“แล้วไง ยิ่งใหญ่แล้วจะทำตัวไงก็ได้หรือยังไง?” เตชินท์ยิ่งโมโหขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็คนใกล้ชิดซานเชส เขาตะคอกเสียงดังเพื่อเรียกอีกฝ่ายว่า “เฮ้ย หูหนวกหรือไงว่ะ!”
เบิร์ดยังคงพยายามกล่อมเตชินท์ให้หยุด “เลิกสนใจเขาเถอะครับ ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้เอาตัวด้วงไปด้วย”
เขาไม่สนว่าใครจะแย่งเนื้อสัตว์อสูรเขาไป แต่เขายอมไม่ได้ที่โดนขโมยการโจมตีครั้งสุดท้ายไป เพราะนั่นเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายได้ิญญาอสูรไปหรือไม่
หนนี้คู่กรณีหยุดเดินหนีแล้ว แต่ทันทีที่เขาหันกลับมา หากมองผิวเผินคงเข้าใจไปแล้วว่าอีกฝ่ายคงเป็พวกอ่อนแอต้องคอยขโมยโจมตีครั้งสุดท้ายจากคนอื่นแล้วก็หนีไป แต่คนนี้ไม่ใช่ เตชินท์ััได้ถึงจิตสังหารทันที ด้วยั์ตาลึก ผิวขาวซีด ยิ่งทำให้เขาดูเหมือนพวกโรคจิตเข้าขั้น แต่นั่นไม่ได้ทำให้เตชินท์กลัวแต่อย่างใด
“ก็ใครใช้ให้เกะกะขวางทางฉันล่ะ” คู่กรณีแสยะยิ้ม
ไม่ขอโทษแถมยังกวนบาทากลับมาอีก เป็ใครจะยอมได้ แต่ไม่ทันจะได้ขยับตัว เตชินท์ถูกดึงแขนไว้อีกแล้ว
เตชินท์เริ่มรู้สึกรำคาญเบิร์ดเต็มทน เขาไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยเก่งกาจมากแค่ไหนเช่นนั้น
เตชินท์กระชากแขนตัวเองเพื่อสลัดจากเบิร์ด เขาตั้งใจพุ่งโจมตีใส่ชายร่างผอมที่บังอาจมาแย่งฆ่าเหยื่อของเขา แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายก็คิดแบบเดียว เพียงแต่เขาต่างกับเตชินท์ตรงที่ไม่มีใครมาคอยขัดแข้งขัดขา เขาพุ่งเข้ามาหาก่อนที่เตชินท์จะทันได้ขยับเสียอีก
เคล้ง!
เสียงของเหล็กปะทะกันดังสนั่น เตชินท์ใช้มีดพร้ารับการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้ได้
‘พวกเน้นใช้ความเร็วงั้นสินะ’ หัวเตชินท์ทำงานหนักทันทีเมื่อเห็นอาวุธของอีกฝ่ายเป็มีด เขาไม่ได้กลัวพวกใช้มีดและความเร็วเป็อาวุธ แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่เตชินท์เทพดาบคนเดิม เนื่องจากแต้มพัฒนาของเขายังน้อยกว่าอีกฝ่ายมาก แถมอาวุธที่มียังเป็แค่มีดพร้าอีก หากใช้ปะทะกันอีกไม่เกินครั้งหรือสองครั้ง คงได้ไปขอโทษฮงที่ทำมีดพร้าพัง
“พอเถอะครับ คุณเสี่ยวจวง เขาเป็เพียงพวกมือใหม่เท่านั้น” ก่อนจะที่เลยเถิดไปมากกว่านี้ เบิร์ดรีบเข้ามาแทรกทั้งสองเพื่อหยุดการปะทะ
“เบิร์ดแกบ้าไปแล้วหรือยังไง? เดี๋ยวแกก็โดนลูกหลงไปด้วยหรอก” ดาม็องพยายามกวักมือเรียกเพื่อนของเขาให้หนีออกมา “ออกมาเร็ว ปล่อยพวกเขาเคลียร์กันเอง”
“ก็ได้ เห็นแก่สมาชิกหมู่บ้านที่อยู่มานาน” เสี่ยวจวงลดมีดลงก่อนจะแสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ และกล่าวว่า “และเห็นแก่ถังเงินคนใหม่ที่ดูเหมือนบอสจะกำลังถูกอกถูกใจเป็พิเศษ”
พูดจบชายผู้ถูกเรียกว่าเสี่ยวจวงหันหลังกลับและออกเดินไปทันที แม้ปากจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าในใจเขากำลังคิดบางสิ่งที่เกินคาดทุกคนว่า ‘หมอนี่เป็ใครกัน? เด็กไหมจริงเหรอ?’
