ตอนที่ 17 เสียใจเมื่อสาย (2)
ถึงเหตุผลจะดูไม่เข้าท่าเอามากๆ แต่เพราะอยากจะพาเขากลับบ้าน...ถึงได้ทำให้ตัวเองกลายเป็เ้าคนขี้โวยวายหน้าบวมช้ำอย่างตอนนี้เหรอ
มู่ชิงที่มีสีหน้าไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี มองดูน้องชายโง่งมของตัวเองที่พูดด้วยน้ำเสียงกลั้นสะอื้นอย่างห่อเหี่ยว ความโมโหในใจพลันสลายหายไป แต่กลับแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดและความรักใคร่อย่างลึกซึ้ง
ผ่านไปนานหลายปี ในที่สุดมู่ชิงก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขยี้ศีรษะของอีกฝ่าย แต่กลับพบว่าผมยุ่งเหยิงของเขานั้นยังคงให้ความรู้สึกนุ่มมือเหมือนกับที่เคยััในความทรงจำ
มองเสิ่นอี้ิมีแววตาสับสนในท่าทีของตนเอง ใจของมู่ชิงก็ยิ่งอ่อนลงไปอีก “วันนี้พวกเราได้รู้จักกันในสถานการณ์แบบนี้ ความจริงนับได้ว่าเป็โชคชะตา แต่ก่อนฉันเคยได้รับการดูแลจากพี่ชายนาย เลยอยากจะเตือนนายสักหน่อย...ก่อนหน้านี้นายออกจากบ้านมาเพราะพี่ชาย ไม่ว่าจะถูกหรือผิด เื่นี้ก็ผ่านไปแล้ว...”
“ตอนนี้พี่ชายนายเกิดเื่ ที่บ้านเหลือนายเป็ลูกแค่คนเดียว ฉันว่าตอนนี้สิ่งที่นายสมควรทำที่สุดไม่ใช่การปกป้องชื่อเสียงพี่ชายนายและทะเลาะกับคนอื่นอยู่ข้างนอก แต่คือการรีบกลับบ้านไปอยู่เป็เพื่อนแม่...พี่ชายนายไม่อยู่แล้ว คิดว่าตอนนี้แม่นายคงยิ่ง้าให้นายอยู่เป็เพื่อน”
“แต่ตอนที่ฉันออกจากบ้านมาฉันบอกไปแล้วว่าจะต้องประสบความสำเร็จ ตอนนี้กลายเป็แบบนี้...แล้วจะมีหน้ากลับไปได้ยังไง” เ้าคนขี้โวยวายนิ่งเงียบไปนานแล้วจึงพูดขึ้น พอพูดจบยังสูดน้ำมูกอย่างไม่เหลือมาดอีก
แสดงว่าเ้าเด็กหนุ่มคนนี้ ตอนที่ออกจากบ้านมาเล่นใหญ่เอาไว้เยอะ ตอนนี้โดนต่อยจนหน้าบวมเลยไม่กล้ากลับบ้านแล้วสินะ
เขาปวดหัวที่พบว่าถึงตอนนี้น้องชายจะใกล้อายุยี่สิบสองแล้ว แต่กลับยังคงทำเหมือนตัวเองยังเป็เด็กมัธยมอวดดี มู่ชิงเป็คนที่ผ่านเื่นี้มาก่อน เขาเข้าใจการให้ความสำคัญกับเื่ศักดิ์ศรีของพวกเด็กอวดดี จึงรีบคิดหาแผนการอย่างรวดเร็ว เหมือนกำลังเผชิญหน้ากับเด็กอายุสิบสี่จากเมื่อเจ็ดปีก่อนคนนั้น แล้วโน้มน้าวเสียงอ่อนว่า
“อย่างน้อยนายก็เป็ลูกชายของพวกเขา เป็ที่พึ่งพิงสุดท้ายของพวกเขาในตอนนี้ ในยามที่พวกเขา้านาย นายก็มีหน้าที่ที่ต้องคอยอยู่ข้างๆ ทำแบบนี้ถึงจะเป็ผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ และเป็เื่ที่สมควรทำ...
“เชื่อฉัน พวกเขารอนายอยู่ตลอด...เหมือนกับที่พวกเขารอพี่ชายนายมาตลอดหลายปีนี้ ดังนั้นนายกลับไปที่บ้านได้ทุกเมื่อ”
อย่างไรเสียก็เป็เด็กที่ตนเลี้ยงมาเองกับมือ มู่ชิงเข้าใจนิสัยและจุดอ่อนของอีกฝ่ายดี ไม่นานเขาก็จัดการน้องชายอวดดีที่กลัวเสียหน้าจนไม่ยอมกลับบ้านได้สำเร็จ
หลังจากแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกัน เมื่ออีกฝ่ายกล่าวรับรองย้ำแล้วย้ำอีกว่า ‘ถ้ากลับไปแล้วจะรีบเอาเงินมาคืนอย่างแน่นอน’ เขาก็จัดการจับคนยัดเข้าไปในรถแท็กซี่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจ พร้อมแจ้งที่อยู่ที่จำได้ขึ้นใจกับคนขับ
ด้วยเหตุนี้ เ้าเด็กอวดดีเลยนั่งทำหน้างงด้วยคำถามที่เขียนชัดบนใบหน้าว่า ‘ฉันไปบอกที่อยู่บ้านฉันให้เขารู้ั้แ่เมื่อไร’ บนรถที่เคลือนตัวไป ทางฝั่งมู่ชิงกลับมองควันจากท้ายรถที่ทิ้งเอาไว้ด้วยหัวใจปวดหนึบ...
เขารู้ว่า ไม่ว่าเสิ่นอี้ิจะปากแข็งขนาดไหน ในใจก็ยังคิดอยากจะกลับบ้าน
เหมือนกับเขาในตอนนั้น
ถ้าเกิดตอนนั้นมีคนแบบนี้ กล่าวเตือนเขาในตอนที่เพิ่งจะจากมาด้วยความโกรธสักคำ และช่วยให้เขาสามารถก้าวผ่านปมในใจนั่นได้ ผลลัพธ์อาจจะไม่เหมือนตอนนี้แล้วใช่ไหม
เพียงแต่ตอนนี้ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว
มู่ชิงถอนหายใจออกมา เขารู้ดีว่า...
คนที่เอาแต่เงียบ แต่หลายปีนี้กลับคิดถึงบ้านตลอดคนนั้น กลับไปที่บ้านไม่ได้อีกต่อไปแล้ว