หากต้องมาตกอยู่บนชั้นลึกสุดของ 'นรก'ฮิวแมนที่มีเลเวลเพียง 15 ย่อมไม่มีหนทางที่จะหลบหนีออกไปได้เลย
การหนีรอดไปจากสัตว์ประหลาดตรงหน้าก็เป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เช่นกัน
"โฮกกกกก!"
สัตว์ประหลาดส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยหยัน
มันอ่านความสิ้นหวังของผมออกอย่างทะลุปรุโปร่งพลันแสยะยิ้มเยาะอย่างสนุกสนานขณะค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามาใกล้
หากปล่อยให้มันเข้ามาประชิดตัวได้โดยสมบูรณ์ผมคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ 'ตายเสียยังดีกว่า' แล้วถูกกัดกินจนตายเป็แน่
แต่ผมยังตายไม่ได้
"ผมไม่อยากตายทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงทั้งที่ยังไม่ได้พบครอบครัวอีกครั้งทั้งที่ยังไม่ได้ล้างแค้นพวกนั้นที่หลอกลวงและหักหลังผม!จะมาตายเหมือนขยะที่ถูกทิ้งแบบนี้ได้ยังไงกันเล่า!"
ทว่า เพราะผมทิ้งเป้สะพายหลังไว้เื้ัในตอนนี้จึงไม่มีแม้แต่มีดเล่มเดียว กระบอกน้ำสักใบ หรือกระทั่งหินเหล็กไฟ
สิ่งเดียวที่มีอยู่ก็คือ กิฟต์ เท่านั้น
ผมอธิษฐานอย่างสิ้นหวัง พลันกดรัวใช้งาน'กาชาไร้ขีดจำกัด' กิฟต์ที่ได้รับมาจากพระเ้าอย่างไม่คิดชีวิต
เพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนี้มีแต่ต้องพึ่งพา 'กาชาไร้ขีดจำกัด' เท่านั้น!
"!?"
"บรู๊ว!?"
วงเวทขนาดใหญ่ที่ดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามพลันปรากฏขึ้นโดยมีตัวผมเป็ศูนย์กลาง
มันแผ่ประกายแสงเจิดจรัสลึกลับจนกระทั่งสัตว์ร้ายเลเวล1000 ที่เคยเยื้องกรายเข้ามาอย่างย่ามใจก่อนหน้านี้ยังต้องหยุดชะงักลงด้วยความใ
"โฮกกกกกกก!"
อาจด้วยสัญชาตญาณหรือความตระหนักถึงอันตรายสัตว์ร้ายที่ก่อนหน้านี้ยังทำเป็เล่นพลันโถมพุ่งเข้าใส่ผมอย่างสุดกำลัง!
สมกับที่มีเลเวลถึง 1000ระยะห่างระหว่างเราพลันลดลงในพริบตา
คมเขี้ยวและขากรรไกรขนาดมหึมาบดบังทัศนวิสัยทั้งหมดของผมจนมืดมิด

(นี่คือภาพสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นงั้นเหรอ—)
ในชั่วพริบตาที่ความยอมจำนนแล่นริ้วเข้าเกาะกุมจิตใจแสงสว่างเจิดจ้าที่กลบกลืนความมืดมิดของนรกชั้นลึกสุดพลันะเิออก
"—บังอาจแยกเขี้ยวใส่นายท่านของดิฉันแม้จะเป็เพียงลูกสุนัข ดิฉันก็ไม่คิดจะละเว้นค่ะ"
เรือนผมสีดำขลับโบกสะบัดพลิ้วไหวท่ามกลางประกายแสงเจิดจ้า
ศีรษะของมอนสเตอร์เลเวล 1000 ถูกสะบั้นขาดในพริบตาร่างของมันถูกสับเป็ชิ้นๆ ด้วยคมดาบอันเฉียบคมจนน่าหวาดหวั่นชวนให้คิดว่าร่างกายของมันแยกออกจากกันเป็เสี่ยงๆ ั้แ่แรกแล้ว
