อี้ซินกลับขยับก่อนผู้ใด
ทว่าเขามิได้พุ่งเข้าเผชิญหน้า หากถอยเฉียงไปเพียงครึ่งก้าว ราวกับเสียเชิงเพราะแรงกดดัน ทำให้หลัวเหวินซานที่กำลังฮึกเหิมเพราะเห็นเหยื่ออันควรตายยังดิ้นรนอยู่ตรงหน้า เข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายเริ่มเพลี่ยงพล้ำแล้วจริง ๆ มันหัวเราะลั่น พลางกดปลายเท้าทะยานเข้า มีดสั้นในมือพุ่งวาบราวอสรพิษหมายฉกถึงลำคอ
“ครานี้เ้าไร้ทางรอด!”
หลัวเหวินซานคำรามก้อง
อี้ซินกดไหล่หลบคมมีดอย่างฉิวเฉียด ชายเสื้อเพียงถูกกรีดขาดเป็ริ้ว ทว่ายามนั้นเอง มือซ้ายของเขากลับพุ่งออกดุจตะขอเหล็ก คว้าข้อมือของหลัวเหวินซานไว้แ่า ส่วนมือขวาซึ่งเตรียมการไว้ก่อนแล้วพลันสะบัดขึ้น
ฟู่!
ผงสีแดงคล้ำสายหนึ่งพวยพุ่งเข้าปะทะใบหน้าของหลัวเหวินซานเต็ม ๆ
มันเบิกตากว้าง แทบไม่ทันได้ร้องคำใด ผงส่วนหนึ่งพลันเข้าตา เข้าจมูก เข้าปากในคราเดียว สีหน้ามันบิดเบี้ยวทันที ก่อนสำลักไออย่างรุนแรง
“แค่ก! แค่ก! นี่มัน...!”
อี้ซินมิเปิดโอกาสให้มันแม้แต่ชั่วลมหายใจเดียว พลันยกเท้าถีบมันออกไปเต็มแรง
ปึง!
ร่างของหลัวเหวินซานปลิวไปปะทะชายชุดเทาพอดี แม้ชายผู้นั้นมิได้ล้มลง ทว่าคมดาบที่กำลังจะฟาดออกกลับชะงักไปชั่วขณะ
เพียงชั่วขณะนั้นก็เพียงพอ
อี้ซินพุ่งไปถึงตัวเฒ่าหานแล้วในทันที
“ท่านอาจารย์ จงอดกลั้นไว้!”
คมมีดครึ่งเล่มในมือเขาฟันใส่เชือกที่มัดข้อมือคนชราอย่างรวดเร็ว เชือกขาดไปกว่าครึ่ง ทว่าเขายังไม่ทันซ้ำเป็ครั้งที่สอง เสียงลมคมดาบก็หวีดแหวกอากาศมาจากด้านข้าง
วาบ!
อี้ซินพลิกมีดขึ้นรับตามสัญชาตญาณ
แกร้ง!
แรงดาบครานี้หนักหนากว่าก่อนหน้าอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าชายชุดเทาหาได้เก็บมืออีกต่อไปไม่ มีดครึ่งเล่มในมืออี้ซินสั่นสะท้านจนเกิดรอยปริ แขนทั้งแขนพลันชาวาบแทบปล่อยอาวุธหลุดมือ เขารีบถอยหลังติดกันสามก้าว จึงพ้นคมดาบที่แทงตามซ้ำลงมาได้อย่างฉิวเฉียด
ชายชุดเทามิกล่าววาจาเหลวไหลแม้ครึ่งคำอีกต่อไป
เมื่อลงมือ เขาก็ลงมือถึงตาย
เพลงดาบของมันคมกริบ รวดเร็ว เหี้ยมเกรียม ทุกกระบวนมุ่งจุดสังหารโดยตรง มิใช่ลำคอ ก็หัวใจ มิใช่ข้อมือ ก็เข่า ล้วนเป็ตำแหน่งที่หากพลาดเพียงครึ่งนิ้ว ชะตาชีวิตย่อมขาดสะบั้น
อี้ซินถอยรับอย่างยากลำบาก
แผลบนหัวไหล่ แผลตรงข้อเท้า และาแเก่าทั่วกายที่เขากดไว้ด้วยพลังใหม่พลันร้าวปวดขึ้นพร้อมกัน ยามขยับรุนแรง โลหิตสดยังซึมออกมิขาดสาย ส่วนฝีมือดาบของอีกฝ่ายนั้นสูงล้ำเกินกว่าเขาในยามนี้จะฝืนชนตรง ๆ ได้จริง หากยังใช้กำลังเข้าต้านอย่างโง่เขลา สุดท้ายย่อมมีเพียงถูกเฉือนตายช้าเร็วต่างกันเท่านั้น
ชายชุดเทาฟันดาบต่อเนื่อง พลางเอ่ยเสียงเย็น
“สวะก็คือสวะ ต่อให้คลานกลับขึ้นมาจากเหวมรณะ ก็เพียงยืดชะตาตายของตนออกไปไม่กี่อึดใจ”
อี้ซินมิกล่าวตอบ
มิใช่เพราะเขาหมดวาจาจะเอื้อนเอ่ย
แต่เพราะสมาธิของเขาทั้งหมดกำลังอ่านอีกฝ่าย
อ่านหัวไหล่ก่อนคมดาบจะแหวกอากาศ
อ่านปลายเท้าก่อนร่างจะทะยาน
อ่านจังหวะลมหายใจและแรงผ่อนในยามเปลี่ยนมือ
เขายังมิอาจเทียบกระบวนท่าด้วยกระบวนท่า
แต่เขามีบางสิ่งที่อีกฝ่ายไม่มี
เขามีจิตอำมหิตของคนผู้คลานกลับมาจากโพลงมรณะ
วาบ!
