ตอนที่ 71 หนึ่งนางพญา สามราชา
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เบื้องหน้าของเฟิร์สปรากฏเป็นมอนสเตอร์ที่มีดวงตาเป็นจำนวนมากและปากที่มีขากรรไกรฉีกกว้างเผยให้เห็นถึงฟันอันแหลมคมที่เรียงรายอย่างน่าสยดสยอง รูปร่างของมันเหมือนแมงมุมยักษ์ แต่กลับยืนสองขาและมีแขนที่เป็นอาวุธอันแหลมคม ผิวกายของมันดำเมื่อมประกายวาวไม่ต่างจากเหล็กกล้า ทุกสัดส่วนของมันแตกต่างไปจากมอนสเตอร์ทั่วไป
นั่นคือราชามอนสเตอร์
มิหนำซ้ำในตอนนี้มันยังปรากฏตัวตรงหน้าเฟิร์สถึงสามตัว
ไม่เท่านั้นใจกลางโพลงใหญ่ยังมีใยแมงมุมสีเขียวเกาะกลุ่มลอยเคว้งเสมือนเป็นรังขนาดใหญ่ที่รายรอบไปด้วยไข่มอนสเตอร์มากมายที่ห้อยระโยงระยางราวกับเป็นดวงดาวบนท้องฟ้า
โพลงนี้กว้างขนาดไม่ต่ำกว่าสามร้อยเมตร ซึ่งมันบรรจุไข่มอนสเตอร์ไม่ต่ำกว่าจำนวนนับหมื่น
เฟิร์สสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของนางพญาซึ่งอยู่ใจกลางโพลงนั้น
แต่เมื่อเขากวาดสายตาออกไปก็พบกับวิถีอักขระมากมายแทรกซึมอยู่ตามผนัง
“เป็นค่ายกลของอบิสอีกแล้วหรอ?” เฟิร์สรู้สึกระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก
ชวีดดดดดดดดด!
ขณะเดียวกันมอนสเตอร์ที่พบผู้บุกรุกอย่างเฟิร์สก็กรูกักเข้ามา
ทว่าเจ็ดกระบี่นั้นราวกับเป็นผู้พิทักษ์ พวกมันแยกกันออกไปแต่ละทิศฟาดฟันมอนสเตอร์ที่อยู่โดยรอบ จนเลือดสาดกระเซ็นเจิงนองเป็นสายธาร
ชวีด!
ตูม!
จู่ๆ เสาเหล็กอันดำเมื่อมก็พุ่งเข้าหาเฟิร์สอย่างรวดเร็ว
แต่โชคดีที่ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มไว้ด้วยม่านพลังอักขระสีฟ้าที่มีรูปทรงเหมือนไข่ เสียงการปะทะดังสนั่นขึ้นอย่างรุนแรง
ทว่าม่านพลังกลับไม่มีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย
เด็กหนุ่มร่างผอมบางยังคงสงบเหมือนดังเริ่มแรก ความคิดหนึ่งควบคุมกระบี่ทั้งเจ็ด อีกความคิดหนึ่งกำลังวิเคราะห์การโจมตีของราชามอนสเตอร์
ใช่แล้ว ... สิ่งที่โจมตีเข้ามาก็คือขาข้างหนึ่งของราชามอนสเตอร์นั่นเอง
ส่วนสิ่งที่เฟิร์สกำลังทำนั้นคือเคล็ดหนึ่งจิตสองใจที่เขาได้รับสืบทอดมาจากอาจารย์ ด้วยเคล็ดวิชานี้สามารถทำให้เขาทำในหลายๆ สิ่งได้พร้อมกันโดยการใช้จิตในการกำหนดความคิดหลายๆ ความคิดในคราวเดียวกัน
สำหรับเคล็ดวิชานี้คนทั่วไปจะเข้าถึงได้ยากมาก แต่สำหรับผู้ใช้อักขระแล้วมันแทบจะเรียกว่าเป็นเรื่องที่เหมือนขยับมือไม้ของตนเอง นั่นเพราะเหล่าผู้ใช้อักขระมักจะควบคุมอักขระที่กลายเป็นวงแหวนหลายวงในคราวเดียวกันเพื่อใช้งานค่ายกล
