ค่ำคืนนั้นมืดสนิทไร้แสงจันทร์ มีเพียงแสงดาวริบหรี่ที่ส่องประกายอยู่บนฟากฟ้าอันกว้างใหญ่ หลิวเหมยนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนที่นุ่มสบาย แต่นางกลับข่มตาให้หลับลงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ภาพของลุงชางและลุงกัวที่ทำงานในสวนเมื่อตอนกลางวันยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนางไม่จางหาย
ความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมานั้นรุนแรงเกินกว่าที่นางจะควบคุมได้ มันกัดกินจิตใจของนางจนแทบคลั่ง ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ภายใน นางนึกถึงภาพในตำราลับที่นางและเพื่อนๆ ได้ศึกษากัน นึกถึงกล้ามเนื้อที่เป็มัดๆ ของลุงกัว นึกถึงแววตาคมคายของลุงชางที่ดูเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจของนาง
นางลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่หยิบตำราลับออกมาจากใต้หมอน แสงดาวที่ลอดผ่านหน้าต่างเพียงพอให้นางเห็นภาพวาดที่คุ้นเคย ภาพของชายหญิงที่โอบกอดกันอย่างเร่าร้อน ภาพของความสุขที่นางไม่เคยได้ัั
"ข้าจะต้องรู้... ข้าจะต้องัั... ข้าจะต้องเข้าใจ" เสียงกระซิบในใจของนางดังก้องกังวาน
นางมองไปที่ภาพในตำรา แล้วนึกถึงคำพูดของจางซินเมื่อบ่ายวันนี้ "การได้เห็น 'แบบอย่าง' ที่มีชีวิตจริงๆ จะช่วยให้พวกเราเข้าใจตำราเล่มนั้นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น" คำพูดเ่าั้ก้องอยู่ในหัวของนาง ทำให้ความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ
นางนึกถึงลุงชางที่เคยช่วยนางเมื่อนางเกือบล้มในสวน ััจากมือที่แข็งแกร่งและอบอุ่นของเขายังคงหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ กลิ่นอายของชายแท้ที่ผสมผสานกับกลิ่นดินและเหงื่อไคลยังคงติดอยู่ในจมูกของนาง แต่วันนี้... วันนี้มีลุงกัวด้วย ชายร่างใหญ่ที่มีกล้ามเนื้อเป็มัดๆ และความนูนเด่นบริเวณเป้ากางเกงที่ทำให้นางและเพื่อนๆ ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
นางจินตนาการถึงความแตกต่างระหว่างชายทั้งสอง ลุงชางที่ดูมีประสบการณ์และเข้าใจใจผู้หญิง กับลุงกัวที่ดูดิบเถื่อนและเต็มไปด้วยพลังดิบ ความคิดเหล่านี้ทำให้ร่างกายของนางร้อนผ่าวขึ้นมา นางรู้สึกถึงความเปียกชื้นระหว่างขาที่ไม่เคยมีมาก่อน ความรู้สึกแปลกใหม่นี้ทำให้นางใแต่ก็อยากรู้อยากเห็นในเวลาเดียวกัน
นางพลิกหน้าตำราไปมา จ้องมองภาพวาดแต่ละภาพด้วยความใส่ใจมากกว่าที่เคย ในความมืดสลัว ภาพเ่าั้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างประหลาด นางเห็นรายละเอียดที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน วิธีที่มือของชายในภาพวางอยู่บนเอวของสตรี วิธีที่ร่างกายทั้งสองโค้งงอเข้าหากัน วิธีที่ใบหน้าของสตรีแสดงออกถึงความสุขที่ล้นเหลือ
นางเริ่มจินตนาการถึงตัวเองในท่าทางเ่าั้ แต่แทนที่จะเป็ชายในภาพ นางกลับนึกถึงลุงชางและลุงกัว นางสงสัยว่าถ้าเป็ลุงชางที่ัันาง เขาจะอ่อนโยนและเข้าใจหรือไม่ หรือถ้าเป็ลุงกัว เขาจะดิบเถื่อนและเร่าร้อนเหมือนที่ดูจากภายนอกหรือเปล่า
ความคิดเหล่านี้ทำให้นางรู้สึกผิดแต่ก็ตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน นางรู้ว่าการคิดเช่นนี้ผิดต่อจารีตประเพณี ผิดต่อความเป็สตรีดี แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองต่อความคิดเ่าั้อย่างไม่อาจควบคุม
หลิวเหมยตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ร่างกายของนางสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น นางสวมชุดนอนผ้าไหมบางเบาที่แทบจะมองทะลุเห็นผิวเนื้อนวลเนียนอันผุดผ่องของนาง มันเป็ชุดที่เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายอย่างชัดเจน ราวกับจงใจยั่วยวนให้ผู้ใดก็ตามที่ได้เห็นต้องหลงใหล
นางยืนอยู่หน้าประตูห้องครู่หนึ่ง ใจสั่นไหวระหว่างความปรารถนาและความกลัว นางนึกถึงคำสอนของแม่ที่ว่าสตรีดีต้องรักษาความบริสุทธิ์ไว้ให้สามี แต่แล้วนางก็นึกถึงภาพในตำราที่แสดงให้เห็นว่าความสุขที่แท้จริงเป็อย่างไร
"ถ้าข้าไม่ลองตอนนี้ ข้าจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว" นางพึมพำกับตัวเอง "หลังจากแต่งงานกับจางเหว่ย ข้าจะต้องเป็ภรรยาที่ดี ไม่มีทางได้ัักับความรู้สึกเช่นนี้อีก"
ความคิดนี้ทำให้นางตัดสินใจได้ นางคิดถึงชีวิตที่รอคอยนางอยู่ข้างหน้า ชีวิตของการเป็ภรรยาคุณชายจางเหว่ย ชีวิตที่เต็มไปด้วยพิธีรีตองและความสุภาพที่เ็า ชีวิตที่นางจะต้องยิ้มและพยักหน้าตามที่คาดหวัง แต่ไม่เคยได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริง
นางนึกถึงคำพูดของลุงชางเื่ดอกไม้ที่ต้องเลือกระหว่างการอยู่ในที่ร่มเงาอย่างปลอดภัยกับการก้าวออกสู่แสงแดดอย่างเสี่ยงภัย คืนนี้ นางจะเป็ดอกไม้ที่เลือกก้าวออกสู่แสงแดด แม้จะต้องเสี่ยงกับพายุฝนและลมแรง
นางเดินออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่เคลื่อนไหวในความมืด มุ่งหน้าไปยังเรือนพักของคนสวนที่อยู่ท้ายจวน หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังบรรเลงเพลงแห่งความเร่าร้อน
ระหว่างทางที่เดินผ่านสวน นางรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเอง ทุกย่างก้าวที่เดินออกห่างจากห้องนอนที่ปลอดภัย นางรู้สึกเหมือนกำลังถอดเปลือกของความเป็คุณหนูผู้สูงศักดิ์ออกไปทีละชั้น กลิ่นหอมของดอกไม้ยามค่ำคืนทำให้นางรู้สึกมึนเมา สายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านชุดไหมบางๆ ทำให้ผิวพรรณของนางซู่ซ่า
นางเดินผ่านศาลาไผ่ที่เคยเป็ที่หลบร่มของนาง ผ่านสระน้ำใสที่มีปลาทองแหวกว่ายอยู่เฉื่อยๆ ทุกอย่างดูเหมือนเดิม แต่ในคืนนี้ ทุกอย่างดูแตกต่างไปจากเดิม ราวกับโลกใบเดิมกำลังจะหายไปและโลกใบใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เมื่อเดินใกล้เรือนพักคนสวนมากขึ้น นางได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอดังมาจากภายใน เสียงของคนที่หลับใหลอย่างสนิท นางรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ไม่ได้ยินเสียงคุยกัน หมายความว่าทั้งลุงชางและลุงกัวคงหลับแล้ว
เรือนพักของลุงชางมืดสลัว มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่ที่ลอดออกมาจากหน้าต่างบานเล็กๆ ส่องสว่างเพียงน้อยนิดพอให้เห็นทาง หลิวเหมยเดินเข้าไปใกล้ประตู หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่นผสมปนเปกันไป
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยยึดเหนี่ยวนางไว้กำลังถูกความปรารถนาอันแรงกล้ากัดกินจนแทบไม่เหลือ นางคิดถึงคำพูดของจางซินที่ว่า "การได้เห็น 'แบบอย่าง' ที่มีชีวิตจริงๆ จะช่วยให้พวกเราเข้าใจตำราเล่มนั้นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น" คำพูดเ่าั้เป็ข้ออ้างที่ดีสำหรับสิ่งที่นางกำลังจะทำ
