“เอกสารเรียบร้อยแล้วนะคะ หากคราวหน้านำสัญญาบ้านมาด้วยก็จะถือว่าการกู้เงินเรียบร้อยแล้วค่ะ”
คิมชอลซูพยักหน้าหงึกๆ ให้กับคำพูดของพนักงานหญิงผู้รับผิดชอบเื่สวัสดิการของฝ่ายบุคคล
“ขอบคุณครับ”
เงินกู้ยี่สิบล้านวอนดอกเบี้ย 2.5 เปอร์เซ็นต์ สามารถชำระคืนภายในห้าปี และพักชำระได้หนึ่งปี
แค่เอาเอกสารสัญญาบ้านมาการกู้เงินก็เรียบร้อยคิมชอลซูอารมณ์ดีสุด ๆ
คิดว่าวันนี้กลับบ้านไปแล้วจะบอกให้แม่ไปดูบ้านสักหน่อยขอห้องนํ้ากว้าง ๆ ให้อาบนํ้าได้สบาย เดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้น และมีสามห้องนอน
แต่แค่ยี่สิบล้านวอนคงหาบ้านที่มีสามห้องนอนได้ยาก
“อ้าว พนักงานคิมชอลซูไม่ใช่เหรอ”
เสียงนุ่มๆ ทำให้คิมชอลซูหันไปมอง และพบผู้อำนวยการพัคจุนฮยอง
“อ๋อ ผู้อำนวยการ! สวัสดีครับ!”
คิมชอลซูโค้งศีรษะให้พัคจุนฮยองก็พยักหน้ากลับ
“อื้ม มาที่นี่ทำไมเหรอ”
“ผมมากู้เงินบริษัทครับ”
“อ๋อ อย่างนั้นเหรอครับ อื้ม แล้วมีเื่อะไรให้รายงานบ้างไหมครับ”
“ครับ! วันนี้มีเื่ใหญ่มากเลยครับ”
สีหน้าของคิมชอลซูที่ดูเหมือนว่าได้เจอเื่ยิ่งใหญ่จริงๆ นั้นจุดประกายความสงสัยของพัคจุนฮยอง
“งั้นไปคุยกันตรงนู้นสักครู่ดีกว่าครับ”
“ครับ รับทราบครับ”
คิมชอลซูตามพัคจุนฮยองเข้าไปในห้องให้คำปรึกษาจากนั้นก็เริ่มเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าอย่างเว่อร์วัง
“ถ้าไม่ใช่เพราะผู้จัดการพโยอิลซูป่านนี้ทีมขายห้าได้เกิดเื่ใหญ่เพราะทำการค้าขายกับกัมพูชาไปแล้วครับ”
“แล้วเป็เื่ใหญ่ยังไง”
“เพราะบริษัทที่จะส่งสินค้าให้เป็บริษัทที่ไม่มีอยู่จริงน่ะสิครับ”
“อ้อ! อย่างนั้นเหรอครับ”
“ครับ โชคดีที่ผู้จัดการพโยอิลซูเจอเื่นี้ก่อนและหัวหน้าอันจองกยูก็แก้ไขได้ทันที ทำให้ไม่มีปัญหาอะไรครับถ้าไม่ใช่เพราะทั้งสองคนละก็ บริษัทคงต้องเสียหายครั้งใหญ่แน่นอนครับ แล้วก็...”
พัคจุนฮยองทำทีเหมือนสนใจอย่างชํ่าชองแต่ภายในใจกลับด่าไม่หยุด
เอ๊ะไอ้บื้อนี่ จะพูดเื่ดีทำไมวะเนี่ย
คิมชอลซูชื่นชมหัวหน้าอันจองกยูกับผู้จัดการพโยอิลซูจนนํ้าลายแตกฟองพร้อมกับคิดในใจ
ไม่อยากฟังละสิเื่ดี ๆ ของคู่แข่งน่ะ
“อ้อ เข้าใจแล้วครับ ถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าอันจองกยูกับผู้จัดการพโยอิลซูบริษัทก็คงเสียหายใหญ่ไปแล้วสินะครับ”
“ครับ ผู้อำนวยการ ทั้งสองคนทำงานเก่งมากเลยครับ”
“ครับ ต่อไปถ้ามีเื่อะไรเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็เื่ดีหรือเื่ไม่ดีก็มาเล่าให้ฟังอีกนะครับ”
“ครับ รับทราบครับ ผู้อำนวยการ!”
