู่ใกล้กันในระยะประชิดท่ามกลางความเงียบของห้องที่ยังไม่มีคนไข้มาเข้าใช้บริการไมเคิลจึงได้ยินมันชัดเจนยิ่งกว่าเสียงใดๆ ที่ดังอยู่ในสมองและหัวใจของเขา
"แปลว่าผมจะทำอะไรก็ได้ใช่ไหม?"ไมเคิลยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกของเขาชนกับปลายจมูกของดาวเหนือและแผงอกของเขาชนกับหน้าอกของดาวเหนือ แต่แล้วตอนนั้นเอง...
"ติ๊ด... ติ๊ด...หน่วยสื่อสารเรียกรองหัวหน้ายมทูตโซนกรุงเทพฯ"
เสียงจากเครื่องมือสื่อสารสีดำรูปกระดุมตรงปกเสื้อของไมเคิล ร้องแจ้งเตือนการติดต่อจากหน่วยสื่อสารประจำยมโลกทำเอาชายหนุ่มถึงกับชะงัก
"ผม...รองหัวหน้ายมทูตโซนกรุงเทพฯ พูด" ไมเคิลตอบกลับผ่านเครื่องมือสื่อสารโดยที่ยังคงอยู่ในท่าเดิม ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนขณะที่ดาวเหนือแทบหยุดหายใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าวินาทีต่อวินาที
นั่นก็เพราะ... เขาไม่รู้จริงๆว่าไมเคิลคิดจะทำอะไรกันแน่!?
"เลยเวลาส่งดวงิญญาเคสล่าสุดแล้วครับไม่ทราบว่าเกิดการผิดพลาดตรงไหนหรือไม่?"
คำตอบที่ดังกลับมาทำให้รองหัวหน้ายมทูตหนุ่มจำต้องถอยห่างออกจากร่างเล็กของหนุ่มน้อยตรงหน้าอย่างเสียไม่ได้
"ไม่มีครับผมจะนำส่งิญญาเดี๋ยวนี้" ไมเคิลตอบกลับแล้วตัดสายทิ้งทันทีก่อนจะหันขวับมาทางดาวเหนือ ทำเอาหนุ่มน้อยถึงกับสะดุ้งเฮือก
"เดี๋ยวค่อยเคลียร์เื่นี้ทีหลังไปกันได้แล้ว"
มือหนาของรองหัวหน้ายมทูตไมเคิลคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของดาวเหนือเพื่อพาวาร์ปไปยังจุดที่ร่างของดวงิญญาถึงฆาตเคสล่าสุดอยู่ทว่ามันไม่ได้อ่อนโยนเหมือนที่ผ่านๆ มา มิหนำซ้ำยังรุนแรงจนดาวเหนือถึงกับเบ้หน้า
"ติ๊ด... ติ๊ด...รองหัวหน้ามานะ... ิญญาไม่ได้อยู่ตรงร่างแล้ว รีบตามหาด่วน"
เสียงจากเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นอีกดูเหมือนความล่าช้าเพียงเสี้ยววินาทีของยมทูตจะก่อให้เกิดความผิดพลาดที่ถือเป็เื่ใหญ่จริงตามที่นับเงินเคยบอกกับดาวเหนือ
"รับทราบ"ไมเคิลตอบกลับแล้วตัดสาย เขาปล่อยมือจากต้นแขนของดาวเหนือแล้วดึงปากกาออกมาเปลี่ยนรูปร่างเป็เคียวยมทูต ก่อนจะพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งหนุ่มน้อยให้ยืนเฝ้าร่างไร้ลมหายใจอยู่ภายในห้องพักฟื้นโรงพยาบาลเพียงคนเดียว
"เฮ้อ..."ดาวเหนือถอนหายใจหนักๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรงอาการหายใจไม่ทั่วท้องยังคงอยู่และเขาก็ภาวนาอยู่ตลอดเวลาว่าอย่าพึ่งให้ไมเคิลกลับมาตอนนี้หนุ่มน้อยยังไม่พร้อมจะเจอหน้าใครทั้งนั้น เขาอยากอยู่เงียบๆคนเดียวให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
...มันไม่สำคัญแล้วล่ะว่ารุ่นพี่ไมเคิลไปทำอะไรที่บาร์โฮส เพราะเขาพอจะรู้แล้ว
...แม้จะดูไม่ออกว่าไมเคิลรู้หรือยังว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิงและไม่ว่านับเงินจะเคยหลุดปากพูดมันออกมาหรือเปล่าแต่ตอนนี้มันก็ไม่สำคัญแล้วเช่นกัน
...ในเมื่อความรู้สึกของเขาที่มีต่อไมเคิลมันไม่ได้เหมือนเดิม... อีกต่อไป
"......................"
