ข้าอยากจะหนีซะเดี๋ยวนี้แต่เพราะไม่รู้วิธีเปิดปิดไอ้หลุมหลบภัยนี่ เลยต้องยอมอยู่ต่อด้วยใจหนึ่งก็คิดว่าจะได้แอบสังเกตพิรุธออซไปด้วย
สิ่งที่ได้ยินเมื่อกี้อาจเป็เหตุผลที่ออซกระตือรือร้นในการรับข้าเป็ศิษย์มันไม่ใช่แค่เ้ากระต่ายอยากจะสละตำแหน่งผู้พิทักษ์ แต่เพราะไปทำข้อตกลงบางอย่างกับพวกอัล
พวกมันยังอยู่บนดาวดวงนี้จากคำพูดที่เหมือนพร้อมจะบุกเข้ามาในป่า และการที่พูดถึงมนุษย์ว่าเป็ปศุสัตว์ เดาได้ว่าอัลปกครองโลกส่วนที่เหลือโดยมีมนุษย์เป็ทาสและอาหารเหมือนที่ทำกับดาวอื่นพวกมัน้าบุกเข้าป่าเพื่อแย่งชิงทรัพยากรก่อนที่โลกภายนอกกำแพงแก้วของไอโรจะแห้งแล้งอดอยากไปหมด
คำถามที่สองคือออซทำข้อตกลงอะไรกับพวกอัล‘กวางของพระเ้า’นั่นเป็คำที่เจาะจงถึงข้าไม่ผิดแน่ ทำไมมันถึงรู้ว่าข้าไม่ใช่สัตว์วิเศษทั่วไปแล้ว้าตัวข้าไปทำอะไรกัน
ยิ่งคิดยิ่งสับสนจนหัวแทบะเิข้าหันไปมองออซที่ยังหลับอุตุบนฟูกอย่างสบายอารมณ์สิ่งมีชีวิตที่ข้ากำลังจะมอบมิตรภาพและคำว่า ‘เพื่อน’ ให้ ดันเป็สิ่งเดียวกับที่คิดจะหักหลังข้างั้นเหรอก็เข้าใจดีว่าจักรวาลมันเป็เช่นนี้แต่ทำไมพอได้มาเจอกับตัวเองถึงรู้สึกว่าหดร้ายจนแทบจะขาดใจเสียให้ได้
ข้าลากสังขารอ่อนแรงขึ้นไปนอนบนโซฟาอย่างน้อยถ้าออซไม่รู้ว่าข้าได้ยินการสื่อสารเมื่อกี้ก็คงจะยังปลอดภัยอยู่คงต้องเล่นตามน้ำเนียน ๆ แล้วพยายามสืบว่าไอ้กระต่ายมีแผนอะไรกันแน่
ให้ตาย...แล้วข้าร้องไห้ทำไม
เช้ามาข้าพยายามฝืนเปลือกตาหนักอึ้งจากความง่วงและขี้ตาแห้งกรังมหาศาลราวดินที่ทับถมกันกลายเป็ูเาเพราะออซกปลุกโดยการใช้หูฟาดไปตามลำตัวข้าเรื่อยๆ
ข้าสะบัดหัวให้หายเมาขี้ตาครู่หนึ่งสิ่งที่อีกฝ่ายถามมาแม้จะเข้าหูแต่ก็ไม่เข้าหัว ความกังวลสงสัยต่าง ๆแล่นวนไปมาขณะมองหน้าสีน้ำตาลกับหูยาว ๆ นั่น ข้ารู้เพียงตัวเองบอกไปว่า ‘หิวนมแล้ว’ออซถึงถอนหายใจแล้วพาข้าขึ้นมาจากโพรงกระต่าย ซึ่งข้าก็เดินจากมาโดยไม่ล่ำลาสักคำทั้งที่พยายามจะทำตัวให้เป็ปกติที่สุด
“แม่”ข้าโผเข้าซุกแม่กวาง คลอเคลียนางด้วยความคิดถึง “ท่านเป็ยังไงบ้าง”
“แม่สิต้องถามเ้าลิมุน” แม่กวางเลียหัวข้า “ท่านเทพผู้พิทักษ์เอ็นดูเ้ามากถึงขั้นยอมชุบชีวิตให้อนาคตเ้าต้องได้เป็าาแห่งผืนป่า เชื่อแม่สิลิมุน”
“ท่านแม่ก็พูดเกินไป”ข้าใช้หัวถูนางหนักกว่าเดิม จนแม่บอกว่าเจ็บเพราะเขาอ่อนทิ่มข้าจึงหยุดและเริ่มกินนมเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ในวันที่แย่ ก็ยังมีนมแม่ที่อร่อยขอเวลาพักหน่อยแล้วจะกลับไปเครียดต่อนะ
แกว๊ก!
