เสียงเหมือนคนกำลังรู้สึกผิดอย่างมหันต์กลายเป็แท่งน้ำแข็งปลายแหลมสักพันแท่งพุ่งเข้าใส่หัวใจของวธุกาหญิงสาวเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างหมดเรี่ยวแรง ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาคงแค่เสแสร้งแกล้งทำในแต่ละวันเธออุตส่าห์หลงดีใจว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้นและคงจะมีโอกาสได้ััคำว่าครอบครัวเหมือนคนอื่นเขาแต่เปล่าเลยมันไม่ใช่ ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด
วิเนตย์เดินออกจากห้องนอนของลูกสาวด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไปจากทุกวันบางสิ่งบางอย่างเริ่มสั่นคลอนหัวใจเขา ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายเรียกหาคนให้เตรียมอาหารเช้าให้ตรงระเบียงบ้านระหว่างนั่งรอเขาก็หวนนึกถึงในแต่ละวันที่ผ่านมาในอดีตเพราะเหตุใดถึงเลือกวธุกา...ภาพของหญิงสาวในอดีตลอยเข้ามาในห้วงแห่งความคิด
ห้าเดือนก่อนภายในร้านกาแฟใจกลางเมือง
‘ใครกันคุณวัส’
‘คนไหนครับ’
‘ก็ผู้หญิงที่แบกของขึ้นรถคนนั้นไงล่ะ’
วธุกาที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนขึ้นทั้งสองข้างกับกางเกงยีนขาเดฟเผยให้เห็นสัดส่วนเพรียวงามผมก็รวบตึงเอาไว้ด้านหลังอย่างทะมัดทะแมง เป็ผู้หญิงแท้ๆ แต่กลับยกของหนักๆ ขึ้นรถอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
‘คุณวธุกาครับ หลานสาวคุณยายนวลน้อย’
‘หลานสาวคุณยายนวลน้อย แล้วเขาไม่มีคนงานหรือยังไงถึงต้องมายกของพวกนั้นเอง’
‘มีครับแต่คนคงน้อย นั่นไง มีผู้ชายมาด้วยหนึ่งคน’เอกวัสชี้นิ้วให้ดูชายสูงวัยคนหนึ่งที่ทยอยขนของมาวางไว้ข้างรถ และวธุกาก็เป็คนตรวจเช็กรายการก่อนจะยกของเ่าั้ขึ้นไว้บนรถด้วยตัวเอง
‘คงหนักน่าดูสำหรับผู้หญิง แล้วนั่นอะไร กระสอบข้าวสาร!’คราวนี้เขาส่ายหน้าในทันทีที่เห็นหญิงสาวยกกระสอบข้าวสารใส่ท้ายรถกระบะเพียงลำพัง
‘เฮ้อ’
‘ถ้าสงสารเขาคุณวิเนตย์ก็ไปช่วยสิครับ’
‘ไม่ใช่เื่ของผม’เขาตอบปัดในตอนนั้น
แต่ว่าทุกครั้งที่เข้าไปในตัวเมือง่เช้าก็มักจะพบกรรมกรสาวแสนสวยคนนี้อยู่บ่อยครั้ง ว่าจะไม่มองก็อดไม่ได้จริงๆแม้จะเหน็ดเหนื่อยสักแค่ไหนผู้หญิงคนนี้ก็ยังมีรอยยิ้มให้คนงานของตัวเองเสมอไม่นานนักเขาก็สามารถรู้ประวัติของหญิงสาวได้ไม่ยาก และต้องวางแผนป้องกันอะไรหลายๆอย่างเอาไว้ล่วงหน้าโดยเฉพาะป้าของหญิงสาวที่ออกจะมีนิสัยใจคอที่เขาได้ยินแล้วรู้สึกขยาดขึ้นมา
“กาแฟค่ะคุณวิเนตย์”ชายหนุ่มรีบหันมาตามเสียงเรียกของน้ำเพลินที่เดินถือถาดกาแฟเข้ามาให้
“วางไว้เพลิน แล้วไปตามคุณวาทมากินข้าวเช้ากับฉันด้วย”
“ค่า”น้ำเพลินรับคำแล้วก็เดินขึ้นไปบนบ้านเคาะประตูเรียกคนที่อยู่ด้านใน
“เพลินมีอะไรหรือเปล่า”วธุกาเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าไม่แจ่มใสเหมือนเช่นทุกวัน
“คุณวิเนตย์ให้มาตามคุณวาทไปกินข้าวตรงระเบียงค่ะ”
“กินข้าวตรงระเบียงนี่นะ ปกติฉันก็ไปกินที่ห้องอาหารอยู่แล้ว”
