เลอดาวแง้มผ้าม่านที่อยู่ชั้นบนมองไปยังนอกประตูรั้วเห็นรถยนต์สีดำที่ก้าวไกลเป็เ้าของค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปช้าๆหล่อนได้แต่บอกตัวเองว่านี่เป็วิธีหนึ่งที่จะ ‘เล่นสนุก’ครั้นเอาเข้าจริงตอนที่หล่อนผลัดเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำภาพใบหน้าของชายหนุ่มผู้นั้นก็ยังคอยเข้ามารบกวนจิตใจเป็ระยะแม้สายน้ำเย็นจากฝักบัวจะชะล้างั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าจนเปียกชุ่มไปทั้งร่างหล่อนก็ยังมองเห็นดวงตาแห่งความเว้าวอนของเขา
ถึงเขาจะไม่ใช่คนอ่านใจยากนัก...แต่หล่อนก็ยังคงระแวง
จนกระทั่งหล่อนอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายด้วยชุดลำลองนุ่งเพียงเสื้อกล้ามแนบเนื้อและกางเกงขาสั้นจู๋ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กยีผมที่ยังคงเปียกหมาดๆขณะหย่อนกายลงบนขอบเตียงหล่อนมองแฟ้มเอกสารและแคตตาล็อกเครื่องสำอางฉบับล่าสุดที่กองเกลื่อนหยิบขึ้นมาหนึ่งเล่มเพื่อพลิกไปมา หัวสมองก็แล่นเร็วจี๋เื่ของการทำงานทันที
หล่อนเป็คนชอบหอบงานกลับมาทำที่บ้าน และชอบวางงานกองไว้บนเตียงหยิบจับมันขึ้นมาอ่านและศึกษาด้วยอิริยาบถสบายๆทั้งนั่งเหยียดขาและนอนเล่นเป็วิธีผ่อนคลายอย่างหนึ่งหลังจากนั่งตัวตรงกับโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศมาทั้งวัน
วันนี้ก็เป็เช่นนั้นหล่อนพลิกดูรูปผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับครีมบำรุงผิวรุ่นล่าสุดที่ตอนนี้กำลังขายดีเป็ที่นิยมชุดอีคอลลาเจนที่ผู้หญิงหลากอายุต่างให้ความสนใจ มีทั้งเดย์ครีมไนท์ครีม อายครีม โทนเนอร์และเจลล้างหน้ากำลังคิดว่าจะวางแผนการตลาดอย่างไรเพื่อเร่งยอดขาย
เสียงแตรรถยนต์ก็ดังขึ้นหน้าบ้านติดกันหลายครั้งหล่อนลุกพรวดจากเตียงนอนไปยังหน้าต่าง แหวกผ้าม่านดูทันทีว่ารถของใครมาเยือนแล้วก็พบว่าผู้ที่กดแตรรถก็คือเขาคนเดิม
ก้าวไกลชะโงกมองข้ามรั้วด้วยท่าทางลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจกดกริ่งหน้าบ้านอีกหลายครั้ง แต่หล่อนก็ใช้ความเงียบเป็เครื่องทดสอบอยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป เมื่อเห็นเขาเดินถอยหลังคล้ายคนถอดใจหล่อนก็เลยแหวกผ้าม่านให้กว้างขึ้น แวบนั้นเขาจึงมองมายังจุดที่หล่อนยืนอยู่
เขายิ้มกว้างอย่างเปิดเผย รีบชูถุงพลาสติกในมือสามถึงสี่ใบ เพียงแค่โลโก้บนถุงหล่อนก็เดาได้ว่ามันคงเป็อาหารจากร้านชื่อดังที่มีขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้า
“ผมแขวนไว้ที่ประตูนะครับ”
เขาบอกเพียงเท่านั้นก็ทำตามที่พูด แล้วค่อยๆขยับเท้าถอยทีละก้าวเอาแต่ส่งยิ้ม...ยิ้มเสียจนถอยเท้าไปชนประตูรถตัวเองเขาแสดงความเก้อเขินออกมานิดหน่อยก่อนจะก้าวขึ้นกลับไปบนรถ
ตอนนั้นแหละที่หล่อนมองเห็นเสน่ห์ของเขา!
