บทที่ 51 พี่จิ่นเฉิงจัดการได้ยอดเยี่ยมมาก!
“ต่อไปนี้ห้ามไปผับคนเดียว เข้าใจไหม?” ฟ่านจิ่นเฉิงกลั้นความไม่พอใจในใจเอาไว้
สาวน้อยคนนี้ช่างเลือกเวลาได้ดีจริง ๆ พอเขาไม่อยู่ เธอก็ปล่อยตัวเอง แถมยังคิดจะปิดบังเขาอีก
ผับเป็นสถานที่แบบไหน คนดีคนชั่วปะปนกัน ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจะทำยังไง
ฟ่านซีซีเห็นพี่จิ่นเฉิงดูโกรธมาก เธอจึงรีบพยักหน้า
“ฉันเข้าใจแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะไม่ไปผับคนเดียวอีก! ถ้าจะไป ก็ต้องพาพี่ไปด้วยแน่นอน ตกลงไหม? ฉันเป็นเด็กดีใช่ไหม?”
ฟ่านจิ่นเฉิงยื่นมือไปบีบแก้มเธอเบา ๆ อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย
“รู้ก็ดีแล้ว ลงมาเถอะ มี่มี่กับคนอื่น ๆ อยู่ที่ร้านอีเหริน” พูดจบเขาก็หันหลังไปจัดการกับรถมอเตอร์ไซค์
ฟ่านซีซีรีบลงจากรถ แล้วถามอีกครั้ง “เจอกระเป๋าเป้ของมี่มี่หรือยัง?”
“ไม่เจอกระเป๋า แต่เจอหนังสือที่ถูกโยนทิ้งไว้ตามทาง พวกเขาอยู่ที่ร้านอีเหริน”
ถ้าไม่ใช่เพราะเขารับโทรศัพท์และอยู่ในรถต่ออีกหน่อย เขาคงไม่ได้เห็นเด็กสาวเปลี่ยนชุดออกไปข้างนอก และเรื่องวันนี้อาจถูกเธอปิดบังเอาไว้
คิดถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกทันทีว่าต้องรีบให้คนทำระบบระบุตำแหน่งโทรศัพท์ให้เสร็จโดยเร็ว เด็กน้อยของเขาวิ่งไวเกินไปแล้ว
……
ในร้านอีเหริน ทุกคนกำลังช่วยฟ่านมี่มี่ห่อหนังสือและซ่อมหนังสือ บรรยากาศค่อนข้างหดหู่
ฟ่านจื้อซิงถอนหายใจพลางพูดว่า “แค่หาหนังสือเรียนกลับมาได้ก็พอแล้ว อย่างอื่นเราซื้อใหม่ก็ได้”
ฟ่านมี่มี่ที่ตาแดงก่ำพูดอย่างโกรธเคืองว่า “พวกเขาถึงกับเอากล่องดินสอของหนูไปด้วย ข้างในมีปากกาที่หนูชอบที่สุดอยู่นะ”
ปากกานั้นเป็นของขวัญขอบคุณที่พ่อของเหวยเหวยมอบให้พี่สาวคนที่สองเมื่อคราวที่แล้ว มีปากกาห้าด้าม พอดีกับเด็ก ๆ ในบ้านคนละหนึ่งด้าม เธอชอบมากและทะนุถนอมมันเป็นอย่างดี
แต่ผลสุดท้าย ปากกากลับหายไป!
