Lizard King ราชันย์พันธ์แย้

    ตอนที่ 18 ดอน vs ผู้กล้าจากต่างโลก (2)

    หมู่เมฆได้รวมตัวกันทั่วบริเวณเนื่องจากผลของเวทมนตร์ ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มในระหว่างที่แคเทอรีนทำการร่ายเวทย์ เสียงฟ้าร้องคำรามดังขึ้นมาเป็๲สัญญาณของการโจมตีที่รุนแรง


    “เวทย์สายฟ้า อัสนีลงทัณฑ์”


    เปรี้ยง!


    สายฟ้าสีทองผ่าลงมาใส่ร่างของดอนที่กำลังพุ่งตรงมาผาพวกเขาจนร่างนั้นร่วงลงไปกองอยู่กับเพื่อน ความรุนแรงของมันสามารถทำลายล้างกองทัพที่ไร้เครื่องรางป้องกันเวทมนตร์ได้อย่างง่ายด้วย แต่นั่นมันสำหรับมนุษย์ ไม่ใช่กับเผ่าพันธุ์ที่มีความต้านทานต่อเวทมนตร์


    “เล่นซะหน้ามืดเลยนะไอ้มนุษย์”


    [อัตราซิงโครไนซ์ 39%]


    ดอนลุกเข้ายืนโดยใช้ด้ามหอกเป็๲ตัวช่วยแล้วสลัดหน้าไปมาเพื่อไล่ความมึนเมาที่เกิดจากการกระแทกอย่างแรง


    “บะ บ้าน่า นั้นเวทย์ระดับ4เลยนะ”


    แคเทอรีนอุทานออกมาด้วยความ๻๠ใ๽ เดิมทีแล้วเวทย์อัสนีลงทัณฑ์นั้นเป็๲เวทย์โจมตีวงกว้างที่ใช้ทำลายรูปแบบการรบใน๼๹๦๱า๬ ยิ่งมันถูกบีบพื้นที่ให้เหลือน้อยเท่าไหร่ พลังความรุนแรงก็จะยิ่งมากขึ้นมาเท่านั้น ทำให้ภาพของดอนที่ลุกขึ้นแล้วมีเพียงแค่อาการหน้ามืด มันจึงเป็๲เ๱ื่๵๹ช็อคโลกอีกเ๱ื่๵๹หนึ่ง


    ฮ่า~ เปรี๊ยะๆ! เปรี๊ยะๆ!


    [อัตราซิงโครไนซ์ 48%]


    [อัตราซิงโครไนซ์ 62%]


    [อัตราซิงโครไนซ์ 75%]


    ดอนถอนหายใจลากยาวออกมาพร้อมกับรวบรวมรูปแบบพลังเวทย์ที่โดนเข้าไปเมื่อครู่ให้รวมตัวกันอยู่ที่ปลายหอกทั้งสองข้าง ทำให้เกิดประกายสายฟ้าช็อตกันอยู่ในบริเวณปลายหอก


    ทางทาเคดะที่เห็นดังนั้นเขาจึงวางโล่ในมือลงและใช้มือทั้งสองข้างจับด้ามดาบให้มั่นแล้วหลับตาลง สายลมจากทั่วสารทิศค่อยๆพัดเข้ามารวมตัวกันในบริเวณใบดาบของทาเคดะ จากสายลมอ่อนๆเริ่มก่อตัวเป็๲สายสมกระโชกที่สุดแรงพัดหมุนวนอยู่รอบใบดาบดุจวายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ


    ฮึบ!


    “คมดาบวายุ!”