มันคือการทำหลายๆ อย่างในเวลาที่พร้อมกัน
ดังนั้นหากเฟิร์สจะต่อสู้ไปด้วยวิเคราะห์ศัตรูอีกตัวไปด้วยก็นับว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก
หากเขาสามารถบ่มเพาะจนก้าวหน้ามากกว่านี้ พลังแห่งความคิดสามารถหลอมรวมเข้ากับสัมผัสได้ จนกลายเป็นห้วงความคิด
สิ่งมีชีวิตระดับกึ่งเทพสามารถแบ่งห้วงความคิดออกมาแล้วใช้ไปสำรวจตรวจตราสถานที่อื่นๆ ได้ แม้ว่าร่างกายจะอยู่ห่างไกล มันแทบจะไม่ต่างไปจากเทคโนโลยีโดรนในยุคนี้ ทว่าห้วงความคิดนั้นมีประโยชน์กว่ามาก
เพียงหนึ่งห้วงความคิดของกึ่งเทพสามารถทำลายสิ่งมีชีวิตปุถุชนอย่างเช่นมนุษย์ได้เลยทันที
เฟิร์สหยุดวิเคราะห์สถานการณ์ไปครู่หนึ่ง
“ราชามอนสเตอร์ตัวนี้มีพลังรบเทียบเท่ากับเวเนเตอร์ดาราขาวขั้นเจ็ดเท่านั้น พลังของมันสูงกว่ามอนสเตอร์ที่อยู่ภายในอบิสแห่งนี้ไม่กี่ขั้น คาดได้ว่าพวกมันคงจะเติบโตได้ไม่เต็มที่ ไม่อย่างนั้นพลังของพวกมันอาจจะเทียบเคียงเท่ากับพลังของนางพญาเลยทีเดียว”
ดวงตาของเฟิร์สเป็นประกายสว่างวาบเมื่อเขาวิเคราะห์เสร็จสิ้น
เขาไม่ได้ปลดม่านพลังป้องกันตัวแล้วพุ่งตรงเข้าหาราชามอนสเตอร์ที่กำลังจะโจมตีเข้ามาทันที
สาเหตุที่เขาไม่ปลดม่านพลังก็เพราะเขาไม่แน่ใจว่าพิษของพวกมันจะส่งผลต่อเขาหรือไม่
เมื่ออยู่ท่ามกลางทะเลพิษเช่นนี้ เฟิร์สไม่มีอารมณ์ที่จะฝึกฝนทะลวงจุดชีพจรยุทธ์ จึงต้องการกวาดล้างมอนสเตอร์เหล่านี้ให้เสร็จสิ้นไปทีเดียวเสียทันที
วิถีกระบี่ที่หนึ่ง!
กระบี่ทับซ้อน!
เฟิร์สใช้ดัชนีของตนเองสำแดงเป็นวิถีกระบี่ที่หนึ่งโจมตีทับซ้อนออกมา เพราะการรู้แจ้งในการโจมตีทับซ้อนนี้จึงทำให้เฟิร์สสามารถสำเร็จวิถีกระบี่ที่หนึ่งได้ วิถีกระบี่ที่หนึ่งของเขาจึงกลายเป็นการโจมตีทับซ้อน
แม้ในตอนนี้ในมือของเฟิร์สจะไร้ซึ่งกระบี่ แต่ร่างกายของเขาได้ฝึกฝนกายากระบี่ขั้นต้นได้สำเร็จ ทุกส่วนของร่างกายที่จารึกกระบี่ลงไปสามารถเปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นการโจมตีกระบี่ออกไปได้
กายากระบี่ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งแต่มันกลับเป็นกายาที่สามารถเปลี่ยนทุกส่วนของร่างกายให้กลายเป็นการโจมตีได้
ดัชนีกระบี่ที่หนึ่งพุ่งเข้าหาราชามอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่พุ่งโจมตีเข้ามา
ตูม!
