ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายของไป๋หลันฮวาที่นางมีใบหน้างดงามไปถูกใจมารสวรรค์เข้า
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะยังไม่ฆ่าเจ้าตอนนี้” มารสวรรค์เมื่อเห็นว่าอีกไป๋หลันฮวาไม่มีจิตใจที่คิดจะต่อสู้ ก็ได้เดินผ่านนางไปอย่างง่ายดาย และ ตรงเข้าไปหาร่างกายของเฟิ่งหวงหยางชุนที่ในตอนนี้ไม่อาจขยับตัวได้เนื่องจากโดนโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสไปทั่วร่าง
“ข้าจะทำยังไงกับเจ้าดี...เจ้าหนูจากราชวงศ์โชติช่วง” มารสวรรค์จ้องมองไปยังร่างกายของเฟิ่งหวงหยางชุนอย่างเย็นชา แต่ก่อนที่มารสวรรค์จะได้ลงมือทรมานเฟิ่งหวงหยางชุนต่อไป
ก็ได้มีร่างของสตรีชุดดำพุ่งหาร่างกายของมารสวรรค์อย่างรวดเร็ว นั่นก็คือร่างของกู่ซือเอิน ร่างที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วของกู่ซือเอิน ต่อยเข้าไปยังใบหน้าของมารสวรรค์อย่างรุนแรง ความแรงที่อาศัยร่างของเทพอสูรอมตะ ถึงกับทำให้ร่างของมารสวรรค์ที่ไม่เคยแยแสต่อทุกๆ การโจมตี กระเด็นออกไปอย่างรุนแรง
“เป็นอะไรไหม” กู่ซือเอินหันไปหาไป๋หลันฮวา ที่ดูเหมือนว่าจะหมดกำลังใจในการต่อสู้ไปแล้ว
“มะ ไม่เป็นไร” ไป๋หลันฮวากล่าว ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วเมื่อกี้นางหวาดกลัวก็ตาม
ทันใดนั้นเองอูหลินเฟิง ที่ตามมาทีหลังก็ปรากฏตัวขึ้น “เหตุใดจึงไม่ฟังคำเตือนของข้า”
“พะ พวกเราไม่นึกว่ามันจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้ คิดจะถ่วงเวลามันเพียงเท่านั้น” ไป๋หลันฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ หวังชุน ภูตหิมะ และ ไป๋หลันฮวา ต่อให้ไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับหลางจวิน เนี่ยซิน และ จงหมิ่น แต่ว่าก็ถือเป็นกำลังรบที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ของกองกำลังพันธมิตร จึงคิดจะถ่วงเวลาไว้จนกว่าที่อูหลินเฟิงจะเดินทางมาสมทบ แต่เพราะการกระทำนั้นจึงทำให้หวังชุนและภูตหิมะ ต้องโดนสังหารตายไป
อูหลินเฟิง จ้องมองไปยังร่างกายอันใหญ่โตของมารสวรรค์ที่ถูกต่อยกระเด็นไป เพียงไม่นานมารสวรรค์ก็สามารถลุกขึ้นมาได้ พร้อมกับจ้องมองไปยังร่างของกู่ซือเอิน
“โหหห พละกำลังระดับนั้น ช่างแข็งแกร่งซะจริงๆ แถมยังมีหน้าตาที่สวยงามอีกด้วย เจ้าเองก็จงมาเป็นภรรยาของข้าเช่นเดียวกับแม่หนูที่ถือพิณ” มารสวรรค์กล่าวออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพียงไม่นานก็มีสตรีที่สวยงามปรากฏตัวต่อหน้าเขาถึงสองคน
“ว่าอะไรนะ!!!” แต่คนที่สติขาดเก่าเป็นอูหลินเฟิง พลังวิญญาณสีขาวปลาทูออกมาจากร่างกายของอูหลินเฟิงเป็นจำนวนมาก
วิชาวิญญาณเชื่อมประสานวิญญาณ ยันต์อสูรสถิตร่าง