ความเงียบเข้าครอบคลุมภายในห้องขณะที่ดาวเหนือยังคงนั่งอยู่ที่เดิม หนุ่มน้อยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วและไม่รู้ว่าการที่ไมเคิลไม่ได้กลับมายืนอยู่ที่นี่ ตรงนี้ เป็เพราะอะไร
...เพราะเขาไม่อยากเจอหน้าเพราะหาดวงิญญาเคสล่าสุดไม่เจอ หรือเพราะเขา... จงใจทิ้งทุกๆ อย่างเอาไว้
"เอาไงดีล่ะ"ดาวเหนือตั้งคำถามกับตัวเอง เป็เวลาเดียวกับที่ประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดออกก่อนที่หมอและพยาบาลจะเข้ามารุมล้อมเตียงคนไข้ เพื่อปั๊มหัวใจ
"คนเฝ้าไข้ไปไหนเนี่ยเดี๋ยวช่วยไม่ทันก็มาโทษกันอีก!" หนึ่งในพยาบาลบ่นกระปอดกระแปด
"ไม่ทันแล้ว"หมอเ้าของไข้ส่ายหน้า หลังจากตรวจดูม่านตาและการเต้นของหัวใจ แน่ล่ะ!ในเมื่อชื่อของคนคนนี้ปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาตประจำวัน และิญญาของเขาก็ได้หลุดออกจากร่างไปแล้วด้วย
ความเคลื่อนไหวมากมายบังเกิดขึ้นภายในห้องตรงข้ามกับดาวเหนือที่ยังคงนั่งนิ่ง หนุ่มน้อยเพียงแค่ขยับหนีไปตรงมุมห้องเพื่อไม่ให้ใครข้ามหัวไปมาโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือจะบอกว่าเขา... ไม่มีที่ไปก็คงไม่ผิด
"บอกว่าเดี๋ยวจะมาเคลียร์สุดท้ายก็มาทิ้งกันแบบนี้เหรอฟะ" ดาวเหนือเริ่มบ่นว่าไมเคิลทั้งที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางได้ยิน หึ!ที่ผ่านมาก็ทำตัวเหมือนว่ารู้ความคิดของเขา แล้วทำไมคราวนี้ถึงไม่รู้ล่ะว่าเขากำลังคิดอะไร
วาบ!
หนุ่มน้อยนั่งกอดเข่าคิดฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวและตอนนั้นเองที่ใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ายมทูตฝึกหัดดาวเหนือ
"ไง... เด็กใหม่มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียว"
ทั้งน้ำเสียงคุ้นหูกับคำเรียกขานที่คุ้นเคยปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์และเงยหน้าขึ้นมองเ้าของเสียงพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ด้วยเหตุผลเดียวนั่นก็คือ...เพราะคนคนนี้ไม่ใช่เขาคนนั้น
"รุ่นพี่นับเงิน...หายดีแล้วหรือครับ?" หนุ่มน้อยเรียกชื่อผู้หญิงที่กำลังยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าความรู้สึกผิดแล่นขึ้นสู่สมองและหัวใจอีกครั้งทันทีที่เอ่ยถามถึงอาการาเ็ของเธอ
"หายแล้วพรุ่งนี้ก็กลับมาทำงานได้แล้วล่ะ อย่าคิดมากเลยน่าไม่ใช่ความผิดของเราสักหน่อย" นับเงินแตะไหล่ปลอบคำพูดของเธอราวกับมองเห็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจและความคิดของดาวเหนือ
...หรือความจริงแล้วนี่คือสกิลอย่างหนึ่งของหัวหน้าและรองหัวหน้ายมทูตกันแน่?
