ฉันมารับนัชในตอนเช้าเหมือนเขาจะยังไม่ตื่น จึงรีบปลุกเพราะวันนี้ต้องไปให้ตรงเวลา พอมองไปรอบๆก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทั้งแก้วไวน์ที่ไม่เก็บ เสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นและกองทิชชู่ที่อยู่ข้างเตียง ฉันเริ่มใจไม่ดี ไม่อยากจะเดาว่าเมื่อคืนเขาทำอะไร
“ทำอะไรเหรอเมื่อคืน ทำไมห้องรกจังผ้าห่มกับหมอนหล่นมาอยู่ข้างล่างหมดเลย”
นัชทำหน้าเลิ่กลั่ก แต่ก็แก้ตัวได้อย่างเนียนๆ
“ซ้อมบทน่ะ พอมันไม่ได้ดั่งใจเลยอาละวาดนิดหน่อย อย่าสนใจเลย ไปเถอะ”
พอไปถึงสตูดิโอก็เริ่มการแคชบทกันใหม่แต่คราวนี้เป็นการแคชของนัชคนเดียว ในห้องมีแค่ผู้กำกับกับวีเธอนั่งอยู่ในห้องด้วย ไม่รู้ว่าเธอรับหน้าที่เขียนบทหนังเรื่องนี้ ด้วยรึเปล่าแต่ดูเหมือนนัชไม่ค่อยแปลกใจ แถมไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำไป แต่การที่เธอให้นายดินมาแคชได้ก็คงมีอำนาจในการตัดสินใจพอสมควร
มีการพูดคุยกับทางผู้กำกับนิดหน่อยซึ่งเป็นการคุยส่วนตัว ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปฟังฉันกับวีรออยู่ในห้องรับรองด้านนอก เธอได้แต่ยิ้มและมองหน้าฉันสำหรับฉันบอกตามตรงว่าหน้าเธอฉันก็ไม่อยากจะมองฉันอึดอัดจนต้องเดินออกไปรอที่ด้านนอก
พอออกจากห้องมาท่าทีของนัชก็ดูเปลี่ยนไป เขาดูสบายใจและผ่อนคลายมากขึ้น เขาเหลือบไปมองวีเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย
“หาอะไรกินก่อนมั้ย...วันนี้ยกเลิกงานไปหมดแล้ว” ฉันถามขึ้น
“ไม่หล่ะ กลับห้องเลยแล้วกัน นัชรู้สึกเหนื่อยมาก อยากนอนโทรสั่งอะไรให้กินก็ได้
ฉันไปส่งเขาที่ห้องและโทรสั่งอาหารให้เหมือนเขาจะเหนื่อยมากจริงๆ พอถึงห้องก็ทิ้งตัวลงนอนเลยไม่อาบน้ำด้วยซ้ำเมื่อคืนไปทำอะไรมานะ ฉันแอบสงสัย และแอบคิดไม่ดีเพราะเมื่อคืนฉันกลับไปก่อนแอนรึว่าเขากับแอนจะ...
ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ฉันได้ข่าวว่าผู้กำกับเลือกเอก กวี เป็นพระเอกของเรื่องเหมือนนัชไม่สนใจกับเรื่องนั้นแล้ว ฉันเองก็แปลกใจที่ตอนแรกเขาดูอยากได้บทนั้นมากวันนั้นผู้กำกับคุยอะไรกับนัชนะ ฉันจึงลองถามเขาดู
“ไม่สนบทนี้แล้วเหรอ ทำไมดูเฉยๆ จัง”
“อืม...ไม่สนแล้ว ผู้กำกับบอกแล้วแหละว่าจะให้เอก กวี เล่น นัชรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามันเป็นฝีมือวีตั้งแต่เลิกกัน มันก็ตามหาเรื่องฉันตลอด พยายามจะให้ฉันยอมแพ้และกลับไปหามันให้ได้แต่รู้ม่ะ อย่างยัยนั่นหน่ะ อยู่ด้วยเหมือนตกนรกแหละ ร้ายซะขนาดนั้นไม่ได้เล่นเรื่องนี้ก็ดีอีกอย่าง จะได้ไม่ต้องไปเจอแค่เห็นก็คลื่นไส้อยากจะอ้วกแล้ว”
แอนกับพนักงานบัญชีมาถึงในช่วงบ่ายเพื่อเคลียร์งานจริงๆ นัชมีทาวน์โฮมย่านรามอินทราหลังหนึ่งที่ใช้เป็นออฟฟิศแต่ทุกคนไม่ค่อยชอบไปที่นั่นเพราะมันไกลและนัชก็ไม่ค่อยแวะไปเวลาคุยงานทีไรก็พากันหอบเอกสารมาที่ห้องนัชตลอดฉันแอบดูท่าทางเธอว่ามีอะไรกับนัชเป็นพิเศษไหม แต่เธอกลับดูเฉยๆไม่มีทีท่าอะไรเวลาอยู่กับนัชแม้แต่น้อย
ตกเย็น นัชบอกให้ฉันออกไปซื้ออาหารมาเลี้ยงทุกคนทั้งที่โทรสั่งเอาก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะให้ฉันเดินลงไปซื้อ
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
หลังจากชาออกจากห้องไปนัชก็เรียกแอนมาคุยด้วยในห้อง
“มีเรื่องอยากให้คุณช่วยหน่อยนะ”
“อะไรเหรอคะ?”
