วันต่อมา - - -
หลังเลิกเรียนแดนดินเดินออกมาจากตึกนิเทศพร้อมกับจอมทัพและเจเจเพื่อนสนิทของเขา จริงๆไอ้เพื่อนรักทั้งสองของเขาไม่ได้เรียนนิเทศหรอก แต่พวกมันมานั่งรอเขาเพื่อที่จะได้เดินกลับหอพร้อมกัน
“ไปเดินดูไรเพลินๆ ที่ห้างกันป่ะพวกมึง” จอมทัพเอ่ยชวนในขณะที่กำลังเดินกลับหอพัก
“ไอ้ดูไรเพลินๆ ของมึงเนี่ย ดูไรวะ” เจเจเอ่ยถาม
“กูหมายถึงไปเดินช็อปปิ้งอ่ะ แบบเครียดก็ไปช็อปไรงี้”จอมทัพตอบ
“นี่มึงเป็ผู้หญิงเหรอ”
“ผู้ชายก็ช็อปปิ้งได้สัด! ”
“กูไม่ไปนะ” ในขณะที่จอมทัพกับเจเจกำลังเถียงกันอยู่นั้นจู่ๆ แดนดินก็โพล่งขึ้นมาเฉยๆ บอกด้วยเสียงหนักแน่นว่าไม่ไป
“อ้าว”
“กูปวดหัวว่ะ อยากกลับหอ” แดนดินบอก
“เออ งั้นกูไปกับไอ้เจสองคนก็ได้” จอมทัพว่า
“ใคร? ใครบอกจะไปกับมึง”
“อ้าว ไอ้เจมึง!!! ”
“กูไม่ไปกูี้เีไปยืนรอมึงซื้อเสื้อผ้าแล้วต้องหันมาถามกูว่าสวยไหมดีไหมคนอื่นเขาคิดว่ากูเป็ผัวมึงหมดแล้วสัด!!!! ” เจเจบ่น
“ทำไมวะ เป็ผัวเราแล้วมันเป็ยังไง” จอมทัพส่งเสียงหวานยั่วโมโหอีกฝ่าย
“ไอ้เวร ขนลุก”
“เธอ จะมาพูดแบบนี้ไม่ได้นะ”
“มึงยังไม่หยุดอีกเหรอ....”
แดนดินไม่ได้สนใจเพื่อนทั้งสองที่กำลังหยอกกันอยู่เลยเขาเดินแยกออกมาทันทีหลังจากนั้น สาวเท้าเดินไปทางหอของตนโดยมีเสียงเพื่อนตัวดีทั้งสองของเขาะโเรียกตามหลังมา
“อ้าว ไอ้แดน มึงจะไปไหน”
“กลับหอโว้ยยย”
หอของแดนดินอยู่ไม่ไกลมากนักเดินเรียบกำแพงของมหาวิทยาลัยมาแป๊บเดียวก็ถึง ด้านหน้ามีป้ายเขียนไว้ว่าหอพักชมพูพันธุ์ทาด้วยสีชมพูทั้งหลังซึ่งดูไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศและความเป็อยู่ของเด็กในหอนี้เลย
ด้านข้างมีสนามฟุตบอลเล็กๆที่เชื่อมไปถึงหอทานตะวันที่เป็สีเหลืองทั้งหลัง มีเด็กปีหนึ่งห้าถึงหกคนจากหอข้างๆกำลังเล่นฟุตบอลกันอยู่
ด้านข้างของหอพักมีรถขายไอติมกะทิจอดอยู่
แดนดินเดินตรงไปยังรถขายไอติมกะทิคันนั้นทันทีไอติมกะทิคือของโปรดของเขา แต่ไม่ค่อยได้กิน
“ลุงครับ เอาสองถ้วย” แดนดินสั่งไอติมหลังจากที่เดินมาถึงตั้งใจจะซื้อไปเผื่อรูมเมทของเขา
“ได้ครับ” คุณลุงขายไอติมตอบ
“ลุงมีแบบที่ใส่กล่องเก็บไว้กินหลายๆ วันไหมครับ”เขาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“แบบนั้นต้องสั่งนะ ถ้าอยากได้เดี๋ยวลุงเอามาให้”
“งั้นสั่ง 1 กล่องครับ”
“ได้เลย พรุ่งนี้ลุงเอามาให้นะ”
“ขอบคุณครับ”
แดนดินตอบเป็จังหวะเดียวกันกับที่คุณลุงยื่นถ้วยไอติมกะทิให้สองถ้วย แดนดินรับมากำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าหอพัก แต่...