"ครับ..."หนุ่มน้อยตอบรับสั้นๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อเป็โอกาสให้นับเงินพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอมายืนอยู่ตรงนี้
"หมอนั่นบอกว่าดุเราแรงไปให้พี่มาอยู่เป็เพื่อนเราหนึ่งวัน"
คำพูดของนับเงินเรียกให้ดาวเหนือเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง อ้อ... หาข้ออ้างได้ดีเลยนะ
"เหรอครับ"ดาวเหนือยังคงตอบสั้นๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนเดิม
"ไม่ใช่แบบนั้นเหรอมีอะไรบอกพี่ได้นะ พี่จะไปจัดการให้" หญิงสาวนั่งลงข้างๆ ดาวเหนือให้ความรู้สึกเหมือนเป็พี่สาวใจดีที่พร้อมรับฟังทุกๆ ปัญหาและความทุกข์ของน้องชาย
"เป็แบบนั้นแหละครับ"หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดจำต้องตอบรับ ทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้น... มัน...มีอะไรมากกว่านั้น แหงล่ะ! ขืนเขาพูดความจริงเื่ของนายก้อนดินนั่นคงรู้กันไปทั่วทั้งยมโลกแน่ๆ
"โอ๋ๆ ไม่เป็ไรนะเดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็กลับมาเป็บัดดี้ของพี่เหมือนเดิมแล้วพี่ไม่ดุเราเหมือนที่หมอนั่นดุหรอก" นับเงินเปลี่ยนมากอดไหล่ปลอบดาวเหนือทำเอาหนุ่มน้อยถึงกับนั่งตัวแข็ง
เปล่าเลย... ไม่ใช่เพราะหน้าอกบึ้มๆที่เบียดเข้ามา แต่เพราะสิ่งที่หัวหน้าสาวของเขาออกมาพูดต่างหากในเมื่อมันหมายความว่าเขา... จะไม่มีโอกาสนอกเส้นทางไปแถวๆห้องพักฟื้นของนายก้อนดินอีกแล้ว
...บ้าน่า!แล้วทำไมเขาจะต้องอยากไปวนเวียนแถวๆ ห้องพักฟื้นของหมอนั่นด้วย
"แล้ว... วันนี้ล่ะครับ ผม...ต้องทำอะไรบ้าง?" ดาวเหนือถามขึ้น เหมือนอยากรีบหาอะไรทำ เพื่อขับไล่ความคิดบ้าๆเกี่ยวกับก้อนดินออกไปจากสมอง แม้มันอาจไม่ได้ผลกับหัวใจก็ตาม
"เราอยากทำอะไรล่ะ?" นับเงินย้อนถามยิ้มๆ
"ผมเลือกได้เหรอครับ?" ยมทูตฝึกหัดรุ่นน้องถามกลับทันควันข้างในดวงตามีประกายแสงแห่งความหวังปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง ทำเอาหัวหน้าสาวอดขำไม่ได้
"ได้สิแต่ต้องเป็เื่ที่เกี่ยวกับหน้าที่ของยมทูตนะ"
คำตอบนั้นทำเอาประกายแสงแห่งความหวังที่ว่าหายวับไปแทบจะในทันที
"งั้นรุ่นพี่เลือกให้ผมเถอะครับ"หนุ่มน้อยยิ้มเจื่อนๆ ให้กับความหวังลมๆ แล้งๆ ของตัวเองทั้งที่ยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่า ทำไมเขาต้องอยากเจอผู้ชายที่พยายามเรียกหา 'คุณยมทูต' ด้วย
"ได้สิ... ไป!"นับเงินลุกพรวดขึ้น พร้อมกับส่งมือให้ดาวเหนือจับท่าทางของเธอกระตือรือร้นเหมือนเด็กสาวไฮเปอร์อยากเผชิญโลกกว้างจนหนุ่มน้อยเริ่มมั่นใจว่าอีกฝ่ายหายจากอาการาเ็แล้วจริงๆ
"ยังไงผมก็ไม่ชอบผู้หญิงเหมือนเดิมนะครับ"ดาวเหนือย้ำเจตนารมณ์เดิมของตัวเองเผื่อว่าเ้าของมือที่ยื่นมาให้เขาจับจะแกล้งลืมมันไป
"แหม... พี่จำได้หรอกน่าย้ำจังนะ!" นับเงินแกล้งทำหน้าตูม ซ้ำยังหันหนีไปทางอื่นแต่ถึงแม้จะเป็อย่างนั้น มือเล็กๆ ของเธอก็ยังคงยื่นมาตรงหน้าดาวเหนือ
"ขอบคุณครับ... รุ่นพี่"หนุ่มน้อยหัวเราะขำ และเอื้อมมือไปจับมือของนับเงิน เพื่อพยุงตัวลุกขึ้นท่าทางเขาคงเหมาะจะเป็คู่หูของนับเงินมากกว่าไมเคิลจริงๆ นั่นคือสิ่งที่ดาวเหนือตระหนักได้ในเวลานี้
วาบ!
