บทที่ 4 เปิดออร่าทั้งหมด
ออร่าน้ำแข็ง (Lv1): เพิ่มความเสียหายน้ำแข็งพื้นฐาน 5-10 หน่วย (10-20 หน่วย), เมื่อโจมตีถูกเป้าหมายมีโอกาส 15% (30%) ทำให้ศัตรูติดสถานะเยือกแข็ง
สถานะเยือกแข็ง: เป้าหมายจะถูกผนึกด้วยความเย็นะเื ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เป็เวลา 3 วินาที หากเป้าหมายถูกโจมตีระหว่างนี้จะหลุดจากสถานะเยือกแข็งทันที หลังจากหลุดจากสถานะเยือกแข็งจะเข้าสู่สถานะหนาวเหน็บเป็เวลา 3 วินาที ความเร็วเคลื่อนที่ลดลง 50%
เมื่อเปิดใช้งานจะใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานา 30% (0.3%)
ออร่าสายฟ้า (Lv1): เพิ่มความเสียหายสายฟ้าพื้นฐาน 10-30 หน่วย (20-60 หน่วย), เมื่อโจมตีถูกเป้าหมายมีโอกาส 15% (30%) ทำให้ศัตรูติดสถานะไฟฟ้าช็อต
สถานะไฟฟ้าช็อต: ระหว่างที่สถานะคงอยู่ ความเสียหายธาตุสายฟ้าที่เป้าหมายได้รับจะเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า
เมื่อเปิดใช้งานจะใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานา 30% (0.3%)
"อืม... สายฟ้าเป็ธาตุที่ทำความเสียหายเป็หน่วยได้มากที่สุด มีพลังทำลายสูง แต่ข้อเสียคือสร้างความเสียหายต่อเนื่องได้ไม่ดีเท่าเปลวเพลิง ส่วนด้านการป้องกันก็ไม่สะดวกสบายเท่าออร่าน้ำแข็ง"
ซูเฉินครุ่นคิดคำนวณอยู่ในใจ
ในอดีตนั้น...
การเลือกออร่าธาตุทั้งสาม เรียกได้ว่าเป็ปัญหาที่ทำให้ผู้เล่นต้องขบคิดจนปวดเศียรเวียนเกล้า
กว่าจะได้ข้อสรุปและแนวทางที่เหมาะสมก็ล่วงเลยไปเป็ปี
่ต้นเกมต้องเลือกออร่าน้ำแข็งอย่างไม่ต้องสงสัย ผลเยือกแข็งและหนาวเหน็บสามารถช่วยเสริมการป้องกันได้อย่างมหาศาลใน่บุกเบิก เมื่ออสูรขยับไม่ได้แล้วจะโจมตีเ้าได้อย่างไร? มันช่างสะดวกสบายเสียเหลือเกิน
่กลางเกมให้เลือกออร่าสายฟ้า เพราะมีพลังทำลายล้างสูง
ส่วน่ท้ายเกมต้องเน้นไปที่ออร่าเปลวเพลิง เนื่องจากเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับบอสสุดโหด ทำได้เพียงพึ่งพาความเสียหายต่อเนื่องค่อยๆ ขอดพลังชีวิตของมันไปทีละน้อย
จะให้เข้าสู้ซึ่งๆ หน้าเห็นทีจะเป็ไปไม่ได้เลย
ทำได้เพียงแค่ตอดพลังไปเรื่อยๆ พอให้ประทังชีวิตไปได้เท่านั้น
แต่บัดนี้ ซูเฉินไม่จำเป็ต้องลังเลอีกต่อไปแล้ว
เปิดทั้งหมด!
ไม่ต้องยั้ง!
"ออร่าปราดเปรียว, ออร่าทรหด, ออร่าศรัทธา, ออร่าจิตกระจ่าง, แล้วก็ ออร่าโลหิตเดือด!"
ซูเฉินขยับนิ้วสั่งการอย่างต่อเนื่อง เปิดใช้งานออร่าที่เหลืออีกห้าวงในคราวเดียว
ติ๊ง! เรียนรู้ทักษะสำเร็จ
ออร่าปราดเปรียว (Lv1): เพิ่มค่าหลบหลีกพื้นฐาน 50 หน่วย (100 หน่วย) เมื่อเปิดใช้งานจะใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานา 50% (0.5%)
ออร่าทรหด (Lv1): เพิ่มค่าเกราะพื้นฐาน 50 หน่วย (100 หน่วย) เมื่อเปิดใช้งานจะใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานา 50% (0.5%)
ออร่าศรัทธา (Lv1): เพิ่มความต้านทานธาตุทั้งหมด 10% (20%) เมื่อเปิดใช้งานจะใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานา 50% (0.5%)
ออร่าจิตกระจ่าง (Lv1): เพิ่มอัตราฟื้นฟูมานา 3 หน่วยต่อวินาที (6 หน่วยต่อวินาที) เมื่อเปิดใช้งานจะใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานา 20% (0.2%)
ออร่าโลหิตเดือด (Lv1): เพิ่มอัตราฟื้นฟูพลังชีวิต 5 หน่วยต่อวินาที (10 หน่วยต่อวินาที) เมื่อเปิดใช้งานจะใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานา 20% (0.2%)
ในโลกนิรันดร์ ค่าเกราะและค่าหลบหลีกจะถูกคำนวณโดยอิงตามระดับของอสูรและผู้เล่น ไม่ใช่ค่าตายตัว
จากประสบการณ์ของซูเฉิน
ค่าเกราะและหลบหลีก 50 หน่วยก็เพียงพอที่จะทำให้อัตราการโจมตีโดนของอสูรลดลงต่ำกว่า 20% และความเสียหายที่เขาได้รับก็จะลดลงประมาณ 20% เช่นกัน
ใน่ต้นเกมที่ค่าสถานะเกราะและหลบหลีกเป็ของหายาก การมีค่าสถานะถึง 100 หน่วยจะช่วยเพิ่มโอกาสนี้ขึ้นอีกประมาณ 10%
อย่าได้ดูแคลน 10% ที่เพิ่มขึ้นมานี้เป็อันขาด
การเพิ่มขึ้นของความน่าจะเป็ที่แท้จริงถึง 10% นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพอย่างแน่นอน จากเดิมที่การโจมตี 5 ครั้งของอสูร เ้าจะหลบได้ 1 ครั้ง ตอนนี้กลับกลายเป็ว่าทุกๆ 3.3 ครั้ง เ้าก็จะสามารถหลบได้ 1 ครั้งแล้ว
แถมความเสียหายที่ได้รับยังลดลงถึง 40% เมื่อรวมสองอย่างเข้าด้วยกัน ความยากที่อสูรจะสังหารเ้าได้ก็เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
ไม่เพียงแค่่ต้นเกมเท่านั้น แต่ค่าสถานะเหล่านี้ยังคงสำคัญอย่างยิ่งแม้จะเข้าสู่่ท้ายเกมแล้วก็ตาม
ในตอนนั้น แม้แต่ค่าหลบหลีกและค่าเกราะเพียงหน่วยเดียวก็ถือเป็ของล้ำค่า เพราะหลังจากเปลี่ยนอาชีพแล้ว จะมีคุณสมบัติพิเศษของอาชีพที่ช่วยเพิ่มค่าสถานะเหล่านี้เป็เปอร์เซ็นต์ ยิ่งมีค่าพื้นฐานมากเท่าไหร่ ค่าสถานะสุดท้ายที่ได้รับก็จะยิ่งสูงขึ้นเป็ทวีคูณ
ส่วนความต้านทานธาตุนั้นเข้าใจได้ง่ายกว่า
ค่าความต้านทานหนึ่งหน่วยก็คือหนึ่งเปอร์เซ็นต์
ความต้านทานธาตุ 20% ก็หมายถึงการลดทอนความเสียหายธาตุลง 20% ตรงๆ หากความเสียหายธาตุ 100 หน่วยโจมตีเข้ามาที่ตัว ก็จะถูกหักล้างไป 20 หน่วย
ในโลกนิรันดร์ ค่าความต้านทานมีขีดจำกัดสูงสุดตามทฤษฎีอยู่ที่ 75%
หากไม่มีวิธีการพิเศษใดๆ ต่อให้มีค่าความต้านทานถึง 100% ก็จะแสดงผลการป้องกันได้เพียง 75% เท่านั้น
นี่คือค่าสถานะที่ผู้เล่นทุกคนจำเป็ต้องสร้าง
เพราะหลังจากไปถึงเมืองหลักแล้ว หากยังไม่มีค่าความต้านทาน แค่ถูกอสูรเวทมนตร์แตะเพียงครั้งเดียวก็แทบจะสิ้นชีพในทันที
วิธีที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มค่าความต้านทานก็คือออร่าศรัทธา
ทว่าออร่าศรัทธาก็เป็หนึ่งในสามออร่าป้องกันพื้นฐาน ผู้เล่นทำได้เพียงเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างความต้านทาน, เกราะ หรือหลบหลีก เท่านั้น
อย่าว่าแต่จะเลือกทั้งสามอย่างเลย
แค่เงื่อนไขการใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานา 50% ก็เป็เครื่องยืนยันแล้วว่า แม้แต่สองอย่างก็ยังเป็ไปไม่ได้!
ผู้เล่นต้องเลือกว่าจะยอมสละค่าสถานะที่จับต้องได้อย่างเกราะและหลบหลีกเพื่อแลกกับความต้านทาน หรือไม่ก็ต้องปวดหัวกับการตามหาค่าความต้านทานจากอุปกรณ์สวมใส่ ซึ่งบ่อยครั้งแค่ความแตกต่างของค่าต้านทานเพียงน้อยนิดบนอุปกรณ์ก็ทำให้พวกเขาต้องลังเลอยู่นานสองนาน
"ฮ่าฮ่าฮ่า~"
"สบายใจจริงๆ~"
รอยยิ้มบนมุมปากของซูเฉินแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่แล้ว
ค่ำคืนนับไม่ถ้วนในชาติก่อนที่ต้องขบคิดจนหัวแทบะเิเพื่อตามหาค่าสถานะ บัดนี้ได้โบกมืออำลาเขาไปอย่างถาวรแล้ว
"สถานะ!"