“ตอนนี้ยังอยู่ในเวลางาน งั้นรีบกลับไปเถอะครับ”
“ครับ ผู้อำนวยการ”
คิมชอลซูรีบออกมาจากห้องให้คำปรึกษา
ไม่ว่าคนใหญ่คนโตของฝ่ายอื่นจะทำดีกับคิมชอลซูแค่ไหนแต่ผู้กุมชะตาของเขาคือหัวหน้าอันจองกยูเท่านั้นแม้ว่าจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่น่าลำบากใจระหว่างหัวหน้าทีมกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลก็ตามที
แต่ใช่ว่าจะไม่มีวิธี
พัคจุนฮยองทำหน้าบึ้งคิ้วขมวดเป็ปมต่างจากปกติที่มีสีหน้าสงบนิ่งอยู่เสมอ เขาทิ้งตัวลงที่เก้าอี้แล้วพึมพำ
“โอ๊ย ไอ้โง่ ไม่ได้เื่เลย”
“ชอลซูเอ๊ย”
หลังจาก่พักเที่ยงผู้จัดการพโยก็เรียกชื่อของคิมชอลซู
“ครับ ผู้จัดการ”
“เอานี่ไปถ่ายเอกสารมาสิบชุด”
“ครับ ผู้จัดการ”
คิมชอลซูรับเอกสารจากผู้จัดการพโยแล้วเดินไปที่ห้องถ่ายเอกสาร
“ทำไมไม่ได้เนี่ย”
จางยูมีกดปุ่มบนเครื่องถ่ายเอกสารไปทั่วก็ยังไม่สามารถแก้ไขหน้าต่างแสดงข้อผิดพลาดที่กะพริบอยู่ได้เธอเริ่มร้อนใจขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเพิ่งได้รับมอบหมายงานเป็ครั้งแรกแต่กลับต้องมาเสียเวลามากมายไปกับเครื่องถ่ายเอกสาร
คิมชอลซูมองจางยูมีที่พยายามกดปุ่มตรงโน้นตรงนี้บนเครื่องถ่ายเอกสารแล้วเอ่ยปาก
“โทษนะครับ”
จางยูมีหันขวับ
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ”
“อ้อ...เปล่าค่ะ ฉันแก้ได้ค่ะ”
“ครับ”
ถึงแม้ว่างานถ่ายเอกสารสิบชุดจะไม่ใช่งานด่วนแต่จางยูมีที่เขารู้จักนั้นมีนิสัยดื้อดึงและพยายามแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองไปทุกเื่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้อาจจะต้องรออีกครึ่งชั่วโมงก็เป็ได้
คิมชอลซูมองนาฬิกาดิจิทัลพลางพูดกับจางยูมีที่กำลังวุ่นวายอยู่หน้าเครื่องถ่ายเอกสาร
“ทำไงดีล่ะครับพอดีต้องถ่ายเอกสารให้เสร็จภายในสิบห้านาทีเพื่อเข้าประชุมน่ะครับ”
“เอ่อ เหรอคะ”
“ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยทำงานพิเศษแบบนี้มาก่อน ขอผมดูหน่อยได้ไหมครับ”
คิมชอลซูพูดอย่างใจเย็นจางยูมีมีท่าทีลังเลครู่หนึ่งก่อนจะหลีกทางให้เขาคิมชอลซูเปิดถาดเครื่องถ่ายเอกสารออก จากนั้นก็หยิบกระดาษที่ย่นติดอยู่ในนั้นออกมาจึงแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้
“ใช้ได้แล้วครับ”
“โห เก่งจังเลยค่ะ”
