“ท้องไส้ไม่ค่อยดียังจะสั่งพาสต้าอะไรอีก”
“นายหุบปากไปเลยน่าซึงฮยอนลำบากลำบนตั้งเท่าไร อย่างน้อยให้เขาได้กินของที่ชอบจะได้มีแรง”
สถานที่ที่ยูซองพามาคือร้านอาหารอิตาลีชื่อดังซึงฮยอนไม่รู้ว่าจริงอย่างที่คิดไหมเขาแค่คาดเดาเพราะเห็นลูกค้าในร้านต่างถือกล้องขึ้นมาถ่ายรูปอาหารและร้านให้จ้าละหวั่น
“นายแค่มากินของที่ตัวเองอยากกินต่างหาก”
“ไม่จริงสักหน่อยซึงฮยอนเป็ถึงจอมสวาปามพาสต้าเชียวนะมีแค่เด็กนี่เท่านั้นที่มีรสนิยมการกินเข้ากับฉันได้ เราเลยเป็คู่หูนักกินนายชอบพาสต้าซอสครีมใช่ไหมล่ะ ร้านนี้อร่อยนะ”
ยูซองเลือกเมนูให้เองกับมือส่วนซึงฮยอนได้แต่ยิ้ม เทียบกับระยะเวลาที่ได้รู้จักกันมาเหมือนมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยูซองยังไม่รู้เกี่ยวกับซึงฮยอนหนึ่งในนั้นคือนิสัยการกิน
ซึงฮยอนอยู่ไม่ได้ถ้าขาดข้าวเพราะชายหนุ่มชอบกินอาหารเกาหลีมากที่สุด โดยทฤษฎีแล้วซึงฮยอนยังกินพิซซ่าได้อยู่แต่กับพาสต้านั้น...โดยเฉพาะพาสต้าซอสครีม เขาไม่เข้าใจว่ามันมีรสชาติเป็อย่างไรแต่เมื่ออยู่ต่อหน้ายูซองที่เอ่ยปากว่า “ฉันชอบพาสต้า แล้วนายล่ะ” ซึงฮยอนถึงกับพูดประโยคดังกล่าวไม่ออก
โดยปกติคนเกาหลีมักใช้โอกาสระหว่างกินข้าวก่อเกิดมิตรภาพดีๆร่วมกันไม่ใช่เหรออย่างเช่นทุกครั้งที่กินอะไร ก็อยากให้เขานึกถึงแล้วพูดว่า“เด็กนั่นชอบเหมือนฉันเลยแฮะ” ดังนั้นจึงเออออห่อหมกตอบไปว่า “ผมก็ชอบครับ”พร้อมพยักหน้ารับอย่างบ้าคลั่ง
นับจากนั้นเป็ต้นมาการกินข้าวกับยูซองจึงเปรียบเสมือนการสู้รบซึงฮยอนไม่อาจลืมเลือนความทรงจำของการตักชีสและก้อนครีมข้นๆเข้าปากหมุบหมับแต่พอกลับถึงห้องต้องรีบกินข้าวคลุกน้ำซุปบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเผ็ดล้างปากแล้วนั่งน้ำตาไหลพรากอย่างซาบซึ้งว่า “เรานี่มันชอบพี่เขาจริงๆเลย”
“แต่ก็เก่งนะเรียนจบได้ภายในสองปี”
“เพราะพวกบัณฑิตจบใหม่มองว่าประวัติการทำงานเป็สิ่งที่เร่งด่วนและสำคัญยิ่งกว่าผลงานการวิจัยน่ะสิครับแถมห้องแล็บก็แออัดสุดๆ”
“เอ...พี่นึกว่าศาสตราจารย์พักจะจับนายไว้ไม่ปล่อยให้หลุดมือซะอีก”
ซึงฮยอนเริ่มขวยเขินขึ้นมานิดหน่อยเขาเพิ่งหลุดพ้นจากการโดนทีมอื่นโยนงานมาให้หมาดๆเมื่อกี้ตอนนี้ยังจะมีเื่ที่โดนอาจารย์จิกหัวใช้ไม่ปล่อยมาซ้ำเติมอีกทำให้จงชานที่เอาแต่เชิดคางมองออกไปด้านนอกอย่างไว้ท่าก่อนหน้านี้ หันกลับมามองซึงฮยอนด้วยสายตาที่เหมือนกับเห็นด้วยคนถูกมองจึงยิ่งกระดากอายเป็ล้นพ้น
ดูเหมือนซึงฮยอนเป็คนประเภทที่พอได้หยิบจับอะไรก็อยากรับผิดชอบไปจนถึงที่สุดซื่อสัตย์ จริงใจ และสงบเสงี่ยมเจียมตัวถึงทำตัวน่าเบื่อไปหน่อย...แต่ก็ไม่สมควรโดนคนอื่นกดขี่ข่มเหงง่ายๆแบบนี้แม้ความประทับใจแรกที่จงชานมีต่อซึงฮยอนค่อนข้างติดลบ ตอนนี้เขาเริ่มสงสารอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ...
