ตอนที่ 29 ไม่พอใจ
“ใครให้คุณเข้ามา!?” หลินเยี่ยโกรธทันทีเมื่อมีคนบุกเข้ามาในบ้านของเขาโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต
“ไม่มีใครให้พวกเราเข้ามา ฉันเข้ามาเอง!” หลิวฉิงตอบกลับด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “ที่อยู่ของแกน่ะมันเล็กน้อยมาก ต่อให้จะเป็กำแพงอะไร พวกฉันก็เข้าไปได้ทั้งนั้น”
ใบหน้านั้นไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย อีกทั้งยังภาคภูมิใจซะด้วย
เหมือนพวกเขากำลังจะบอกกล่าวกับหลินเยี่ยว่าอำนาจที่อยู่ในมือของตระกูลนั้นทรงพลังแค่ไหน
“ไสหัวไปซะ” หลินเยี่ยชี้ไปที่ประตู
ถ้าไม่ใช่เพราะเกรงใจหลินชิ่งจู๋ แน่นอนว่าเขาจะจับคนพวกนี้โยนออกไปเอง!
“เอาหน่า… ไอ้หนูอย่าจุกจิกไปหน่อยเลย” ตอนนี้เอาที่หลินจงไห่กระชับเสื้อสูทพร้อมกับเริ่มกล่าวอะไรบ้าง “พวกเรามีเื่จะขอให้คุณช่วยสักหน่อย”
แม้บอกว่ามีเื่ให้ช่วย แต่น้ำเสียงกลับไม่มีความจริงใจคล้ายกับเป็การต่อรองเสียมากกว่า
“อาการป่วยของผู้เฒ่าหลินงั้นเหรอ?” หลินเยี่ยลองคาดเดาความคิดของอีกฝ่าย
“ใช่!”
หลินจงไห่หัวเราะออกมาก่อนจะพูดโดยไม่อ้อมค้อม “พวกเรา้าให้คุณรักษาอาการป่วยของคุณพ่อ”
“วันนั้นผมไปที่โรงพยาบาลแล้วแต่พวกคุณไล่ผมกลับ แล้วทำไมวันนี้ถึงมีหน้ามายืนตรงนี้อีกล่ะ?”
“มันก็แค่เื่เข้าใจผิด” หลินจงไห่ยิ้มชั่วร้ายก่อนจะเม้มปากแน่นและกล่าวต่อ “คราวนี้พวกเรามาเชิญคุณด้วยตัวเอง หวังว่าคุณจะไม่ติดใจเื่ที่ผ่านมา”
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยคิดว่าหลินเยี่ยเป็นักต้มตุ๋นและไม่สามารถรักษาใครได้
แต่เมื่อไม่นานมานี้ หลินชิ่งจู๋สามารถปลุกพ่อของเขาที่หลับใหลมาหลายวันให้ตื่นขึ้นได้ด้วยยาเม็ดสีดำ
หลังจากที่พ่อฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ หลินชิ่งจู๋จึงบอกกล่าวว่าหลินเยี่ยมอบยาเม็ดนี้ให้และทำให้พ่อของเขาฟื้นขึ้นมาได้หนึ่งชั่วโมง
หลินชิ่งจู๋บอกกับท่านปู่ของตัวเองว่าหลินเยี่ย้าูเาเทียนหู หากปู่สามารถทำให้เขาได้รับูเา เขาก็จะยอมช่วยรักษาโรคนี้ให้
แน่นอนว่าผู้เฒ่าหลินไม่คิดมาก อีกฝ่ายตกปากรับคำทันที จากนั้นรีบสั่งให้ตระกูลหลินทุกคนปฏิบัติต่อหลินเยี่ยอย่างสุภาพและห้ามทำให้เขาขุ่นเคืองใจเด็ดขาด
ผู้เฒ่าหลินวางแผนให้หลินชิ่งจู๋ซึ่งเป็หลานสาวติดต่อกับหลินเยี่ยเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงอย่างละเอียดอีกครั้ง
เื่ราวทั้งหมดทำให้หลินจงไห่และหลิวฉิงยอมรับและตกปากรับคำชายชราว่าจะไม่ทำให้หลินเยี่ยขุ่นเคืองใจ
ตราบใดที่อีกฝ่ายสามารถรักษาโรคประหลาดได้ มันก็คือผลกำไรที่คุ้มค่า อีกทั้งยังทำให้ตำแหน่งในตระกูลหลินของพวกเขาไม่สั่นคลอนอีกด้วย
เช่นนี้หลินจงไห่จึงสั่งให้นักสืบตามหาบ้านของหลินเยี่ย จากนั้นจึงเข้ามานั่งรอเขาอยู่ในบ้านอย่างอาจหาญ
การบุกเข้ามาในบ้านของหลินเยี่ยเป็การแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งแค่ไหน อีกทั้งพวกเขายังหาที่อยู่ของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย!