เฉินเยว่อิงปลอบเบา ๆ ว่า “ในร้านมีปากกา ลูกเอาไปใช้ก่อนสักสองสามด้ามก็ได้”
ฟ่านมี่มี่รู้สึกเสียใจมาก ปากกาในร้านไม่สวยเท่าปากกาด้ามนั้นเลย
“มีมี่ พี่จะให้ปากกาของพี่กับเธอนะ!” แม้ว่าฟ่านเจวียนเจวียนจะชอบปากกานั้นเช่นกัน แต่เธอก็ไม่อยากให้น้องสาวของเธอเสียใจมากเกินไป
ฟ่านมี่มี่กลับส่ายหัว “ปากกาของพี่สลักชื่อพี่ไว้แล้ว ฉันไม่เอาของพี่หรอก”
ฟ่านซีซีเข้ามาได้ยินประโยคนี้พอดี เธอเดินมานั่งข้าง ๆ ฟ่านมี่มี่ แล้วเคาะศีรษะน้องสาวเบา ๆ “งั้นพี่ให้ของพี่กับเธอแล้วกัน! ของพี่ไม่ได้สลักชื่อไว้”
ตอนนั้นฟ่านมี่มี่กับฟ่านเจวียนเจวียนกำลังสลักชื่อบนปากกา เธอรู้สึกว่ามันยุ่งยากและคิดว่าไม่จำเป็น จึงไม่ได้ทำอะไรเลย
“แล้วพี่ล่ะ? ถ้าพี่ให้ฉัน พี่ก็จะไม่มีแล้ว” ฟ่านมี่มี่รู้สึกสนใจ แต่ก็คิดว่าพี่สาวคนที่สองของเธอเสียเปรียบเกินไป
ฟ่านซีซีกำลังจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่พี่จิ่นเฉิงที่เพิ่งเข้ามาก็พูดขึ้นว่า “ซีซีใช้ของฉันก็ได้”
ฟ่านซีซีแลบลิ้นออกมา “ก็แค่ปากกาด้ามเดียวเท่านั้นเอง คราวหน้าพี่จะซื้อด้ามที่ดีกว่าและสวยกว่าให้เธอ”
“งั้นก็ได้!” ฟ่านมี่มี่ยิ้มออกมาทันที
เธอเชื่อมั่นในรสนิยมของพี่สาวคนที่สองมาก
ผ่านไปสักพัก ฟ่านมี่มี่ก็พูดอีกว่า “พี่รอง ฉันอยากได้กระเป๋าเป้สวย ๆ อีกใบด้วย”
กระเป๋าเป้ใบนั้น เธอเพิ่งไปซื้อที่หมี่ตงกับพี่สาวคนที่สองด้วยกัน ยังใช้ได้ไม่นานเลย!
เธอรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองโชคร้ายสุด ๆ
“ได้ พี่จะซื้อให้เธอสิบใบแปดใบเอาไว้ใช้สลับกัน” ฟ่านซีซีพูดล้อเล่นกับเธอด้วยรอยยิ้ม
เฉินเยว่อิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ในร้านของเราไม่มีกระเป๋าเป้ เรานำเข้ามาขายสักชุดดีไหม ถึงขายไม่หมดก็ไม่เสียหาย”
หลิ่วซิ่งฟางพยักหน้าทันที “ฉันว่าก็ดีนะ”
“งั้นผมกับซีซีจะไปเมืองหนิงเฉิงวันเสาร์ ที่นั่นมีโรงงานกระเป๋าใหญ่มาก พวกเราไปดูที่นั่น บางทีราคาส่งอาจจะถูกกว่า” ฟ่านจิ่นเฉิงคิดว่าสามารถใช้โอกาสนี้พาซีซีไปเที่ยวได้
“เมืองหนิงเฉิงไกลนะ พวกเธอจะขับรถไปเองเหรอ? สองวันในวันหยุดสุดสัปดาห์คงกลับไม่ทัน”
ฟ่านซีซีได้ยินแล้วรีบพูดว่า “พวกเราขอลาหนึ่งวันในวันศุกร์ก็ได้”
ฟ่านจิ่นเฉิงพูดด้วยรอยยิ้ม “พวกเราไม่ต้องลาวันศุกร์ก็ได้ เราสามารถนั่งรถไฟจากหมี่ตงไปเมืองหนิงเฉิงในคืนวันศุกร์ แล้วลาวันจันทร์กับวันอังคาร สองวันนี้เราทำการบ้านให้เสร็จล่วงหน้า วันจันทร์หน้าเป็นวันคริสต์มาสของต่างประเทศพอดี ที่เมืองหนิงเฉิงมีบริษัทต่างชาติลงทุนเยอะ ตอนนั้นคงจะคึกคักมาก การชอปปิงก็ต้องมีโปรโมชันแน่นอน”
“ว้าว! ทำไมฉันนึกไม่ถึงเลย” ดวงตาของฟ่านซีซีเป็นประกาย เธอลืมไปแล้วว่ายังมีเทศกาลคริสต์มาสด้วย
พี่จิ่นเฉิงจัดการได้ยอดเยี่ยมมาก!
เมื่อฟ่านมี่มี่ได้ยิน เธอรู้สึกอิจฉาอย่างมาก จึงพูดเสียงเบาว่า “ฉันขอไปด้วยได้ไหม?”