สายตาของเด็กหนุ่มร่างผอมบางเยียบเย็นยิ่ง เขาขยับนิ้วมือเรียวสำแดงกระบวนท่าดัชนีกระบี่ที่หนึ่งออกไปอีกสองครั้งอย่างรวดเร็ว
ตูม! ตูม!
ตูมมมมมมมมมมมมมมม
เสียงล้มของราชามอนสเตอร์ดังสนั่นไปทั้งโพลงห้องโถงใหญ่ ไข่มอนสเตอร์มากมายที่ห้อยอย่างระโยงระยางถึงกับหล่นลงมาจำนวนมาก
ราชามอนสเตอร์เหล่านี้มีพลังรบสูงกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปอยู่ช่วงหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นมันจึงไม่สามารถทนดัชนีกระบี่ของเฟิร์สได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ร่างของพวกมันมีสภาพเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นของรอยไหม้เหม็นสาบออกมา
มอนสเตอร์มากมายมองเฟิร์สอย่างโกรธแค้น แต่ทว่าพวกมันกลับไม่สามารถผ่านเจ็ดกระบี่ที่ป้องกันเฟิร์สเอาไว้ได้
เมื่อราชามอนสเตอร์ทั้งสามสิ้นใจ นางพญาที่อยู่ภายในรังก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่างเคียดแค้น
ชวีดดดดดดดดดด!
โพล้ง!
ร่างอันมหึมาถึงกับฉีกทึ้งรังของมันเผยให้เห็นรูปร่างและความดุร้ายที่สุดประมาณ
มันคือมอนสเตอร์ร่างมหึมาที่สูงใหญ่ถึงยี่สิบเมตร มีใบหน้าเหมือนสัตว์ประหลาดเอเลี่ยนในหนัง แต่มีลำตัวเหมือนแมงมุมกลายพันธุ์ ทั่วร่างมีไอหมอกสีเขียว ส่งกลิ่นอายของพิษที่ร้ายแรงคุกคามไปทั่วร่าง
“ออกมาแล้วมอนสเตอร์นางพญา” เฟิร์สถีบตัวออกไปด้วยใบหน้าที่เรียบสงบ
ปุ! ปุ! ปุ!
เส้นใยพิษถูกพ่นออกมาราวกับตาข่ายครอบฟ้า
ดวงตาของเฟิร์สเป็นประกายขึ้นมา เขาเรียกเจ็ดกระบี่ให้หวนคืนกลับมา แล้วใช้ค่ายกลกระบี่ที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้โดยพลัน
ทันทีที่เจ็ดกระบี่ประจำตำแหน่ง ค่ายกลอันอหังการก็สำแดงอานุภาพออกมาทันที
ลำแสงกระบี่เจ็ดสายพุ่งออกไปจุดเดียวในเวลาที่ไล่เรี่ยกันจนแทบจะประชิดในระยะที่ชนกันอยู่แล้ว
เฟิร์สประยุกต์ค่ายกลกระบี่นี้มาจากวิถีกระบี่ที่หนึ่งโจมตีทับซ้อน ดังนั้นพลังของค่ายกลจึงเสริมกำลังของกระบี่ขึ้นเป็นเจ็ดเท่า
ต้องรู้ไว้ว่าเพียงหนึ่งกระบี่ก็สามารถจัดการมอนสเตอร์ในอบิสแห่งนี้ได้อย่างง่ายดายแล้ว เมื่อเพิ่มพลังถึงเจ็ดเท่า ต่อให้เป็นนางพญาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลลัพธ์นี้ได้
ตูม!
