เสียงไอโขลก ๆ ดังสะท้อนมาจากห้องครัว ตามมาด้วยเสียงจามติด ๆ กันสามครั้งจนตัวโยน เป็สัญญาณเตือนยามเช้าที่ ‘เกริก’ คุ้นเคยดีตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา
ชายวัยหกสิบปีในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงเลผ่อนคลาย ค่อย ๆ วางถ้วยน้ำอุ่นลงบนโต๊ะไม้สัก ตัวเขาเพิ่งเกษียณอายุจากตำแหน่งผู้จัดการโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรความเที่ยงตรงสูง (High-Precision Machinery) มาได้ไม่ถึงสามเดือน หากเป็เมื่อก่อน ในเวลานี้เขาคงกำลังสวมชุดหมีสีน้ำเงิน เดินตรวจสายพานการผลิตที่ควบคุมความคลาดเคลื่อนในระดับไมครอน
แต่ในวันนี้... เครื่องจักรที่เขาต้องมานั่งคำวณและซ่อมบำรุง กลับกลายเป็ "ร่างกาย" ของคนในครอบครัว
"พิมพ์... ดื่มน้ำอุ่นนี่ก่อนเถอะ" เกริกเลื่อนแก้วน้ำอุ่นส่งให้ ‘พิมพ์ใจ’ ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่นั่งหน้าซีด มือหนึ่งถือผ้าเช็ดหน้าซับน้ำมูกปะปนเสียงสูดหายใจฟืดฟาด
"ขอบคุณค่ะพี่เกริก..." พิมพ์ใจตอบเสียงแหบแห้ง "ปีนี้ฝนมาไวเหลือเกิน พิมพ์กินยาแก้แพ้ไปสองเม็ดแล้วยังเอาไม่อยู่ คัดจมูกจนปวดร้าวไปถึงเบ้าตาเลยค่ะ"
เกริกมองภรรยาด้วยสายตาห่วงใย แต่อดไม่ได้ที่จะคิดในมุมของวิศวกรเครื่องกล ‘ยาแก้แพ้ทำหน้าที่เหมือนการไปตัดสัญญาณไฟเตือนที่หน้าปัด แต่มันไม่ได้ไปแก้ที่ระบบท่อระบายของเสียที่กำลังอุดตันเลยสักนิด’
ยังไม่ทันที่พิมพ์ใจจะจิบน้ำอุ่น เสียงฝีเท้ากระแทกส้นหนัก ๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าบ้านสวน พร้อมกับเสียงโวยวายอันคุ้นเคยของ ‘พล’ น้องชายแท้ ๆ ของเกริก ที่กำลังประคอง ‘ป้าเนียน’ พี่สาวคนโตของตระกูล และมี ‘กานต์’ ลูกชายของพล (หลานชายของเกริก) เดินถือตะกร้ายาตามมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"พี่เกริก! ช่วยดูป้าเนียนหน่อยเถอะ พี่เนียนแกบ่นปวดหัวจนตาพร่า พอนั่งรถมาหาผม แกก็ขยับขาไม่ไหว ขาสองข้างบวมฉุเป็ท่อนซุงเลยพี่!" พละโบอก พี่ชายคนรองในฐานะหัวเรี่ยวหัวแรงของบ้าน
เกริกเลื่อนเก้าอี้หวายตัวใหญ่ให้ป้าเนียนนั่งลง เขารีบเข้าไปก้มดูที่ข้อเท้าของพี่สาวคนโต ทันทีที่ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงไปบนผิวเนื้อบริเวณหน้าแข้ง เนื้อนั้นบุ๋มลึกลงไปเป็รอยตามรอยนิ้วมือ และคืนตัวช้ามากราวกับดินเหนียว
"กดแล้วบุ๋มไม่คืนตัว (Pitting Edema)..." เกริกพึมพำ "ระบบไฮดรอลิกส์ขากลับมีปัญหาขั้นวิกฤตแล้ว"
"ระบบอะไรนะลุงเกริก?" กานต์ หลานชายวัยยี่สิบห้าถามพลางส่งใบผลตรวจโรคจากโรงพยาบาลให้ "นี่ครับผลตรวจของป้าเนียน หมอบอกว่าเป็ทั้งความดันโลหิตสูง ไขมันพอกตับ แถมไตก็เริ่มเสื่อม ยาเต็มตะกร้าเลยครับลุง แต่กินเท่าไหร่ขาก็ไม่หายบวม"
ป้าเนียนถอนหายใจยาว แววตาโรยแรง "เนียนเหนื่อยเหลือเกินเกริกเอ๋ย กินยาจนตับไตจะพังหมดแล้ว นอนก็ไม่หลับ บิดเอวทีก็ปวดแปล๊บไปถึงชายโครงขวา"
เกริกกวาดสายตามองคนในครอบครัว... ภรรยาเป็ภูมิแพ้เรื้อรัง พี่สาวคนโตเป็โรค NCDs รุมเร้า (ความดัน, ไขมันพอกตับ) น้องชายและหลานชายก็ดูเหนื่อยล้าจากความเครียด