เฉินเยว่อิงพูดออกมาโดยไม่ต้องคิด “ไม่ได้ ปกติลูกก็ไม่ได้เรียนเก่งอะไร ไม่สามารถขาดเรียนไปเที่ยวได้”
ฟ่านมี่มี่ทำหน้าเศร้าทันที เธอรู้สึกเสียใจมากที่ปกติไม่ได้ตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะได้ไปเที่ยว
ที่จริงแล้วฟ่านจิ่นซินก็อยากไปเที่ยวมาก แต่เธอไม่กล้าพูดอะไร ใครใช้ให้เธอเรียนไม่เก่ง
หลังจากวางแผนการเดินทางเรียบร้อยแล้ว ฟ่านซีซีก็รู้สึกมีความสุขมาก และตั้งใจเรียนเป็นพิเศษ
เพื่อที่จะขอลาหยุด คราวนี้เธอบอกเหตุผลที่ดูยิ่งใหญ่กับครูประจำชั้น เธอบอกว่าภาษาอังกฤษของเธอค่อนข้างอ่อน ครั้งนี้จะไปดูงานที่บริษัทต่างชาติสองสามวัน เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ
ปกติแล้วฟ่านจิ่นเฉิงไม่จำเป็นต้องมีข้ออ้างมากมายในการขอลา แต่เนื่องจากซีซีได้พูดไปแล้ว เขาจึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ผมจะรับผิดชอบดูแลเธอ และพาเธอกลับมาอย่างปลอดภัย”
ในเมื่อพวกเขาพูดแบบนี้แล้ว และยังรับประกันว่าผลการเรียนจะไม่ตก ในฐานะครูประจำชั้นจะเห็นด้วยได้ยังไง ใบลาจึงได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว
วันศุกร์หลังเลิกเรียน เมื่อกลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่ฟ่านซีซีทำคือรีบจัดกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
เนื่องจากตั้งใจจะไปชอปปิงอยู่แล้ว เธอจึงไม่ได้เตรียมอะไรมากมาย แค่เอาเสื้อผ้าไปสองสามชุด และเสื้อคลุมหนึ่งตัว
ส่วนฟ่านจิ่นเฉิงเตรียมไปมากกว่าหน่อย แค่ของกินก็เต็มถุงใบใหญ่แล้ว
ตอนที่ทั้งสองคนจัดของเสร็จและกำลังจะกินมื้อเย็นเร็วขึ้นเพื่อออกไปสถานีรถไป ฟ่านมี่มี่ก็รีบวิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว
“พี่รอง ฉันอยากไปด้วย ฉันอยากไปด้วย! พาฉันไปด้วยได้ไหม?”
ฟ่านซีซีมองเธออย่างสงสัย “เธอขอแม่แล้วเหรอ?”
ฟ่านมี่มี่พูดอย่างภูมิใจ “โรงเรียนของพวกเราหยุดห้าวัน แม่บอกว่าถ้าพี่ตกลง ก็จะให้ฉันไป”
ฟ่านซีซีรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “ทำไมถึงหยุดนานขนาดนั้นล่ะ?”
“พวกเราต้องย้ายเขตโรงเรียนด้วย คุณครูบอกว่าเพราะฝนตกหนักครั้งที่แล้ว โรงเรียนประถมสองแห่งในเขตหมี่ซีได้รับความเสียหาย แล้วก็มีอาคารเรียนของโรงเรียนพังลงมา มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูงมาก ตอนนี้เบื้องบนประสานงานกันแล้วได้ผลสรุปคือ โรงเรียนของพวกเราจะเปลี่ยนเป็นโรงเรียนประถมอวี้อัน โรงเรียนของพวกเราจะย้ายไปอยู่ข้าง ๆ โรงเรียนของพวกพี่แล้ว! ต่อไปโรงเรียนมัธยมปลายที่สามและโรงเรียนมัธยมต้นที่สามก็จะอยู่ด้วยกัน ต่อไปฉันไปโรงเรียนก็จะสะดวกขึ้น”
“อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง!” ฟ่านซีซีฟังจบก็เข้าใจ
ข้างโรงเรียนของพวกเธอกำลังสร้างเขตโรงเรียนใหม่อย่างต่อเนื่องอยู่จริง ๆ และเธอก็รู้ว่าในอนาคต ข้างโรงเรียนมัธยมปลายที่สามจะไม่ได้มีแค่โรงเรียนมัธยมต้นที่สาม แต่ยังมีการสร้างโรงเรียนประถมที่สาม และโรงเรียนอนุบาลที่สามด้วย ทั้งอนุบาล ประถม มัธยมต้น และมัธยมปลายจะอยู่ในที่เดียวกัน กลายเป็นเขตโรงเรียนที่สมบูรณ์แบบมาก
ด้วยเหตุนี้เอง ราคาบ้านในเขตหมี่ซีจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“พี่รอง ฉันขอไปเที่ยวกับพวกพี่ด้วยได้ไหม?” ฟ่านมี่มี่มองพี่สาวคนที่สองของเธอด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง