บทที่ 19: วานรเกราะเหล็กและสมบัติชิ้นแรก
ความรู้สึกของการผ่านประตูมิตินั้นช่างน่าเวียนหัวและสับสนอย่างยิ่ง ราวกับว่าร่างกายและจิติญญาถูกบิดและยืดออกในเวลาเดียวกัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสว่างวาบขึ้น!
เมื่อหลินฟานลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองไม่ได้ยืนอยู่ในหุบเขาอีกต่อไป แต่กลับมาอยู่ใจกลางป่าดงดิบที่ดูโบราณและยิ่งใหญ่!
ต้นไม้แต่ละต้นสูงตระหง่านเสียดฟ้าจนแทบมองไม่เห็นยอดของมัน พลังปราณฟ้าดินที่นี่หนาแน่นและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าในถ้ำบำเพ็ญเพียรของเขาหลายเท่านัก! ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรนานาชนิดที่ทำให้รู้สึกสดชื่นไปถึงจิติญญา และในระยะไกลออกไป มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่ทรงพลังดังแว่วมาเป็ระยะๆ
นี่คือ "แดนลับโอสถิญญา"!
เขากวาดตามองไปรอบๆ ไม่พบร่างของศิษย์คนอื่นแม้แต่คนเดียว ดูเหมือนว่าประตูมิติจะส่งทุกคนมายังจุดที่แตกต่างกันแบบสุ่ม ซึ่งนี่เป็ไปตามที่เขาคาดหวังไว้ การอยู่คนเดียวจะทำให้เขาเคลื่อนไหวได้สะดวกและเป็อิสระที่สุด
"เยี่ยม! ถึงเวลาล่าสมบัติแล้ว!"
หลินฟานไม่รอช้า เขาปลดปล่อยจิตััของขอบเขตรวบรวมปราณออกไปทันที และในขณะเดียวกัน ระบบในหัวของเขาก็เริ่มทำงานราวกับเป็เครื่องตรวจจับสมบัติระดับสุดยอด!
[ติ๊ง! กำลังสแกนสภาพแวดล้อมโดยรอบ...]
[ติ๊ง! ตรวจพบ "หญ้าเมฆาม่วง" อายุ 300 ปี ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะ 500 เมตร! สรรพคุณ: ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของจิติญญา!]
[ติ๊ง! ตรวจพบ "รากโลหิตอสูร" อายุ 500 ปี ทางทิศใต้ ระยะ 800 เมตร! สรรพคุณ: สามารถใช้เป็วัตถุดิบหลักในการหลอมโอสถทะลวงขั้นของขอบเขตรวบรวมปราณ!]
[ติ๊ง! ตรวจพบ...]
ข้อมูลสมุนไพริญญาล้ำค่ามากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา! หลินฟานตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น แดนลับแห่งนี้คือขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขาอย่างแท้จริง!
เขาตัดสินใจมุ่งหน้าไปยัง "หญ้าเมฆาม่วง" ก่อนเป็อันดับแรก การเสริมสร้างจิติญญาให้แข็งแกร่งขึ้นเป็สิ่งสำคัญเสมอ
เขาเคลื่อนที่ผ่านป่าทึบด้วย "เคล็ดวิชาเท้าท่องเมฆา" ซึ่งเป็วิชาเคลื่อนไหวร่างกายที่ผู้าุโหลี่มอบให้ ร่างของเขารวดเร็วและเบาหวิวราวกับภูตผี ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเป้าหมาย
ณ ลานโล่งเล็กๆ เขาก็เห็นสมุนไพรสีม่วงเข้มที่แผ่ไอพลังปราณอันอ่อนโยนออกมา มันคือ "หญ้าเมฆาม่วง" อย่างไม่ต้องสงสัย!
แต่ทว่า... มันไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว!
ข้างๆ หญ้าเมฆาม่วงนั้น มีร่างของลิงั์ตัวหนึ่งสูงกว่าสามเมตรกำลังนอนหลับอยู่! ขนของมันแข็งกระด้างราวกับเหล็กกล้า กล้ามเนื้อทุกส่วนปูดโปนเต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาล มันคือ "วานรเกราะเหล็ก" สัตว์อสูรที่ขึ้นชื่อเื่พละกำลังและกายป้องกันที่แข็งแกร่ง!
จิตััของหลินฟานประเมินได้อย่างรวดเร็วว่าสัตว์อสูรตัวนี้มีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่ 7!
"คู่ต่อสู้ตัวแรกที่เหมาะสม" หลินฟานพึมพำ เขายังไม่เคยทดสอบพลังของตัวเองอย่างเต็มที่เลยนับั้แ่ทะลวงสู่ขั้นที่ 6 วานรเกราะเหล็กตัวนี้จึงเป็คู่มือที่ยอดเยี่ยม
หลินฟานไม่ได้ลอบเข้าไปขโมย แต่เขาเดินออกไปอย่างเปิดเผย กลิ่นอายของมนุษย์ทำให้วานรเกราะเหล็กที่กำลังหลับใหลสะดุ้งตื่นขึ้นในทันที!
โฮกกกกกก!
มันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทุบหน้าอกตัวเองดังปังๆ แล้วคำรามใส่หลินฟานอย่างดุร้าย ดวงตาสีแดงฉานของมันเต็มไปด้วยจิตสังหาร
หลินฟานไม่พูดพร่ำทำเพลง เขายกดาบอัสนีทมิฬขึ้นชี้ไปข้างหน้า พลังปราณอสุนีบาตถูกปลดปล่อยออกมาทันที!
วานรเกราะเหล็กรู้สึกได้ถึงอันตรายจากสายฟ้า มันคำรามลั่นอีกครั้งแล้วพุ่งเข้าใส่หลินฟานราวกับรถถัง! หมัดเหล็กขนาดมหึมาของมันทุบลงมายังตำแหน่งที่หลินฟานยืนอยู่!
ตูมมม!
พื้นดินบริเวณนั้นยุบตัวลงเป็หลุมลึก! แต่ร่างของหลินฟานได้หายไปจากตรงนั้นแล้ว!
"เร็วเกินไป!" หลินฟานอุทานในใจ เขาใช้เคล็ดวิชาเท้าท่องเมฆาหลบได้อย่างฉิวเฉียด
"หนึ่งดาบสะบั้นอสนี!"
หลินฟานปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างของวานรเกราะเหล็กแล้วฟาดดาบสายฟ้าเข้าใส่สีข้างของมันทันที!
เปรี้ยง!
ดาบอัสนีทมิฬปะทะเข้ากับร่างของวานรั์! แต่กลับเกิดเสียงดัง "เคร้ง" ราวกับฟันถูกแผ่นเหล็ก! ดาบของเขาสร้างเพียงรอยไหม้เกรียมตื้นๆ บนิัของมันเท่านั้น!
"หนังเหนียวชะมัด!"
วานรเกราะเหล็กเ็ปและโกรธเกรี้ยวยิ่งขึ้น มันหันกลับมาตวัดแขนฟาดใส่หลินฟานอย่างรวดเร็ว!
หลินฟานรีบยกดาบขึ้นป้องกัน แต่แรงปะทะมหาศาลก็ส่งให้เขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว แขนของเขารู้สึกชาไปหมด
"พละกำลังมหาศาลจริงๆ" หลินฟานยอมรับ "ดูเหมือนว่าแค่พลังระดับขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่ 6 ยังไม่พอที่จะจัดการมันได้ง่ายๆ"
"ถ้าอย่างนั้น..." แววตาของเขาพลันคมกล้าขึ้น "ก็ต้องใช้พลังที่แท้จริง!"
เขารวบรวมพลังปราณอสุนีบาตทั้งหมดในร่างกาย ผสานเข้ากับเจตจำนงกระบี่ที่คมกล้าจนถึงขีดสุด! ลวดลายสายฟ้าบนดาบอัสนีทมิฬส่องสว่างวาบขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!
"เคล็ดวิชาดาบอสุนีบาตนิรันดร์... กระบวนท่าที่สอง... ระบำดาบอสนีบาตสังหาร!"
ร่างของหลินฟานพลันหายไป! สิ่งที่ปรากฏขึ้นแทนคือพายุแห่งดาบสายฟ้าสีม่วงที่หมุนวนอยู่รอบตัววานรเกราะเหล็ก!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงสายฟ้าฟาดฟันดังขึ้นนับร้อยครั้งในชั่วพริบตา!
โฮกกกกกกก!
วานรเกราะเหล็กร้องโหยหวนด้วยความเ็ปอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน! เกราะป้องกันที่มันภาคภูมิใจกำลังถูกดาบสายฟ้านับไม่ถ้วนฟันทะลุเข้าไป! เืสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศทาง!
เมื่อพายุดาบสายฟ้าสลายไป ร่างของหลินฟานก็กลับมายืนอยู่ที่จุดเดิม หอบหายใจเล็กน้อย
ส่วนร่างของวานรเกราะเหล็ก บัดนี้เต็มไปด้วยาแลึกจนเห็นกระดูกนับร้อยแห่ง! มันยืนโซซัดโซเซอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น... สิ้นใจตายในที่สุด
หลินฟานเดินเข้าไปเก็บ "แก่นอสูร" ระดับ 7 ของมันออกมา ซึ่งเป็วัตถุดิบล้ำค่า ก่อนจะเดินไปเก็บหญ้าเมฆาม่วงมาอย่างง่ายดาย
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เขาประเมินพลังของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น เขาสามารถเอาชนะสัตว์อสูรที่แกร่งกว่าตัวเองหนึ่งระดับได้ แต่ก็ต้องใช้ท่าไม้ตายที่สิ้นเปลืองพลังงานอย่างมากเช่นกัน
"สัตว์อสูรยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้... แล้วพวกอัจฉริยะอย่างเยี่ยเฟิงจะน่ากลัวขนาดไหน"
เขารู้สึกได้ถึงความกดดันขึ้นมาทันที
ในขณะที่เขากำลังจะออกเดินทางต่อเพื่อล่าสมบัติชิ้นต่อไปนั้นเอง...
อ๊ากกกกก!
เสียงกรีดร้องอย่างเ็ปของมนุษย์ดังขึ้นมาจากทิศทางที่ไม่ไกลนัก! ตามมาด้วยเสียงการต่อสู้ที่ดุเดือด!
หลินฟานหรี่ตาลง... ดูเหมือนว่าเขาจะได้เจอกับ "ผู้เข้าแข่งขัน" คนอื่นเร็วกว่าที่คิดเสียแล้ว!