“มีธุระอะไรเหรอท่านกา” แม่กวางถามแทนขณะที่ข้ากำลังดื่มนมอย่างเอร็ดอร่อย
“ผู้เฒ่าให้มาตามลิมุนไปพบบอกว่ามีธุระสำคัญจะคุย เกี่ยวกับการเดินทาง” เสียงนกกาตอบกลับ
“ฮะ! อะไรนะ” ข้าโผล่หน้าออกมาอย่างรวดเร็ว “จะคุยเื่เดินทางแล้วเหรอ”
“เขาว่าอย่างนั้นนะ”เ้านกดำบอกพลางจิกโน่นนี่ตามพื้น “กินเสร็จหรือยังเ้าลูกกวาง ข้าจะนำทางไป”
“เสร็จได้เลย”ข้าผละออกจากนมแม่ สะบัดตัวไปมาเพื่อเรียกสติ
“เ้าแน่ใจนะลิมุนเพิ่งกินไปหน่อยเดียวเอง ปกติกินเยอะจะตาย” แม่กวางเลียหัวข้า “เอาผลไม้ไปด้วยสิเมื่อวานมีคนเอามาให้แม่ตั้งเยอะ ปลอบใจที่เ้าไม่อยู่นี่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วเสียอีก กินระหว่างทางไปหรือจะขอท่านผู้เฒ่ากินระหว่างคุยก็ได้นะ ท่านใจดีคงไม่อะไรกับเด็กที่เพิ่งรอดตายหรอก” แม่กวางคาบห่อใบไม้ใหญ่ที่มัดหัวท้ายแ่าออกมาจากหลังต้นไม้ภายในมีกลิ่นองุ่นและเสาวรสหอมฉุยโชยมาเตะจมูก
“ท่านแม่ข้ารักท่านที่สุด~”ข้าพูดพลางใช้ตัวถูไถนาง
นกกากระแอม“อะแฮ่ม! หมดเวลาลูกแหง่แล้วจะกินหรือไม่กินก็รีบตัดสินใจลิมุน ปล่อยผู้เฒ่ารอนานไม่ดีหรอกนะ” มันว่าพลางกระพือปีกไปมาเพื่อแสดงความหงุดหงิด
ข้าตัดสินใจว่ารีบไปคุยแล้วรีบกลับมากินอย่างสงบๆ เพราะหัวข้อมันน่าคุยจนเริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ เ้ากาบินนำไปอย่างช้า ๆ พลางหันมามองเป็ระยะดวงตานกดูอารมณ์ค่อนข้างยาก แต่ข้าก็มั่นใจว่ามันกำลังเป็ห่วง
ทางที่เรามาไม่ค่อยคุ้นสำหรับข้านักต้องเดินมาทางทิศตะวันตก ลัดเลาะผ่านป่ารกที่มีฝูงหมาป่านอนกลางวันอยู่พวกมันบางตัวเห็นข้าก็เกือบพุ่งเข้ามาแต่ได้เ้ากากระแอมห้ามไว้ถึงถอยกลับไปตัวสั่นงก ๆ เพราะกลัวความผิดฐานทำร้ายว่าที่ผู้พิทักษ์ข้าหันไปพยักหน้าให้อย่างถือดี แล้วก็ได้เสียงหอนประสานเสียงตอบกลับจากทั้งฝูง
เรามาถึงลานกว้างที่เคยเป็ที่ตั้งรูปเคารพไอโรบัดนี้เป็เพียงทุ่งหญ้าสำหรับวางเศษปูนปั้นเท่านั้น ผู้เฒ่ายืนมองเศษซากวัฒนธรรมด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“พามาแล้วขอรับ”เ้ากาบินไปหยุดข้าง ๆ ลิง
“ขอบใจเ้าคอยบินวนอยู่แถวนี้ อย่าให้ใครมาแอบฟัง” ลิงสั่งโดยไม่หันมามองกาตอบรับก่อนจะบินขึ้นสูงเพื่อสอดส่องพื้นที่