คมดาบอีกสายกรีดผ่านแขนเสื้อขวาของเขา เกิดรอยแผลตื้นเป็ทางยาว อี้ซินฝืนถอยอีกครั้ง จนแผ่นหลังแทบประชิดโต๊ะไม้ที่ล้มคว่ำอยู่ด้านข้าง
ชายชุดเทาเห็นอีกฝ่ายจนมุม แววตาก็ยิ่งเ็าลง มันพลิกข้อมือแปรคมดาบจากฟันเป็แทง ตรงพุ่งสู่หัวใจในพริบตา
เร็ว
แม่น
เยียบเย็นดุจอสรพิษพ่นพิษ
กระบวนนี้ หากหลบไม่พ้นก็ตาย หากฝืนหลบพ้นก็ย่อมถูกซ้ำด้วยดาบถัดไปอยู่ดี
แต่อี้ซินกลับมิหลบเต็มตัว
เขาเบี่ยงอกเพียงครึ่งฝ่ามือ ปล่อยให้ปลายดาบเฉือนชายโครงลึกเข้าไปเล็กน้อย เืสดพลันพุ่งเปรอะอาภรณ์ ทว่าในเวลาเดียวกัน มือซ้ายของเขากลับคว้าขาโต๊ะที่หักอยู่ข้างกาย แล้วเหวี่ยงกระแทกขึ้นใต้เข่าของชายชุดเทาอย่างสุดแรง
ปัก!
ชายชุดเทาคำรามต่ำ ขาข้างหนึ่งพลันทรุดฮวบเพราะมิทันระวัง อี้ซินฉวยจังหวะนั้นพุ่งทั้งร่างเข้าชนอกมันดั่งสัตว์อสูรคลั่ง
โครม!
ทั้งสองปะทะเข้ากับผนังหินด้านข้างเต็มแรง ตะเกียงบนผนังสะบัดไหว แสงเพลิงวูบวาบสะท้อนไปทั่วห้อง
ชายชุดเทามิคาดว่าอี้ซินจะกล้าใช้วิธีแลกโลหิตตนเองเพื่อแย่งจังหวะเช่นนี้ จึงเสียสมดุลไปชั่วพริบตา ทว่าพื้นฐานฝีมือมันยังล้ำกว่าอยู่มาก ในชั่วเสี้ยวพริบตาต่อมา มันก็พลิกข้อศอกกระแทกลงกลางแผ่นหลังอี้ซินอย่างแรง
ปึง!
อี้ซินแทบทรุดลงคุกเข่า
“ไสหัวไป!”
ชายชุดเทาคำราม เตะซ้ำใส่ท้องเขาจนร่างกระเด็นออกไปอีกครั้ง
อี้ซินไถลไปกับพื้นหินหลายจั้ง เืในปากพลันทะลักออกมาอุ่นคอ แต่ดวงตากลับยิ่งแดงเข้มขึ้น มิใช่เพราะหวาดกลัว หากเป็เพราะสัญชาตญาณดิบในโลหิตกำลังเดือดพล่าน
อีกด้านหนึ่ง หลัวเหวินซานยังคงกุมหน้าอยู่กับพื้น ผงแดงทำให้ดวงตามันแดงจัด น้ำตาไหลมิขาด ลมหายใจกระโชกผิดปกติ ราวกับมีเปลวพิษเผาผลาญโลหิตในกาย มันขยี้ดวงตาตนเองจนิัเปิด โลหิตซึมออกมาเป็ทาง สีหน้าคลุ้มคลั่งยิ่งนัก
“ฆ่า...ฆ่ามัน...!”
ทว่าเสียงของมันกลับแตกพร่า ราวกับสติเลือนรางเต็มที
เฒ่าหานซึ่งยังถูกมัดติดเสา เงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้า ดวงตาชราวูบไหวทั้งร้อนใจและตื่นตะลึง ยามเห็นอี้ซินใช้เืแลกดาบ ใช้ชีวิตแลกจังหวะโดยมิถอยแม้ครึ่งก้าว สีหน้าของเขายิ่งเคร่งขึ้น
“อี้ซิน! อย่าฝืนยื้อ!”
เฒ่าหานกัดฟันะโ
“ใช้เพลิง! ผนังด้านหลังมีน้ำมัน!”