“ไม่หรอกครับ รีบถ่ายเอกสารเถอะ เดี๋ยวผู้ช่วยผู้จัดการพัคจะรอนานนะครับเขายิ่งเป็คนใจร้อนอยู่ ถ้าไปช้าเดี๋ยวจะโดนว่าเอาได้นะครับ”
“จริงเหรอคะ”
จางยูมีรีบหันกลับไปถ่ายเอกสารจนเสร็จจากนั้นก็พุ่งตัวออกจากห้องถ่ายเอกสารไปราวกับลูกะุ
คิมชอลซูที่ยืนยิ้มพลางถ่ายเอกสารอย่างใจเย็นก็ได้ยินเสียงตวาดสั้น ๆ ดังขึ้นมาจากมุมหนึ่ง
เวลาหกโมงเย็น
“ผู้จัดการพโย เื่เคสกัมพูชานี่เป็ยังไงบ้าง”
“ตอนนี้ติดต่อกับบริษัทใหม่เรียบร้อยแล้วครับถ้าทางนั้นส่งแค็ตตาล็อกกับสเป็กของมาให้ ผมจะตรวจสอบก่อนแล้วค่อยเจรจาครับ”
“แล้วจะส่งมาตอนไหน”
“ทางนั้นบอกว่าพรุ่งนี้ครับ”
“ถ้างั้นก็ต้องยกเลิกการประชุมวันนี้สินะ”
“ขอโทษครับ”
“อะไร แค่ไม่เกิดเื่ใหญ่ก็ขอบคุณมากแล้วทีนี้คราวหน้าเวลาที่คุยกับพวกประเทศกำลังพัฒนาก็ต้องตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของบริษัทด้วยสินะเด็กใหม่!”
คิมชอลซูลุกพรวดตามคำเรียกของหัวหน้าอันจองกยู
“ครับ หัวหน้า”
“เลิกงานได้”
เมื่อหัวหน้าบอกให้เลิกงานก็ต้องกล่าวลาอย่างนอบน้อมแล้วกลับบ้านถึงจะถูกต้อง
แต่ว่าบรรยากาศตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะเลิกงานเื่ทางกัมพูชาก็ยังไม่จบและรายงานของผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักที่ไปปูซานก็ยังไม่มาการพูดแบบนั้นจึงหมายความว่าหัวหน้าอันจองกยูได้ข่าวมาไวกว่าที่เขาคิด
“ขอบคุณครับ งั้นเลิกงานก่อนนะครับ”
ทันทีที่คิมชอลซูเก็บของและเดินออกไปอันจองกยูก็เรียกผู้จัดการพโยอิลซูแล้วพูดว่า
“ไปตากลมกันหน่อย”
สั่งให้เด็กใหม่เลิกงานตรงเวลาแล้วชวนไปตากลมแบบนี้ทำให้ผู้จัดการพโยอิลซูได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะตามอันจองกยูขึ้นไป
“มีเื่อะไรเหรอครับ”
“ไอ้พัคจุนฮยองน่าจะส่งสายลับเข้ามาในทีม”
“อะไรนะครับ”
พวกเขาออกมาที่สวนลอยฟ้าชั้นสิบหกแต่ทำไมคิมชอลซูที่บอกให้เลิกงานถึงมายืนอยู่ที่นี่ได้
อันจองกยูพูดด้วยนํ้าเสียงเ็า
“บอกให้เลิกงานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมมาอยู่นี่ล่ะ”
คิมชอลซูสังเกตสีหน้าของอันจองกยูก่อนตอบกลับไป
“ความจริงผมมีเื่จะบอกครับ”
“เื่อะไร”
คิมชอลซูมองไปรอบๆ หนึ่งครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีใครแล้วจึงเริ่มพูดกับอันจองกยู
“เมื่อวานนี้หลังการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลพัคจุนฮยองเรียกผมไปคุยครับบอกว่าถ้าทีมขายห้ามีเื่อะไรไม่ดีเกิดขึ้นให้รายงานเขาครับ”