“นั่นสิคะหมู่นี่เหมือนคุณวิเนตย์อยากจะอยู่ใกล้ๆ คุณวาทนะคะเดี๋ยวเรียกหาเดี๋ยวก็อยากกินข้าวด้วย”
“ไม่หรอก...มันไม่ใช่อย่างที่เพลินคิดหรอก”หญิงสาวยิ้มเนือยๆ แล้วเดินไปหาสามีตรงระเบียงด้านล่างของบ้านมองเห็นเขากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในอิริยาบถที่ผ่อนคลายทำไมถึงตรงกันข้ามกับเธอที่อึดอัดและเป็กังวลไปเสียทุกเื่
“คิดยังไงถึงมากินข้าวที่นี่คะฉันว่าไปกินที่ห้องอาหารก็ดีแล้ว”ถามพลางหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้หวายฝั่งตรงข้ามกับสามี
“พูดเหมือนไม่อยากนั่งกินข้าวกับผมเลยนะคุณวาท”เขาลดหนังสือพิมพ์ในมือลงแล้วพับวางไว้ด้านข้าง
“เปล่าค่ะ”
“เป็อะไรคุณวาทไม่สบายหรือเปล่าทำไมหน้าซีดๆ แบบนั้น”
“ฉันสบายดีค่ะ กินข้าวเถอะค่ะ”หญิงสาวฝืนยิ้มให้สามีอย่างลำบากยากเย็นพยายามคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะไม่แสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนใจออกมาให้เขาเห็น
“คุณวาททางคุณวัสเสนอโปรแกรมของลูกค้าเพิ่ม ผมเลยอยากมาถามความเห็นคุณอีกทาง”
“ถามฉันเหรอคะงานของคุณไม่จำเป็ต้องถามฉันหรอกค่ะ”
“ต้องถามสิเพราะว่ามันเกี่ยวกับเพื่อนคุณด้วย”
“เพื่อนฉัน? นนท์เหรอคะ”
“ใช่ คือว่าั้แ่เดือนหน้าเป็ต้นไปคุณวัสเขาเพิ่มการล่องแพไปเที่ยวน้ำตกด้วย พอดีผ่านหน้ารีสอร์ตเพื่อนคุณผมก็เลยอยากให้คุณไปคุยกับเพื่อนให้หน่อย เป็เพื่อนกันคงง่ายกว่าคนอื่นคุย”
“เหรอคะ แล้วจะให้ไปคุยว่าอะไรคะ”
“ก็บอกว่าขอผ่านทาง่ห้าโมงเย็นไปจอดเทียบแพตรงน้ำตกให้ลูกค้าได้เล่นน้ำสักหนึ่งชั่วโมงแต่ติดปัญหาเื่เวลาที่ทางโน้นเขาก็มีการพาลูกค้าไปเที่ยวน้ำตกเหมือนกันผมเลยอยากจะให้แบ่งเวลากัน ให้เขาเล่นน้ำตกเร็วขึ้นสักหน่อยลูกค้าจะได้ไม่ชนกัน”
“มีแค่นี้ใช่ไหมคะที่อยากให้ฉันช่วยคุยกับนนท์”
“ใช่ มีแค่นี้”
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวคุยให้”พูดจบหญิงสาวก็โทรศัพท์ไปหานนท์นทีต่อหน้าของเขา วธุกาพูดเหมือนกับที่สามีพูดทุกคำอธิบายให้คนทางปลายสายได้เข้าใจอย่างละเอียดทุกข้อ ก่อนจะจบด้วยคำถามสั้นๆที่วิเนตย์ได้ยินแล้วก็ต้องนิ่วหน้าในทันที
“ตกลงแกจะช่วยไหม”ถามแล้วก็ทำหน้างอใส่โทรศัพท์ไปด้วย เหมือนปลายสายจะพูดอะไรสักครู่หนึ่งก่อนที่วธุกาจะตอบกลับ
“ก็แค่นั้นแค่นี้นะฉันหิวข้าวแล้วแกก็นอนต่อเถอะ” พูดจบก็เลื่อนหน้าจอตัดสายเงยหน้าขึ้นมองคนเป็สามีแล้วเอ่ยบอกเขา
“นนท์โอเคค่ะ”
“โอเค! ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอคุณวาท”
“ค่ะง่ายๆ แบบนี้แหละค่ะ เพื่อนกันจะพูดอะไรให้มันยุ่งยากทำไม”หญิงสาวพูดแล้วก็ตักข้าวต้มใส่ปาก โดยที่สามีของเธอได้แต่รู้สึกทึ่งเล็กน้อยเพราะว่าเื่นี้ได้ให้เอกวัสไปคุยกับทางโน้นมาก่อนแล้วแต่กลับถูกปฏิเสธว่าโปรแกรมถูกวางเอาไว้ก่อนหน้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้วนี่มันคืออะไร ชายหนุ่มคิดแล้วก็ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจคนทั้งคู่ และตงิดๆกับนนท์นทีที่ว่าง่ายเหลือเกินตอนได้คุยกับภรรยาของตน