อี้ซินหันขวับโดยพลัน
ด้านหลังห้อง ใกล้ตู้ไม้เก่า มีไหดินสามใบวางกองกันอยู่ ครึ่งหนึ่งถูกเงาโต๊ะบังไว้ เมื่อครู่เขามัวแต่รับมือคมดาบ จึงมิทันสังเกต
ชายชุดเทาเห็นสายตาเขาเปลี่ยน สีหน้ามันก็พลันแข็งค้าง รู้ในทันทีว่าตนเผลอพลาดสิ่งใดไป มันทะยานเข้าใส่อี้ซินอีกครั้งรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม
ทว่าอี้ซินมิถอยกลับไปยังมุมเดิม
เขากลับพุ่งเฉียงไปทางไหน้ำมันแทน
“หยุดมัน!”
ชายชุดเทาตวาดลั่น
หลัวเหวินซานซึ่งกำลังเสียสติจากผงพิษ พอได้ยินเสียงนั้นก็พรวดลุกขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาแดงก่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดชัด มันแทงมีดใส่เงาร่างใกล้สุดอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
ทว่าเงาร่างนั้นมิใช่อี้ซิน
แต่เป็ชายชุดเทาเอง
ฉัวะ!
ปลายมีดเฉือนต้นแขนของชายชุดเทาจนโลหิตกระเซ็น
“เ้าคนโง่!”
ชายชุดเทาคำราม พลิกตัวหลบพร้อมฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าหลัวเหวินซานเต็มแรงจนมันเซถลา
และในชั่วพริบตานั้นเอง อี้ซินก็ฉวยไหดินใบหนึ่งขึ้นมา แล้วทุ่มกระแทกพื้นกลางห้องสุดแรง
เพล้ง!
น้ำมันฉุนจัดกระจายไปทั่วพื้นหินในฉับพลัน
ต่อจากนั้น เขาก็เหวี่ยงตะเกียงจากผนังลงไปโดยไม่ลังเล
ตูม!
เปลวเพลิงลุกพรึบขึ้นกลางห้อง แสงเพลิงสีส้มแดงกลืนกินความมืดในพริบตา ความร้อนถาโถมใส่ใบหน้าทุกคนพร้อมควันดำหนาทึบซึ่งแผ่คลุมทั่วห้องอย่างรวดเร็ว
เฒ่าหานไอทันที
ชายชุดเทาสบถลั่น ถอยกรูดหนีเพลิง
ส่วนหลัวเหวินซานซึ่งคลุ้มคลั่งอยู่แล้ว ยิ่งสูญสติหนักกว่าเดิม มันกวัดแกว่งมีดมั่วกลางทะเลเพลิง ร้องคำรามราวสัตว์ป่าถูกล้อมไฟ
อี้ซินฉวยจังหวะนี้พุ่งฝ่าควันไปถึงเสากลางห้องอีกครั้ง
มีดครึ่งเล่มในมือเขาฟันใส่เชือกที่ข้อมือเฒ่าหานอย่างรวดเร็ว
ฉึก! ฉึก!
เชือกขาดสะบั้น
“ท่านอาจารย์ ยืนไหวหรือไม่”
เฒ่าหานกัดฟันพยักหน้า แม้กายจะสะบักสะบอม แต่แววตายังหาได้ดับไม่ “โซ่ที่ขา!”
อี้ซินก้มลงมอง ข้อเท้าของเฒ่าหานยังถูกโซ่เหล็กคล้องกับห่วงที่ยึดพื้นหินไว้แน่น จะใช้มีดครึ่งเล่มตัดในเวลานี้เห็นทีเป็ไปไม่ได้ แต่ท่ามกลางเพลิงและควัน เขาก็มิอาจชักช้า
เขาหันขวับไปคว้าเก้าอี้ไม้ที่ล้มอยู่ข้าง ๆ ยกขึ้นทั้งแรงทั้งหมด แล้วฟาดลงใส่ห่วงเหล็กอย่างสุดกำลัง
ปัง!
ห่วงเหล็กสั่นะเื แต่ยังมิแตก
ยามนั้นเอง ชายชุดเทาก็ฝ่าควันเข้ามาอีกครั้ง ดวงตามันวาวเย็นยิ่งกว่าเดิม เพราะเปลวเพลิงบีบให้มันต้องลงมือถึงที่สุด มันมิสนหลัวเหวินซานอีกต่อไป พุ่งตรงเข้าหาอี้ซินกับเฒ่าหานทันที
“จงตายเสีย!”
คมดาบพุ่งวาบลงมาภายใต้แสงเพลิง ราวจะผ่าอี้ซินออกเป็สองท่อน
อี้ซินผลักเฒ่าหานให้หลบข้างเสา ส่วนตนเองยกเก้าอี้ไม้ขึ้นขวาง
ฉัวะ!