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของผู้จัดการพโยอิลซูเหยเกส่วนอันจองกยูก็กอดอก เป็นิสัยที่มักแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวเวลาอารมณ์ไม่ดี
“แต่ยังไงผมเป็คนของทีมขายห้าและผมรู้ดีว่าชะตากรรมของผมขึ้นอยู่กับหัวหน้าอันจองกยูครับอีกอย่างชีวิตการทำงานของผมคงจะไม่มีความสุข ถ้าโดนหัวหน้าฝ่ายบุคคลคอยจับจ้องเพราะอย่างนั้นถึงได้อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจสุด ๆ เลยครับ”
เอ๊ะไอ้นี่
อันจองกยูลดแขนที่กอดอกลงส่วนพโยอิลซูคลายสีหน้าตึงเครียด
“ที่ผมบอกเื่นี้เพราะคิดว่าจะรายงานเื่ที่เกิดขึ้นในทีมขายห้าให้ผู้อำนวยการพัคจุนฮยอง่หนึ่งครับแต่ผมตั้งใจว่าจะพูดเฉพาะเื่ดีของทีมขายห้าเท่านั้น ไม่ให้มีเื่แย่ ๆแน่นอนครับ ผมไม่คิดว่าเื่จะมาถึงหัวหน้าอันจองกยูเร็วขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้บอกั้แ่แรก”
พอได้ยินแบบนั้นอันจองกยูจึงนิ่งอึ้งเหมือนโดนท่อนเหล็กตีเข้าที่ศีรษะอย่างจังผู้จัดการพโยอิลซูเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน
ในโลกนี้มีพนักงานใหม่แบบนี้ด้วยหรือ
“จะตัดสินผมอย่างไรก็แล้วแต่ทั้งสองคนเลยครับถ้าอย่างนั้นขอตัวกลับก่อนนะครับ”
คิมชอลซูโค้งศีรษะจนถึงเอวพร้อมกล่าวลาทั้งคู่แล้วเดินออกไปจากสวนลอยฟ้า จากนั้นอันจองกยูก็หัวเราะลั่นราวกับคนบ้า
“วะฮ่า ๆ ๆ ๆ!!!!”
พโยอิลซูก็หัวเราะอย่างคาดไม่ถึงก่อนจะหันไปมองทางที่คิมชอลซูเดินออกไป
เมื่ออันจองกยูหยุดหัวเราะพโยอิลซูก็พูดขึ้น
“เด็กนั่นใช่พนักงานใหม่จริงเหรอครับหัวหน้า”
“โห...ฮะฮ่า ๆ ๆ ๆ”
อันจองกยูหัวเราะราวกับคนบ้าอีกครั้งจนนํ้าลายกระเด็นออกมา ก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
พโยอิลซูเห็นดังนั้นก็รีบควักไฟแช็กออกมา
“ที่ชวนมาตากลมนี่เพราะเด็กใหม่เหรอครับ”
“ใช่ พอดีได้ยินว่าเด็กใหม่เอาเื่ที่เกิดขึ้นในทีมขายห้าทั้งหมดไปเล่าให้ฝ่ายบุคคลฟังมาน่ะสิ”
“อ๋อ”
อันจองกยูจุดบุหรี่แล้วดูดไปหนึ่งทีจนสำลักไอออกมา
พโยอิลซูจึงช่วยตบหลังอันจองกยูเบาๆ แล้วถาม
“เด็กใหม่ไปพูดเื่อะไรไว้เหรอครับ”
“ไอ้เด็กนั่นบอกว่าผู้จัดการพโยอิลซูป้องกันการเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ไว้ได้น่ะ”
“ครับ?”