//////////////////////////////////////
“คุณป้าคะ เพลงไม่ยอมจริงๆด้วย”
เสียงกรีดร้องสิบแปดหลอดดังขึ้นทันทีเมื่อเพลงพิณเดินกระแทกเท้าเข้ามาหยุดอยู่กลางโถงบ้านอันกว้างใกล้รุ่งที่กำลังนั่งส่องเครื่องเพชรถึงกับย่นหัวคิ้ว ละมือจากแหวนเพชรน้ำงามแล้วขยับตัวในท่าที่นั่งสะดวกขึ้น
“มีอะไรกันเหรอหนูเพลง ถึงได้กรี๊ดเอาๆไม่หยุด”
เพลงพิณยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า หน้าตาไม่สบอารมณ์
“ดูฝีมืออีนังผู้หญิงคนนั้นสิคะ มันโต้ตอบกลับมาค่ะคุณป้า”
เพลงพิณทำท่ารังเกียจเดียดฉันท์ถุงกระดาษที่ยื่นให้กับผู้สูงวัยหล่อนรู้ดีว่าสิ่งของข้างในคืออะไร ยิ่งนึกก็ยิ่งขยะแขยงเสียเต็มประดาหล่อนมองอาการผู้ที่รับของไปแล้วเปิดดูก็เอาแต่นึกตำหนิว่าที่หล่อนต้องเปลืองหน้าครั้งนี้เป็เพราะเชื่อคำยุของคุณป้าตรงหน้าแท้ๆ
ใกล้รุ่งเองก็ถึงกับผงะ...รีบโยนถุงใบนั้นจนของข้างในกระเด็นออกมา
“เวรตะไล! ป้าก็ไม่คิดว่ามันจะเล่นพิสดารแบบนี้”
ทว่าเพลงพิณกำลังเดือด จึงพลั้งปากตำหนิผู้เป็ป้าไม่ยั้งคำเช่นกัน“เป็เพราะคุณป้าเริ่มก่อนนั่นแหละค่ะ ให้เพลงเอาถุงยางอนามัยกับยาคุมไปให้มันก็เลยย้อนเพลงด้วยวิธีการเดียวกัน”
เพลงพิณมองสภาพถุงยางอนามัยที่อยู่นอกกล่องหลายชิ้นนั้นสภาพของมันถูกดึงออกจากซองสี่เหลี่ยม ดึงห่วงออกจนคลายวงกลมยืดตัวออกมายับยู่ยี่แถมในถุงนั้นยังมีคราบน้ำสีขาวใสอีกต่างหากซึ่งหล่อนไม่รู้หรอกว่าน้ำข้างในนั้นคือน้ำอะไรแต่ตีความได้เหมือนอย่างที่ฝ่ายนั้นจงใจให้คิด
“มันกล้าดียังไงถึงเอาถุงยางไปทำเื่อุบาทว์แบบนั้นส่งมา”
“กล้าหรือไม่กล้าแต่มันก็ทำแล้วนี่คะ ไม่รู้ว่ามัน...”
ใจจริงแล้วหล่อนอยากจะโพล่งออกไปด้วยซ้ำว่าผู้ที่ใช้ถุงยางพวกนั้นไปแล้วคือก้าวไกลใช่หรือไม่แต่เสียงนั้นก็หายไปกับลำคอ พูดไม่ออกสักคำเดียว
“เห็นอย่างที่ป้าเล่ารึยังละว่าอีนั่นมันพิษสงรอบตัวขนาดไหนดูสิ่งที่มันทำสิ มันจงใจจะยั่วโมโหให้ป้าอกแตกตาย มันคงคิดว่าทำวิธีสกปรกแบบนี้โต้ตอบแล้วคงสะใจสินะ”
เพลงพิณหายใจหอบถี่ คำด่าทอจุกคับริมฝีปาก หัวตื้อไปหมดพลันสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษสีเหลืองแผ่นเล็กปลิวออกจากถุงอยู่ใกล้ๆกับถุงยางชิ้นหนึ่งก็เปรยขึ้น
“นั่นกระดาษอะไรคะคุณป้า”
“เธอก็หยิบขึ้นมาดูสิหนูเพลง”
เมื่อโดนสั่งด้วยสายตาเพลงพิณก็ใช้สองนิ้วคีบกระดาษขึ้นด้วยความรังเกียจพลิกไปอีกด้านหนึ่งจึงเห็นข้อความด้วยลายมือเขียนอยู่บนนั้น
‘ใช้แล้ว’
//////////////////////////////////////
เมื่อถูก ‘ลูบคม’ ซึ่งหน้า ใกล้รุ่งก็หมดความอดทน!
