แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานครสะท้อนกับกระจกใสบานใหญ่ของห้องทำงานประธานบริหาร ‘อคิน อัครเดชโภคิน’ ยืนกอดอกมองลงไปยังแสงสีของรถยนต์ที่ติดขัดอยู่เบื้องล่างใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักนิ่งสนิท ไร้แววความรู้สึกใดๆดวงตาเรียวยาวคมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นเ็าจนคนมองสะท้านไปถึงกระดูก
ในวัยสามสิบสองปีอคินคือสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความเฉียบขาดในโลกธุรกิจเขาไม่ได้ขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก้าวขึ้นมาด้วยขวากหนามและคราบน้ำตา...น้ำตาและเืของครอบครัวเขาที่เคยถูกเหยียบย่ำจนล้มละลายเมื่อสิบปีก่อน
"นายครับ...นี่คือเอกสารหนี้สินทั้งหมดของตระกูลวรโชติเมธีครับ"
เสียงของ ‘ชานนท์’ เลขาส่วนตัวและมือขวาคนสนิทดังขึ้นทำลายความเงียบอคินไม่ได้หันกลับมาทว่ามุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็รอยยิ้มหยันที่ชวนให้คนมองรู้สึกหนาวสั่น
"ห้าสิบล้าน...สำหรับตระกูลที่เคยเสวยสุขบนความตายของพ่อฉันมันช่างเป็ตัวเลขที่น้อยนิดเสียเหลือเกิน" น้ำเสียงของอคินทุ้มต่ำแต่ทรงพลังและแฝงไปด้วยกระแสความแค้นที่อัดแน่นมานานนับทศวรรษ
"ตอนนี้ประธานธวัชชัยล้มป่วยหนักทรัพย์สินทุกชิ้นถูกธนาคารอายัดไว้หมดแล้วครับเหลือเพียงบ้านโบราณหลังเดียวที่เป็ชื่อของลูกสาวเขา..." ชานนท์รายงานต่อ
อคินหันกลับมาชายหนุ่มในชุดสูทสามชิ้นสีเทาเข้มสั่งตัดเย็บอย่างประณีตเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ทำงานหนังแท้ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและบารมีอันมหาศาลเขายื่นมือเรียวยาวไปหยิบแฟ้มประวัติที่วางอยู่บนโต๊ะ เปิดออกช้าๆ ดวงตาคมกริบสะดุดเข้ากับรูปถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่ง... พริมา วรโชติเมธี ดวงตากลมโตใบหน้าหวานละมุนที่ดูบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเองรอยยิ้มของเธอในภาพถ่ายช่างดูขัดตาอคินเหลือเกิน มันรบกวนจิตใจเขาเพราะมันเป็รอยยิ้มของคนที่เติบโตมาในโลกที่สวยงามไม่เคยต้องรู้จักความทุกข์ยากที่ครอบครัวเธอเคยหยิบยื่นให้คนอื่น
"พริมา..." อคินเปรยชื่อนั้นแ่เบานิ้วโป้งของเขาบดขยี้ลงบนรูปใบหน้าของเธอจนกระดาษยับย่น "ลูกสาวคนเดียว...แก้วตาดวงใจของคนที่โกงพ่อฉันจนต้องะโตึกตาย"
"นายจะให้ผมดำเนินการยึดบ้านหลังนั้นเลยไหมครับ?"ชานนท์ถาม
"ไม่..." อคินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แววตาลิงโลดด้วยความสนุกในเกมล่าเหยื่อ "การยึดทรัพย์มันง่ายเกินไปคนพวกนั้นต้องเรียนรู้ความเ็ปของการไม่มีทางเลือก... ส่งสัญญานี้ไปให้เธอบอกว่าถ้าไม่อยากเห็นพ่อที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ต้องโดนถอดเครื่องช่วยหายใจเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาและไม่อยากให้บ้านหลังสุดท้ายถูกขายทอดตลาด..."
อคินเว้นจังหวะ ดวงตามืดหม่นลงจนน่ากลัว
“ให้เธอมาพบฉันที่นี่ พรุ่งนี้เช้า... ในฐานะเลขาส่วนตัวของฉัน”
ชายหนุ่มปิดแฟ้มลงเสียงดัง *ปัง!*ความแค้นที่เก็บกดมานานสิบปีใกล้จะได้รับการสะสางเขารู้ดีว่าพริมาเกลียดนักธุรกิจหน้าเือย่างเขาที่สุดและนั่นแหละคือสิ่งที่เขา้า เขาจะบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอ ค่อยๆเลาะความมั่นใจของเธอออกทีละชิ้น ให้เธอชดใช้ในสิ่งที่พ่อของเธอเคยทำไว้ โดยที่อคินไม่มีวันรู้เลยว่า เกมกระดานนี้...คนที่กำลังจะก้าวขาลงไปในหลุมพรางของความพินาศทางอารมณ์อาจจะไม่ใช่พริมาแค่คนเดียว แต่เป็หัวใจอันด้านชาของเขาเองด้วยเช่นกัน !