ที่ด้านหลังของอูหลินเฟิงปรากฏวงแหวนที่มียันต์ห้าใบประดับอยู่ แต่ละใบมีสีที่แตกต่างกัน ยันต์สีเขียวเป็นตัวพลังของเสี่ยวปินอสรพิษเกล็ดหยก ยันต์สีทองคือตัวแทนของพลังภูตวิหคขาวที่ได้รับมาจากปราชญ์วิญญาณ ยันต์สีน้ำตาลเป็นตัวแทนของกังปี้วานรแขนยักษ์ ยันต์สีดำคือตัวแทนพลังของเสี่ยวหยุนวิหคมรณะ ยันต์สีแดงคือตัวแทนของหมาป่าขนเพลิงทั้งแปด
พลังของสัตว์อสูรทั้งหมดถูกประสานไว้ในร่างกายอูหลินเฟิง ในครั้งนี้ระดับการประสานคือพลังทั้งหมดของสัตว์อสูรที่ถูกส่งเข้าหาร่างกายของอูหลินเฟิงโดยตรง ระดับพลังของเขาในตอนนี้จากชนชั้นจอมยุทธ์ กลับกลายเป็นการระเบิดพลังของชนชั้นราชันขั้นต้นแทน
“กล้ามาบอกให้สตรีของข้า ไปเป็นภรรยาของเจ้างั้นหรือ!!” อูหลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ในทีแรกเขาคิดจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่าย หยุดมือหรือใช้คำพูดของตัวเองในการหว่านล้อมให้อีกฝ่ายหยุดมือ แต่เมื่ออีกฝ่ายคิดจะนำคนรักของตัวเองไปเป็นภรรยา ความโกรธของอูหลินเฟิงก็ปะทุขึ้นมาทันที
“โหห!! นางคือคนรักของเจ้านั้นน่ะหรือ ถ้าเป็นแบบนั้นข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ปล่อยให้เจ้าดูนางถูกข้าย่ำยี” มารสวรรค์กล่าวราวกับกำลังสนุกสนาน
ปราณเทวราชพันพิษ ร่างเทวราชพันพิษ
“เจ้าคิดจะย่ำยีใคร” กู่ซือเอินที่ได้ยินคำพูดอันสกปรกของมารสวรรค์ก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดียวกัน มือทั้งสองนำกริชคู่เงาทมิฬออกมา ผิวสีขาวของนางค่อยๆกลายเป็นสีฟ้า ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยพิษเทวราชนับพันภายในร่างกาย ต่อให้พิจารณาแรงและจิตสังหารในตอนนี้จะมากมายเพียงใด ก็ถูกกริชคู่เงาทมิฬปิดบังกระแสพลังนั้นไว้
เคล็ดวิชาครองสวรรค์ เพลิงครองสวรรค์
“ช่างเป็นสตรีพยศเสียจริง แบบนี้ยิ่งถูกใจข้า” มารสวรรค์กล่าวออกมาจากนั้นก็ระเบิดพลังของตนเอง เปลวเพลิงสีดำถูกบีบอัดให้กลายเป็นมังกรเพลิงสีดำอีกครั้ง
“นำร่างของเฟิ่งหวงหยางชุนออกไป ในตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ เสวี่ยหานเอ๋อร์อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ รีบพาเขาไปหานางหากยังมีชีวิตอยู่ยังไงเสวี่ยหานเอ๋อร์ก็สามารถรักษาได้” อูหลินเฟิงรีบหันไปบอกกับไป๋หลันฮวา น่าเสียดายที่คนที่ถูกสังหารด้วยเพลิงครองสวรรค์ จะสลายหายไปโดยที่ไม่เหลือแม้แต่ร่างกายเพราะเป็นแบบนั้นทำให้พลังลมปราณพฤกษาพิสุทธิ์ของเสวี่ยหานเอ๋อร์ก็ไม่อาจช่วยรักษาชีวิตไว้ได้
“ดะ ได้” ไป๋หลันฮวารีบคว้าตัวของเฟิ่งหวงหยางชุน และหนีออกไปทันที ไป๋หลันฮวารับรู้ได้ทันทีว่าตนเองไม่อาจที่จะเข้าร่วมต่อสู้กับมารสวรรค์ได้อีกต่อไป ตัวนางหวาดกลัวต่อมารสวรรค์มากเกินไป
“ข้าไม่ให้เจ้าหนีไปหรอก!!” มารสวรรค์ตะโกนออกมาพร้อมๆ กับส่งมังกรเพลิงสีดำออกไปโจมตี แต่ว่าอูหลินเฟิงกับใช้ความเร็วที่ได้มาจากภูตวิหคขาว เข้าไปขวางหน้าของมังกรเพลิงสีดำ เพียงพริบตาเขาก็ไปปรากฏเบื้องหน้าของมังกรเพลิงสีดำแล้ว