"เอาล่ะทุกคน ฟังพี่นะ" เกริกยืนขึ้นเต็มความสูง น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นทรงพลังแบบผู้นำ "โรงงานของฉันไม่เคยปล่อยให้เครื่องจักรพังคาพรมแดง ร่างกายของพวกเราก็เหมือนกัน ยาในตะกร้านั่นน่ะกินตามหมอสั่งไปก่อน แต่ประตูปั๊มระบายของเสียในร่างกายของพวกเธอมัน ‘ปิดตาย’ อยู่ ถ้าไม่เปิดวาล์วหลัก ต่อให้กินยาเป็กระสอบก็ไม่มีวันหาย"
"เปิดวาล์ว? ลุงเกริกจะผ่าตัดพวกเราเหรอครับ?" กานต์ทำตาโต
เกริกหัวเราะเบา ๆ "ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเสียเงินสักบาท... พิมพ์ พล กานต์ ป้าเนียน ทุกคนลุกขึ้นยืนแยกเท้าเท่าความกว้างหัวไหล่ เดี๋ยวนี้เลย"
แม้จะงุนงง แต่ด้วยความเคารพในตัวเกริก ทุกคนจึงยอมลุกขึ้นยืนตาม
"พิมพ์ใจ... ลำคอและอกของเธอคือสถานีคัดแยกสารก่อภูมิแพ้ ป้าเนียน... ตับและขาหนีบของพี่คือถังบำบัดน้ำเสียที่ไขมันอุดตันจนแรงดันขากลับสู้ไม่ไหว" เกริกเริ่มอธิบายด้วยภาษาที่เห็นภาพง่าย "พวกเราไม่มีปั๊มหัวใจคอยฉีดน้ำเหลือง ระบบน้ำเหลืองมันเดินได้ด้วยแรงบีบของกล้ามเนื้อและการหายใจเท่านั้น ตอนนี้เราจะมา ‘เปิดเทอร์โบ’ ให้ระบบระบายของเสียกัน"
เกริกเริ่มขยับท่วงท่าเป็ตัวอย่าง
"จังหวะที่หนึ่ง... ค่อย ๆ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะอย่างช้า ๆ ยืดให้แผ่นหลังตรงและตึงที่สุด สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ให้ท้องพองออก ทรวงอกขยายตัวเต็มที่!"
พิมพ์ใจและป้าเนียนทำตามอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ในทีแรก แต่ทันทีที่แผ่นหลังและวงแขนยืดตึง กล้ามเนื้อโครงร่างรอบ ๆ รักแร้และแผ่นหลังที่เคยหดเกร็งก็ถูกยืดออก ท่อน้ำเหลืองอกหลัก (Thoracic Duct) ซึ่งเป็ท่อส่งน้ำเสียที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายเริ่มถูกแรงดันลบจากการหายใจเข้าลึก 'ดูด' เอาของเสียจากขาทั้งสองข้างของป้าเนียนขยับขึ้นสู่ช่องอก
"จังหวะที่สอง... ค่อย ๆ วาดแขนลงช้า ๆ ผ่อนคลายหัวไหล่ ปล่อยลมหายใจออกยาว ๆ ท้องยุบลงจนสุด..."
เกริกนำฝึกวนไปเช่นนั้นเพียง 10 รอบ ลานบ้านสวนที่เคยเงียบสงบอบอวลไปด้วยเสียงลมหายใจที่เป็จังหวะสอดประสานกัน
"เอ๊ะ... พี่เกริกคะ" พิมพ์ใจอุทานขึ้นมาเป็คนแรก ใบหน้าของเธอเริ่มมีเืฝาด "จมูกพิมพ์... จมูกพิมพ์มันโล่งขึ้นมาเฉย ๆ เลยค่ะ! ตาก็ไม่ค่อยร้อนผ่าวเหมือนเมื่อกี้แล้ว"
"จริงด้วยพี่เกริก!" พลร้องลั่นพลางก้มมองป้าเนียน "พี่เนียนลองก้าวขาซิ"
ป้าเนียนลองยกขาขวาขึ้น แววตาของหญิงชราเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "เหยียด... มันเบาขึ้นเกริก! ปกติแค่ยกขาก็หนักเหมือนมีทรายถ่วงไว้ แต่นี่มันโปร่ง ๆ เหมือนน้ำมันไหลผ่าน"
กานต์มองลุงของตัวเองราวกับเห็นพ่อมด "ลุงเกริกทำได้ยังไงครับ? แค่ยกแขนหายใจเนี่ยนะ?"
เกริกยิ้มพลางหงายฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้น ในความรู้สึกของเกริก บัดนี้ปลายประสาทที่ฝ่ามือของเขากำลังหนาร้อนและซู่ซ่าด้วยกระแสไฟฟ้าชีวภาพที่ถูกกระตุ้นจากการหายใจแบบ Coherence สนามแม่เหล็กเฉพาะที่รอบฝ่ามือของเขากำลังขยายวงกว้างพร้อมที่จะเยียวยา
"นี่แค่การล้างท่อระบายน้ำขั้นต้นเท่านั้นกานต์" วิศวกรเฒ่ากล่าว แววตามุ่งมั่น "ในร่างกายเรายังมีสนามแม่เหล็กชีวภาพ และระบบน้ำลึกในสมองอีกเพียบ... พล กานต์ ไปเตรียมน้ำสะอาดมา พิมพ์... ไปจัดห้องโถงให้โล่ง วันนี้ฉันจะเซ็ตระบบ 'รีบอร์น' ล้างเครื่องยนต์ร่างกายให้พวกเราทั้งครอบครัว!"