ข้าขนลุกกับท่าทีนิ่งเฉยนั้นจากที่ตั้งใจจะซักไซ้ไอ้ลิงแก่นี่ทุกเื่ที่อยากรู้ ตอนนี้กลับสังหรณ์ว่าจะโดนเสียอีก“มีอะไรหรือขอรับ ท่านผู้เฒ่า”
“เ้าโกหกเราเื่ท่านเทพไอโร”ผู้เฒ่าหันมา สีหน้าดูราวพร้อมโดดใส่ข้าได้ทุกเมื่อ “ท่านเทพไม่เคยสื่อสารกับใครนอกจากผู้เฒ่าแห่งป่าแล้วก็ไม่มีเวทชุบชีวิตบนโลกใบนี้ด้วย...เ้ามาจากไหนกัน ไอ้กวางปีศาจ”
“หหา...” ข้าสะดุ้งเฮือก ก่อนจะตั้งสติได้ “ข้าก็คือลูกกวางไงขอรับส่วนเวทชุบชีวิตนั่นข้าไม่รู้หรอกว่ามีหรือไม่มี แค่หลังจากข้าถูกบิงกี้สังหารข้าก็ได้พบท่านไอโรอีก เขาบอกว่าจะมอบโอกาสให้ข้าอีกครั้งจากนั้นข้าก็ฟื้นขึ้นมาในกายเนื้อใหม่ ข้าพูดจริง ๆ นะ” ข้ายืนหยัดโกหกต่อ
“ผู้เฒ่าประจำป่าคือผู้สื่อสารกับท่านเทพผู้พิทักษ์โดยตรงเราถูกเลือกโดยท่าน และทำหน้าที่รับใช้ท่านเพื่อสานเจตนารมณ์ที่สืบต่อกันมาแสนนาน ท่านเทพคือผู้ที่อยู่สูงสุดแห่งป่าแข็งแกร่ง และไม่ถูกทำลายได้โดยง่าย” ผู้เฒ่าค่อย ๆ ก้าวเข้ามาประชิดทำให้ข้าต้องถอยร่นไป “ตอนแรกที่ต้องทำเป็เชื่อเ้าและป่าวประกาศไปอย่างนั้นก็เพราะหากสัตว์อื่นเห็นว่าลูกกวางแรกเกิดทำลายรูปเคารพความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเทพจะลดลง แม้เล็กน้อยข้าก็ปล่อยให้เกิดไม่ได้มันคงดีกว่าหากให้พวกมันเชื่อว่าท่านเทพบงการเ้าจริงจากนั้นค่อยหาทางออกจากเื่นี้เอา”
“ผู้เฒ่า...”ข้าบีบน้ำตา “ท่านจะสื่ออะไร แล้วจะให้ข้าทำยังไง ข้าพูดเื่จริงทั้งหมดนี่นา”
“หยุดโกหก! หากเป็เื่จริงข้าสิต้องรู้ก่อน ไม่ใช่เ้า”ลิงตวาด มันใช้สองมือบีบหัวข้าให้จ้องหน้า “บอกความจริงทั้งหมดมาเ้า้าอะไรกันแน่ถึงได้สร้างเื่หลอกพวกเรา”
“ข้าไม่ได้สร้างเื่!”
“ก็บอกว่าหยุดโกหก!”
“ข้าไม่ได้โกหกทำไมไม่ถามท่านเทพเอาเล่าว่าข้าโกหกหรือเปล่า”
“ก็เ้าทำลายรูปเคารพไปแล้วมันเป็ตัวกลางในการติดต่อระหว่างผู้เฒ่าและท่านไอโรข้าติดต่อเขาไม่ได้อีกหากขาดรูปเคารพท่านเทพ”
“งั้นเราไปป่าข้างๆ กัน แล้วใช้รูปปั้นที่นั่น”
“ข้าไม่เสี่ยงให้เ้าออกเดินทางแล้วไปทำลายรูปเคารพที่อื่นอีกหรอกนะความสงบสุขของสรรพสัตว์ตลอดสามร้อยปีจะพังลงเพราะกวางตัวเดียวไม่ได้!”