“อยากกินเหรอ? เอาของพี่ไปกินมั้ย”
เสียงหนึ่งดึงความสนใจของแดนดินไปทั้งหมดเขาหันมองไปยังที่มาของเสียง ไม่ไกลมากนักมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งคุยกับเด็กที่ไหนก็ไม่รู้เด็กผู้หญิงผมยุ่งมอมแมมรับเอาถ้วยไอติมไปด้วยรอยยิ้มส่วนชายหนุ่มที่ว่าก็คือ.....พี่อินทัช รุ่นพี่ร่วมห้องของเขานั่นเอง
แดนดินยืนหลบอยู่ตรงรถไอติมทำให้อีกฝ่ายไม่ทันได้สังเกตเห็น
“อร่อยไหม?” พี่อินทัชถามเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วยรอยยิ้มใบหน้าที่เอาแต่บึ้งตึงเขร่งขรึมตลอดเวลาดูผ่อนคลายจนไม่น่าเชื่อรอยยิ้มอ่อนโยนนุ่มนวลนั่นยิ่งทำให้แดนดินแทบไม่เชื่อสายตา
นั่นพี่อินทัชจริงๆ เหรอ....
ขยี้ตาไปมาสองสามทีก่อนจะมองต่อ
“บ้านอยู่ไหนเหรอ” พี่อินทัชถามเด็กคนนั้นอีกในขณะที่เด็กคนนั้นกำลังตักไอติมใส่ปาก
“ตรงนู้นค่ะ” หนูน้อยชี้ไปทางท้ายซอย
“เป็ลูกใคร แล้วทำไมถึงมาเดินอยู่ที่นี่”
“แม่หนูทำงาน หนูมาทำงานกับแม่”
“แล้วแม่หนูทำงานอะไร?” อินทัชถามขึ้นด้วยความสงสัยก็นี่มันอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ทำไมถึงมีเด็กท่าทางมอมแมมแบบนี้มาวิ่งเล่นอยู่
“ไม่รู้ แม่ทำงานกวาดๆ ถูๆ ” หนูน้อยตอบ
“อ๋อ เป็แม่บ้านสินะ”
หนูน้อยไม่ตอบอะไรอีกเอาแต่ตักไอติมเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
“อร่อยเหรอ?”
“อร่อย...”
“เอาอีกไหม พี่ซื้อให้”
หนูน้อยพยักหน้าอินทัชจึงลุกขึ้นเดินตรงมายังรถขายไอติมทันที
แดนดินหันหลังอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้นแต่ยังไม่ได้เข้าหอพักอยู่ดี เขายังคงยืนแอบมองอีกฝ่ายอยู่ตรงมุมตึก
ก็ใจดีนี่นา.....
แล้วทำไมต้องทำตัวร้ายด้วยวะ.....
ทำไมไม่แสดงมุมอ่อนโยนแบบนี้ออกมาบ้างแม้แต่ที่มหาวิทยาลัยก็ไม่มีใครเคยเห็นมุมนี้ นี่เพื่อนๆ ของพี่เขาจะเคยเห็นหรือเปล่า
แดนดินคิดในใจ ยังคงมองท่าทางอบอุ่นนั้นอยู่ห่างๆรอยยิ้มแบบที่หนูน้อยคนนั้นได้เห็น จะมีใครเคยได้เห็นมันบ้างหรือยัง
เขาไง......