เ้าของเสียงกังวานนั้นไม่มีคราบเืกระเซ็นโดนเลยแม้แต่หยดเดียวเธอขวางอยู่ตรงกลางระหว่างสัตว์ร้ายกับผมราวกับว่ายืนอยู่ตรงนั้นมาั้แ่แรกแล้ว
เรือนผมยาวสีดำขลับประหนึ่งตัดมาจากรัตติกาลถูกรวบเป็หางม้าและผูกไว้ด้วยริบบิ้นเส้นยาว
อาภรณ์ที่สวมใส่คือชุดเมดที่คนรับใช้ของขุนนางมักสวมใส่ทั้งถุงมือสีขาวสะอาด ถุงเท้าหรือแม้แต่รองเท้าที่สวมใส่ล้วนไม่มีรอยเปื้อนคราบสกปรกใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ส่วนสูงค่อนข้างสูงสำหรับผู้หญิงและใบหน้าก็งดงามด้วยดวงตากลมโต ขนตายาว ริมฝีปากสีกุหลาบแดงและจมูกที่โด่งเป็สัน ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แบบ ผิวขาวใสราวกับหิมะเธองดงามราวกับตุ๊กตาที่พระเ้าบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างประณีต
เพียงแค่ความงามของใบหน้าก็น่าดึงดูดแล้วแต่หน้าอกที่ดันชุดเมดขึ้นมาจากด้านล่างนั้นใหญ่มาก ขนาดที่ผู้ชายทุกคนต้องจ้องมองแต่กระนั้นเอวของเธอก็บอบบางราวกับจะหักได้ แขนขาก็เรียวยาวทำให้เมื่อรวมกับส่วนสูงแล้วยิ่งทำให้รูปร่างของเธอดูสมส่วนและงดงาม
ดวงตาของเธอจับจ้องมาที่ผม
แววตาสั่นระริกด้วยความเ็ป พลันคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ณตรงนั้น
ประหนึ่งอัศวินที่คุกเข่าต่อหน้าพระาา
"ดิฉันมิอาจทนเห็นใบหน้าที่งดงามและผิวพรรณดุจไข่มุกของนายท่านต้องแปดเปื้อนาแไปมากกว่านี้จึงถือวิสาสะรักษาให้ค่ะ ต้องขออภัยที่กระทำโดยพลการด้วยค่ะ"
"? เอ๊ะ? อ๊ะ!? ไม่เจ็บแล้วจริงๆ ด้วย!?"
ผมรีบตรวจดูาแ
ลูกธนูที่ปักอยู่ที่ขาหลุดออกไปั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ไม่มีแม้แต่แผล และไม่มีความรู้สึกเ็ปหลงเหลืออยู่เลย
"นายท่านคะ จะกรุณาบอกนามของท่านด้วยเสียงอันไพเราะนั้นให้ดิฉันทราบได้หรือไม่คะ?"
"เอ๊ะ ผะ ผม ชื่อของผมเหรอครับ? ละ ไลท์ ครับ"
"ท่านไลท์ ท่านไลท์ท่านไลท์—ช่างเป็นามที่วิเศษและสูงส่งยิ่งนัก"
หลังจากพึมพำชื่อของผมซ้ำไปซ้ำมาในปากเธอก็กุมมือทั้งสองข้างไว้ที่หน้าอกแล้วเริ่มสวดอธิษฐาน
"วิถีเมดของดิฉันคือการอยู่เพื่อนายท่านรับใช้เพื่อนายท่าน และตายเพื่อนายท่านขอได้โปรดรับความภักดีอันเป็ที่สุดที่ดิฉันขออุทิศให้แด่นายท่านด้วยวิถีเมดนี้ด้วยเถอะค่ะ"
"ครับ?"
"ขอบพระคุณเป็อย่างยิ่งค่ะยามอยู่บนฟากฟ้าขอเป็ปีกปักษาคู่เคียงหากอยู่บนผืนดินขอเป็กิ่งก้านร่วมรากผูกพันชั่วนิรันดร์ แม้สิ้นชีพตายจากก็ขอฝากเนื้อฝากตัวรับใช้นายท่านชั่วนิรันดร์ค่ะ"
คำว่า "ครับ" เมื่อครู่ไม่ได้แปลว่าตกลงแต่เป็คำถามต่างหาก... ทว่า บรรยากาศในตอนนี้คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว
ว่าแต่ว่า ก่อนอื่นเลยเธอเป็ใครกันแน่?
