หลินหลงพยายามฝึกวิชาอัสนีย์ทะลวงเก้าชั้นฟ้าและเขาก็ต้องค้นพบกับความแปลกประหลาดเพราะวิชานี้มันเกินความสามารถของมนุษย์ไปอย่างแน่นอน
และยังรวมไปถึงสิที่ต้องมีในการฝึกคือพลังปราณระดับสูงผิดปกติ แม้หลินหลงจะได้รับข้อยกเว้นในเรื่องของระดับพลังเพราะเขามีแก่นแท้อยู่ในร่างเขาสามารถฝึกวิชาใดก็ได้โดยไม่คำนึงถึงระดับพลังและมีปัญญาเทวะที่เขานั้นสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถเข้าใจได้นอกจากนั้นมันยัง
ช่วยย้นระยะเวลาในการฝึกต่างๆให้รวดเร็วยิ่งขึ้นเป็นอย่างมากอีกด้วแต่หลินหลงก็ต้องตกใจเมื่อเขาเริ่มฝึกวิชาอัสนีย์ทะลวงเก้าชั้นฟ้าภายในจิตมาได้ถึงครึ่งทาง
"มันเกียวข้องกันวิชาอัสนีย์ทะลวงเก้าชั้นฟ้าและทักษะก้าวข้ามสวรรค์มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อวิชาที่ข้าพบนั้นไม่ได้อยู่ที่เดียวกันหรือว่า....มันถูกสร้างขึ้นโดยคนคนเดียวกัน"
หลินหลงนั้นที่ต้องหนีตลอดสองปีเขาไปสถานที่ต่างๆมากมายที่ผู้คนไม่เคยย่างกายเข้าไปเพราะเขาต้องหลบหนีคนทั่วทั้งอณาจักรและสำนักต่างๆที่ตามล่าตัวเขาซึ่งเขาได้พบกับวิชาและสถานที่พิเศษมากมายทักษะก้าวข้ามสวรรค์และวิชาอัสนีย์ทะลวงเก้าชั้นฟ้าที่เขาพบนั้นสถานที่ที่พบนั้นห่างไกลกันเป็นอย่างมากอาจกล่าวได้ว่าไม่ควรจะมีส่วนเกียวข้อกัน
หลังจากตีความบรรทัดแรกของวิชาอัสนีย์ทะลวงฟ้าว่าต้องมีพลังระดับสูงสุดของพลังปราณนั้นหลินหลงก็เพียงมองข้อความด้านในทั้งหมดและจำไว้แต่ไม่ได้แปลความหมายของมันทั้งหมดจากที่เขาทำความเข้าใจในบรรทัดที่สองของวิชาอัสนีย์ทะลวงฟ้าเขาก็พบกับความเกียวข้องที่แปลกประหลาดการฝึกวิชาอัสนีย์ทะลวงเก้าชั้นฟ้านั้นไม่ใช่เพียงแค่ต้องมีพลังระดับสูงแต่ผู้ที่ฝึกต้องเข้าใจทักษะเก้าข้ามสวรรค์อย่าน้อยหนึ่งในสามส่วนของทักษะ
"ที่ท่านต้องการให้ข้าฝึกวิชานี้ท่านรู้อยู่แล้วใช่หรือไม่ว่ามันเกียวข้อกัน!!" ในตอนนั้นหลินหลงถามขึ้นเพราะเขารู้ว่าหญิงสาวกำลังมองดูเขาจากภายในจิตอยู่
"แน่นอนเรารู้เราเคยเจอกับผู้สร้างวิชานี้และเคยเห็นเขาใช้วิชาและทักษะนั้นมันร้ายกาจเลยทีเดียวแล้วเจ้าคิดว่าเช่นไร" หญิงสาวพูดอย่างไร้อารมณ์เหมือนนางกำลังเบื่อที่หลินหลงใช้เวลาในการฝึกและตีความหมายของวิชานั้นนานเกินไป
หลินหลงฟังน้ำเสียงของนางก็เข้าใจว่านางนั้นไม่สบอารมณ์ "ท่านไม่พอใจที่ข้าที่ถามท่านงั้นรึ?"