ทว่าความโง่เขลาเหล่านี้กลับสร้างความรำคาญให้หลินเยี่ยไม่น้อย เขากล่าวปฏิเสธอย่างชัดเจน “ผมจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น ออกไปซะ!”
การที่อีกฝ่ายบุกเข้ามาอย่างนี้ทำให้เขาโกรธจัดจนไม่คิดจะคุยใด ๆ
นอกจากนี้คำพูดของหลินจงไห่และหลิวฉิงไม่มีความเป็มิตรแม้แต่น้อย เช่นนี้จึงไม่จำเป็ที่เขาจะต้องช่วยเหลือ
“ปัง!” ทว่าหลินจงไห่ไม่ได้รีบร้อนอะไรนัก เขาหยิบเช็คออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับวางลงบนโต๊ะเสียงดัง “สิบล้าน! ตราบใดที่คุณยอมรักษาพ่อฉัน… ถ้าเขาหายจากโรคนี้ ฉันจะเพิ่มให้อีกห้าสิบล้าน”
เพื่อ้าได้หน้าในคราวนี้ เขาจึงต้องพยายามอย่างหนักให้หลินเยี่ยตอบตกลง
มิฉะนั้นการกระทำทั้งหมดที่เขาทุ่มเทก็คงเหลือแต่ความว่างเปล่า อีกทั้งเขายังไม่มีความสามารถที่จะเกลี้ยกล่อมเด็กเหลือขอตรงหน้าด้วย… ทั้งหมดมันน่าอับอายเกินไป
“เอาเงินเหม็น ๆ ของพวกคุณออกไปซะ” หลินเยี่ยไม่้าจะพูดอะไรอีก เขาชี้ไปที่ประตูอย่างอดทน
แต่คำพูดเ่าั้เริ่มสร้างความรำคาญให้หลินจงไห่ “ไอ้หนู… เลือกเอาว่าจะกินขนมปังปิ้งหรือไวน์ชั้นดี”
ด้วยสถานะของเขา ย่อมไม่เคยถูกใครดูแคลนมาก่อน
“เด็กน้อย… หรือว่าแกจะเหนื่อยกับชีวิตนี้แล้วล่ะ?” หลิวฉิงลุกขึ้นพร้อมจ้องมองหลิวเยี่ยอย่างข่มขู่ “ตระกูลหลินของเราอยู่ในเมืองหยุนเฉิงและความแข็งแกร่งของพวกเราไม่ใช่เพียงข่าวลือ การฆ่าแกน่ะ… ง่ายเสียยิ่งกว่าบี้มด!”
หลินเยี่ยจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นพร้อมกับเผยจิตสังหารเย็นเฉียบออกจากร่างกายอย่างบ้าคลั่งและไม่คิดเกรงใจ
หลิวฉิงถึงกับตื่นตระหนกด้วยความหวาดกลัว ร่างกายของเธอแข็งทื่อจนไม่อาจขยับได้
แววตาดุร้ายราวกับพยัคฆ์ทำให้หลินเยี่ยกลายเป็ปีศาจในสายตาของเธอไปในพริบตา
หลินจงไห่ลุกขึ้นพร้อมข่มขู่อย่างไม่อดกลั้นอีกต่อไป “ฉันจะพูดเป็ครั้งสุดท้าย ถ้าคุณไม่ช่วยพ่อฉัน… ก็อย่ากล่าวโทษว่าฉันหยาบคาย!”