นางผลักประตูเข้าไปอย่างแ่เบา เสียงประตูไม้เก่าๆ ดังเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ในความเงียบสงัด ราวกับเป็เสียงเปิดม่านสู่โลกอีกใบที่นางไม่เคยรู้จัก โลกแห่งความเร้นลับและความเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบเสงี่ยมของจวนตระกูลหลิว
ภายในห้องมืดสลัว นางเห็นร่างของลุงชางนอนอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ร่างกายกำยำของเขาเปลือยเปล่าท่อนบน เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอย่างสม่ำเสมอ เขาหลับตาพริ้ม ดูเหมือนจะหลับใหลอย่างสนิท
แสงตะเกียงริบหรี่ส่องแสงลงบนร่างกายของเขา ทำให้นางเห็นรายละเอียดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รอยแผลเป็เล็กๆ ที่แผ่นหลัง เส้นเืที่ปูดโปนตามแขน และที่สำคัญที่สุด ความนูนเด่นบริเวณเป้ากางเกงที่ดูชัดเจนแม้ในความมืด
หลิวเหมยยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จ้องมองร่างของลุงชางด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความปรารถนาที่พุ่งพล่าน ความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ และความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่อาจห้ามได้ นางเปรียบเทียบร่างกายของเขากับภาพในตำรา และพบว่าความเป็จริงนั้นน่าตื่นเต้นกว่าภาพวาดมาก
นางค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้แคร่ไม้ไผ่ หัวใจของนางเต้นรัวราวกับกลองศึกที่กำลังบรรเลงเพลงแห่งความเร่าร้อน นางเอื้อมมือออกไปอย่างสั่นเทา ััลงบนแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของลุงชางที่ยังคงมีไอความร้อนแผ่ออกมาอย่างชัดเจน
ััแรกนั้นทำให้หลิวเหมยสะดุ้งเล็กน้อย แต่ความร้อนผ่าวจากผิวเนื้อของเขากลับทำให้เืในกายของนางพลุ่งพล่านราวกับถูกจุดไฟ ิัของเขาแข็งแกร่งและมีเนื้อััที่แตกต่างจากที่นางเคยจินตนาการ มันไม่ได้นุ่มนวลเหมือนผิวของคุณชายจางเหว่ย แต่มีความหยาบกร้านที่บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
นางรู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจเขาใต้ฝ่ามือ จังหวะที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอ ทำให้นางรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาของชายผู้นี้ นางเลื่อนมือไปตามแผงอกของเขาอย่างช้าๆ ัักับกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและรูปทรงที่สมส่วน
ลุงชางยังคงหลับนิ่ง ไม่มีการตอบสนองใดๆ หลิวเหมยรู้สึกกล้าขึ้นเล็กน้อย นางค่อยๆ เลื่อนมือลงไปลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบที่มีมัดกล้ามเรียงตัวสวยงามอย่างช้าๆ ปลายนิ้วของนางััได้ถึงความแข็งแกร่งภายใต้ิัที่ตึงเปรี๊ยะ
นางจินตนาการถึงภาพในตำราที่มือของสตรีสำรวจร่างกายของชาย และตอนนี้นางกำลังทำสิ่งเดียวกันนั้นจริงๆ ความรู้สึกนี้ทำให้นางตื่นเต้นและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน
ก่อนจะเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงที่รัดรึงความเป็บุรุษของเขาไว้ ความนูนเด่นที่เห็นได้ชัดเจนแม้ในความมืดทำให้ลมหายใจของนางสะดุด นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความอยากรู้อยากเห็นมีมากกว่าความอาย