ทำไมถึงมาอยู่ในส่วนลึกที่สุดของ 'นรก' ได้ล่ะ?
แล้ววงเวทเมื่อกี้คืออะไร?
เธอรักษาแผลของผมั้แ่ตอนไหนกัน?
เืของสัตว์อสูรกระจัดกระจายไปทั่วแบบนี้กลิ่นของมันอาจจะดึงดูดตัวอื่นๆ ให้แห่กันมา เราควรจะรีบหนีไปจากที่นี่ก่อนดีไหม?
ความคิดมากมายผุดขึ้นมาในหัวจนจับต้นชนปลายไม่ถูกและสับสนไปหมด
ราวกับสังเกตเห็นความสับสนของผมเมดสาวจึงเริ่มแนะนำตัวเองก่อน
"ดิฉันขออภัยที่แนะนำตัวช้าค่ะ ดิฉันคือการ์ด SUR'เลเวล 9999 เมดผู้แสวงหา เมย์' ค่ะ"
"กะ การ์ด SUR? เละ เลเวล 9999?"
"ค่ะ ดิฉันคือการ์ด SUR ที่สุ่มได้จาก'กาชาไร้ขีดจำกัด' กิฟต์ของท่านไลท์ค่ะ ตราบใดที่ดิฉันยังอยู่เคียงข้างขอสัญญาว่าจะไม่ยอมให้พวกมอนสเตอร์ปลายแถวในดันเจี้ยนแห่งนี้มาแตะต้องผิวพรรณอันงดงามของท่านไลท์ได้แม้แต่ปลายก้อยเลยเ้าค่ะ"
ในความเป็จริง สัตว์ประหลาดเลเวล 1000ที่ดูเหมือนหลุดมาจากเทพปกรณัมตัวนั้น เพิ่งจะถูกเธอปลิดชีพลงในชั่วพริบตา
ตราบใดที่มีเธออยู่ความปลอดภัยของผมก็น่าจะได้รับการการันตีแน่นอนแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี
"...เป็ไปไม่ได้หรอก กิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด'ของผมมันเป็แค่ของขยะที่สุ่มได้แต่พวกการ์ดไอเทมไร้ค่าเท่านั้นเองไม่มีทางที่จะได้คนเก่งๆ อย่างคุณเมย์ออกมาหรอก อีกอย่างคนเราเนี่ยนะจะออกมาจากการ์ดกาชาได้จริงเหรอ?"
"ท่านไลท์คะ สำหรับดิฉันที่เป็เมดแล้วไม่จำเป็ต้องสุภาพด้วยหรอกค่ะ โปรดเรียกดิฉันว่าเมย์ห้วนๆ เถอะค่ะ"
"แต่ว่ามัน..."
"ได้โปรดเถอะค่ะ"
ทนเสียงรบเร้าและแววตาเศร้าสร้อยของเธอไม่ได้ผมจึงต้องยอมทำตามแต่โดยดี
"เมะ เมย์..."
"ขอบพระคุณที่ยอมรับฟังคำขอของคนรับใช้คนนี้ค่ะสมกับเป็ท่านไลท์ผู้มีจิตใจกว้างขวางจริงๆจิตใจที่ยิ่งใหญ่ราวกับจักรพรรดิเช่นนี้ กิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด'ของท่านไลท์ไม่มีทางที่จะเป็ของห่วยแตกเด็ดขาดค่ะ ขอประทานอนุญาตให้ดิฉันใช้สกิล'ประเมิน' ยืนยันข้อมูลหน่อยจะได้หรือไม่คะ?"
"ปะ ประเมิน!? เมย์... มีกิฟต์ 'ประเมิน'ด้วยงั้นเหรอ!?"
กิฟต์ 'ประเมิน'คือพลังที่ใช้ในการประเมินมูลค่าของบุคคลหรือสิ่งของได้ตามระดับเลเวลของผู้ใช้
คนที่ได้รับกิฟต์ 'ประเมิน' จะไม่มีวันตกงานไปตลอดชีวิตจึงเป็กิฟต์ที่ได้รับความนิยมสูงเป็อันดับต้นๆ ในหมู่ฮิวแมน
"หากพูดให้ถูกต้องมันคือหนึ่งในสกิลเฉพาะตัวของดิฉันค่ะ ขออนุญาตประเมินเลยนะคะ?"