หรือนี่เป็แค่สถานการณ์พาไป อาจารย์และรุ่นพี่ปริญญาเอกเปรียบเสมือนผู้กุมชะตาชีวิตของ
เด็กปริญญาโทฉันใดบริษัทกับพนักงานประจำก็เปรียบเสมือนผู้กุมชะตาชีวิตของพนักงานฝึกหัดฉันนั้น
“นายจำได้ไหมที่ฉันเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยเรียนปริญญาเอกมีรุ่นน้องคนหนึ่งที่เก่งระดับหัวกะทิเล่นเอาฉันตกตะลึงไปเลย แล้วถ้านายได้อ่านงานที่เขาเขียน นายต้องชอบจนเป็ลมแน่ๆเด็กคนนั้นก็คือซึงฮยอนไงล่ะ”
“งั้นเหรอ”
“ไอ้หมอนี่!ไม่ใช่มดงานสักหน่อย...วันๆทำแต่งานจนจำอะไรไม่ได้แล้วสินะได้ข่าวว่าหลังจากอ่านวารสารทางวิชาการของซึงฮยอน นายก็รีบปรับโฆษณาผลิตขนมD ใหม่หมดเลยนี่ ทำไมล่ะ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเรามีชมรมอยู่ชมรมหนึ่ง...”
“นั่นไม่สำคัญอะไรหรอกครับ”
ชมรมของยูซอง...ก็หมายถึงชมรมLGBTQ ของมหาวิทยาลัยS น่ะสิ
ทันทีที่ยูซองเตรียมเปิดเผยเื่ต็อกสีรุ้ง[1]ซึงฮยอนกลับโพล่งขัดจังหวะขึ้นมาอย่างใ
“เพราะพี่ยูซองเรียนคณะเศรษฐศาสตร์เราเลยได้เขียนรายงานและทำวิจัยเกี่ยวกับเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมด้วยกันบ่อยๆตอนนั้นเหมือนจะเคยโชว์ให้ดูแป๊บหนึ่งนะครับ”
จงชานทำสีหน้าประมาณว่า“แล้วใครว่าอะไรล่ะ” ก่อนพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจตอนแรกยูซองเตรียมเปิดปากทำท่าจะพูดอะไรออกมาแต่เมื่อมองไปยังดวงตาแสนกังวลของซึงฮยอน เ้าตัวกลับหุบปากทันที
รู้ๆกันอยู่ว่าจงชานก็เป็เด็กมหาวิทยาลัยS เหมือนกันเกิดเ้าตัวถามว่าแล้วไปเจอกันที่ชมรมอะไรคงรับมือทีหลังยากแน่นอนยิ่งต้องมาทำงานพบปะพนักงานซึ่งส่วนใหญ่เป็ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย S เกือบทุกวันแบบนี้ คงไม่อยากเจอสถานการณ์ลำบากที่ต้องโกหกไปวันๆละมั้ง
“อืมจริงด้วยตอนนั้นซึงฮยอนกับจียอนรู้จักกันแล้วนี่มาคิดๆดูจียอนทำตัวไร้สาระมาั้แ่ตอนนั้นแล้วแต่ทุกวันนี้เห็นเขียนข้อความโฆษณาอะไรสักอย่างอยู่นี่”
ยูซองผู้มีสายตาฉับไวรีบเปลี่ยนเื่แบบเป็ธรรมชาติสุดๆซึงฮยอนก้มหัวเล็กน้อยราวกับขอบคุณโดยมียูซองแอบโบกมือให้ลับหลังจงชาน
ชมรม LGBTQ ของมหาวิทยาลัยS มีชื่อว่า “ต็อกสีรุ้ง” เหมือนเคยได้ยินว่าแต่ก่อนเคยเรียกอย่างสุภาพว่า “ชมรมคนกลุ่มน้อย” ด้วยซ้ำต้นเหตุเกิดจากเมื่อถึงวัยแต่งงานคนเกินครึ่งของชมรมนี้ต้องจำใจรักคนต่างเพศตามความ้าของสังคมซอจียอนจึงเสนอว่า“งั้นเรามามีเซ็กซ์กันอย่างสนุกสุดเหวี่ยงก่อนถึงเวลานั้นกันเถอะ” ทำให้กลุ่ม LGBTQในมหาวิทยาลัย S ถูกเรียกว่าต็อกสีรุ้งั้แ่นั้น
สมาชิกบางคนในชมรมบอกว่าการนำ“ต็อก” ที่สื่อความหมายถึงเซ็กซ์และรุ้งกินน้ำอันเป็สัญลักษณ์ของการรักร่วมเพศมาตั้งชื่อชมรมถือเป็เื่สนุกดีพร้อมกับยกยอปอปั้นจียอนที่มีไอเดียล้ำเลิศ แต่ตลกน่าเธอตั้งชื่อนี้เพราะคิดง่ายๆว่า หากเป็์ ก็ต้องนึกถึงรุ้งกินน้ำอันดับแรกไม่ใช่เหรอ