แม้ไม่รู้ว่าหัวหน้ายมทูตสาวจะพาไปไหนแต่ดาวเหนือก็วาร์ปติดตามหญิงสาวไปโดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยเพราะมั่นใจว่าเธอจะเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับเขา
"มืดจัง... ที่ไหนครับเนี่ยไม่ใช่ประเทศไทยหรือครับ?" หนุ่มน้อยเพ่งมองไปรอบตัว ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยความมืดราวกับไม่มีที่สิ้นสุดรวมทั้งอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันแปลกๆ
"ประเทศไทยแต่เป็คนละมิติ" นับเงินตอบ ตาจับจ้องไปเบื้องหน้าพลอยให้ดาวเหนือต้องหันมองตามเธอไปด้วยนั่นเองที่ทำให้เขาสังเกตเห็นสุนัขขนสีดำทมิฬตัวมหึมาที่มีดวงตาสีแดง และลิ้นสีดำปากของมันกว้างพอจะเขมือบดาวเหนือได้คราวละ 20 คนเลยทีเดียวซึ่งก็นับว่าโชคดีที่มันยังมองไม่เห็นเขา
"นะ... นะ...นั่นมันตัวอะไรครับ!?" ดาวเหนือถามขึ้นเสียงสั่น แม้ความกลัวจะพุ่งพล่านทว่าิญญาเ้าหนูจำไมในร่าง ก็ยังคงขยันทำงานเหมือนเดิม
"ิญญาของพวกที่เล่นของแล้วของเข้าตัว" นับเงินกอดอกตอบ และยังคงยืนเฉยแม้ว่าเหยื่อรายนั้นจะเริ่มเคลื่อนไหวร่างขนาดั์ของมันแล้วก็ตาม
"จะ...เ้านี่เป็เหยื่อของรุ่นพี่หรือครับ!?"
มือสั่นๆ ของดาวเหนือขยับไปที่สูท ตั้งใจจะหยิบปากกาออกมาเปลี่ยนเป็เคียวเตรียมพร้อมตั้งรับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แต่กลับถูกนับเงินแตะมือห้ามไว้
"มันเป็เหยื่อของไมเคิล"เธอพยักพเยิดหน้าให้ดาวเหนือหันไปมองตรงที่สัตว์ประหลาดหมาั์นั่นยืนอยู่อีกครั้งขณะที่ดาวเหนือชะงักไปกับชื่อของคนคนนั้นที่ดังลอยมาเข้าหู
"มีแค่หมอนั่นที่รับมือมันได้ไม่ต้องห่วงหรอกว่าเราจะต้องมาเจอเคสแบบนี้ ก็แค่พามาดูเฉยๆ"
แม้จะพูดออกมาแบบนั้นแต่ดาวเหนือก็รู้ดีว่าหัวหน้าสาว้าเป็กาวใจให้เขากับรองหัวหน้าซึ่งถ้าถามว่ามันได้ผลไหมล่ะก็...