หล่อนบังคับให้เพลงพิณบุกไปยังที่ทำงานของเลอดาวอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเป็เพราะคำยุแยงที่ฝ่ายหญิงสาวพูดจี้ใจดำก็มีส่วน ‘มันกำลังบอกให้คุณป้ากับเพลงเข้าใจว่าเ้าของถุงยางพวกนั้นก็คือพี่ก้าวใช่ไหมคะคุณป้า’
‘คนอย่างตาก้าวคงไม่ไปคว้าผู้หญิงพรรค์นั้นมานอนหรอกหรือถ้าจะเป็จริง...มันก็เป็ได้แค่คู่นอนเท่านั้นแหละถ้าอยากเปลืองตัวก็เื่ของมันปะไร แต่ป้าไม่มีวันยอมรับมันมาเป็ลูกสะใภ้แน่’
‘แต่เพลงว่ามันคิดจะจับพี่ก้าวจริงจังนะคะคุณป้า’
‘แน่ล่ะ ในเมื่อลูกชายของป้ามีดีครบทุกอย่างผู้หญิงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างแม่นั่นมันเห็นเข้าก็คงกลัดมันอยากได้เป็ผัวจนตัวสั่น...ถ้าของที่มันส่งกลับมาถูกใช้ไปจริงๆอย่างนั้นละก็แปลว่ามันจงใจเปิดศึกกับป้า’
‘คุณป้าอย่ายอมให้มันเหยียบหน้าแบบนี้นะคะ’
คำยุของเพลงพิณใช้ได้ผล...ส่งให้วันนี้ทั้งป้าทั้งหลานต่างแบกหน้ามาเยือนถึงถิ่นอริ
“มันอยู่ไหน!!”
ใกล้รุ่งมาที่นี่วันนี้ หวังผลจะประจานเลอดาวให้ได้ล้างอายไม่ทันอยากจะฉีกหน้ามันเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยจึงไม่สนใจว่าสายตานับสิบคู่ทั้งที่เป็พนักงานภายในบริษัทของฝ่ายนั้นหรือเป็แเื่ก็ดีจะได้รู้เช่นเห็นชาติกันไปข้างหนึ่งจึงะโเสียงเขียวใส่พนักงานต้อนรับตรงหน้า
“คุณดาวติดประชุมค่ะ”
“ไปเรียกมันออกมา ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่ง”
ปานสีที่ต้อนรับลูกค้าอยู่อีกทางหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของผู้มาเยือนก็วิ่งหน้าเชิดออกมาเป็ปราการด่านหน้า พอเห็นว่าเป็หล่อนกับเพลงพิณเท่านั้นปานสีก็ยืนจิกตาจีบปากจีบคอพูดทันที
“ที่นี่ต้อนรับเฉพาะผู้มีมารยาททางสังคมเท่านั้นนะฮ้า”
“แกด่าใครนังอ้วน!
“อีแก่หนังเหี่ยว นี่หล่อนกล้าด่าฉันว่าอ้วนเหรอยะ!”