"เฮ่อะ แก่นแท้ปัญญาเทวะสองสิ่งนี้มันมากพอที่เจ้าจะเข้าใจมันเจ้าไม่จำเป็นต้องถามเราต่อจากนี้จนกว่าเจ้าจะเชื่อมจิตวิญญากับเราและมาคำนับเราเป็นอาจารย์แต่เราจะอธิบายความสามารถของวิชานี้และรูปแบบที่ควรจะเป็นของมันให้เจ้าฟังแค่ครั้งนี้เท่านั้นต่อจากนี้จนกว่าเจ้าจะคำนับเราเป็นอาจารย์เราจะไม่ช่วยเหลือเจ้าอีก" เสียงของหญิงสาวยังคงฟังดูหมดอารมณ์เช่นเดิมเหมือนนางผิดหวังในตัวหลินหลงเพราะผู้ที่ครอบครองทั้งแก่นแท้และปัญญานั้นถือว่ามีความสามารถที่เรียกได้ว่าเท่ากับทวยเทพก็มิปานแต่หลินหลงกับใช้เวลาในการตีความหมายและความเข้าใจนานถึงเพียงนี้นางจึงรู้สึกผิดหวังนิดเล็กน้อย
"ตกลงงั้นข้าต้องทำอย่างไรถึงจะเชื่อมจิตของท่านและข้าได้" หลินหลงไม่ได้ถามในส่วนของวิชาก่อนแต่เขาต้องการให้นางยอมรับเขาเพราะเขารู้ดีว่าหากเขาต้องการรู้เรื่องต่างๆนั้นเขาต้องเชื่อมจิตกับนางให้ได้ก่อนไม่งั้นนางจะไม่ยอมรับเขาจริงๆดั่งที่นางพูดแน่เสียงของหญิงสาวยังฟังดูเย็นชาและเฉยเมยเสมอทุกครั้งที่นางพูดนั้นเหมือนนางไม่ได้คาดหวังอะไรกับหลินหลงเลยแม้แต่นิดเดียว
"เมื่อพลังเจ้าถึงปราณจิตวิญญานระดับหนึ่งเจ้าก็น่าจะสัมผัสถึงมันได้ เราจะพูดให้เจ้าฟังเพียงรอบเดียวหลังจากนี้ไม่ว่าเกิดอะไรเราจะไม่ช่วยเจ้าไม่ว่าเจ้าจะเจอกับสิ่งใดถ้าเจ้าผ่านมันไปไม่ได้ก็แสดงว่าเจ้านั้นไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมาเป็นศิษย์เรา "
"วิชาอัสนีย์ทะลวงฟ้าถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ์ไร้หน้า นามจักรพรรดิ์ไร้หน้านั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมเรื่องการสังหารเขาไม่เป็นรองใครมิใช่เพียงแค่เรื่องพลังฝีมืออย่างเดียว หากแต่เพราะวิชาอัสนีย์ทะลวงเก้าชั้นฟ้าที่เขาใช้นั้นมีพลังทำลายจนน่าเหลือเชื่อนอกจากพลังทำลายที่มากจนน่าเหลือเชื่อแล้วความเร็วของมันนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถรับมือได้ง่ายๆ
วิชานี้ถูกสร้างขึ้นมาจากทักษะก้าวข้ามสวรรค์นั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมถึงต้องเรียนรู้ทักษะก้าวข้ามสวรรค์ก่อนถึงสามารถฝึกมันได้ "ได้ฟังหญิงสามพูดจบหลินหลงก็ลองศึกษาต่อและหลังจากตีความหมายของข้อความทั้งหมดในหัวของเขาเขาก็เริ่มฝึกมันทันทีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเรียกได้ว่ามากกว่าคำว่าล้มเหลว
"จักรพรรดิ์ไร้หน้า? เขาเป็นคนสร้างมันงั้นรึแล้วทำไมข้าลองรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือเพ่งสมาธิไปที่เป้าหมายกับไม่มีสิ่งใดเกินขึ้นเลยหรือว่าข้าจะตีความผิดไป?" หลินหลงรู้สึกตกใจกับชื่อจักรพรรดิ์ไร้หน้าเขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเป็นอีกครั้งที่มีเรื่องที่เขาไม่เคยได้พบไม่เคยนได้ยินและหลังจากที่เขาตีความหมายได้แล้วนั้นเขาก็ลองฝึกแต่มันกลับไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นเลยเหมือนวิชานี้เป็นเพียงแค่คำกล่าวมั่วๆที่ถูกบันทึกไว้