“เหมือนว่าผมจะเชิญพวกคุณออกไปหลายรอบแล้ว!” หลินเยี่ยยิ่งเ็าขึ้นทุกขณะ
“จัดการมัน” หลินจงไห่ออกคำสั่งกับบอดี้การ์ดด้านหลังอย่างหมดความอดทน
ทั้งหมดได้รับคำสั่งจึงทะยานเข้าหาหลินเยี่ยอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่หมัดและเท้าของพวกเขาจะเข้าใกล้ ทั้งหมดรู้สึกได้ว่าภาพตรงหน้ากลับเบลอไม่ชัดเจน หลินเยี่ยหายไปต่อหน้าพวกเขาโดยไม่เหลือไว้แม้แต่ร่องรอย
ขณะที่บอดี้การ์ดกว่าหนึ่งโหลทั้งหมดกำลังงุนงง พวกเขามองหาหลินเยี่ยด้วยความตื่นตระหนก ทันใดนั้นมีลมกรรโชกพัดแรงปะทะใบหน้า
หลินเยี่ยปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของพวกเขาพร้อมกับฝ่ามือคมปลาบราวกับใบมีดทุบลง
หลังจากร่างของหลินเยี่ยเข้ามาใกล้ บอดี้การ์ดทั้งหมดพลันเ็ปที่หน้าอก เพียงเสี้ยววินาที พวกเขาล้มลงกับพื้นพร้อมกรีดร้องออกมาอย่างน่าสมเพช
ไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนล้มลงและทั้งหมดกลายเป็หมาจนตรอก
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ ใบหน้าของหลินจงไห่พลันซีดขาว ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก
เขาไม่คิดฝันมาก่อนว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะแข็งแกร่งได้มากขนาดนี้ อีกฝ่ายสามารถทุบตีชายกำยำกว่าหนึ่งโหลได้ในพริบตา!
อีกทั้งเขาไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่รู้สึกว่าร่างกายของหลินเยี่ยคล้ายคลึงกับดาบแหลม เพียงแค่ชักออกจากฝัก บอดี้การ์ดทั้งหมดก็ล้มลงอย่างง่ายดาย
เพียงแค่หนึ่งกระบวนท่าก็สามารถเอาชนะคนมากกว่าหนึ่งโหลได้!
หลินจงไห่อายุไม่น้อย เขาเห็นโลกใบนี้มามากมาย แต่ว่ากลับตื่นตระหนกกับภาพตรงหน้าจนพูดไม่ออก
หลิวฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้างเผยสีหน้าหวาดกลัว แขนขาอ่อนแรงกลายเป็คนโง่เขลาในทันที
เธอเคยพบเจอผู้คนมากมาย แต่ด้วยทักษะของหลินเยี่ยทรงพลังเกินไป นับว่าเขาเอาชนะทุกคนที่เธอเคยเห็นมาได้อย่างสมบูรณ์
เธอเห็นแล้วว่าเด็กที่ชื่อหลินเยี่ยแข็งแกร่งเพียงใด และเขาไม่ใช่คนที่เธอจะสามารถยั่วยุได้
“ฉัน…”
หลิวฉิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะหันไปกล่าวกับหลินจงไห่ “พวกเรา… กลับกันเถอะ”
“ไม่ต้องกลัวหรอก” หลินจงไห่เปรียบกับจิ้งจอกเ้าเล่ห์ เพียงไม่นานเขาก็สงบจิตใจลงได้
เขาคือบุตรชายคนที่สามของตระกูลหลิน หากต้องออกไปตอนนี้ มันไม่นับว่าเป็เื่ที่น่าอับอายงั้นหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น คราวนี้เขากำลังขอให้หลินเยี่ยช่วยรักษาพ่อของตนเอง หากอีกฝ่ายไม่ยอมกลับไปด้วย เขาจะรักษาผู้เป็พ่อได้อย่างไร?
หลินจงไห่นั่งลงก่อนจะกล่าวออกอย่างใจเย็น “เ้าหนุ่ม ฉันขอชื่นชมในฝีมือของคุณจริง ๆ ทำไมไม่มาติดตามฉันล่ะ? ฉันจะทำให้คุณรวยไม่รู้เื่เลย”
เขารู้สึกหลงใหลในทักษะของหลินเยี่ยไม่น้อยและเริ่มโน้มน้าวอีกฝ่ายให้มาอยู่ใต้บังคับบัญชาของตน
ถ้าหากหลินเยี่ยตกลง แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของตระกูลหลินจะไม่มีวันสั่นคลอน
“แม้แต่การขัดรองเท้าให้ผม… คุณก็ไม่คู่ควร!” หลินเยี่ยกล่าวตอบอย่างเ็า
และมันคือความจริง
มีเพียงเทพเ้าผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะมีคุณสมบัติในการขัดรองเท้าให้กับจักรพรรดิะ คนธรรมดาสามัญจะสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างไร? สำหรับหลินจงไห่ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง เขาไม่มีค่ามากไปกว่ามดปลวกด้วยซ้ำ!