คมดาบผ่าเก้าอี้แตกเป็สองซีกในฉับเดียว เศษไม้ปลิวว่อนทั่วห้อง แต่แรงฟันนั้นก็ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาทีพอให้อี้ซินก้มต่ำ พุ่งเข้าสู่ระยะประชิด แล้วกระแทกไหล่ใส่อกมันสุดแรง
ปึง!
ชายชุดเทาถอยไปเพียงครึ่งก้าว
กายมันแข็งราวเหล็กกล้า
ทว่าครึ่งก้าวนั้นก็เพียงพอให้อี้ซินยื่นมือเปล่าไปคว้าคมดาบในมือมันไว้
ฉับ!
คมดาบบาดฝ่ามือจนโลหิตสดไหลทะลักทันที
เฒ่าหานเห็นเข้าก็สีหน้าแปรทันที “ปล่อย!”
“มิปล่อย!”
อี้ซินคำรามลั่น
เขากำคมดาบแน่นยิ่งกว่าเดิม ปล่อยให้โลหิตไหลอาบข้อมือ ก่อนใช้มืออีกข้างชกใส่าแเดิมใต้กรามของชายชุดเทาเต็มแรง
ปัก!
ลมหายใจของชายชุดเทาสะดุด ร่างทั้งร่างสั่นวูบ
อี้ซินมิหยุด
หมัดที่สองพลันซัดออกไปอีก
ปัก!
ครานี้หนักยิ่งกว่าเดิม เพราะเขาใช้แรงหมุนของเอวและหัวไหล่ทั้งร่างร่วมส่ง าแใต้กรามซึ่งเคยถูกแทงมาก่อนจึงปริแตกกว้างขึ้น โลหิตพุ่งออกจากมุมปากของมันเป็สาย
ชายชุดเทาคำรามต่ำ พยายามดึงดาบกลับ แต่คมดาบกลับถูกมือของอี้ซินยึดแน่นดุจคีมเหล็ก เืจากฝ่ามือเขาหยดลงพื้นทีละหยด ทว่าแววตากลับนิ่งดุจเหมันต์มิไหวเอน
“อย่างเ้า...”
อี้ซินกัดฟัน เอ่ยทีละคำ
“มิแม้แต่คู่ควรจะแตะต้องปลายเล็บของอาจารย์ข้า”
สิ้นวาจา เขาพลันเงื้อศีรษะขึ้น แล้วโขกหน้าผากตนเองใส่สันจมูกของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
ปึง!
เสียงกระดูกแตกดังชัดท่ามกลางทะเลเพลิง
ชายชุดเทาเซถอยในที่สุด ดาบหลุดจากมือไป
อี้ซินฉวยดาบนั้นไว้ในทันที
เป็ครั้งแรกที่อาวุธแท้จริงตกอยู่ในมือเขากลางสนามเื
ทว่าเขายังมิทันได้ลงมือ หลัวเหวินซานซึ่งคลั่งจนแทบมิใช่มนุษย์ก็พุ่งฝ่าควันเข้ามาจากด้านข้าง มีดในมือมันแทงใส่เฒ่าหานโดยตรง
“ตาแก่! ตายไปเสียพร้อมกัน!”
ดวงตาอี้ซินพลันวาบเย็น ร่างทั้งร่างพุ่งเข้าขวางโดยมิทันคิด
ฉัวะ!
ปลายมีดเฉือนต้นแขนเขาไปอีกแผลหนึ่ง แต่ดาบที่เพิ่งฉกมาได้กลับฟันสวนลงมาในเวลาเดียวกัน
วาบ!
แสงดาบสะท้อนเปลวเพลิงเป็เส้นเย็นเยียบ
หลัวเหวินซานร้องลั่นทันที เมื่อข้อมือขวาที่ถือมีดถูกฟันเข้าอย่างจัง โลหิตพุ่งกระฉูด มันกุมแขนตนเองอย่างบ้าคลั่ง ถอยหลังชนโต๊ะที่กำลังติดไฟแล้วล้มครืนลงไปกับพื้น
ชายชุดเทาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพลิกกลับอย่างรวดเร็ว แววตาก็ฉายจิตสังหารจริง มันคว้าไหน้ำมันอีกใบหนึ่งเหวี่ยงใส่อี้ซิน หวังให้เพลิงะเิใกล้ตัว
อี้ซินกลับยกเท้าถีบเถ้าถ่านกับเปลวไฟจากพื้นใส่หน้ามันก่อน
ฟู่!
ชายชุดเทาชะงักไปชั่วขณะ เพราะต้องหลับตาหลบสะเก็ดเพลิง
ชั่วขณะนั้น...เพียงพอแล้ว
อี้ซินก้าวเดียวประชิด เข้าสู่ระยะที่ดาบยาวเสียเปรียบ แล้วแทงสวนขึ้นใต้คางด้วยกระบวนเดียวกับที่ใช้ปลิดชีพอสูรในโพลงมรณะ
ฉึก!