ตาข่ายพิษถูกกวาดผ่านทำลายเป็นรูโหว่ที่คมกริบ นางพญารับรู้ถึงอันตรายพยายามที่จะใช้ขาทั้งแปดของมันหลบหนี
ทว่า
ซูม!
ชวีดดดดดดด
ร่างซีกหนึ่งของมันแตกสลายในทันที
ปุด ... ปุด ... ปุด ...
เลือดสีเขียวของมันราวกับจะเดือดพล่าน
เฟิร์สสัมผัสได้ว่าพิษต่างๆ รอบกายพลันกลายเป็นหมอกสีเขียวแล้วพุ่งเข้าสู่ร่างของนางพญาตัวนั้น
หมอกพิษเหล่านี้มีพิษที่รุนแรงเป็นอย่างมาก แม้แต่ก้อนหินเมื่อสัมผัสหมอกสีเขียวเหล่านี้ก็ยังต้องหลอมละลาย
เฟิร์สรู้สึกว่าพลังรบของนางพญาตัวนี้นั้นไม่เท่าไหร่ มันพอจะเทียบได้เท่ากับเวเนเตอร์ดาราขาวเก้าแฉกได้ แต่สิ่งที่ร้ายกาจของมันก็คือพิษเหล่านี้ มันสามารถสร้างความยุ่งยากให้แม้แต่เวเนเตอร์ดาราแดงได้
โชคดีที่เฟิร์สเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า หมอกพิษเหล่านี้จึงไม่สามารถผ่านม่านพลังเข้ามาได้
“โอ้ ... ความสามารถนี่มัน” เฟิร์สเอ่ยขึ้นมาอย่างประหลาดใจ
เมื่อสายตาของเขามองเห็นภาพเบื้องหน้า
มันคือภาพของนางพญาที่ดูดพิษมาไว้ในร่างกายแล้วเปลี่ยนพิษนั้นมาเป็นพลังของมันในการกระตุ้นการฟื้นฟูร่างกาย
โลหิตสีเขียวที่เดือดปุดๆ นั้นพลันสร้างเลือดเนื้อใหม่ขึ้นมาด้วยพิษ ร่างกายในส่วนที่เสียหายพลันกลับมาฟื้นฟูดังเดิมอีกครั้งด้วยเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ชวีดดดดดดดดด
นางพญาส่งเสียงเพื่อขู่เฟิร์ส ทว่าในใจของมันในตอนนี้ไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับเฟิร์สอีกต่อไปแล้ว
เวิง! เวิง! เวิง!
จู่ๆ วงแหวนอักขระบนผนังรอบด้านก็พลันส่องแสง
วงแหวนเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กับวงแหวนอีกวงหนึ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหลังของนางพญา
เฟิร์สหรี่ดวงตาแคบลงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“คิดจะหนีอย่างนั้นหรอ?”
นางพญารู้ตัวว่าสู้กับเฟิร์สไม่ได้ จึงคิดจะหนี
เมื่อเทียบกับนางพญาตัวก่อนที่เฟิร์สเคยเผชิญหน้ามา นางพญาตัวนี้อ่อนแอกว่ามาก นั่นอาจเป็นเพราะว่านางพญาตัวก่อนหน้านี้มีสิ่งมีชีวิตเผ่าเดม่อนสิงสู่อยู่ก็เป็นได้
ซึ่งเมื่อนำมาเทียบกับนางพญาทั่วไปของอบิสระดับกลาง พลังของมันจึงสูงส่งยิ่งกว่า
นางพญาตรงหน้าเฟิร์สนี้พลังรบของมันจึงไม่มีคุณค่าอะไรที่จะให้เขาได้พูดถึง
“มณีทักษะของฉัน ฉันไม่ให้หนีไปได้หรอก! ... ค่ายกลกระบี่!”
ลำแสงค่ายกลกระบี่ถูกยิงไปอีกครั้งหนึ่ง
ซูม!