ผู้อำนวยการชิงหลงในยามนี้นั้นถึงกับมีดวงตาที่เบิกกว้างถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะไม่รู้ว่าตัวของมันเป็นตัวอะไรกันแน่แต่ตัวของเขานั้นมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าสัตว์อสูรตัวจิ๋วนี้นั้นมันจะต้องเป็นสัตว์อสูรระดับ 9 เป็นแน่ แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นตัวของเขาก็ไม่กล้าที่จะประกาศความจริงออกมามิเช่นนั้นมันจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาเป็นแน่เพราะแม้แต่ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้นั้นสัตว์อสูรที่พวกมันครอบครองอยู่เพียงแค่ระดับ 8 เท่านั้น แต่เจ้าเด็กน้อยที่ยังไม่หย่านมแม่นั้นมันผู้นี้ถึงขั้นครอบครองสัตว์อสูรระดับ 9 เรื่องราวเช่นนี้ช่างสร้างความอิจฉาต่อผู้คนนัก ไม่ว่าจะเป็นด้านพรสวรรค์หรือจะเป็นการครอบครองสัตว์อสูรไม่ว่าเรื่องไหนก็ไม่สามารถที่จะเปิดเผยต่อคนภายนอกให้รับรู้ได้เลยมิเช่นนั้นชีวิตของหลินเทียนคงได้สั้นลงแน่
“มันคือสัตว์อสูรระดับ 8” ผู้อำนวยการชิงหลงป่าวประกาศต่อผู้คนที่อยู่เบื้องล่างด้วยน้ำเสียงที่ซื่อตรงอย่างถึงที่สุดเพียงแค่สัตว์อสูรระดับ 8 ก็สามารถสั่นสะเทือนจิตวิญญาณของผู้คนได้แล้ว
“ปีนี้มันอะไรกันนี่ศิษย์รุ่นเยาว์โรงเรียนจอมเวทของเรากับมีผู้ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 มากกว่า 2 คน” ผู้อาวุโสของโรงเรียนจอมเวทกล่าวออกมาด้วยความตื่นตกใจผู้ที่สามารถครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 นี้แทบที่จะเป็น 1 ในหมื่นก็ว่าได้แต่ภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้กับปราฏกตัวขึ้นมาภายในปีเดียวมากถึง 2 คน
“ข้าไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดที่ศิษย์พี่ใหญ่หลินเทียนจะได้สัตว์อสูรระดับ 8 อยู่ในความครอบครอง” ศิษย์ฝ่ายนอกเป็นจำนวนไม่น้อยที่พูดจายกยอในตัวหลินเทียนเพราะตัวของเขาในยามนี้นั้นเป็นถึงผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ของศิษย์ฝ่ายนอกการที่ตัวของเขานั้นไม่ได้สัตว์อสูรระดับ 8 มีเพียงแต่เจ้าอ้วนเท่านั้นที่ได้นี่มันถึงจะแปลก
หลังจากนั้นไม่นานพิธีการทำพันธสัญญาอสูรก็ได้สิ้นสุดลง มีผู้คนมากมายที่รู้สึกตื่นเต้นยินดีและเศร้าโศกเสียใจอยู่ไม่น้อย
“ฮ่า ฮ่า ข้าขอบใจเจ้าจริงๆที่ช่วยส่งเสริมข้ามากมายถึงเพียงนี้ตัวข้านั้นไม่รู้ที่จะขอบคุณเจ้าอย่างไรดี” หลังจากที่กลับมาถึงที่พักเจ้าอ้วนห่าวอู๋กล่าวขอบคุณหลินเทียนอีกครั้ง ตัวของมันในยามนี้นั้นไม่รู้ที่จะขอบคุณหลินเทียนอย่างไรดี มีเพียงแต่ความจริงใจเท่านั้นที่จะมอบให้กับหลินเทียนได้
“การที่ตัวของเจ้าสามารถครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 ได้นั้นนั่นก็มาจากความสามารถของเจ้าเองต่อให้ข้าแนะนำวิธีการที่ดีเยี่ยมแค่ไหน หากตัวของเจ้าไม่มีความสามารถแฝงก็คงที่จะไม่ได้มันมา” หลินเทียนกล่าวออกมาอย่างถ่อมตนราวกับว่าเรื่องที่เจ้าอ้วนผู้นี้ได้ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 นั้น มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตนความดีความชอบทั้งหมดตัวของเขานั้นยกให้แก่ตัวมันเองทั้งสิ้น
“ข้าเองก็ขอแสดงความยินดีกับเจ้าเช่นกันหลินเทียนที่ตัวเจ้าสามารถครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 ได้เช่นกัน หาไม่แล้วตัวของข้านั้นจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต” ในตอนแรกนั้นภายในใจของห่าวอู๋เต็มไปด้วยความหนักอึ่งการที่ตัวของมันได้ครอบครองสัตว์อสูรระดับนี้ได้นั้นนั่นก็เป็นผลมาจากหลินเทียนหากเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่สามารถที่จะได้สัตว์อสูรระดับเดียวกันกับตน ตนในฐานะสหายคงที่จะรู้สึกไม่สบายใจไปทั้งชีวิต
ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการทำพันธสัญญาอสูรนั้นจะสามารถช่วยส่งเสริมให้ผู้ครอบครองมีระดับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นยิ่งสัตว์อสูรตนนั้นมีความแข็งแกร่งมากเท่าไรโอกาสที่ผู้ทำพันธสัญญาก็มีโอกาสที่จะมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเพราะดวงจิตระหว่างคนและสัตว์อสูรนั้นถูกเชื่อมต่อถึงกันและกัน แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นก็ต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวอยู่ไม่น้อยหลังจากนั้นไม่นานพลังของเด็กรุ่นเยาว์แต่ล่ะคนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆจนกระทั่งหยุดนิ่งลงเมื่อทำการดูดซับจนหมดสิ้นแล้วและอาจที่จะต้องใช้ระยะยาวนานมากถึง 1 อาทิตย์กว่าที่จะปรับสภาพร่างกายของตนเองได้ เหตุการณ์เช่นนี้นั้นจะเกิดขึ้นกับเด็กรุ่นเยาว์เฉพาะที่สามารถครอบครองสัตว์อสูรในระดับสูงเท่านั้น ส่วนเจ้าพวกสัตว์อสูรระดับต่ำแทบที่จะไม่มีผลอะไรเลยต่อการเพิ่มระดับพลังของตนเอง หากเพียงแต่สามารถเพิ่มกำลังรบระหว่างคนและสัตว์อสูรได้นี่ก็นับว่าเยี่ยมยอดมากแล้ว
ทางด้านของหลินเทียนนั้นหลังจากที่ตัวของมันได้ทำพันธสัญญาอสูรตัวของเขานั้นสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังเวทมากมายมหาศาลกำลังค่อยๆระเบิดออกมาอย่างช้าๆ หลินเทียนจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาเป็นอย่างมากกว่าที่จะทำการดูดซับพลังจนหมดสิ้น ระยะเวลาผ่านไปนานมากถึงหนึ่งอาทิตย์ในที่สุดตัวของหลินเทียนก็สามารถที่จะดูดซับพลังได้หมดแต่เดิมตัวของหลินเทียนนั้นเป็นจอมเวทฝึกหัดขั้นที่ 7 หลังจากผ่านพิธีพันธสัญญาอสูรพลังของหลินเทียนเพิ่มมากถึง 5 ระดับ จนทำให้ตัวของเขานั้นกายเป็นจอมเวทที่แท้จริงขั้นที่ 2 สภาพของหลินเทียนในยามนี้นั้นตัวของเขานั้นราวกับรู้สึกว่าตนเองมีพลังเวทอย่างมากมายมหาศาลเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าการมาถึงขั้นจอมเวทที่แท้จริงได้มันจะให้ความรู้สึกเช่นนี้ ความรู้สึกของหลินเทียนนั้นรู้สึกว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งไร้เทียมทานอย่างถึงที่สุดแต่เด็กหนุ่มนั้นเข้าใจดีหากเกิดความรู้สึกเช่นนี้มากมายเท่าไหร่หนทางที่จะนำไปสู่ความตายก็ยิ่งที่จะใกล้ตัวเท่านั้น สำหรับโลกที่กว้างใหญ่แห่งนี้นั้นพลังเพียงแค่จอมเวทที่แท้จริงนั้นยังไม่ถูกนับว่าเป็นตัวอะไรไม่สามารถอวดโอ้ผู้คนได้เลยด้วยซ้ำ เพราะบนโลกใบนี้นั้นมีมหาจอมเวทผู้เก่งกาจมากมาย
ทางด้านของเจ้าอ้วนห่าวอู๋เองก็เช่นกันพลังของมันในยามนี้นั้นสามารถเพิ่มไปได้มากถึงหลายระดับแต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นตัวของมันก็ยังไม่สามารถที่จะไปสู่ระดับจอมเวทที่แท้จริงได้ เพียงแต่แค่รอเวลาเท่านั้นด้วยความสามารถของเจ้าอ้วนและสัตว์อสูรระดับ 8 ที่อยู่ในความครอบครองการที่จะไปถึงจอมเวทที่แท้จริงนั้นเพียงรอแต่เพียงแค่ระยะเวลาเท่านั้นและด้วยระยะเวลา 2 ปีที่เหลือหลังจากนี้นั้นนับว่าเกินพอ
“หลินเทียนตัวเจ้าในยามนี้นั้นสามารถไปถึงระดับจอมเวทที่แท้จริงได้แล้ว เจ้าจะได้เข้าไปเป็นศิษย์ฝ่ายในเมื่อไหร่กัน” เจ้าอ้วนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอยากรู้อยากเห็นพลังความสามารถของหลินเทียนในยามนี้นั้นนับว่าเกินพอที่ตัวของมันจะเข้าไปเป็นศิษย์ฝ่ายใน และชื่อเสียงของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นก็โด่งดังอยู่ไม่น้อยในหมู่ของศิษย์ฝ่ายในแล้ว เพราะด้วยความสามารถของหลินเทียนในยามนี้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ตัวของเขานั้นจะได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ
“ข้าคงมีเวลาอยู่ที่นี่อีกไม่เกิน 3 วันหลังจากนั้นก็จะได้เข้าร่วมเป็นศิษย์ฝ่ายใน ในทันที” ด้วยความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของหลินเทียนในยามนี้นั้นตัวของเขาไม่จำเป็นที่จะได้รับบททดสอบใดๆทั้งสิ้น เพราะตัวของเขานั้นเป็นถึงจอมเวทที่แท้จริงขั้นที่ 2 เพียงแค่นี้นั้นก็นับว่าเกินพอแล้วที่จะเข้าร่วมเป็นศิษย์ฝ่ายใน