ดาบพุ่งเข้าเนื้อ
แม้มิได้ลึกสุดปลาย แต่ก็มากพอจะปลิดชะตา
ชายชุดเทาเบิกตากว้าง สองมือยกขึ้นกุมคอ ดวงตาเต็มไปด้วยทั้งความตระหนกและความไม่ยอมรับ ว่าเด็กหนุ่มซึ่งควรตายไปแล้ว จะบีบมันมาถึงจุดนี้ได้จริง
อี้ซินมิเปิดโอกาสให้มันเอ่ยวาจาใด เขาถีบใส่กลางอกอีกฝ่ายเต็มแรง แล้วดึงดาบกลับในทีเดียว
เืพุ่งอาบทะเลเพลิง
ชายชุดเทาทรุดลงคุกเข่า สองมือกุมาแที่ลำคอ พยายามสูดลมหายใจ ทว่ามีเพียงเสียงครืดคราดน่าสะพรึงกลัวเล็ดลอดออกมา จากนั้นร่างก็เอนล้มลงท่ามกลางเปลวไฟที่กำลังลุกลามทั่วห้อง
ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก
แม้แต่เฒ่าหานเองยังนิ่งค้างไปชั่วขณะ
ส่วนหลัวเหวินซานซึ่งล้มอยู่ใกล้เปลวเพลิง บัดนี้ทั้งเ็ปทั้งเสียสติ ดวงตาแดงก่ำ ปากพึมพำมิเป็คำ มันพยายามคลานเข้าหามีดของตน แต่ข้อมือที่ถูกฟันแทบไร้เรี่ยวแรงแล้ว
อี้ซินหันกลับมา หอบหนัก ดาบในมือหยดโลหิตเป็ทาง
เฒ่าหานมองเขาเพียงเสี้ยวลมหายใจ ก่อนเอ่ยเสียงเข้ม
“อย่าเสียเวลา ฆ่าหรือทิ้ง แล้วไป!”
อี้ซินชะงักเล็กน้อย
มิใช่เพราะลังเลจะปลิดชีพหรือไว้ชีวิต
แต่เพราะคำว่า “ฆ่าหรือทิ้ง” หลุดออกจากปากคนชราผู้เคยสงบนิ่งเสมอด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเช่นนี้ แสดงชัดว่าเื่ทั้งหมดหาได้เล็กน้อยไม่
เขาหันไปมองหลัวเหวินซาน
มันเงยหน้าขึ้นมาพอดี เมื่อเห็นอี้ซินยืนถือดาบเปื้อนเือยู่กลางเพลิง แววคลุ้มคลั่งในตาพลันเจือด้วยความหวาดกลัวจริง ๆ เป็ครั้งแรก
“อี้ซิน...อย่า...ข้า...” มันสำลักโลหิต “ข้าเพียงทำตามคำสั่ง...”
อี้ซินก้าวเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า
แสงเพลิงสะท้อนใบหน้าเขาจนยิ่งเข้ม ดวงตายิ่งเย็น เืของตนเองกับเืผู้อื่นเปรอะอยู่ทั่วแขนและชายเสื้อ เขามิได้ดูเหมือนเด็กหนุ่มในหมู่บ้านอีกแล้ว หากเหมือนอสูรผู้ปีนกลับขึ้นมาจากนรกจริง ๆ
“เมื่อคืน ข้าให้โอกาสเ้าไปหนึ่งครั้ง”
เขาเอ่ยเสียงราบ
“คืนนี้ ข้าให้เ้าอีกหนึ่งครั้ง”
หลัวเหวินซานตาเบิกโพลง รีบพยักหน้าถี่ “ข้า...ข้าจะบอกทุกอย่าง...”
“วิ่งไป”
หลัวเหวินซานชะงัก
อี้ซินย่อตัวลง กระซิบช้า ๆ ข้างหูมัน
“วิ่งให้ไกลที่สุด”
มันยังไม่ทันเข้าใจ อี้ซินก็เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าเพลิงในห้อง
“แล้วอย่าให้ข้าเห็นหน้าเ้าอีกก่อนฟ้าสาง”
วาจานั้นหาใช่ความเมตตาไม่
หลัวเหวินซานเข้าใจในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
นี่คือการปล่อยเหยื่อให้หนี ทั้งที่รู้ดีว่าเหยื่อตนนั้นมิอาจหนีพ้น
แววตาของมันสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
อี้ซินลุกขึ้น มิได้แลตามันอีก แต่หันกลับไปใช้ดาบฟันใส่ห่วงโซ่ที่ข้อเท้าของเฒ่าหานสองครั้ง ตรงจุดที่ถูกเปลวไฟเผาจนโลหะร้อนแดง
แกร้ง! แกร้ง!