แค่คำว่า ‘นังอ้วน’ ก็ทำให้ปานสีของขึ้นในพริบตาเช่นเดียวกับที่ใกล้รุ่งโดนจิกด่าว่า ‘อีแก่หนังเหี่ยว’ซึ่งอันที่จริงก็ออกจะสมน้ำสมเนื้อแต่ใกล้รุ่งมองอีกฝ่ายว่าเป็แค่ลูกกระจ๊อก ไม่อยากเสียเวลาลับฝีปากจึงตั้งมือเงื้อขึ้นสูงค้างกลางอากาศเท่านั้น หาได้ฟาดไปสักฉาดอย่างใจคิด
“ไม่ใช่เื่ของแก...จะไสหัวไปไหนก็เชิญ ฉัน้าพบอีหน้าด้านคนเดียว”
‘อีหน้าด้าน’ ผลักประตูผลัวะออกมาด้วยสีหน้านิ่งสงบหลังจากพนักงานหน้าห้องตะลีตะลานเข้าไปรายงานในห้องประชุมที่สุดก็เลยต้องขอตัวออกมาเพื่อสะสางปัญหา
“ขอโทษนะคะคุณรุ่ง ฉันว่าเราอยู่ในสังคมผู้ดีกันไม่ใช่เหรอคะจะแวะมาเยี่ยมเยียนกันทั้งทีก็น่าจะมีมารยาทให้กันบ้าง...เอหรือว่าจะติดเชื้อความบ้าบิ่นมาจากผู้หญิงที่ยืนข้างๆกันคะ”
“หล่อนว่าใครยะ” เพลงพิณแหวกลับ
ปานสีเห็นจังหวะดีคันปากยิบ ก็รีบตอกคืน “ว่าหล่อนนั่นแหละนังเขียวหัวเป็ด”
เพลงพิณถูกด่ากระทบเพราะสีของเสื้อชุดที่สวมมาวันนี้พอเถียงสู้ไม่ได้ก็หันไปเขย่าแขนคุณป้าหวังให้ออกหน้าฉะแทน “คุณป้าขาอย่าปล่อยให้มันรุมด่าเราอยู่ฝ่ายเดียวนะคะ”
เลอดาวนึกรำคาญขึ้นมาก็ตัดบทเพราะตอนนี้กลางโถงรับแขกของบริษัทกำลังกลายเป็ลานแสดงละครแม่ผัวลูกสะใภ้หรือไม่ก็เมียหลวงเมียน้อยไปแล้วช่างเรียกแขกให้มามุงดู ต้อนรับความอับอายด้วยกันทั้งสองฝ่าย
“เอาล่ะค่ะ คุณสองคนมีธุระอะไรกับฉันก็เชิญพูดเถอะอย่าได้เสียเวลาทำมาหากิน ฉันยังต้องกลับเข้าไปประชุมต่อ”
ใกล้รุ่งจงใจเทของในถุงกระดาษร่วงหล่นสู่พื้นจนผู้คนในที่นั้นส่งเสียงฮือได้ยินทุกคนซุบซิบนินทา ช่างสาแก่ใจ แต่แค่นี้มันยังไม่กระจ่างหล่อนจึงใช้ปลายเท้าแหลมไปเขี่ยถุงยางจำนวนนั้นให้แยกชิ้นจนกระจายแล้วกวาดตามองผู้คนโดยรอบพร้อมกับป่าวร้อง
“ทีนี้ทุกคนเห็นหรือยัง...ดูกันซะให้เต็มตาว่าเ้านายของพวกแกทุกคนน่ะมันสกปรกขนาดไหนมันส่งถุงยางที่ใช้แล้วไปให้ฉันกับหลาน”
เลอดาวใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวตวัดตามองทุกคนในที่นั้นจนต้องก้มหน้างุดไปตามกันพอเรียกสติคืนกลับมาก็ใช้วาจาเชือดเฉือนกลับแบบนิ่มๆ
“ถ้าคุณคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะฉีกหน้าให้ฉันอับอายล่ะก็คุณกำลังคิดผิด...เพราะฉันจะทำให้คุณได้อายกว่าหลายเท่าแล้วสักวันคุณจะรู้เองว่าความอายที่มาพร้อมกับการต้องเ็ปที่สุดมันเป็ยังไง”
“แกจะทำอะไร!”
เลอดาวไม่ตอบโต้มากไปกว่านั้น หันไปสั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืนรีรออยู่ด้านข้าง“ส่งแขกให้ฉันด้วยละ”
“ไม่ต้องมาไล่!”
เลอดาวกระเถิบตัวจนปลายเท้าเกือบชิดกับรองเท้าข้างหนึ่งของใกล้รุ่งจงใจกระซิบเบาๆ “ฉันรับประกันค่ะว่าฉันจะไม่ให้คุณเป็แผลแค่รอยขีดข่วนเท่าขนแมวแน่แต่มันจะต้องเป็แผลที่ลึกและกว้างที่สุดเท่าที่คุณเคยเจอ”
“นี่แกคิดจะเป็ศัตรูกับฉันใช่ไหม!”
“คุณก็กำลังประกาศตัวอยู่นี่คะ”
เลอดาวพูดเท่านั้นก็หมุนตัวกลับเข้าห้องประชุมตามเดิมโดยไร้ท่าทางหวาดหวั่นแต่อย่างใด กลายเป็ใกล้รุ่งเสียอีกที่ยืนตัวสั่นสองมือกำแน่นเข้าหากัน สบถอย่างหยาบๆออกมาว่า
“อีคนชั้นต่ำ!!”
//////////////////////////////////////จบตอนที่ 9