“เจ้าโง่!! คิดจะตายงั้นหรือ ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วข้าจะให้เจ้าดูคนรักถูกย่ำยีได้ยังไง” มารสวรรค์กล่าวออกมาเมื่อเห็นว่าอูหลินเฟิงนำตัวเองเข้าไปขวางทางของมังกรเพลิงสีดำ
“คิดแบบนั้นงั้นหรือ??” อูหลินเฟิงกล่าว จ้องมองไปยังเปลวเพลิงสีดำโดยที่ไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ลมปราณมหาศาลถูกควบแน่นลงไปในกระบี่
เพลงกระบี่สยบธาตุกระบวนท่าที่หนึ่ง ตัดสรรพธาตุ
อูหลินเฟิงออกกระบวนท่าเพลงกระบี่ของเทพกระบี่คงหมิง ส่งรังสีกระบี่เพียงรังสีเดียวออกไปปะทะกับมังกรเพลิงสีดำ รังสีกระบี่ของอูหลินเฟิง พุ่งตรงเข้าหามังกรเพลิงสีดำ ทันทีที่เกิดการปะทะกันของรังสีกระบี่ และ มังกรเพลิงสีดำปรากฏว่ามังกรเพลิงสีดำที่เคยสลายการโจมตีได้ทุกประเภทกลับถูกผ่าครึ่งด้วยรังสีกระบี่ของอูหลินเฟิง อูหลินเฟิงที่ได้รับพลังจากสัตว์อสูรจึงได้รับพลังมหาศาลจากสัตว์อสูรแบบเดียวกับเทพกระบี่คงหมิงที่นำดวงจิตของอสูรผนึกไว้ที่แขนทั้งสองข้าง ในตอนนี้เขาสามารถที่จะแสดงพลังที่แท้จริงของเพลงกระบี่สยบธาตุออกมาได้ สามารถตัดได้ทุกๆธาตุ
“อะไรกัน!!” มารสวรรค์จ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่เคยมีใครก็ตามที่สามารถรอดจากเพลิงครองสวรรค์ได้เลยแม้แต่คนเดียว และในครั้งนี้กลับเป็นเพลิงครองสวรรค์ของเขาที่พ่ายแพ้ในการปะทะพลัง
เพลิงครองสวรรค์ แม้จะเป็นพลังที่ร้ายกาจจนถึงขนาดที่สามารถสลายได้ทุกๆ การโจมตีที่เข้ามา แม้ว่ามันจะเปลี่ยนคุณสมบัติไม่สร้างความร้อน แต่ว่าคุณสมบัติพื้นฐานของมันก็ยังเป็นเปลวเพลิง และเป็นพลังธาตุ ทำให้เพลงกระบี่สยบธาตุของเทพกระบี่คงหมิง สามารถตัดพลังของเพลิงครองสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย
ด้วยความตกใจที่เพราะว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เปลวเพลิงของมารสวรรค์ไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน ทำให้มันสวรรค์ไม่ยอมหลบการโจมตีของอูหลินเฟิง และอีกเหตุผลที่เขาไม่ยอมหลบก็คือเพราะการครอบครองร่างกายที่ไม่มีวันตายจากการต่อสู้ รับการโจมตีของอูหลินเฟิงเข้าไปตรงๆ
เพียงพริบตาร่างของเขาก็ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่จะฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์ กริชของกู่ซือเอินก็ได้แทงทะลวงเข้าไปยังร่างของมารสวรรค์ พิษนับพันชนิดถูกส่งเข้าไปยังร่างของมารสวรรค์อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่เป็นอมตะแต่ความทรมานจากการถูกพิษย่อมต้องยังคงอยู่
“อ๊ากกกกกก นาง..แพศยา.นี่” มารสวรรค์ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมๆ กับที่ยกมือขนาดยักษ์ของตนเอง คิดจะยังทุกข์ไปยังร่างของกู่ซือเอิน แต่ในจังหวะนั้นเองที่เขายกแขนขึ้น ก่อนที่จะได้ทุบไปยังร่างของกู่ซือเอิน ก็ได้มีเสียงของชายคนอื่นดังขึ้นมาจากความว่างเปล่า