น่าแปลกที่ยูซองคนยิ้มยากกลับถูกอกถูกใจในตัวจียอนพร้อมแนะนำเธอว่า ไม่ลองทำงานเป็ก๊อปปีไรเตอร์หน่อยเหรอ น่าจะรุ่งซึ่งซึงฮยอนก็ต้องแปลกใจอีกระลอกที่จียอนตัดสินใจเป็ก๊อปปีไรเตอร์ทันทีหลังเกิดเหตุการณ์นั้น
ระหว่างทะเลาะตบตีกับพาสต้ามันเยิ้มไปพลางฟังคำพูดของยูซองไปพลางจงชานที่กำลังกินข้าวโดยก่อนหน้านี้แกล้งเมินเสียงโทรศัพท์ซึ่งกระหน่ำโทรเข้ามาอย่างไม่ลดละอยู่นานกลับหยิบโทรศัพท์เ้าปัญหาไว้ในมือแล้วลุกขึ้นยืนชายหนุ่มกัดฟันกรอดอย่างน่ากลัวพลางสบถว่า “ไอ้พวกไร้ศีลธรรมไม่คิดจะกินข้าวกินปลาบ้างหรือไงวะ”ส่วนซึงฮยอนทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นอาการดังกล่าวของผู้เป็หัวหน้า
“ว่าแต่ทำไมนายมาเป็พนักงานฝึกหัดของที่นี่ได้ล่ะแถมยังหันมาฝึกเกี่ยวกับโฆษณาอีก”
“เอ่อ...แค่สมัครงานรอบล่าสุดไม่ผ่านน่ะครับผมเองก็เอาแต่เรียนๆๆ เลยอยากสั่งสมประสบการณ์การทำงานบ้าง...”
“แต่การทำงานเป็ลูกน้องคิมจงชานเพราะอยากได้ประสบการณ์เฉยๆมันค่อนข้างโหดเอาเื่อยู่นะนายน่าจะติดต่อพี่ แค่ตำแหน่งพนักงานฝึกหัด...พี่พอจะจับยัดให้ได้อยู่แล้ว...อย่างARL[2] เป็ไง”
“สถาบันวิจัยนั่นเอาไว้ถ้าผมจบปริญญาเอก...ตอนนั้นก็คงยังไม่สายเกินไปน่ะครับAR Planning ก็เป็ที่ที่ผมอยากทำเหมือนกันถึงคว้าน้ำเหลวจากการส่งใบสมัครครั้งล่าสุด...แต่ผมอยากลองฝึกงานไปก่อนแล้วค่อยสมัครใหม่ใน่ครึ่งปีหลังครับ”
“่นี้นายคงเหนื่อยน่าดูสินะแต่นายเป็คนตั้งใจทำงาน ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอนถ้าอยากให้ช่วยอะไรก็ติดต่อมาได้นะ”
เขาลืมไปเลยว่ายูซองทำงานอยู่ที่ARL ซึ่งเป็บริษัทในเครือเดียวกับAR ด้วยเช่นกัน ถ้าค้นหาในแมสเซนเจอร์มันจะขึ้นไหมนะ
ซึงฮยอนค่อนข้างสับสนขึ้นมานิดหน่อยเขาเคยชอบขนาดที่ยอมละทิ้งทุกอย่าง ทั้งทางเดินชีวิตและนิสัยการกินของตัวเองแต่กลับไม่คิดจะค้นหาอีกฝ่ายเลย
ไม่ยักรู้มาก่อนว่าไอ้วลี “เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างจะดีขึ้น” มันเป็ความรู้สึกแบบนี้เอง พอได้ััเข้าจริงๆถึงได้รู้ว่าการปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็ไรกับความรู้สึกไม่มีอะไรจริงๆต่างกันโดยสิ้นเชิง
เมื่อกี้เขาใเพราะไม่เจอยูซองมานานมากแต่ก็แค่นั้น...มาถึงตอนนี้ ซึงฮยอนเริ่มมั่นใจแล้วว่ารักแรกและรักข้างเดียวที่ทนเก็บไว้มาเนิ่นนานสิ้นสุดลงแล้ว
[1] ต็อกสีรุ้ง (무지개떡) เป็ขนมเค้กข้าวชนิดหนึ่งที่แบ่งชั้นเป็สีต่างๆคล้ายกับรุ้งกินน้ำ
[2]ย่อมาจาก AR Research Laboratory (ห้องปฏิบัติการวิจัย AR) เป็สถาบันวิจัยการจัดการด้านเศรษฐกิจของ AR Group