นัชยิ้มเจ้าเล่ห์และเดินไปกอดแอน
“อยากให้คุณไปคุยกับคุณอาคมเรื่องบทพระเอกหน่อย”
แอนเลิกคิ้วสูง
“อยากได้เหรอคะนึกว่าไม่สนใจ แต่เรื่องนี้ต้องให้ผู้จัดการทำนิคะ ฉันเป็นแค่ผู้ช่วยเองนะคะ”
นัชส่ายหัวเล็กน้อยก่อนเอามือจับที่ปลายคางของแอน
“อย่างชาน่ะ..ทำไม่สำเร็จหรอก..”
“เอ๋....แล้วอะไรที่มั่นใจว่าแอนจะทำสำเร็จล่ะคะ”
แอนยิ้มยั่ว นัชจ้องมองเธอ
“เพราะว่าคุณเก่งมากในเรื่องการเจรจาน่ะสิเป็นความสามารถที่คนอย่างราชาวดีไม่มีวันทำได้แน่ๆ”
“แล้ว......ถ้าสำเร็จ.....แอนจะได้อะไรตอบแทนล่ะคะ”
“ถ้าสำเร็จ...ผมจะตอบแทนคุณทุกอย่างที่ต้องการ”
นัชตอบขึ้นทันที แอนพยักหน้ารับ
“รับทราบค่ะจะลองคุยดูอีกทีแล้วกันนะคะ”
จากนั้นแอนก็โทรหาอาคมผู้กำกับทันทีการเจรจานั้นได้มีการนัดพบเป็นการส่วนตัวคืนนี้ หลังวางสาย เธอก็เดินออกจากห้องไปทันทีสวนทางกับชาที่เดินถืออาหารกับกาแฟพะรุงพะรังขึ้นมาบนตึก โดยไม่พูดหรือทักทายใดๆ
หลังจากออกจากคอนโดนัชแล้ว แอนก็กลับบ้านไปแต่งตัวชุดที่เธอใส่เป็นชุดสูทสีน้ำเงินกระโปรงสั้นมากแค่นั่งลงก็สามารถเห็นกางเกงในได้แล้ว ถึงจะมีเสื้อสูทคลุมด้านนอกแต่เสื้อที่ใส่ด้านในคอลึกจนเห็นหน้าอกได้อย่างชัดเจนเป็นชุดที่เธอเตรียมพร้อมไว้สำหรับการเจรจาคืนนี้ พอหนึ่งทุ่ม เธอก็ไปร้านอาหารตามที่นัดกับอาคมไว้และไม่นานอาคมก็มา
“สวัสดีค่ะคุณอาคม”
อาคมมองด้วยความประหลาดใจ
“นึกว่าเป็นผู้จัดการที่ชื่อราชาวดีนั่นเสียอีก”
แอนยิ้มหวาน
“ฉันเป็นผู้จัดการอีกคนค่ะผิดหวังงั้นเหรอคะ?”
