โจรปล้นสุสาน1
“หยุดก่อน!”โครม!ฟิ้ว~จึก!“อ๊ากกกกก! หัวข้า!” ชายผู้โชคร้ายที่โดนหัวหน้าถีบอย่างแรงจนล้มกลิ้งไปตามทางเพื่อทดสอบกับดัก และเป็นไปตามคาดข้างหน้ามีลูกธนูมากมายพุ่งออกจากกำแพงจากทุกทิศทางจนชายผู้นั้นตะโกนก้องด้วยความกลัวจับใจเขาเอามือกุมหัวตัวเองแน่น เมื่อลูกธนูพุ่งเฉียดหัวเขาไปมาตลอดทางตึง!!ฟ้าว~จึก!!“ว้ากกกกกก!” เขากลิ้งมาจนสุดทางชนเข้ากับกำแพงเสียงดังตึง และมีลูกธนูพุ่งตามเขามาติดๆพุ่งปักเข้ากับกำแพงที่ห่างจากหัวเขาเพียงนิดเดียว ไม่สิ...มันเฉียดเข้ากับหูเขาจนเลือดซิบเลยด้วยซ้ำ!! โฮ ข้าเกือบได้ไปสวรรค์พบท่านพ่อกับท่านแม่เสียแล้ว“จะ…เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” หัวหน้าตะโกนถามลูกน้องของตัวเองเสียงดัง เมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนนั้นได้อ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้าง แล้วยังน้ำตาไหลพรากอย่างคนเสียสติขวับ!คนถูกหาว่าเสียสติหันขวับไปมองหัวหน้าตนทันที“ท่าน! ท่าน! เหตุใดท่านจึงทำกับข้าเช่นนี้! โฮ...หัวข้า!” เขาจับหัวสำรวจตัวเองว่ามีส่วนใดในร่างกายที่มีรูโหว่หรือไม่ หลังจากที่ชี้หน้าตัดพ้อหัวหน้าตนแล้ว ท่านช่างใจร้ายกับข้าจริงๆหัวหน้า ท่านมันใจอำมหิต!เมื่อเห็นลูกน้องตนยังอยู่ดีก็รีบลุกขึ้นจากการหมอบหลบลูกธนูเมื่อครู่ พลางแกล้งปัดๆเนื้อตัวแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะกระแอมไอเล็กน้อย“ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่เป็นไรอย่างไรเล่าจือเหลียง”“แล้วท่านรู้ได้อย่างไร? ข้าอาจจะไม่รอดก็ได้!”“ไม่ใช่แค่ข้าหรอกที่รู้ พวกเจ้าก็ว่าเช่นนั้นใช่หรือไม่?” หัวหน้าเมินจือเหลียง หันไปถามลูกน้องคนอื่นๆที่อยู่ข้างหลัง“ใช่แล้ว”“ใช่ๆ พวกข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องรอดแน่”“ใช่แล้วจือเหลียง” พวกคนที่เหลือต่างพากันตอบรับเห็นด้วยกับหัวหน้าของตน ทั้งยังพยักหน้ารัวๆให้อีกด้วย“เจ้า! เจ้าพวก...” ทรยศ ข้าได้แต่อ้าปากพะงาบๆ อยากจะด่าแต่จุกในอกด่าไม่ออก เมื่อเห็นว่าหัวหน้าเดินผ่านไปอย่างหลบสายตากับเจ้าพวกที่เหลือที่เดินตัวลีบตามหลังหัวหน้าไป ข้าได้แต่กระฟัดกระเหวี่ยงอย่างขัดใจที่ทำอะไรไม่ได้ บัดซบที่สุด! แม้แต่พี่ชายที่บอกจะปกป้องข้านักหนาก็ยังเป็นไปด้วย!‘สือเหลียง’ ผู้เป็นพี่ชาย ได้แต่หลบสายตาของน้องชายที่พุ่งทิ่มแทงตนอยู่ข้างหลังเงียบๆ อย่ามองข้าเช่นนั้นเลยได้หรือไม่? จือเหลียงน้องรัก ข้าก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ หากจะโทษก็โทษที่เจ้าเป็นบุตรของเทพแห่งความโชคดีเถอะใช่แล้ว น้องชายคนนี้ของเขาขึ้นชื่อเรื่องของความโชคดีมาแต่ไหนแต่ไร ครั้งหนึ่งพวกเราได้เข้าไปปล้นยังจวนของเศรษฐีชั่วผู้หนึ่ง ที่ชอบทำการลักพาตัวอิสตรีน้อยใหญ่ไปขายยังหอนางโลมและปรนเปรอตนเองอย่างชั่วช้า แต่ขณะที่พวกเขากำลังจะหนีก็ถูกพวกมันตลบหลังรอดักจับอยู่นอกจวน จนพวกเขาต้องต่อสู้หนีเอาตัวรอดออกมา แต่กลับไม่ได้รู้ตัวเลยว่าได้ทิ้งน้องชายของตัวเองไว้ จนกระทั่งถึงหมู่บ้านพอรู้ตัวเขากับหัวหน้าก็รีบกลับมาช่วยเขาทันทีแต่ก็ไม่พบเขาเลย เฝ้าตามหาอยู่นานจนไปเจอเขานอนอยู่ใต้โต๊ะของจวนของเศรษฐีผู้นั้น พอสอบถามจึงได้ความว่า ระหว่างที่ต่อสู้กันอยู่นั้นอยู่ๆก็ถูกชายผู้หนึ่งถีบเข้าจนล้มกลิ้งไปอยู่ใต้โต๊ะ แล้วถูกชายผู้นั้นเอากระบี่แทงจากด้านบนแต่ปรากฏว่าปลายกระบี่มันงอก่อนจะเบี่ยงไปไม่ถูกตัวเขา ชายผู้นั้นคิดว่าเขาตายแล้วจึงไม่ได้สนใจอีก เขาก็ไม่กล้าออกมาจึงหลบอยู่จนพวกเขาไปพบแล้วไหนจะตอนที่ยังเด็กที่พวกเขาสองคนพี่น้องเดินอยู่ในตลาดนั้นอีก อยู่ๆเขาก็เก็บเอาปิ่นทองได้โดยบังเอิญแต่ข้าที่เดินนำเขากลับมองไม่เห็นเดินข้ามมันไป แล้วยังคนก่อนหน้าอีกเล่า?แล้วยังมีตอนที่อยู่ๆก็มีม้าพยศพุ่งตรงเข้ามาจะทำร้ายเขาแต่ก็เบี่ยงไปดีดเอาคนที่อยู่ข้างๆอีก แล้วอย่างนี้ไม่เรียกว่าเป็นบุตรของเทพแห่งความโชคที่แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก!ด้วยความสงสัยข้าจึงได้ไปปรึกษาหัวหน้าแล้วลอบทำการทดสอบเขาอย่างลับๆ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ จนกระทั่งเรื่องใหญ่โตอย่างการทดสอบพิษแต่เขาก็โชคดีรอดมาได้ทุกครั้ง ดังนั้นแล้วจือเหลียงจึงกลายเป็นแนวหน้าที่คอยทดสอบพิษหรือกับดักเสมอครั้งนี้ก็เช่นกัน ตั้งแต่เข้ามาข้างในก็มีกับดักมากมายทั้งกลไกอันซับซ้อน แต่พวกเขาก็ใช้จือเหลียงนำทางมาตลอด จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าตนนั้นโชคดีเพียงไรและถูกคนอื่นใช้เขาเช่นไร และแน่นอนว่าจะไม่มีทางบอกให้เขารู้อย่างเด็ดขาดจือเหลียงที่ทุกคนคิดไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเขานั้นถูกคนทั้งกลุ่มใช้เขาเช่นไร ได้แต่ใช้สายตาจ้องมองพี่ชายตนเขม็ง แต่เขาก็ต้องยกมือขึ้นกอดอกเมื่อยิ่งเข้าไปลึกเพียงใดก็ยิ่งหนาวเหน็บจนต้องกัดฟัน ถึงที่นี่จะหนาวเย็นตลอดปีอยู่แล้ว แต่ข้างในนี้หนาวกว่าข้างนอกมากนัก ทั้งยังมืดนักมีเพียงแสงจากคบไฟที่พวกเขาใช้นำทางเท่านั้นกึก!จือเหลียงที่มัวแต่ลูบแขนตนคลายหนาวอยู่นั้นก็เดินชนเข้ากับแผ่นหลังของพี่ชายตนจนรู้สึกเจ็บ“โอ๊ย! พวกท่านหยุดทำไมหรือ?” จือเหลียงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าพวกที่เหลือรวมทั้งหัวหน้านั้นหยุดเดินแล้วยืนอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง จนจือเหลียงหันมองไปยังทางที่ทุกคนมองอยู่ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นอยู่นั้นเป็นภาพที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็นมาก่อนในชั่วชีวิตนี้ เขายืนตกตะลึงเหมือนกับคนอื่นๆ แสงสีทองที่สาดส่องมากระทบตา เหล่าดอกไม้นานาพันธุ์ที่แข่งกันบานสะพรั่ง มีเถาวัลย์เลื้อยพันตามกำแพงของห้อง ดังมนต์สะกดให้เขาไม่อาจละสายตาจากไปได้งดงามมาก เขาคิดออกเพียงคำนี้จริงๆแต่ถึงสิ่งเหล่านั้นจะสวยงามเพียงใด แต่สิ่งที่อยู่กลางห้องนั่นกลับทำให้ตาที่เบิกกว้างอยู่แล้วต้องเบิกกว้างเข้าไปอีกจนแทบจะถลนออกจากเบ้าโอ้สวรรค์! อย่าบอกนะว่านั้นคือ…