ซูเฉินเรียกหน้าต่างข้อมูลขึ้นมา
เลเวล: 0
พละกำลัง: 11 (พละกำลัง 1 หน่วย เพิ่มพลังโจมตีกายภาพ 1 หน่วย)
ความทนทาน: 8 (ความทนทาน 1 หน่วย เพิ่มพลังชีวิต 2 หน่วย)
ความว่องไว: 3 (ความว่องไว 1 หน่วย เพิ่มค่าหลบหลีก 1 หน่วย, ส่งผลเล็กน้อยต่อความเร็วโจมตีและความเร็วเคลื่อนที่)
สติปัญญา: 22 (สติปัญญา 1 หน่วย เพิ่มมานา 1 หน่วย, เพิ่มพลังโจมตีเวทมนตร์ 0.3 หน่วย)
พลังชีวิต: 116 (พลังชีวิตพื้นฐาน 100 หน่วย)
มานา: 72 (มานาพื้นฐาน 50 หน่วย)
เกราะป้องกัน: 100 (คาดการณ์ว่าลดความเสียหายกายภาพ 30%)
หลบหลีก: 100 (คาดการณ์อัตราหลบหลีกการโจมตี 30%)
ความต้านทานน้ำแข็ง: 20% (ลดความเสียหายธาตุน้ำแข็ง 20%)
ความต้านทานเปลวเพลิง: 20% (ลดความเสียหายธาตุเปลวเพลิง 20%)
ความต้านทานสายฟ้า: 20% (ลดความเสียหายธาตุสายฟ้า 20%)
ความต้านทานความโกลาหล: -30% (ค่าสถานะติดลบแต่กำเนิด, ได้รับความเสียหายจากธาตุความโกลาหล เพิ่มขึ้น 30%)
ความเร็วโจมตี: 0%
ความเร็วเคลื่อนที่: 0%
อัตราคริติคอล: 5% (อัตราคริติคอลพื้นฐาน)
ความเสียหายคริติคอล: 100% (โบนัสความเสียหายคริติคอลพื้นฐาน)
...
ซูเฉินกางแขนออกทั้งสองข้าง บิดี้เีเล็กน้อย จากนั้นก็ย่อตัวลงต่ำ ก่อนจะพุ่งทะยานออกจากหมู่บ้านไปในพริบตา
บริเวณรอบหมู่บ้านล้วนเป็พื้นที่ไร่นา
นานๆ ครั้งจะปรากฏอสูรจำพวกกระต่ายปีศาจขึ้นมาบ้าง แต่เพราะอยู่ใกล้กับหมู่บ้านมากเกินไป จึงมักจะมีทหารยามคอยกวาดล้างอยู่เสมอ ทำให้จำนวนของพวกมันมีไม่มากนัก
เมื่อวิ่งออกมาได้ระยะหนึ่ง
พื้นที่ไร่นาก็เริ่มบางตาลง จำนวนอสูรโดยรอบก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในสายตาของซูเฉินปรากฏร่างของกระต่ายปีศาจขึ้นแล้ว มันกำลังหมอบกินอาหารอยู่หลังพงหญ้านอกแปลงพืชผล
"ลูกแก้วพลังงาน!"
ซูเฉินหยุดนิ่ง แล้วเหวี่ยงมือปั้นลูกแก้วพลังงานลูกหนึ่งขว้างออกไป
ชาติก่อนเขาเล่นเป็จอมเวทอยู่แล้ว บัดนี้เมื่อได้กลับมาจับอีกครั้ง แม้จะเป็ทักษะระดับเริ่มต้นที่ไม่มีระบบล็อคเป้าหมาย เขาก็ยังสามารถยิงโดนเป้าหมายขณะเคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดาย
ปัง!
ลูกแก้วพลังงานสีน้ำเงินพุ่งเข้าใส่กระต่ายปีศาจอย่างจัง
-85
ในฐานะอสูรระดับเริ่มต้น กระต่ายปีศาจส่วนใหญ่จะมีเลเวลเพียง 1 พลังชีวิตอย่างมากก็แค่ 100 หน่วย ส่วนค่าเกราะนั้นน้อยนิดจนแทบไม่มี
กระต่ายอสูรตื่นใกำลังจะกระโจนหนี
แคร็ก!
โอกาสติดสถานะเยือกแข็ง 30% ทำงาน!
แท่งน้ำแข็งปรากฏขึ้นในพริบตา ตรึงร่างของมันไว้กับที่ กระต่ายปีศาจสีเทาถูกผนึกอยู่ภายในแท่งน้ำแข็งราวกับเป็อำพัน
"ยอดเยี่ยม~"
"การโจมตีธาตุน้ำแข็งนี่มันใช้ดีจริงๆ!"