โซ่สะบั้นในที่สุด
เฒ่าหานแทบทรุดลงทันทีเมื่อไร้สิ่งยึด อี้ซินรีบก้าวเข้าไปประคองไหล่คนชราไว้
“เดินไหวหรือไม่”
“ยังไหว...” เฒ่าหานสูดลมหายใจลึก พยายามยืนให้มั่น “แต่ต้องรีบ เพลิงลามเร็วยิ่ง”
ควันดำบัดนี้หนาทึบทั่วห้อง ไม้คานบางส่วนเริ่มส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ ศาลาทั้งหลังใกล้ถูกเพลิงกลืนกินแล้ว
อี้ซินพยักหน้า ประคองเฒ่าหานมุ่งไปยังร่องน้ำด้านหลังทันที ระหว่างก้าวออก เขาเหลือบเห็นป้ายโลหะสีดำที่เอวของชายชุดเทา จึงฉวยติดมือมาด้วย ก่อนหันกลับไปมองหลัวเหวินซานเป็ครั้งสุดท้าย
มันกำลังคลานหนีออกทางประตูหน้าอย่างทุลักทุเล มือซ้ายลากร่างผ่านเปลวเพลิงและโลหิต ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บกับความหวาดหวั่น
อี้ซินมิเอ่ยวาจาใด
คืนนี้ เขายังมีสิ่งสำคัญยิ่งกว่าการไล่ปลิดชีพมัน
แต่ความตายของมัน...เพียงถูกเลื่อนออกไปเท่านั้น
ร่องน้ำด้านหลังศาลาแคบและชื้นยิ่งกว่าตอนคลานเข้ามา ครานี้ยังต้องประคองเฒ่าหานซึ่งาเ็สาหัสออกไปด้วย ทุกการขยับจึงล่าช้าลงหลายเท่า เื้ั เสียงคนเฝ้าด้านหน้าร้องะโโกลาหลเมื่อเห็นเพลิงลุกจากในศาลา เสียงหมาป่าที่เหลืออยู่บางตัวยังคำรามปะปนกับเสียงคนร้องครวญ ทำให้สถานการณ์วุ่นวายยิ่งนัก
อี้ซินใช้ไหล่ของตนรองรับน้ำหนักเฒ่าหานเกือบทั้งหมด ขณะเดียวกันก็คอยระวังมิให้ร่างคนชรากระแทกผนังจนาแปริแตก
เฒ่าหานเอ่ยเสียงแหบระหว่างคลานออก
“เ้ามีกำลังเหนือกว่าก่อนมาก...โพลงมรณะให้อะไรแก่เ้ากันแน่”
อี้ซินนิ่งไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ
“ยามนี้ยังมิใช่เวลาจะกล่าว”
เฒ่าหานหัวเราะแ่ปนไอ
“ดี...อย่างน้อยเ้าก็ยังรู้ว่าควรระวัง”
เมื่อทั้งสองหลุดออกจากร่องน้ำได้ ก็กลิ้งลงพุ่มไม้เตี้ยด้านหลังศาลาพร้อมกัน อี้ซินมิรอช้า รีบพาเฒ่าหานเคลื่อนตัวต่ำไปตามเงาผา เพราะคนด้านหน้ากำลังวุ่นกับเพลิง จึงยังไม่มีผู้ใดใส่ใจด้านหลังในทันที
เมื่อพ้นระยะอันตรายมาพอสมควร อี้ซินจึงพาเฒ่าหานเลี้ยวเข้าสู่ป่าสนด้านหลังโดยทันที
ราตรีมืดสนิท
พื้นป่าชื้นแฉะจากฝนเมื่อคืน รากไม้ ใบสน และโคลนเลนทำให้ทุกย่างก้าวลื่นไถลยิ่งกว่าทางภูผาทั่วไป เฒ่าหานแทบไร้เรี่ยวแรงในบาง่ ต้องอาศัยอี้ซินลากจูงแทบตลอด เสียงไอลึกในอกของคนชราทำให้สีหน้าของอี้ซินยิ่งหนักแน่นขึ้นทุกขณะ
“อดทนไว้อีกนิด” เขากล่าวต่ำ “ข้าจะพาท่านไปลำธารหลังหมู่บ้าน”
เฒ่าหานส่ายหน้าเบา ๆ
“มิได้...หากไปที่นั่น พวกมันอาจตามรอยทัน”
“เช่นนั้นไปที่ใด”
เฒ่าหานหอบอยู่สองครั้งจึงตอบ
“ป่ามรณะ...ฟากตะวันตก...มีถ้ำหินเก่า...”
อี้ซินชะงักเล็กน้อย
ป่ามรณะฟากตะวันตกคือสถานที่ต้องห้ามของคนในหมู่บ้าน ผู้คนเล่าขานว่ามีทั้งสัตว์ร้าย หมอกพิษ และแอ่งโคลนซึ่งกลืนคนเป็ มิใช่เส้นทางที่ผู้ใดกล้าเหยียบย่างง่าย ๆ
แต่หากเป็ที่ซ่อนตัว คนของศัตรูก็คงคาดไม่ถึง
“ได้” อี้ซินตอบสั้น
เขาปรับทิศทันที ประคองเฒ่าหานมุ่งลึกสู่ป่าฝั่งตะวันตก
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ลมยิ่งเย็นชื้น หมอกขาวเริ่มลอยต่ำติดพื้น กลิ่นดินเน่ากับใบไม้ผุคละคลุ้งหนักกว่าป่าทั่วไป หลายครั้งมีเสียงสัตว์กลางคืนร้องแทรกมาจากไกล ๆ บ้างคล้ายวิหค บ้างคล้ายสิ่งชั่วร้ายที่ไม่ควรอยู่ใกล้คน
อี้ซินกำดาบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปพักใหญ่ เื้ัก็มีเสียงดังแว่วมาจาง ๆ ในที่สุด
เสียงคน
“ทางนี้!”