"หึ!สิ่งที่เจ้าทำนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะผิดแต่ก็ไม่ได้ถูกเช่นกัน เจ้าคงจินตนาการภาพ รวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือแล้วปล่อยพลังปราณให้พุ่งออกไปเป็นสายฟ้าสินะ " หญิงสาวไม่ตอบคำถามของหลินหลงแต่นางกับพูดสิ่งที่หลินหลงกำลังทำและคิดได้ถูกต้องโดยที่เขาไม่ต้องบอก
"ท่านรู้? ข้าคิดเช่นนั้นจริงหรือว่ามันผิดไป? " หลินหลงแม้จะเข้าใจความหมายแต่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าการจะฝึกวิชาที่แปลกปประหลาดนี้มันต้องทำอย่างไรแม้จะเข้าใจแต่ก็ไม่อาจกระทำตามที่เข้าใจได้ซึ่งทำให้เขารู้สึกว่าวิชานี้มันบ้าบอสิ้นดีหญิงสาวไม่เพียงไม่ตอบคำถามของหลินหลงแต่นางยังพูดจาถากถางหลินหลงด้วยคำพูดที่เย็นชาเช่นเดิม
"ปัญญาเทวะของเจ้านี้ชั่งไร้ประโยชน์จริงๆ เจ้ามีสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่มีแต่เจ้ากลับยังคิดแบบมนุษย์เช่นนั้นไม่มีทางทีเจ้าจะสำเร็จวิชานี้ได้หรอก"
"ไม่ให้ข้าคิดเช่นมนุษย์รึ? ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูดท่านต้องการสื่อสิงใดกันแม้ข้าจะพยายามทำตามข้อความที่บันทึกไว้แต่เหมือนมันยังขาดบางสิ่งไป
แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่ามันขาดสิ่งใดท่านบอกข้าได้รึไม่" หลินหลังพยายามมาหลายวันแต่ก็ยังคงไม่ประสบผลสำเร็จจึงทำให้เขารู้สึกว่าถามนางออกไปตรงเลยน่าจะช่วยให้เรื่องนี้เร็วขึ้น
"สิ่งที่เจ้าคิดผิดไปนั้นก็คือผลและการใช้วิชานี้แม้มันจะไม่บอกไว้อย่างชัดเจนว่าต้องทำสิ่งใดบ้าง แต่เจ้าคิดรึไม่ว่าทำไมถึงต้องมีความรู้เกียวกับกับทักษะก้าวข้ามสวรรค์เรื่องนั้นง่ายมากเจ้ามองไปที่ต้นไม้ข้างหน้าที่ห่างออกไปนั้นรวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือดั่งที่ในตำราบอกไว้ เรียกใช้ทักษะก้าวข้ามสวรรค์ด้วยความเร็วสูงสุดและปล่อยพลังที่รวมไว้ออกมาไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนพลังปราณนั้นให้กลายเป็นสายฟ้าแค่ปล่อยมันออกมาก็พอแม้ในตัวเจ้าไม่มีธาตุสายฟ้าเจ้าก็สามารถใช้มันได้"
หลินหลงฟังหญิงสาวพูดอย่างตั้งใจและเริ่มทำตามที่นางพูดทันทีแม้เขาจะคิดว่าวิชานี้นั้นบ้าบอแต่เขาไม่คิดว่านางนั้นบ้าเรื่องที่เขาเจอนางแม้จะบังเอิญแต่การที่เขาได้รับโอกาศมาและที่เขาเข้าสู่เส้นทางนี้ก็ต้องขอบคุณนางที่พูดเตือนให้เขาเข้าใจว่าความแข็งแกร่งนั้นคือสิ่งจำเป็นและมันจำเป็นมากขนาดไหน หากไร้ซึ่งพลังก็ไม่สามารถปกป้องคนที่รักได้คำนี้ทำให้หลินหลงนั้พยายามทำให้ตัวเองนั้นแข็งแกร่งเผื่อที่ซักวันเขาจะสามารถปกป้องคนที่ตัวเองรักได้และไม่ผิดพลาดดังเช่นอดีตที่ผ่านมา
หลินหลงรวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือและควบแน่นพลังให้ถึงขีดสุดและเรียกใช้ทักษะก้าวข้ามสวรรค์พุ่งไปที่ต้นไม้ที่ห่างออกไปเขาพลักฝ่ามือที่ควบแน่นพลังปราณออกไปที่ต้นไม้ขนาดใหญ่สิ่งที่เกิดขึ้่นนั้นทำให้หลินหลงตกใจจนหน้าเปลี่ยนสีเพราะตอนที่เขาใช้ทักษะก้าวข้ามสวรรค์พร้อมกับควบแน่นพลังไว้ที่ฝ่ามือมันเกิดประกายสายฟ้าอย่างรุ่นแรงที่ฝ่ามือของเขาและหลังจากที่เขาซัดฝ่ามือไปที่ต้นไม้ที่อยู่ข้างหน้าเขาพลังสายฟ้าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันไม่ได้พุ่งออกไปแต่อย่างใดมันกลับยังคงรวมอยู่ที่มือของเขาดั่งเดิมแต่ตั้นไม้ที่หลินหลงซัดใส่นั้นถึงกับเป็นรู รูนั้นเท่าฝ่ามือของหลินหลงที่ควบแน่นไปด้วยสายฟ้าแต่สิ่งที่แปลกก็คือหลินหลงไม่รู้สึกว่าฝ่ามือของเขานั้นกระทบกับต้นไม้เลยแม้แต่น้อยเหมือนกับว่าที่ตรงนั้นมันมีรูอยู่แล้วแม้ปราณก่อนเกิดระดับ 5 จะเป็นพลังปราณที่อยู่ในระดับกลางของผู้เริ่มฝึกยุทธแต่ถึงจะฝึกวิชาใดก็ไม่มีทางที่จะทำให้พลังทำลายนั้นรุนแรงถึงขนาด 'นี้ได้นี้เป็นเพียงปราณก่อนเกิดระดับ 5 พลังทำลายยังสูงมากขนาดนี้แล้วถ้ามีพลังระดับสูงสุดหละมันจะมีพลังทำลายมากขนาดไหน?'
"นี้มัน...อึก!!"หลินหลงนั้นตกใจอยู่ครู่หนึ่งแต่เขาก็ต้องหมดแรงและฟุบลงกับพื้นเพราะการควบแน่นพลังไว้ที่ฝ่ามือจนถึงขีดสุดและเรียกใช้ทักษะก้าวข้าวสวรรค์เต็มกำลังนั้นสูญเสียพลังปราณเป็นอย่างมากทว่าเขาก็ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นวิชาที่มีพลังทำลายสูงมากแม้จะแลกด้วยพลังปราณที่มหาสารก็ตาม
"ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งที่ข้าพยายามคิดอยู่ตั้งนานท่านจะสามารถเข้าใจและบอกถึงการใช้วิชานี้ให้แกข้าได้ง่ายเพียงนี้" แม้นางจะเคยเจอคนมี่ใช้วิชานี้แต่จะมีซักกี่คนที่สามารถเข้าใจวิชาของผู้อื่นจาการต่อสู้และสามารถเรียกใช้มันอย่างกับวิชาที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นสิ่งนั้นยิ่งทำให้หลินหลงสนใจในตัวนางมากยิ่งขึ้นและเริ่มรู้สึกยอมรับนางในฐานะอาจารย์
"เราช่วยในสิ่งที่เจ้าต้องการแล้วต่อจากนี้เจ้าจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมาเป็นศิษย์เราหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าแม้เราจะอยู่ในจิตเจ้าแต่เราก็จำเป็นต้องฟื้นพลังเปลวเพลิงของเราดั้งนั้นหลังจากจบงานประลองเราให้เวลาเจ้าหนึ่งเดือนถ้าเจ้าไม่มาเราจะปิดผนึกตัวเองไปพร้อมกับแก่นแท้" เสียงของหญิงสาวไม่ได้บอกถึงความรู้สึกชื่นชมหรือความรู้สึกใดๆ มันเป็นเพียงคำพูดที่เฉยเมยและเย็นชาเป็นที่สุด