“แต่ไม่คิดเลยนะว่าไอ้เด็กนั่นจะเล่าเื่ที่ตัวเองเป็สายลับให้ฟังด้วย วะฮ่าๆ ๆ ๆ”
อันจองกยูะเิหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“หัวหน้าครับ ปกติก็ไม่ได้หัวเราะบ่อย ถ้าหัวเราะมากขนาดนั้นระวังจะหัวใจวายเอานะครับ”
“ไอ้นี่ ยังจะมาพูดเล่นอีก! โอ๊ย ปวดท้อง”
อันจองกยูสูดหายใจเข้าลึกๆ อยู่สองสามครั้งแล้วอัดบุหรี่แน่น ๆ ต่อ
“แล้วจะทำยังไงกับเด็กใหม่ครับ”
“จะทำอะไรล่ะ เขาเป็คนของเรานี่”
“มั่นใจได้ยังไงครับ”
“เมื่อกี้เด็กนั่นขีดเส้นบอกว่าเป็พวกของเราไม่ใช่หรือไง ไม่เข้าใจเหรอ ต่อให้หัวหน้าฝ่ายบุคคลจะมีอำนาจเยอะขนาดไหนแต่คนที่ประเมินไอ้เด็กนั่นคือฉัน ถ้าฉันประเมินแย่จะหัวหน้าฝ่ายบุคคลหรือใครก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเพราะอย่างนั้นถึงขอให้เราทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเื่ที่เป็สายลับให้กับผู้อำนวยการพัคจุนฮยองไงเด็กนั่นจะไม่พูดเื่แย่ ๆ ของทีม และจะพูดเฉพาะเื่ดีเท่านั้น...ฮ่า ๆ ๆแค่คิดว่าไอ้พัคจุนฮยองต้องข่มความหงุดหงิดและฝืนทนฟังไอ้เด็กนี่อวดเื่ของฉันก็ขำแล้วว่ะ หึ ๆ ๆ”
พโยอิลซูพยักหน้าเห็นด้วย
“ดูเหมือนว่าไอ้พัคจุนฮยอง...จะให้ของขวัญชิ้นใหญ่พวกเรามาเลย ให้ตายสิพนักงานใหม่คราวนี้สุดยอดไปเลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
อันจองกยูหัวเราะอีกครั้งขณะที่พโยอิลซูกระซิบถาม
“ต้องบอกจุนฮักด้วยไหมครับ”
“อย่าเลย”
“เหรอครับ”
“ผู้จัดการพโย”
“ครับ หัวหน้า”
“นายกับผู้ช่วยผู้จัดการอีทำงานมากี่ปีแล้วนะ”
“ห้าปีแล้วครับ”
“ไอ้นี่! ตั้งสติได้แล้วคนอย่างอีจุนฮักอีกแค่ไม่กี่ปีก็พร้อมจะเหยียบหัวแกขึ้นไปแล้วนะโว้ย ไอ้นี่”
“ฮะ! หมายความว่าไงครับ!”
“จุนฮักน่ะ ขอแค่มีโอกาสก็พร้อมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ขึ้นไปข้างบนถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ก็จะใช้พวกเราเป็เครื่องเซ่นถวายและปีนขึ้นไปอยู่แล้วอย่าไปพูดล่ะ”
“จุนฮักไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกครับ หัวหน้า”
เมื่อพโยอิลซูทำหน้าขรึมอันจองกยูถึงหยุดยิ้ม
“ผู้จัดการพโย นายเคยเสียใจที่เชื่อคำพูดฉันบ้างไหม”
“ไม่ครับ”
“ถ้างั้นก็ทำตามที่ฉันบอกเราไม่รู้เื่ที่เด็กใหม่เป็สายลับให้พัคจุนฮยอง”
“แต่ว่าเื่นี้ก็ต้องถึงหูอีจุนฮักเข้าสักวันไม่ใช่เหรอครับ”
“ก็ใช่ แต่ไอ้คนแบบนั้นต่อให้รู้ก็จะแสร้งทำเป็ไม่รู้อยู่ดีนั่นแหละ”
“...ทำไมครับ”
“ไอ้เ้านั่นยังไม่ได้อยู่ฝ่ายฉันไงตอนนี้หมอนั่นคงกำลังเลือกว่าจะอยู่ข้างพัคจุนฮยองหรือข้างฉันดีกำลังเฝ้ามองว่าใครจะเป็ผู้ชนะในานี้ และคงตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อไม่ให้มีอะไรผิดพลาดซึ่งถ้าอีจุนฮักตั้งใจทำงานก็จะเป็ผลดีกับฉันด้วย”