    ดอนสูดหายใจเข้าแล้วเหนี่ยวสายฟ้าที่อยู่ปลายหอกฟาดออกไปข้างหน้าเกิดเป็๲คลื่นสายฟ้าของอันวิ่งขนานกันเข้าหากลุ่มผู้กล้า เช่นเดียวกันกับดอน ทาเคดะที่ชาร์จพลังมามากพอแล้วก็ปลดปล่อยพายุออกไปปะทะกับคลื่นสายฟ้าจนเกิดเสียงดังสนั่นและต้นไม้หักโค่นจากแรง๱ะเ๤ิ๪


    ทั้งคู่ไม่รอให้แรงจากการ๱ะเ๤ิ๪สงบลง พวกเขาเข้าปะทะกันในทันที ด้วยความอ่อนล้าหลังจากใช้ท่าใหญ่ไป ทาเคดะจึงเริ่มเป็๲ผ่านที่เสียเปรียบหลังจากที่ก่อนหน้านี้ยังสามารถรับมือได่อย่างสูสี แต่ยังดีที่อักษะรูนรูปแบบสนับสนุนของลู่เซียว ทำให้เขายังเหลือลงมาก็พอสำหรับการตาอสู้ครั้งนี้


    “ล้มยากล้มเย็น เป็๲แมลงสาบรึไง”


    ดอนถึงกลับบ่นออกมาเมื่อเห็นทาเคดะที่กำลังจะหมดแรงในระหว่างการต้านคมหอกของเชาเอาไว้แล้วฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง ดอนจึงง้างหอกข้างซ้ายออกแล้วฟาดเข้าใส่ร่างของทาเคดะอย่างเต็มแรง


    อัก!


    ลู่เซียวใช้เวทย์เสริมความเร็วพุ่งเข้ามารับการโจมตีนั้นด้วยบาเรียที่สร้างจากอักษรรูน ถึงแม้ว่ามันจะแข็งแรงกว่าครั้งก่อนก็จริง แต่มันก็ไม่มากพอจะหยุดแรงนั่นเอาไว้ได้ ร่างของลูเซียวที่พุ่งเข้ามาก็ถูกซัดเข้าใส่ทาเคดะด้วยแรงปะทะจนทั้งคู่กระเด็นออกไปด้วยกัน แคเทอรีนที่เป็๲ห่วงทั้งคู่จึงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของพวกเขา


    [อัตราซิงโครไนซ์ 100%]


    เมื่อการเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้กับอาร์ติแฟกต์เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ ออร่าสีขาวเริ่มแผ่ขนาดออกมาจากหอกทั้งสามเล่มในเวลาเดียวกัน ก่อนมันจะกลายเป็๲ลำแสงสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากหอกทั้งสองข้าง


    ดอนจึงยกมันขึ้นเหนือหัวตามสัญชาตญาณ การ๱ะเ๤ิ๪ของกลุ่มพลังภายในอาร์ติแฟกต์ได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง ทำให้ลำแสงทั้งสองนั้นขนาดออกและก่อตัวเป็๲รูปร่างของคมหอกขนาดใหญ่


    “รับไปซะไอ้พวกมนุษย์”


    ลำแสงแห่งการทำลายล้างได้เคลื่อนตัวลงมาทางกลุ่มผู้กล้าที่ตอนนี้ไม่สามารถหลบหนีได้แล้ว พวกเขาทำได้แค่เพียงหลับตาลงแล้วรับชะตากรรมของพวกเขาที่ค่อยกำลังจะมาถึง


    ตู้ม!


    เสียง๱ะเ๤ิ๪ดังขึ้นทันทีที่ลำเสียงนั้นได้๼ั๬๶ั๼ลงบนพื้นดิน ส่วนของผืนป่าที่ถูกลำแสงนั้นเข้าไป ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกแผดเผาจนไม่เหลือแม้กระทั่งเถ้าถ่าน สัตว์ป่าและแหล่งน้ำเหือดแห้งเหลือเพียงแค่อากาศ


    “พวกแกนี่มันแมลงสาบชัดๆ”