"ตกลง" หลินหลงไม่ได้มีคำถามใดๆนางนั้นบอกไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าหากนางช่วยเรื่องนี้เขาแล้วนางจะไม่ยุ่งเรื่องใดๆเกียวกับเขาอีกจนกว่าเขาจะมาคำนับนางเป็นอาจารย์หลินหลงกลับมาที่ห้องพักของเขาเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สกกระปกของเขาหลินหลงใช้เวลาไปถึง 14 วันในการฝึกวิชาอัสนีย์ทะลวงเก้าชั้นฟ้าแม้จริงๆแล้วมันจะสำเร็จได้ภายในหนึ่งวันถ้าหญิงสาวบอกเขาตั้งแต่แรกถึงความหมายและการเรียกใช้ แต่หลินหลงก็เข้าใจว่านางต้องการให้เขาศึกษาวิชาพวกนั้นและพึ่งพาต้นเองให้มากที่สุดเขาจึงไม่ได้ถามนางจนกว่าเขาจะไม่สามารถทำมันได้จริงๆ
"ข้าว่าข้าควรไปเยียมนางบ้างดีไหมนะ" หลินหลงคิดถึง ชี หนิงเฟิ่ง ว่านางจะอยู่สุขสบายดีหรือไม่หลังจากที่เขาพานางไปฝากไว้ที่โรงเตียมเขาก็ไม่ได้ไปหานางอีกเลยเพราะมัวยุ่งอยู่กับการฝึกวิชาและพลังปราณแม้หลินหลงต้องการเพิ่มพลังปราณแต่หากไร้ซึ่งทรัพยากรนั้นมันเป็นเรื่องยากที่จะเพิ่มพลังถึงจะฝึกพลังกายอย่างหนักแต่ก็อาจเพิ่มพลังปราณเพียงเล็กน้อย ถ้าหากต้องการเพิ่มพลังปราณเขาต้องดูดกลืนพลังจากยาที่หลอมหรือสหมุนไพรที่มีคุณค่าแต่เมืองเพลิงสวรรค์นั้นขึ้นชื่อว่าเมื่องที่ทุรกันดารเป็นอย่างมาก อย่าว่าแต่ยาที่ถูกหลอมแม้แต่สมุนไพรซักต้นยังหายากเป็นที่สุด
ในเวลาเดียวกัน ณ หน้าเมื่องเพลิงสวรรค์ ก็มีชายวัยกลางคนเสื้อผ้าขาดรุงริ้งยืนอยู่หน้าเมืองเพลิงสวรรค์
"เฮ่อ...หวังว่าจะคุ้มค่าที่ข้าถ่อมาถึงที่นี้ก่อนเวลานะ" ชายคนนี้แม้เขาจะดูเหมือนยาจกแต่บรรยากาศโดยรอบของเขานั้นดูไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
ดูจากภายนอกเขานั้นเหมือนชายวัยกลางคนธรรมดาทั่วไปแต่แววตาและแรงกดดันของเขานั้นมากกว่าผู้ฝึกยุทธปกติ
หลินหลงหลังจากเสร็จภารกิจเขาก็มุ่งหน้าไปที่โรงเตี้ยมเพื่อไปหา ชี หนิงเฟิ่งพอมาถึงหน้าโรงเตี้ยมเขาก็พบกับ ชี หนิงเฟิ่ง
ที่กำลังถูกชายกลุ่มหนึ่งล้อมรอบนางไว้ชายกลุ่มนั้นมีจำนวนห้าคนแต่พวกเขานั้นไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธเห็นได้ชัดว่าพวกเขานั้นเป็นเพียงอันธพาลของย่านนี้เท่านั้น
"นี้ทุกครั้งที่ข้าเจอนาง นางจะต้องถูกล้อมรอบไปด้วยผู้ชายทุกครั้งเลยรึไงกัน!" หลินหลงกล่าวออกมาอย่างเบื่อหน่ายเพราะครั้งที่แล้วที่เขาเจอนางนั้นก็เกิดเหตุการที่ใกล้เคียงกันนี้นางมักจะมีผู้ชายที่ประสงค์ร้ายล้อมรอบเสมอนั้นทำให้เขารู้สึกว่านางน่าจะเป็นตัวนำพาปัญหาให้เขาได้ไม่หยุดมือแน่ๆ