นางนึกถึงคำพูดของจางซินเมื่อบ่ายวันนี้ที่สงสัยเื่ขนาดของลุงชางและลุงกัว ตอนนี้นางจะได้รู้คำตอบแล้ว นางค่อยๆ ปลดพันธนาการของเขาออกอย่างช้าๆ ราวกับกำลังแกะห่อของขวัญล้ำค่าที่รอคอยมานานแสนนาน
เมื่อกางเกงหลุดร่วงลงสู่พื้น ความเป็บุรุษที่ผงาดง้ำขึ้นมาอย่างเต็มที่ก็ปรากฏแก่สายตาของหลิวเหมย นางจ้องมองด้วยความตะลึงงัน มันใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่าที่นางจินตนาการไว้มากนัก ผิวเนื้อที่แดงก่ำและเส้นเืที่ปูดโปนบ่งบอกถึงความพร้อมเพรียงของมัน
นางเปรียบเทียบกับภาพในตำรา และพบว่าลุงชางมีขนาดที่ใหญ่กว่าภาพวาดเสียอีก นางสงสัยว่าลุงกัวจะเป็อย่างไร เขาที่ดูใหญ่โตกว่าลุงชางจะมีขนาดที่ใหญ่กว่านี้อีกหรือไม่
นางค่อยๆ เอื้อมมือออกไปััอย่างแ่เบา ความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านออกมาทำให้มือของนางรู้สึกร้อนรุ่มไปหมด ราวกับกำลังัักับถ่านไฟที่กำลังคุโชน เนื้อัันั้นแข็งแกร่งแต่ก็นุ่มนวลในเวลาเดียวกัน แตกต่างจากที่นางคาดไว้อย่างสิ้นเชิง
นางลองใช้ปลายนิ้วััเบาๆ แล้วค่อยๆ ใช้ฝ่ามือโอบรอบ ขนาดของมันทำให้นางต้องใช้ทั้งสองมือ ความรู้สึกแปลกใหม่นี้ทำให้ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
นางนึกถึงภาพในตำราที่สตรีใช้ปากัักับชาย ความคิดนี้ทำให้ใบหน้าของนางร้อนผ่าว แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะความอาย นางค่อยๆ ก้มหน้าลง ใช้ลิ้นเลียเบาๆ ที่ปลาย
รสชาติเค็มๆ และกลิ่นที่เข้มข้นทำให้นางรู้สึกมึนเมา มันเป็รสชาติและกลิ่นของชายแท้ๆ ที่นางไม่เคยััมาก่อน นางลองเอาเข้าปากเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกใหม่ทำให้นางต้องปรับตัว
นางเริ่มรู้สึกถึงความเปียกชื้นระหว่างขาของตัวเองเพิ่มขึ้น ร่างกายของนางตอบสนองต่อสิ่งที่นางกำลังทำอย่างไม่อาจควบคุม นางรู้สึกเหมือนกำลังค้นพบโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและประสบการณ์ที่นางไม่เคยรู้จัก
ขณะที่นางกำลังสำรวจและเรียนรู้อย่างเงอะงะและไร้เดียงสา ลุงชางที่แกล้งหลับอยู่เริ่มรู้สึกถึงความเปียกชื้นและความอบอุ่นจากปากของนาง เขาปล่อยให้นางสนุกอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้นางได้สำรวจและเรียนรู้ด้วยตัวเอง เขารู้สึกพึงพอใจที่ได้เป็ครูสอนให้กับคุณหนูผู้บริสุทธิ์
ในใจของเขา เขารู้ดีว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์กำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งที่นางไม่เคยกล้าข้ามมาก่อน และเขาก็พร้อมที่จะเป็ผู้นำทางให้นางดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความปรารถนาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่นางเคยจินตนาการ
ก่อนจะตัดสินใจ "ตื่น" ขึ้นมา เขาค่อยๆ ลูบหัวของนางเบาๆ ด้วยมือที่อบอุ่น ขณะเดียวกันก็แอ่นท่อนเนื้อของเขาเข้าหาปากของนางอย่างช้าๆ ทำให้นางรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในท่าทางของเขา
“คุณหนู... ท่านแอบเข้ามาทำอะไรในห้องของคนสวนยามวิกาลเช่นนี้หรือขอรับ?” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและแฝงไปด้วยการล้อเลียนที่ทำให้หลิวเหมยรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
หลิวเหมยใจนหน้าแดงก่ำ "ข้า... ข้าเพียงแต่..." นางพยายามหาคำพูดมาแก้ตัว แต่ก็ไม่สามารถรวบรวมสติได้