อาคมนั่งลงดื่มน้ำก่อนถอนหายใจยาว
“เรื่องบทนั่นหน่ะฉันตกลงเลือก เอก กวีกิจไปแล้ว จะให้เปลี่ยนตอนนี้มันคงไม่ทันแล้วแหละ”
แอนโน้มตัวเข้าหาใช้เสื้อคอลึกนั้นแนบชิดตัวอาคม
“แหมเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหัน ในหนังของคุณทำออกจะบ่อย ใครๆ ก็รู้นิคะถึงอายุกับบุคลิกคุณเอกจะดูใกล้เคียงกว่าก็จริงแต่ฉันว่าความป๊อปคุณนัชมีกว่าเยอะนะคะ แถมคุณนัชก็กำลังมีหนังที่เพิ่งถ่ายจบไปอีกไม่นานก็คงได้ฉาย ฉันว่าถ้าพูดถึงกระแสคุณนัชมาแรงกว่านะคะ”
อาคมหัวเราะลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าคุณนี่ทำการบ้านมาดีจริงๆ ทำไมธนัชชาไม่ให้คุณเป็นผู้จัดการแทนยัยจืดนั่นไปเลยนะ”
แอนยิ้มยั่ว พร้อมกระซิบข้างหู
“คุณอาคมคะฉันยินดีทำทุกอย่างนะคะ ถ้าคุณจะเปลี่ยนพระเอกของเรื่องให้เป็นธนัชชา”
อาคมมองเรือนร่างหญิงสาววัยขบเผาะนั้นด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“ไม่อ้อมค้อมเลยแล้วกันนะถ้าคุณทำให้ผมถูกใจได้ ผมจะพิจารณาดูอีกทีก็ได้นะ”
แล้วทั้งคู่ก็ขับรถออกจากร้านอาหารไปด้วยกันตอนสองทุ่มไปในที่ที่เงียบ เหมาะกับการเจรจาและสานสัมพันธ์
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
ในตอนเช้า โทรศัพท์จากทีมงานหนังแจ้งเข้ามาว่า ผู้กำกับตกลงให้ธนัชชาได้รับบทนี้แทนคุณเอกกวีกิจ ฉันตกใจมาก และงงด้วยว่าจู่ๆ ทำไมเขาเปลี่ยนใจ ฉันรีบโทรไปบอกนัชด้วยความดีใจและรีบอาบน้ำแต่งตัวออกไปรับนัชที่ห้องทันที พอไปถึงห้อง ก็เห็นแอนอยู่ในห้องแล้ววันนี้มีคิวต้องไปงานอีเว้นท์ มีร้องเพลงด้วยนิดหน่อย ต้องไปเร็วเพื่อซ้อมด้วยฉันคิดว่าฉันมารับนัชเร็วแล้ว แต่เธอมาเร็วกว่าฉันอีกเหรอเนี่ยหรือว่าเธออยู่กับนัชเมื่อคืน ฉันอดคิดแบบนั้นไม่ได้เหมือนกันแต่ดูจากสายตาที่ทั้งคู่มองหน้ากัน ฉันรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ อยู่เหมือนกันนัชพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าปกติมันเกี่ยวกับเรื่องที่นัชได้รับบทพระเอกนี่รึเปล่านะ ฉันคิดมากไปหมด
“ทำไมเขาถึงเปลี่ยนตัวกะทันหันแบบนี้ล่ะนัชรู้มั้ย” ฉันถามขึ้น
“ให้แอนโทรไปคุยด้วยนิดหน่อยน่ะ”
“เอ๊ะ ทำไมล่ะ เพราะชาทำไม่สำเร็จงั้นเหรอ?”
ฉันถามด้วยความสงสัยปนน้อยใจเล็กน้อย
“เปล่าก็แค่บอกเขาว่านัชยอมลดค่าตัวถ้าได้เล่นเรื่องนี้แอนเขาเคยทำงานสายนี้มาก่อน พอมีเส้นสายอยู่บ้าง ก็เลยให้เธอโทรไปคุยแทนชาเท่านั้นไม่ต้องคิดมากหรอก”
ฉันหันไปมองหน้าแอนเธอยิ้มเยาะใส่ฉันเล็กน้อย ท่าทีเธอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจากก่อนหน้าที่ดูเกรงใจฉัน แต่ตอนนี้ เธอทำตัวเหมือนอยู่เหนือฉันไปแล้ว
แอนเดินเข้าไปหานัช คุยกันกะหนุงกะหนิงโดยไม่ได้สนใจสายตาฉัน หลังจากนั้นงานของเราทั้งสองถูกแบ่งกันอย่างชัดเจนฉันกับนัชก็ออกไปทำงานด้วยกัน เคลียร์คิวงาน ส่วนการประสานงานกับทางทีมงานหนังให้แอนเป็นคนทำ
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*