"ครับ เคสของรุ่นพี่ไมเคิลมีแต่พวกประหลาดๆทั้งนั้น" ดาวเหนือเพ่งมองไปตรงที่นับเงินหมายความถึงและในที่สุดก็มองเห็นชายตัวเล็กที่ยืนถือเคียวอยู่ตรงหน้าเท้าขวาของเ้าหมาั์แม้ในความเป็จริงแล้ว ชายหนุ่มจะไม่ได้ตัวเล็กขนาดนั้นก็ตาม
...นี่ถ้าเขาต้องไปยืนที่เดียวกับไมเคิลล่ะก็คงไม่มีใครมองเห็นเขาแน่ๆ
"ที่จริงไมเคิลควรจะเป็หัวหน้ามากกว่าถ้าไม่ทำผิดกฎเื่ของพวกมารสูทขาวบ่อยๆ ล่ะก็หมอนั่นคงได้เป็หัวหน้าไปแล้ว" นับเงินถอนหายใจหนักๆเธอไม่ได้อยากแบกตำแหน่งนี้เอาไว้บนบ่าและเห็นว่าคนที่ควรได้รับตำแหน่งนี้ไปคือไมเคิล
"ได้ข่าวว่าเมื่อคืนไมเคิลพามารสูทขาวมารับการพิจารณาโทษกับท่านยมงั้นเหรอ?" หญิงสาวถามต่อไปอีกและดาวเหนือก็มองเห็นประกายแห่งความหวังในดวงตาคู่นั้น
"ครับรุ่นพี่เขาบอกว่าอยากเห็นคนคนนั้นทรมานอยู่ในนรกมากกว่า"ดาวเหนือรู้สึกผิดนิดหน่อย ที่ทำให้ประกายแสงแห่งความหวังเมื่อครู่หายไปแต่ทำไงได้ ในเมื่อสิ่งที่เขาพูดมันคือ... ความจริง
"งั้นเหรอ โจทก์เก่าสินะหมอนั่นมันโรคจิตชัดๆ" นับเงินหัวเราะกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดหวังเป็เวลาเดียวกับที่เสียงร้องโหยหวนของเหยื่อตัวนั้นดังขึ้น ก่อนที่มันจะล้มลงและกลายร่างกลับเป็ชายชราตัวผอม หนังหุ้มกระดูก ไม่สวมเสื้อผ้า
"ไวมาก รุ่นพี่เขาทำยังไงครับ!?" ดาวเหนือหันรีหันขวางมองนับเงินทีนึง มองไปทางไมเคิลอีกทีนึง ความมืดรอบตัวที่เคยรายล้อมรวมไปถึงแรงกดดันต่างๆ ค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับการจากไปของไมเคิลและเหยื่อของเขา
"พี่ไม่เคยทำเคสแบบนี้ เราคงต้องไปถามไมเคิลแล้วล่ะหมอนั่นถูกฝึกหนักมามากกว่าคนอื่น เพื่อรับหน้าที่จัดการเคสพวกนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นถ้าจะอารมณ์บูดง่ายไปบ้าง ก็อย่าถือสาเลยนะ"
และแล้วนับเงินก็พูดในสิ่งที่ดาวเหนือคาดเดาไว้ั้แ่แรกอยู่แล้วออกมา
"ครับ..."หนุ่มน้อยรับคำสั้นๆ หากจะถามความรู้สึกของเขาที่มีต่อไมเคิลล่ะก็เขาคงตอบได้ว่ามันไม่ใช่อารมณ์โกรธหรือเกลียด แต่มันเป็ความกลัวมากกว่า
เพราะเขาดูไม่ออกจริงๆ ว่า...คนคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ และสิ่งที่ไมเคิลแสดงออก มันหมายความว่าอะไร
"คืนนี้ท่านยมให้เราสองคนไปเป็กำลังเสริมให้ไมเคิลทำได้หรือเปล่า?" นับเงินตั้งคำถามที่ทำให้ดาวเหนือชะงักไปอีกครั้ง