"อะ อืม ฝากด้วยนะครับ"
"ถ้าเช่นนั้น ขอประทานอภัยค่ะ ประเมิน!—ช่างน่าใ ถูกอำพรางไว้ถึงขนาดที่ถ้าไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกับดิฉันก็ไม่อาจล่วงรู้รายละเอียดได้เลยเพราะมีเวทอำพรางอันแข็งแกร่งร่ายทับไว้... สมกับเป็ท่านไลท์จริงๆ ค่ะเกินกว่าจะคาดเดาได้ว่ามีพลังซ่อนอยู่มากแค่ไหน ข้อมูลระบุไว้ว่า กิฟต์'กาชาไร้ขีดจำกัด' สุ่มการ์ดได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งโอกาสได้รับตัวการ์ดจะแปรผันตามความหนาแน่นของพลังเวท โดยเรียงลำดับการ์ดจากระดับสูงไปต่ำคือEX SUR UR SSSR SSR SR R N และ E ค่ะ"
"? หมายความว่ายังไงเหรอ?"
สำหรับเด็กที่โตมาจากครอบครัวชาวนายากจนอย่างผมเื่พวกนี้เข้าใจยากเกินไปหน่อย
เมย์รีบอธิบายเสริม
"พลังเวทที่พวกนักเวทใช้ในการร่ายมนตร์นั้นลอยละล่องอยู่ในอากาศค่ะดูเหมือนว่ากิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด'จะคอยดูดซับพลังเวทเ่าั้เพื่อมาใช้สุ่มการ์ดดังนั้นบนพื้นดินที่มีพลังเวทเบาบาง โอกาสที่จะได้การ์ด SURอย่างดิฉันจึงแทบจะเป็ศูนย์ แต่ในดันเจี้ยนชั้นล่างสุดที่มีพลังเวทหนาแน่นเช่นนี้อัตราความสำเร็จจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันค่ะ"
"...เข้าใจละ"
แม้เธอจะอธิบายช่วยให้เข้าใจ แต่เอาเข้าจริงผมก็ยังไม่เข้าใจแม้แต่ครึ่งอยู่ดี
แต่สรุปคร่าวๆ ได้ว่า ถ้าเป็สถานที่อย่างชั้นล่างสุดของ'นรก' ก็จะมีโอกาสได้การ์ดที่สุดยอดอย่างเมย์ออกมา
"แต่ถึงกระนั้น สมกับเป็ท่านไลท์จริงๆ ค่ะทั้งที่ไม่ได้ใช้กิฟต์ 'ประเมิน' เพื่อดูรายละเอียดของ 'กาชาไร้ขีดจำกัด'แต่กลับล่วงรู้ถึงคุณลักษณะพิเศษนี้แล้วยอมเสี่ยงภัยดำดิ่งลงมาถึงชั้นล่างสุดของดันเจี้ยนเพียงลำพังเพื่อสุ่มอัญเชิญดิฉันขึ้นมาช่างเป็บุคคลที่คู่ควรแก่การอุทิศวิถีเมดให้จริงๆ ค่ะแต่การดั้นด้นมาเยือนชั้นล่างสุดของดันเจี้ยนด้วยค่าสเตตัสเพียงเท่านี้เพียงลำพังดูจะบ้าบิ่นไปสักหน่อยนะคะ แต่นับจากนี้ไป เมื่อดิฉันอยู่เคียงข้างขอเอาวิถีเมดเป็เดิมพันว่าจะไม่ยอมให้นายท่านได้รับาแแบบนั้นอีกเป็หนที่สองอย่างแน่นอนเ้าค่ะ"
"......"
"ท่านไลท์คะ เป็อะไรไปหรือเปล่าคะ?"
"ไม่ใช่ครับ เมย์ผมไม่ได้อยากลงมาที่ชั้นล่างสุดของ 'นรก' นี้ด้วยตัวเองหรอกครับ"