เขาเห็นเมื่อกี้นี้แดนดินคิดก่อนจะละสายตาจากรุ่นพี่ร่วมห้อง แล้วเดินตรงเข้ามาภายในหอพักของตน เมื่อมองไอติมกะทิทั้งสองถ้วยที่ถือมาด้วยก็พบว่ามันเริ่มละลายแล้วให้ตายสิ!!! มัวแต่ดูอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ไอติมละลายหมดแล้วว่าแล้วเขาก็รีบเดินขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็ว
.
.
.
.
.
เมื่อขึ้นมาถึงห้องแดนดินก็รีบเอาไอติมกะทิแช่ในตู้เย็นทันทีแบ่งมากินหนึ่งถ้วยพลางนั่งดูตารางเรียนของวันพรุ่งนี้
แอด.....
เสียงประตูเปิดออกแดนดินหันไปมองยังบานประตูหนาก่อนจะพบว่ารุ่นพี่ของเขากำลังเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าที่บึ้งตึงเช่นปกติไม่เห็นเหมือนตอนเจอหนูน้อยนั่นเลย
“พี่ ผมซื้อไอติมมาเผื่อนะ อยู่ในตู้เย็น” เขาบอก
“อืม.....” อินทัชตอบเพียงสั้นๆสาวเท้าไปนั่งลงยังเตียงนุ่มอย่างเงียบๆ
“ไม่กินเหรอพี่ ไอติมอร่อยนะ ผมเห็นพี่กินไปคำเดียวเอง”
“มึงเห็นที่ไหน???” อินทัชเอ่ยถามพลางมุ่นคิ้วสงสัย
“เอ่อ......คือ....ผมก็พูดไปเรื่อยเปื่อยอ่ะพี่”แดนดินตอบตะกุกตะกัก
“แล้วไหนไอติม?”
“ในตู้เย็นไง”
รุ่นพี่ไม่พูดอะไรอีก ลุกขึ้นก่อนจะเดินมาเปิดตู้เย็นเห็นไอติมถ้วยเล็กแช่อยู่ในช่องฟรีซก็รู้ทันทีว่ามาจากร้านลุงไอติมกะทิร้านลุงจริงๆ ด้วย! และเขาก็กินไปคำเดียวจริงๆก่อนจะยื่นให้หนูน้อยนั่น อินทัชหยิบมันออกมาก่อนจะเดินออกไปยังระเบียงตักไอติมถ้วยเล็กกินอย่างอร่อย
“พี่”
นั่นไง ไอ้เด็กนี่ก็ยังตามมากวนใจเขาอีกอินทัชหันไปมองยังคนที่เรียกเขา เด็กตัวใหญ่ส่งยิ้มให้
“อะไร”
“อร่อยไหม?”
“เสือก!!!”
คนที่กำลังยิ้มแป้นอยู่หุบยิ้มแทบไม่ทันแต่เพียงไม่กี่วิก็ยิ้มใหม่ ใบหน้าหล่อยิ้มทะเล้นจนน่าหมั่นไส้ และก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะหมั่นไส้เขาอย่างที่เขา้า
“อะไรวะ คนอุตส่าห์ซื้อมาฝาก...”
“เอองั้นกูโยนทิ้งก็ได้!!”
“เอ้ยอย่าๆ ๆ ๆ”
“เข้าไปข้างในไป อย่ามากวนกู ชอบรึไงโดนกูด่าเนี่ย”
“ก็ได้ครับ” แดนดินตอบก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในแต่...
“เวลาพี่ยิ้มก็ดูน่ารักดีนะครับ”
มันไม่ได้เดินกลับเข้าไปเฉยๆแต่ทิ้งทวนประโยคที่ทำเอาอินทัชถึงกับชะงัก วางช้อนไอติมลงแล้วหันไปมองยังคนพูดแต่ไอ้รุ่นน้องจอมกวนก็เดินเข้าไปเสียแล้ว
ก็คงจะจริงอย่างที่มันว่ารอยยิ้มย่อมน่ามองกว่าสีหน้าตึงๆ ของเขา แต่.....เขาไม่ใช่คนยิ้มสุ่มสี่สุ่มห้าแบบแดนดินหรอกยิ้มตลอดเวลาอย่างกับคนบ้า หึ๊ย!!!!