“มีรอยลาก!”
พวกมันเริ่มตามมาแล้ว!
อี้ซินหันขวับมองผ่านเงาไม้ เห็นแสงคบเพลิงริบหรี่หลายจุดไหวอยู่ไกล ๆ อย่างน้อยสามถึงสี่คน และอาจมีมากกว่านั้นในเงามืดที่ยังมองไม่เห็น
“ท่านยังเร็วได้อีกหรือไม่” เขาถามเสียงเข้ม
เฒ่าหานหน้าซีดเซียว แต่ยังพยักหน้าอย่างดื้อดึง “ไป”
อี้ซินเม้มปากแน่น ก่อนตัดสินใจในฉับพลัน เขาย่อตัวลงทันที
“ขึ้นหลังข้า”
เฒ่าหานเบิกตา “เ้า—”
“ยามนี้อย่าได้กล่าวมาก”
มิรอให้คนชราโต้เถียง อี้ซินช้อนขาขึ้นพาดหลังตนเองแล้วลุกยืนเต็มแรง น้ำหนักของเฒ่าหานกับอาวุธในมือทำให้าแทั่วกายเขาร้าวะเืพร้อมกันแทบทุกแห่ง แต่เขามิแม้แต่จะส่งเสียงคราง
จากนั้น เขาก็ออกวิ่ง
ฝีเท้าต่ำ หนักแน่น และต่อเนื่อง ร่างของเขาพุ่งผ่านป่ามืดดุจเงาหนึ่งสาย รากไม้ที่เคยเป็อุปสรรคกลับถูกก้าวข้ามอย่างน่าพิศวง ร่างใหม่ที่หยกดาราเปลี่ยนแปลงให้เขา เริ่มเผยความเหนือชั้นเด่นชัดที่สุดในยามนี้
แต่ต่อให้แข็งแกร่งขึ้น การแบกคนาเ็สาหัสวิ่งกลางพงไพรก็หาใช่เื่ง่ายไม่
อี้ซินหอบหนักขึ้นทีละน้อย าแตรงสีข้างกับฝ่ามือเริ่มซึมเืใหม่ เหงื่อเย็นไหลเข้าตา แต่เขายังคงมิหยุด
ด้านหลัง เสียงคนไล่ตามค่อย ๆ ใกล้เข้ามา
“มันอยู่ทางนั้น!”
“เร็วเข้า!”
พลันมีเสียงหวีดแหวกอากาศดังมา
ฟึ่บ!
ลูกดอกสั้นปักเข้าต้นไม้ข้างหน้าเขา เฉียดใบหูไปเพียงคืบเดียว อี้ซินเบี่ยงตัวแทบพร้อมกันกับลูกดอกอีกดอกซึ่งพุ่งฝ่าหมอกตามมา
ศัตรูเริ่มยิงแล้ว
“ซ้าย!”
เฒ่าหานกระซิบทันที
“หุบโคลน!”
อี้ซินหักทางซ้ายโดยมิลังเล พุ่งลงเนินเตี้ยซึ่งเต็มไปด้วยพงหญ้ารกรุงรัง เบื้องล่างคือผืนเลนดำชื้นยวบยาบ บาง่ดูดกลืนได้แม้แต่คนทั้งคน
แต่เขามิชะลอ
ตรงกันข้าม เขากลับเลือกวิ่งสลับเหยียบก้อนรากไม้และโขดหินที่โผล่พ้นโคลนอย่างรวดเร็ว ประสาทััที่แหลมคมขึ้นช่วยให้เขาอ่านพื้นดินได้แม้ในความมืดสนิท ขณะที่ผู้ไล่ตามซึ่งไม่รู้ทางจำต้องลดความเร็วลงทันที
“ระวัง! อย่าลงมั่ว!”
มีเสียงร้องลั่นจากด้านหลัง แล้วตามด้วยเสียงะโใ เมื่อผู้หนึ่งเหยียบพลาดจมขาลงไปถึงเข่า
อี้ซินฉวยโอกาสนั้นเร่งฝีเท้าขึ้นอีก จนท้ายที่สุดก็พ้นหุบโคลนขึ้นสู่พื้นสูงอีกฝั่ง
เบื้องหน้า ป่ามรณะพลันปรากฏเด่นชัดในที่สุด
ไม้ยืนต้นสูงบิดงอราวกรงเล็บอสูร หมอกหนาทึบลอยต่ำปกคลุมทั้งผืน กลิ่นชื้นเน่ารุนแรงกว่าทุกแห่งที่ผ่านมา และลึกเข้าไปภายใน มีเงาปากถ้ำมืดมิดซ่อนอยู่หลังเถาวัลย์กับกองหินแตกพัง
เฒ่าหานเงยหน้าจากบนหลังเขา เอ่ยเสียงต่ำ
“ตรงนั้น...”
