เวทยุทธ์สะท้านปฐพี

    บทที่ 36 ตัดขาดอย่างขาวสะอาด (100%)

    ปัญหาในหุบเขาเงาตะวันถูกจัดการอย่างถอนรากถอนโคนด้วยฝีมือของเสวี่ยหยางกับซู่มิน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในหอหลักของสำนักตะวันเดือดกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเจ้าสำนักซ่งกวงไม่ยอมปล่อยคนไปง่าย ๆ         “ซู่หลันเป็นศิษย์สำนักตะวันเดือด ก็ควรพักอยู่ในสำนักของตัวเอง ไม่ควรไปพักที่สำนักอื่นในยามมีปัญหา มิเช่นนั้นคนภายนอกจะคิดว่าสำนักข้าไร้ฝีมือไม่มีปัญญาปกป้องลูกศิษย์ของตัวเอง” ซ่งกวงเอ่ยเสียงเย็น“ซู่หลันเคยร่ำเรียนวิชายุทธ์ของสำนักตะวันเดือดรึ? แล้วเมื่อคืนตอนคนร้ายบุกมาทำร้ายเขากับวั่งซาน คนทั้งสำนักตะวันเดือดช่วยเหลือและปกป้องพวกเขาอย่างไร? และที่ข้าสงสัยที่สุดก็คือ เหตุใดคนร้ายถึงเข้าออกสำนักยุทธ์อันดับหนึ่งของเมืองฉายได้ง่ายดายเหมือนเป็นบ้านมันเองเช่นนี้” เหว่ยจงที่เริ่มมีโทสะเอ่ยถามอย่างไม่เกรงใจคำพูดของเหว่ยจงทำเอาซ่งกวงหน้าเขียวคล้ำ เพราะซู่หลันไม่เคยเรียนวิชายุทธ์ของสำนักตะวันเดือด จึงยังไม่นับว่าเป็นศิษย์ และยามที่เด็กหนุ่มกับตาเฒ่าบ้าโดนทำร้าย คนในสำนักยังไม่ทันได้เข้าช่วยเหลือ คนร้ายก็หนีไปเสียก่อน“ถึงจะไม่เคยเรียนวิชายุทธ์ของสำนักโดยตรง แต่เขาก็เรียนวิชายุทธ์กับวั่งซาน ซึ่งถือว่าเป็นคนของสำนักตะวันเดือด และในเทศกาลเปิดภูผาล่าสมุนไพร เขาก็เข้าร่วมล่าในฐานะตัวแทนศิษย์สำนักข้า”สิ้นเสียงพูดของซ่งกวง ชายชรากับเด็กหญิงตัวเล็กก็จูงมือกันเดินเข้ามาภายในห้องโถง ชายชราสวมชุดสีดำ ผมสีขาวโพลนมัดเกล้าเรียบร้อยปักด้วยปิ่นไผ่ม่วง อากัปกิริยาของชายชรานิ่งเฉยจนดูเย็นชา“ข้าเปลี่ยนสถานะจากแขกผู้โชคร้าย กลายเป็นคนของสำนักตะวันเดือดตั้งแต่เมื่อไหร่?”ชายชราผู้มาใหม่เอ่ยถามซ่งกวงด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยอันตราย“เจ้า เจ้าคือวั่งซาน!!” ซ่งกวงตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ“วั่งซาน! เจ้า..” เหว่ยจงอยากจะถามว่า..หายบ้าแล้วหรือ..แต่พูดไม่ออกเพราะดีใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่“เวทคำสาปถูกถอนแล้ว ตอนนี้ข้าเป็นคนปกติ มีสติครบถ้วน” วั่งซานรู้ดีว่าสหายจะถามอะไร จึงเอ่ยอธิบายสั้น ๆ“ใคร ใครถอนเวทคำสาปให้เจ้า” ซ่งกวงเอ่ยถามวั่งซานเสียงสั่น“เวทคำสาปบนตัวข้าหายไปพร้อมกับความวิเศษของแอ่งน้ำบำบัด และข้าคิดว่ามันเป็นฝีมือของคนร้ายชุดดำ ใต้แอ่งน้ำคงมีของวิเศษซ่อนอยู่ และมันน่าจะเป็นต้นเหตุแห่งเวทคำสาป คนร้ายชุดดำที่ขโมยของสิ่งนั้นไป คงเป็นผู้รับเวทคำสาปแทนข้า”คำตอบของวั่งซานทำเอาซ่งกวงแทบกระอักเลือด มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความเจ็บที่ฝ่ามือทำให้ซ่งกวงยังครองสติเอาไว้ได้ “คนร้ายชุดดำขโมยของวิเศษใต้แอ่งน้ำไปอย่างนั้นหรือ”“ข้าหลุดพ้นจากเวทคำสาปแล้ว ข้าไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่อ และเจ้าเด็กซู่หลันเป็นลูกศิษย์ข้า ไม่ใช่ศิษย์สำนักตะวันเดือด