เสี่ยวจวงมีสีหน้าตึงเครียด คำว่าเด็กใหม่สำหรับเขา ไม่ควรจะมีใครรับมีดของเขาได้ทันอย่างที่เตชินท์ทำ นั่นทำให้เขารู้สึกว่าควรจะต้องจับตาดูเด็กใหม่ที่ว่าหน่อยเสียแล้ว
ในทางกลับกัน เตชินท์ก็รู้สึกโล่งอกที่อีกฝ่ายไม่คิดจะสู้ต่อ เพราะเขาเองก็ยังไม่พร้อมสู้กับสายความเร็วในเวลานี้
อาวุธไม่มี ชุดเกราะก็ไม่มี แต้มพัฒนาก็มีแต่ระดับกระจอก ไม่มีทางไหนเลยที่เขาเอาจะสู้ชนะได้ เพราะอย่างนั้นเขาจึงเลือกปล่อยอีกฝ่ายไปตามที่ทุกคน้าดีกว่า
< คุณแต้มได้รับแต้มพัฒนาขั้นสามัญ 1 แต้ม >
เสียงที่คุ้นเคย แต่ได้ฟังอีกกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ ในที่สุดเตชินท์ก็ได้แต้มพัฒนาครบสิบห้าแต้มหลังยัดด้วงั์เขาดาบลงท้องหมดทั้งห้าตัว จนทำให้ตอนนี้เขามีแต้มพัฒนาขั้นสามัญมาถึง 83 แต้มแล้ว เขาขาดสัตว์อสูรอีกอย่างน้อยสองชนิด ชนิดละสองตัวหรือสี่ชนิดอย่างละตัว แต้มพัฒนาขั้นสามัญของเขาก็จะเต็มหนึ่งร้อยเสียที
“นี่แกยังเป็คนอยู่หรือเปล่าว่ะ?” ดาม็องอ้าปากค้าง เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าเตชินท์สามารถยัดด้วงั์เขาดาบทั้งห้าตัวหมดภายในการกินครั้งเดียว
แม้ด้วงั์เขาดาบจะไม่ได้ตัวโตเท่าวัวเท่าควายก็จริง แต่มันก็ใหญ่พอ ๆ กับหมาตัวโตตัวหนึ่งได้เลย แม้แต่เขาเองยังเคยกินได้มากสุดแค่สามตัวต่อมื้อเท่านั้น แต่กับมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในมิติมาตุภูมิได้ไม่นาน กลับกินได้มากถึงห้าตัวในคราวเดียว เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าถ้ามีมากกว่านี้ เด็กหนุ่มคนนี้ก็อาจจะยัดลงท้องไปได้อีกก็เป็ได้
เตชินท์มองดาม็องด้วยหางตาแต่ไม่ตอบอะไรกลับไป เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสองถึงต้องมานั่งกินข้าวพร้อมกับเขาด้วย แม้จะรู้ว่าเบิร์ดพยายามจะให้เตชินท์ช่วยสอนวิชาดาบให้ แต่เขาก็ปฏิเสธไปแล้ว ส่วนดาม็องดูเหมือนจะตัวติดกับเบิร์ดจนน่าสงสัยแต่ก็ไม่ใช่เื่ที่เขาจะต้องสนใจ เพียงแต่คงไม่มีใครชอบใจนักที่มีคนคอยคอนแคะและจับผิดอยู่ตลอดอย่างนี้
เมื่อกินเสร็จ ก็เตรียมออกไปล่าต่อ แต่เตชินท์ก็ได้แต่ถอนหายใจเมื่อเห็นว่าเบิร์ดทำท่าทางเตรียมตัวจะติดตามเขาไปด้วย
เมื่อสลัดทิ้งไม่ได้ก็ต้องจำยอมทำตามความปรารถนาของอีกฝ่ายเพื่อให้มันจบ ๆ ไป
“ไหนลองฟันดาบให้ดูหน่อย” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เบิร์ดดีใจเป็อย่างมาก เขารีบเรียกดาบิญญาอสูรประจำตัวออกมาทันที
เขาฟันไปมาในอากาศ และเตชินท์ก็คอยจับตามอง
หลังผ่านไปไม่นาน การร่ายรำดาบของเบิร์ดเสร็จสิ้น มีเพียงคำตอบเดียวอยู่ภายในหัวของเตชินท์คือ ‘ก็เป็วิชาดาบที่เคยสอนเขาทุกกระเบียดนิ้ว’
เตชินท์ขมวดคิ้ว เขาไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรดี เขาจึงรำดาบออกมา ซึ่งผลปรากฏว่าไม่ต่างกับสิ่งที่เบิร์ดทำออกมาจนดาม็องอดบ่นออกมาไม่ได้ว่า “เบิร์ดเขาให้สอนนะไม่ใช่ให้มาเลียนแบบเขา”
“ก็นี่ไงสิ่งที่เขาอยากเรียนรู้จากฉัน” เตชินท์ตอบสวนกลับไปทันทีโดยเสริมว่า “ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเขาอยากเรียนรู้อะไรจากฉัน ในเมื่อฉันก็ใช้วิชาดาบแบบนี้มาตลอดนะ”