“มือใหญ่จริงๆ เลยนะ แบบนี้จะใส่กำไลนี่ได้หรือเปล่านะ” ลุคปรากฏตัวออกมาจากความว่าเปล่า ยืนอยู่บนไหล่อันกว้างของมารสวรรค์ จากนั้นก็ได้นำกำไลที่ได้มาจากดรีม สวมเข้าไปที่ข้อมืออันใหญ่โตของมารสวรรค์ กำไลขนาดเล็กค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นและสวมเข้าไปยังข้อมือของมารสวรรค์ได้อย่างพอดี
จากนั้นทั้งลุคและกู่ซือเอินตามกระโดดออกมาให้ห่างจากร่างกายของมันสวรรค์ที่สุด
“ตอนนี้แหละ ดรีม” อูหลินเฟิงหันไปตะโกนบอกดรีม
แผนการต่อสู้ของอูหลินเฟิงที่คิดจะใช้ต่อสู้กับมารสวรรค์ ก็คือการดึงเอาจิตใจและวิญญาณ ของมารสวรรค์เข้าไปสังหารภายในโลกมิติแห่งความฝัน นั่นก็เพราะว่าร่างกายของมารสวรรค์ในตอนนี้แข็งแกร่งมากเกินไป มีทั้งพลังในการฟื้นตัวของร่างเทพอสูรอมตะและยังได้รับการเสริมพลังจากร่างกายของอสุรกายโลหิต ย่อมต้องกลายเป็นร่างกายที่มีความสามารถในการรักษาตัวเอง รวมถึงพลังโจมตีและเคล็ดวิชาเพลิงของสวรรค์ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรปะทะกันตรงๆ
นับเป็นโชคดีของอูหลินเฟิงที่สามารถผนึกวิญญาณของดรีม ทำให้เขากลายเป็นทาสได้ จึงได้รับความสามารถในการดึงเอาดวงจิตวิญญาณของมารสวรรค์เข้าสู่มิติแห่งความฝันได้ ถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็จะสามารถสังหารมารสวรรค์ภายในโลกแห่งความฝันได้ หากทำได้ในครั้งนี้ดวงจิตของมารสวรรค์ก็ไม่อาจหนีได้อีกต่อไป
“ได้ขอรับเจ้านาย” ดรีมที่หลบอยู่ไม่ไกลก็ได้ตะโกนออกมา จากนั้นก็ใช้พลังจิตของตนเอง
ทักษะจิต บังคับนิทรา
ความง่วงที่รุนแรงเข้าโจมตีมารสวรรค์ โดยที่มารสวรรค์ไม่อาจต้านทาน การบังคับนิทราที่อาศัยพลังจากสมบัติเทพต่อให้เป็นมารสวรรค์ก็ไม่อาจต้านทานได้โดยง่ายดาย ในตอนนั้นเองที่ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนจะเป็นใจให้แก่อูหลินเฟิง
ปราณโลหิตมรณะ โลหิตล่าสังหาร
บนพื้นผิวของพื้นดินที่ห่างออกไปจากดรีมไม่ไกล ได้มีโลหิตเหลวแต่มีความแข็งเป็นอย่างมากพุ่งทะลุพื้นดินเข้ามาแทงร่างของดรีมที่กำลังใช้ทักษะจิต ทะลวงเข้าสู่ร่างกายและโจมตีเข้าสู่หัวใจของดรีมอย่างแม่นยำ
“อะ อะไรกัน..อ๊อคค” ดรีมจ้องมองการโจมตีจากโลหิตที่พื้นอย่างไม่เชื่อสายตา แววตาของดรีมค่อยๆ หม่นแสงลงพร้อมๆ กับหัวใจของดรีมที่หยุดเต้น การบังคับนิทราของดรีมจึงหายไปทำให้มารสวรรค์ได้สติอีกครั้ง
“คนทรยศ...ก็สมควรที่จะตาย” เสียงของเสวี้ยเจ๋อดังขึ้นพร้อมๆ กับร่างของเขาที่เดินออกมาจากเงามืด เสวี้ยเจ๋อเอ กงซุนเมิ่ง และ อสุรกายโลหิตในร่างของตงฟางชุนเดินออกมาพร้อมๆ กัน
“รู้สึกยังไงบ้างที่ถูกทำลายแผนการ อูหลินเฟิง” เสวี้ยเจ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม จ้องมองไปยังอูหลินเฟิง ด้วยแววตาและรอยยิ้มที่เย้ยหยัน
..
..
จบตอน