อันจองกยูมองลงไปด้านล่างอาคารด้วยสายตาเ็า
“เข้ามาในบริษัทแล้วก็ต้องเล็งไปที่จุดสูงสุดสิ”
พโยอิลซูรู้สึกอึดอัดใจทุกครั้งที่เห็นอันจองกยูเป็แบบนี้เพราะเขารู้สึกว่าเื่นี้ไม่เหมาะกับตัวเองที่ชอบความมั่นคงและปลอดภัย
“ผู้จัดการพโยแค่ทำตามฉันก็พอแล้ว อย่าทำพลาดล่ะ”
“ครับ หัวหน้า”
เฮ้อ ใจเต้นแรงเลย
คิมชอลซูวางมือที่สั่นเทาทาบลงบนหน้าอกจนเขารู้สึกละอายต่อประสบการณ์การทำงานสิบแปดปี
แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่พนักงานใหม่จะพูดเื่แบบนี้กับหัวหน้าและผู้จัดการที่น่าเคารพไม่รู้เลยว่าหัวหน้าอันจองกยูจะมีปฏิกิริยาแบบไหน
ติ๊ง
ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับบรรดาพนักงานใหม่ของทีมขายที่กรูกันเข้ามาในลิฟต์
“อ้าว คุณชอลซูไม่ใช่เหรอ”
พวกนั้นมองคิมชอลซูด้วยสีหน้าแปลกๆ เขาจึงนึกได้ว่าวันนี้มีงานรวมตัวพนักงานใหม่รุ่นยี่สิบเอ็ดเป็การรวมตัวที่ไม่มีใครบอกเขาเลยสักคน
แต่ก็ไม่มีอะไรให้เสียใจเพราะอย่างไรก็ไม่มีใครในกลุ่มนั้นที่จะอยู่บริษัทนี้ได้นานอยู่แล้ว
“วันนี้คงไปร่วมงานเลี้ยงรวมตัวพนักงานใหม่ไม่ได้นะครับพอดีติดงานที่บ้านครับ”
ทุกคนยิ้มแหยๆ ให้กับคำพูดของคิมชอลซู
“อ๋อ อย่างนั้นเหรอครับ”
พวกนั้นหันกลับไปมองประตูลิฟต์
“แล้วคุณจางยูมีล่ะ”
“เห็นบอกว่าวันนี้ไปไม่ได้”
“ทำไมล่ะ”
“สงสัยโดนผู้ช่วยผู้จัดการพัคดงจินรั้งไว้มั้ง”
“โอ๊ย...ไอ้หมอนั่น”
“เสียดายจัง”
“คุณจางยูมีสวยที่สุดในบริษัทเลยไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ไหมล่ะ ผู้ช่วยผู้จัดการพัคคงไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไรหรอกนะ”
“โอ๊ย คนมีครอบครัวแล้วคงไม่คิดอะไรแบบนั้นหรอก”
พวกพนักงานชายหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ครืดดดด
คิมชอลซูหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและอ่านข้อความที่เพิ่งส่งเข้ามา
[เด็กใหม่ ถ้าหักหลังละก็ฉันเอานายตายแน่]
คิมชอลซูยิ้มกริ่มพร้อมส่งข้อความตอบ
[น่าจะตายช้ากว่าหัวหน้านะครับ]
พวกพนักงานใหม่รุ่นยี่สิบเอ็ดที่อยู่ข้างหน้าพากันพรวดพราดกรูออกไปส่วนคิมชอลซูนั้นค่อย ๆ เดินออกมา
ครืดดดด
[อย่าบอกผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักนะ]
ว่าแล้ว
อันจองกยูมองคนออกอย่างแม่นยำคิมชอลซูเข้าใจเลยว่าทำไมผู้อำนวยการพัคจุนฮยองถึงอยากรีบเขี่ยอันจองกยูทิ้งเร็ว ๆก่อนจะส่งข้อความตอบกลับทันที
[รับทราบครับ หัวหน้า]
จากนั้นเขาก็ลบข้อความที่คุยกันในโทรศัพท์มือถือออกทั้งหมด