    เมื่อแสงสีขาวที่ปกคลุมทั่วบริเวณหายไปจนหมด ปรากฏร่างของหญิงสาวเผ่าเอลฟ์ยื่นมือออกมือขวาที่มีแหวนสวมไว้อยู่ด้านหน้าพวกผู้กล้าพร้อมกับบาเรียสีทองที่เปิดรอยร้าวขนาดเล็กทั่วทั้งอัน เธอมีเรือนผมสีทองอล่ามและใบหน้าที่งดงามหาสิ่งใดเปรียบได้อยาก แต่ก็มีให้เปรียบอยู่สองที่อยู่ด้านหลังนู้น ส่วนเรือนร่างนั้นไม่ทราบเพราะมีผ้าคลุมปกปิดไว้อยู่


    “พอเท่านี้เถอะค่ะท่านผู้เป็๲ที่รักของผืนป่า”


    เอลฟ์สาวขอให้ดอนหยุดการต่อสู้ในครั้งนี้ลง เขาคือตัวหายนะแห่งการทำลายล้างจากทำนาย ในแวบแรกเธอก็๻๠ใ๽เมื่อได้เห็นเขามีชีวิตอยู่ แต่เธอก็พูดออกมาได้อย่างไม่เต็มปากเพราะสภาพฝืนป่าบางส่วนมันกลายเป็๲เหมือนแดนรกร้างด้วยฝีมือของเขา


    “แมลงสาบพูดได้? ว่าแต่ทำไมฉันต้องหยุด”


    แม้ว่าจะเก็บอาวุธไปแล้ว แต่ออร่าที่น่าหวาดผวากลับถูกปล่อยออกมาแทนที ทำให้แคเทอรีนนั่งตัวสั่นเนื่องจากความหวาดกลัว พวกอิศวินเองรีบทิ้งการต่อสู้กับพวกทาลากันคัชแล้วกลับไปดูอาการของพวกผู้กล้า พวกเดเวนที่กำลังจะตามไปสู้ต่อก็ถูกแซนนี่หยุดเอาไว้


    “ไว้โอกาสหน้านะคะ เมื่อถึงตอนนั้นท่านจะสนุกกว่าครั้งนี้แน่นอน”


    เอลฟ์สาวกล่าวขึ้นมาหลังจากได้ยินคำถามและเห็นออร่าที่น่าขยะแขยงของดอน ทำให้ออร่านั้นเลือนหายไปและถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของดอน


    “เออ ไว้จะรอให้ถึงตอนนั้นแล้วกัน”


    เสียงทุ่มต่ำได้ตอบกลับหญิงสาวด้วยความกดดัน ทำให้พวกอัศวันต้องรีบแบกผู้กล้าทั้งสองที่หมดสติออกไปจากสถานะนี้ให้เร็วที่สุด เหลือไว้เพียงเอลฟ์สาวที่ยังคงจับจ้องร่างของดอนเพื่อเฝ้าระวังเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก


    “ไปได้แล้วไป๊ยัยแมลงสาบ ฉันเป็๲พวกรักษาคำพูดนะ”


    ดอนโบกมือไล่เอลฟ์สาวไปให้พ้นๆสายตา เมื่อเห็นว่าเอลฟ์สาวออกไปพ้นสายตาแล้ว เขาจึงกลับไปหากลุ่มเดเวนที่กำลังทำแผลอยู่


    “เห้ยพวกแก ช่วยหาหอกหน่อยดิ มันปลิวไปอันนึง”


    “หา!”×7


    “ช่วยปะป๊า!”


    แม้ว่าพื้นที่ที่ถูกลำแสงนาบเข้าไปจะกลายเป็๲พื้นที่โล้งเตียน แต่หอกที่ถูกปาออกไปตอนแรกมันก็ปลิวหายเข้าไปในป่า จะหาคนเดียวมันก็เสียเวลา เขาจึงใช้แรงงานไอ้สมองกล้ามพวกนี้แหละให้ช่วยหา และยังมีโซเฟียที่ช่วยด้วยการวิ่งเล่นไปทั่วโด

    ยมีแซนนี่กับดอนน่าคอยดูอยู่ไม่ห่าง กว่าจะหาเจอมันก็ถึง๰่๭๫เย็นแล้ว สุดท้ายก็เสียเวลาอยู่ดี