“นิกข์!!!!....”
เสียงร้องเรียกด้วยความของญาตาวีดังมาแต่ไกล ขณะที่ชมพูนิกข์ก้าวออกมาจากในรถของกฤษกรเรียบร้อยแล้ว และพอดีกันกับที่ญาตาวี ลงมาจากรถยนต์เรียบร้อยแล้ว และได้หันไปเห็นเพื่อนเข้าพอดี ซึ่งญาตาวีได้จอดรถยนต์ที่ลานจอดรถชั้นเดียวกันกับกฤษกร และห่างกันสองช่อง ญาตาวีวิ่งเข้ามาโผกอดชมพูนิกข์ อย่างดีอกดีใจที่ได้เจอเพื่อน ที่ห่างหายไม่ได้พบเจอกันนานเป็ปีๆ
ชมพูนิกข์ก็สวมกอดเพื่อนอย่างดีอกดีใจไม่แพ้กัน
“เธอเป็ไงบ้างสบายดีไหม? ฉันคิดถึงเธอนะ ไม่ได้เจอกันนานเลย” ญาตาวีถามสารทุกข์สุกดิบ เมื่อทั้งสองร่างได้ผละห่างออกจากกัน
“ฉันสบายดี ฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน แล้วเธอล่ะเป็ไงสบายดีไหม?” ชมพูนิกข์ถามกลับพร้อมกับตรวจตราเพื่อนไปด้วย
“ฉันสบายดีย่ะ วันนี้เรามีเ้ามือเลี้ยงข้าว เราจัดให้เต็มที่กันเลยนะ” ญาตาวีพูดพร้อมกับชำเลืองมองดูพี่ชายสุดที่รัก
“เอาสิ จะกินเยอะกันได้ขนาดไหนล่ะ จะกินหมดทั้งร้านพี่ก็จ่ายให้ไหว”
กฤษกรกล่าวยิ้มๆ ใช้มือใหญ่ยื่นไปโยกศีรษะของน้องสาวไปมาเบาๆ อย่างหยอกล้อเกมเอ็นดู
“พี่กรอ่ะ ผมกุ้งหมดแล้วเนี้ย!!”
ญาตาวีหันไปส่งค้อน กล่าวต่อว่าพี่ชายอย่างไม่ค่อยจริงจังนัก ก่อนจะยกมือขึ้นไปลูบผมของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง
“เอ้าๆ!! เข้าไปข้างในกันดีกว่า เพื่อนเราหิวแย่แล้วนั้นน่ะ” กฤษกรกล่าวตัดบท พร้อมกับหันไปมองชมพูนิกข์นิดหนึ่ง
“โอเคค่ะ ไปกันเลย” ญาตาวีพยักหน้ารับทราบ แล้วสองสาวหนึ่งหนุ่มก็พากันเดินเข้าไปในร้านอาหาร
ร้านอาหารที่ทั้งสาวคนพากันเข้าไป เป็ร้านอาหารอิตาเลียน ญาตาวีเป็ผู้เลือกร้านอาหารแห่งนี้เอง เพราะเธอเกิดอยากจะทานอาหารอิตาเลียนขึ้นมา
“สั่งอะไรดีเธอ? ไม่ต้องเกรงใจนะ อยากกินอะไรสั่งไปเลย พี่ชายฉันจ่าย อิอิ!!....”
ญาตาวีบอกกับชมพูนิกข์ยิ้มๆ เมื่อพากันนั่งลงที่โต๊ะอาหาร และกำลังดูเมนูอาหารกัน
ชมพูนิกข์ก็ได้แต่อมยิ้มรับคำบอกกล่าวของเพื่อน ก่อนจะหันไปมองคนที่เพื่อนบอกว่าเป็ผู้จ่ายเงินค่าอาหารในวันนี้ และก็สบตากับเขาเข้าอย่างจัง ชมพูนิกข์จึงแสร้งก้มลงไปมองดูเมนูอาหารตรงหน้าต่อ ด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
“เธอต้องเข้ามาคุยงานกับพี่กรบ่อยๆ ใช่ไหม่นี้?”
ญาตาวีถามเพื่อนขึ้นมา ระหว่างที่นั่งรออาหารที่ได้สั่งกันไปแล้วอย่างใคร่รู้ เพราะจะได้วางแผนเวลาให้ได้เจอกัน
“ใช่! เพราะเป็่เริ่มต้นต้องมาบ่อยหน่อยน่ะ แต่หากอะไรเข้าที่เข้าทางตามแผนการทำงานแล้วก็คงจะมาไม่บ่อย อาจจะแค่โทรคุยหรือส่งเมลคุยอะไรประมาณนี้”
ชมพูนิกข์ตอบเพื่อนไปตามที่บริษัทของเธอ ได้บอกกล่าวมาอย่างนั้น
“งั้นดีเลย ฉันจะได้เจอเธอบ่อยๆ ไว้เราไปกินข้าวไปเที่ยวกันนะ” ญาตาวีพูดไปก็ส่งยิ้มทั้งปากและตาให้เพื่อนไปอย่างดีใจ
“อืม!! ได้สิ”
ชมพูนิกข์ตอบรับเพื่อน และคิดว่าก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่มีเวลาคิดอะไรฟุ้งซ่าน เพราะหากเธอกลับคอนโด เธอก็ต้องอยู่คนเดียวและคอยแต่จะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย นั้นก็ไม่พ้นเื่ของคนตัวโตที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอขณะนี้อย่างแน่นอน
๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