สิ่งที่เตชินท์พูดมันคือความจริง เขาใช้เพียงวิชาดาบขึ้นพื้นฐานที่เบิร์ดในอดีตเคยสอนเขาเท่านั้น เพราะเตชินท์คิดว่าเขายังมีแต้มพัฒนาน้อยเกินไปจะใช้วิชาดาบขั้นสูง
“ไม่นะครับ ตอนที่คุณต่อสู้กับด้วงั์ คุณดูเหมือนกับที่คุณทำออกมาเมื่อกี้ก็จริง แต่ก็แตกต่าง” เบิร์ดพยายามอธิบายแต่เขาก็อธิบายออกมาเป็คำพูดไม่ถูกเช่นกัน
เตชินท์ได้แต่ทำหน้าบิดเบี้ยวไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามจะสื่อ เพราะเขายืนยัน นั่งยัน นอนยันเลยว่าเขาใช้เพียงทักษะดาบขั้นพื้นฐานที่เบิร์ดในอดีตเคยสอนเขาจริง ๆ
เบิร์ดเข้าใจว่าเขาผิดเองที่อธิบายได้ไม่ดีพอ เขาจึงนึกภาพย้อนกลับไปและอธิบายเพิ่มเติมว่า “ท่วงท่าของคุณนั้นธรรมดาไม่ต่างจากที่คุณบอก แต่ทุกครั้งที่คุณโจมตีมันมีท่าทางบางอย่างที่เหมือนการพลิกแพลงที่เปลี่ยนไปตามเป้าหมาย”
เตชินท์เองก็พยายามนึกภาพตามสิ่งที่เบิร์ดพยายามเล่าอย่างเต็มที่เช่นกัน เพราะเขาเองก็อยากเข้าใจ
“ยกตัวอย่างเช่น บางครั้งคุณกำลังจะฟันใส่แล้ว แต่ดวงั์มันขยับเปลี่ยนท่าทาง มีดพร้าของคุณกลับสามารถเลี้ยวตามและฟันเข้าตรงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำเช่นเดิม หรือบางครั้งเหมือนคุณจะแทงแต่กลับกลายเป็ฟันไปเสียอย่างนั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ั์ตาดำของเตชินท์สั่นไหว เขาเหมือนจะเริ่มรู้ตัวอะไรบางอย่างแล้ว
เขาเพิ่งรู้ตัวว่าทักษะดาบที่เขาเคยฝึกฝนมาเป็สิบปีก่อนที่จะจุติได้หล่อหลอมรวมเข้าเป็เนื้อเดียวกันกับเขาจนแทบจะกลายเป็เืภายในเส้นเืเขาไปแล้ว ดังนั้นเมื่อเจอกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนผันจากที่เขาเล็งไว้ ทักษะดาบที่แฝงอยู่เนื้อนัยเขาก็แสดงออกมาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
แม้ร่างกายจะเชื่องช้าเป็เต่าเพราะแต้มพัฒนาที่มีอยู่น้อยนิด แต่ความแม่นยำและทักษะการคาดเดาการเคลื่อนไหวล่วงหน้าของศัตรูยังติดตัวเขามา
ถึงตอนนี้เตชินท์จะรู้ตัวแล้ว แต่เขาจะสอนอีกฝ่ายได้อย่างไร ในเมื่อทักษะดาบที่เขามีคือการผสานเข้ากับทักษะดาบและวิชาดาบขั้นสูงที่สั่งสมมาเป็เวลามากกว่าสิบปี
“ฉันก็อธิบายไม่ถูกว่าทำไมถึงเป็แบบนั้น ฉันก็แค่ฟันไปมั่ว ๆ แล้วฟลุกไปโดนมากกว่า” เตชินท์เลือกพูดเฉไฉไปเรื่อย เพราะเขาไม่รู้จะสอนอย่างไรจริง ๆ เขาเสริมต่อเพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อว่า “อีกอย่างนายอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้ ฉันก็แค่ฟันไปตามที่ใจคิดอยากจะฟันให้โดนเท่านั้น ไม่ได้มีทักษะหรือตรรกะอะไรพิเศษอะไรเลย”
“ฉันก็ว่างั้นแหละ มองยังไงก็เหมือนกับฟันมั่ว ๆ เชื่อฉันสิ” หนนี้เตชินท์แทบจะไปกอดขอบคุณดาม็องที่ช่วยพูดอะไรเข้าหูเสียที
“ไปล่าเ้าด้วงั์กันต่อเถอะ วันนี้ฉันอยากกลับบ้าน พอดีฉันนัดสาวไว้” ดาม็องเข้าไปล็อกคอเบิร์ดเพื่อหวังลากเพื่อให้เลิกสนใจเตชินท์ได้แล้ว
เบิร์ดได้แต่มองเพื่อนเขาอย่างเอือมระอา
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