ข้าจะพาเขาไปด้วย บุญคุณเรื่องเจ้าให้ศิษย์ข้าเข้าร่วมเป็นแทนตัวไปล่าสมุนไพร ถือว่าเป็นการชดเชยเรื่องที่ข้าโชคร้ายมาถูกเวทคำสาปในสำนักเจ้า จนมีสภาพเป็นหมาแก่คอยเฝ้าสมบัติให้เจ้าก็แล้วกัน” วั่งซานเอ่ยสรุปเสียงเย็น“ข้าคิดว่าพวกเราทุกคนควรให้คนสำนักตะวันเดือดค้นตัว และตรวจดูถุงวิเวทก่อนไปจากที่นี่ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่า พวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับของวิเศษที่หายไปเจ้าค่ะ”ซู่มินเอ่ยเสียงใส พร้อมนำถุงวิเวทของตนไปวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าซ่งกวง ซู่หลัน เหว่ยจง และวั่งซานก็นำถุงวิเวทของตนไปวางไว้บนโต๊ะเช่นเดียวกัน เรื่องของวิเศษหายถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และพวกเขาไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จึงทำตามคำแนะนำของเด็กน้อยซ่งกวงเองก็ตรวจค้นถุงวิเวททุกใบอย่างไม่เกรงใจ แถมยังสั่งให้หยวนเปาค้นตัววั่งซานและพวกซู่มินด้วย เมื่อตรวจหาของไม่พบ ก็จำต้องปล่อยคนไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจ“นับแต่นี้ไป ข้ากับลูกศิษย์ไม่มีอะไรติดค้างสำนักเจ้า”วั่งซานเอ่ยตัดขาดอย่างไม่มีเยื่อใย แล้วเดินตามพวกเหว่ยจงไปขึ้นหลังกระเรียนทิพย์ ที่นอนหมอบรออยู่หน้าหอ กระเรียนทิพย์ส่งเสียงร้องดังก้องเขา ก่อนกระพือปีกใหญ่มหึมาพาคนทั้งสี่บินออกจากสำนักตะวันเดือด มุ่งหน้าสู่สำนักนภากาฬ                ในห้องลับใต้ดินที่มืดมิดของสำนักตะวันเดือด กระจกเวทส่องสะท้อนภาพใบหน้าชายชราที่ซีดขาวราวกับผีดิบ“ในแคว้นซิง  ต้องมีจอมเวทระดับมหาเทวะช่วงปลายซ่อนตัวอยู่ ของวิเศษใต้แอ่งน้ำต้องอยู่ที่มัน จงพลิกแผ่นดินตามหาตัวมันให้เจอโดยไวที่สุด มิเช่นนั้นทุกชีวิตในสำนักเจ้าต้องแหลกสลายด้วยมือข้า”เสียงเล็กแหลมชวนขนลุกในกระจกเวทเอ่ยสั่งชายชุดดำในห้องลับอย่างดุดัน ก่อนภาพในกระจกเวทจะเลือนหายไป“ไอ้จอมเวทปีศาจ เจ้าโผล่มาจากนรกขุมไหน ไยต้องมาทำลายแผนการใหญ่ของข้า!!” เสียงตะโกนด่าอย่างเจ็บแค้นดังก้องห้องลับ... บนหลังกระเรียนทิพย์ เหว่ยจงเอ่ยถามเรื่องการถอนเวทคำสาปจากวั่งซานอย่างจริงจัง“ข้าไม่รู้ว่าจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้นเป็นใคร วันที่เจ้าพาซู่หลันมาหาข้า เสียงท่านผู้นั้นดังขึ้นในหัว สั่งให้ข้ารับเจ้าหนุ่มน้อยนี่เป็นศิษย์และต้องสอนให้เก่งเหนือใคร เพื่อแลกกับการถอนเวทคำสาป วันนี้ตอนท่านผู้นั้นมาถอนคำสาปให้ ตัวข้ากับยายหนูน้อย ก็โดนเวทสะกดทำให้ไม่รู้สึกตัว” วั่งซานตอบตามความจริง“เวทคำสาปมิได้ติดตัวโจรไปหรือขอรับ” ซู่หลันเอ่ยถามอย่างสงสัย“ไม่มีใครรับเวทคำสาปแทนข้า และของวิเศษก็ไม่ได้ถูกโจรชั่วขโมยไป ของอยู่ที่ซู่มินน้อย นางให้ข้าโยนความผิดทั้งหมดให้โจร พวกเราจะได้หลุดพ้นจากสำนักตะวันเดือดอย่างขาวสะอาด”ดวงตาของบุรุษทั้งสามจ้องมองเด็กหญิงตัวเล็กแสนฉลาดที่นั่งยิ้มหวานจนตาหยีอย่างชื่นชม 

    คล้ายกับเรื่องเวทยุทธ์สะท้านปฐพี ที่คุณอ่าน