“เพราะท่านรู้งั้นเหรอว่าข้างนอกนั่นมีอะไร”ข้าหรี่ตาเล็กน้อย “มันไม่ได้มีแค่มนุษย์กับพื้นดินแห้งแล้งอย่างที่สัตว์บางตัวเชื่อกัน แต่มีอะไรมากกว่านั้นใช่มั้ย”
“จเ้า” ลิงเบิกตาโพลง มันเผลอปล่อยมือออกจากข้า “เ้ารู้อะไรมา”
ชัดเจน...ลิงนี่ก็รู้ว่าข้างนอกไม่ใช่แดนมนุษย์แต่มีพวกอัลเป็ผู้ปกครองมันไม่อยากให้กำแพงแก้วถูกทำลายเพราะจะรักษาสรรพชีวิตภายในนี้ไว้ ส่วนออซมีแผนบางอย่างที่ข้าต้องสืบต่อและเพื่อให้อะไร ๆ ง่ายขึ้น ข้าต้องหาแนวร่วมที่ไว้ใจได้
“ท่านผู้เฒ่าข้ามีเื่จะบอก” ข้าทำท่ากระอักกระอ่วน “เมื่อคืนตอนข้าค้างกับออซ...”
“เฮ้! ทำเลาะกันเหรอ”ไอ้กระต่ายโผล่หัวมาจากโพรงมิติบนต้นไม้ “รังแกเด็กหรือไงผู้เฒ่า ไม่ละอายใจเหรอ”
ผู้เฒ่าหันไปมองเหมือนมันจะสะดุ้งเล็กน้อย “ข้าแค่มีเื่จะคุยกับลิมุน ‘แบบส่วนตัว’ รบกวนออกไปก่อนออซ”
“มีเื่อะไรที่ผู้พิทักษ์ประจำป่ารู้ไม่ได้ด้วยเหรอ”ออซะโลงมา น้ำหนักตัวของมันทำฝุ่นดินฟุ้งกระจาย “คืนลูกศิษย์ข้ามาเรามีเรียนกันต่อ จำได้ไหมลิมุน”
“หือ...จำไม่เห็นได้”ข้าเอียงคอ
ออซกอดอก“ข้าก็บอกอยู่เมื่อเช้า ว่าแล้วเชียวเ้าต้องเมาขี้ตาจนไม่ได้ฟังข้าพูด ลิมึน!!”
“ข้าไม่เรียนวันนี้กลับไปก่อนเหอะ” ข้าเชิดใส่ ไม่ยอมสบตาไอ้กระต่าย
“หนอย...เห็นเครียดๆ เลยกะจะพาไปเที่ยวสักหน่อย ไม่ไปหรือไง”
“ไม่”
“เอ๊า...”ออซทำเสียงน้อยใจ “ผู้เฒ่า พวกท่านคุยอะไรกันเนี่ยทำไมไอ้เด็กบ้านี่มันทำตัวแบบนี้”
“เรายังคุยธุระกันไม่เสร็จเอาไว้ข้าจะกล่อมให้เขาไปเรียนกับเ้าต่อ ออซ ออกไปจากตรงนี้เสียเถิด” ลิงช่วยพูดให้ข้าแอบขอบคุณในใจที่สมองลิงฉลาดพอจะรู้ว่าเรากำลังจะนินทาออซ
“งั้นข้าจะรออยู่แถวๆ โน้นนน” มันชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่ไกล ๆ “เสร็จแล้วไปเจอข้าด้วยล่ะไอ้กวาง”ออซว่าจบก็ทะลุมิติไปโผล่ยังจุดนัดพบ มันเบ้ปากมองมายังข้ากับผู้เฒ่าด้วยสายตางอนๆ ก่อนจะคว้าเอาใบไม้แถวนั้นมาแทะเล่น
“เขาไปแล้วลิมุนตกลงเ้าจะพูดเื่อะไร” ผู้เฒ่าถามต่อ
ข้ามองออซอย่างระแวดระวังพยายามกดเสียงไว้ไม่ให้ทางนั้นได้ยินสิ่งที่จะพูด
“ออซได้รับการติดต่อจากพวกอัลข้าได้ยินว่า...”
ผู้เฒ่านิ่งราวหยุดหายใจทันทีที่ฟังจนจบมันมองไปยังผู้พิทักษ์คนปัจจุบันด้วยแววตาสับสน สงสารและไม่อยากจะเชื่อในเวลาเดียกวัน
“ออซคงติดต่อกับพวกนั้นมาั้แ่สองปีก่อนตอนที่เขาหายไปจากป่า” ผู้เฒ่าเอ่ย “ออซรักอิสระ และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขารักน้องชายมาก...เขาจะเอาลิมุนคืนมา”