อี้ซินมิรอช้า พุ่งเข้าหาปากถ้ำนั้นทันที
เื้ั เสียงผู้ไล่ตามยังไม่ขาดสาย
ทว่าเมื่อพวกมันมาถึงขอบหุบโคลนแล้วเห็นป่ามรณะอีกฟาก หลายเสียงกลับชะงักอย่างชัดเจน
“มันหนีเข้าไปในนั้นแล้ว?”
“บัดซบ...ที่นั่น...”
“จะตามหรือไม่”
ความลังเลพลันเกิดขึ้นในหมู่พวกมัน
อี้ซินได้ยินแม้ระยะจะห่าง เพราะโสตประสาทของเขาไวขึ้นอย่างมาก เขามิได้หันกลับไปมอง เพียงพาเฒ่าหานมุดเข้าถ้ำหินตามทางแคบใต้ม่านเถาวัลย์หนา
ภายในถ้ำมืด เย็น และแห้งกว่าด้านนอกเล็กน้อย พื้นด้านในมิได้ลึกนัก หากคดเข้าไปพอให้คนสองสามคนซ่อนตัวได้ อี้ซินค่อย ๆ วางเฒ่าหานลงพิงผนังหิน ส่วนตนเองก็ทรุดนั่งหอบอยู่ข้างกันในที่สุด
ลมหายใจของทั้งสองหนักหนาพอกัน
ภายนอก เสียงผู้ไล่ตามยังดังแว่วมาบ้าง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าใกล้เข้ามาทันที
พวกมันหวาดกลัวป่ามรณะ
และในราตรีนี้ ความหวาดกลัวนั้นก็ช่วยชีวิตพวกเขาไว้อีกครั้ง
อี้ซินยกมือเช็ดโลหิตที่ไหลเข้าตาออกช้า ๆ ก่อนหันไปมองเฒ่าหาน
ใบหน้าคนชราซีดขาว ริมฝีปากยังมีโลหิตซึมออกมาอีกเล็กน้อย ทว่าเมื่อสบตากับเขา ดวงตาคู่นั้นกลับยังคมกริบมิเสื่อมคลาย
เฒ่าหานมองเขาอยู่นาน ก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่า
“เ้ากลับมา...จริง ๆ”
อี้ซินก้มศีรษะลงเล็กน้อย แววตาซึ่งเย็นแข็งมาตลอดคืนพลันไหววูบในที่สุด
“ข้าช้าไป”
เฒ่าหานส่ายหน้าเบา ๆ
“มิใช่...เพียงเ้ากลับมาได้ ก็เกินกว่าที่ข้าคาดไว้แล้ว”
อี้ซินเม้มปากแน่น ก่อนล้วงถุงโอสถจากช่องลับในบ้านออกมายื่นให้โดยมิกล่าวสิ่งใด เฒ่าหานเพียงเห็นถุงนั้น ดวงตาก็พลันเปลี่ยนไปทันที
“เ้าพบมันแล้ว...”
“ในห้องของท่าน” อี้ซินตอบเสียงต่ำ “ข้ายังได้อีกสิ่งมาด้วย”
เขาหยิบป้ายโลหะดำของชายชุดเทาวางลงบนฝ่ามือของเฒ่าหาน
คนชราเพียงเห็นลายบนป้ายชั่วเสี้ยวพริบตา สีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นอย่างรุนแรง มือที่รับป้ายสั่นไหวเล็กน้อยเป็ครั้งแรกนับแต่พบกัน
“เป็พวกมันจริง...”
อี้ซินขมวดคิ้ว “พวกใด”
เฒ่าหานมิได้ตอบทันที เขากำป้ายแน่น หลับตาลงราวกับกำลังกดความปวดและกดความคิดทั้งหมดไว้ภายใน ก่อนเอ่ยออกมาเบา ๆ ทว่าหนักแน่นยิ่ง
“คืนนี้ เ้าหาได้เพียงช่วยข้าหนีไม่”
“แต่เ้าได้ก้าวเข้าสู่เื่ที่ใหญ่กว่าหมู่บ้านฉางหลินแห่งนี้...ใหญ่กว่าที่เ้าคิดยิ่งนัก”
อี้ซินนิ่งงัน มองคนชราโดยมิแม้แต่กะพริบตา
เบื้องนอก ลมราตรีพัดหมอกผ่านปากถ้ำ เกิดเสียงคร่ำครวญราวภูตผี
ป่ามรณะโอบล้อมพวกเขาไว้จากทุกทิศ
และภายในถ้ำมืดเล็ก ๆ แห่งนี้ หลังผ่านโลหิต การไล่ล่า และทะเลเพลิง ในที่สุดประตูบานแรกของความลับที่แท้จริง...ก็กำลังจะถูกเปิดออก..!!