หลังจากเลิกเรียนแล้วมะปรางชวนมิวมาซ้อมคู่ที่โรงยิมใหม่เป็นวันแรกสองสาวแปลกใจเล็กน้อยที่มีประชาชนภายนอกและรุ่นน้องจำนวนมาก มารอบริเวณม้านั่งยาวหลายแถวที่ตั้งอยู่บริเวณกำแพงทั้ง2 ด้านของโรงยิม เธอเห็นครูหนึ่ง, วิทย์กับบัวยืนจับกลุ่มคุยกันแต่ไกล
“สวัสดีค่ะครูหนึ่ง,พี่หมอ, พี่บัว” มะปรางกับมิวทักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีจ้า...กำลังพูดถึงพอดีเลย”บัวเดินเข้ามากอดทั้งสองสาวด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะ”มิวทักท้ายพร้อมกับยกมือไหว้ทุกคน
“วันนี้เริ่มซ้อมคู่วันแรกครูว่าจะมายืนดูสักหน่อย เธอทั้ง 2 คนไม่ต้องเสียเวลา...ไปเตรียมตัวกันได้เลย”
“ขอบคุณค่ะครูหนึ่ง”
มะปรางกับมิวขอแยกตัวออกมาจากกลุ่มสองสาววางเป้นักเรียนเตรียมความพร้อมอบอุ่นร่างกายบริเวณพื้นที่กลางโรงยิมทำให้ประชาชนและเด็กๆที่เข้ามาชมเริ่มตื่นตัวกันทุกคน หลายคนหันไปเห็นเด็กๆชมรมศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่เดินเข้ามากลุ่มใหญ่นำโดยโอ๋กับต้อม
โอ๋กับต้อมยืนกอดอกอยู่ริมด้านหนึ่งในขณะที่กลุ่มของครูหนึ่ง,วิทย์และบัวเริ่มขยับมายืนบริเวณด้านข้างอีกฝั่งหนึ่งเช่นกันโดยที่ไม่เข้าไปรบกวนการฝึกซ้อมแต่อย่างใด
“สีหน้ามะปรางจริงจังมาก...เห็นหน้าหวานๆเรียบร้อยแบบนี้ พอเอาจริงขึ้นมาหน้าดุแฮะ!!”
“พี่ต้อมกับพี่โอ๋เดินเข้ามาดูการซ้อมวันนี้เหมือนกัน”
“พี่มิวเห็นยิ้มๆน่ารักมาก...พอไม่ยิ้มปุ๊บน่ากลัวเหมือนมะปรางเลยอ่ะ ตอนนี้คงต้องเอาจริงแล้วแหละ”
“อยากรู้จังว่าจะซ้อมกันยังงัย ตื่นเต้นๆๆๆ”
“ไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่าจะมีแบบนี้ในโรงเรียนเราด้วย!!”
เด็กๆในโรงเรียนที่ยังไม่กลับบ้าน, ครูใหญ่, ครูเพ็ญศรีและคณะครูเริ่มทะยอยเข้ามาในโรงยิมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเต็มพื้นที่รวมถึงพลอยและเด็กๆ ในชมรมดนตรีต่างยืนอยู่มุมหนึ่งเช่นกัน
มิวเริ่มอุ่นเครื่องด้วยการวิ่งในพื้นที่แคบๆพร้อมกับกระโดดไป-มา ส่วนมะปรางเข้าไปตีหุ่นไม้ด้วยจังหวะช้าๆ เบาๆ เนิบๆเสียงปะทะหุ่นไม้ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ สลับจังหวะช้า-เร็ว
“ผมรู้สึกว่าทั้งมะปรางกับมิวจริงจังมาก” วิทย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คู่ต่อสู้คราวนี้คือแชมป์โลกคนปัจจุบัน...ลู่เฟย”บัวพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ไม่รู้ว่าทั้ง 2 คนจะกดดันขนาดไหน…”
“มะปรางรุ่นเดียวกับลูกสาวคนเล็กผมแต่ต้องมาแบกความคาดหวังมากขนาดนี้” คำพูดของครูหนึ่งทำให้ทุกคนต้องหันมาสนใจ“อย่าลืมว่า...ตอนนี้มีคนสนใจกันทั้งประเทศไปแล้ว”
“ดูเหมือนว่าจะเริ่มซ้อมคู่แล้ว”วิทย์พูดเสริม
หลังจากที่มะปรางกับมิววอร์มร่างกายจนได้เหงื่อเล็กน้อยเธอเดินเข้ามาหามิว “มิวๆๆ วอร์มโอเคยังๆๆๆ มาซ้อมคู่หน่อย”
“อืมๆๆโอเคๆ”
มะปรางตั้งการ์ดมวยหย่งชุนยื่นสันมือขวาออกมาในระดับต่ำกว่าหัวไหล่เล็กน้อยส่วนสันมือซ้ายแนบชิดลำตัวเล็กน้อย ในขณะที่มิวกำหมัดทั้ง 2 ข้างบริเวณหน้าอกตั้งการ์ดคล้ายๆ มวยสากล
มิวพุ่งตัวเข้าหามะปรางด้วยความรวดเร็วกระโดดเตะแบ็คคิกทักทายจังหวะแรกมะปรางใช้ฝ่ามือขวาปัดออกด้านข้างทันทีมิวพลิกตัวฉับพลันเตะบนสลับล่างต่อเนื่องทำให้มะปรางต้องใช้ทั้ง 2มือปัดออกทุกจังหวะ เห็นช่องโหว่เธอใช้หัวไหล่ขวากระแทกไปบริเวณลำตัวมิวจนเสียหลัก ตามด้วยสันมือขวากระแทกที่ท้องน้อยแต่มิวเบี่ยงตัวหลบสบายๆ
“เล่นแรงตั้งแต่แรกเลยนะ!!!”มะปรางพูดยิ้มๆ
“ทักทายจังหวะแรกทั้งทีต้องมีอะไรตื่นเต้นหน่อย...ฮุ่ยหนิง!!” มิวตอบรับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
เพียงแค่จังหวะแรกทำให้ทุกคนที่จ้องมองตาไม่กระพริบโอ๋กับต้อมถึงกับเปลี่ยนท่าทางจากยืนกอดอกเป็นปล่อยมือลงข้างตัวแบบไม่รู้ตัว “ไอ้โอ๋!!!!...เมื่อกี้มึงเห็นเหมือนกูใช่ไหม?”
ครูหนึ่ง,วิทย์กับบัวยืนมองอึ้งๆ งงๆ ไม่รู้จะพูดอะไรกันดี
“พี่วิทย์...ค...คะ...คือ..”บัวตกอยู่ในอาการงงๆ
“รู้สึกว่าการต่อสู้ของมะปรางจะยกระดับขึ้นมากกว่าเดิมเยอะเลยนะครับคุณวิทย์”ครูหนึ่งเอ่ยปาก
“ผมคิดว่าส่วนหนึ่งมาจากมิว...สกิลเธอสูงมากครับผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมิวเป็นคู่ซ้อมของมะปรางมาตั้งแต่สมัยก่อน”คำตอบของวิทย์ทำให้ทุกคนต้องครุ่นคิดไม่น้อย
มิวเข้าโจมตีเตะบน-ล่างสลับกันอย่างต่อเนื่องจนมองแทบไม่ทันแต่มะปรางใช้ฝ่ามือปัดออกทุกจังหวะ เธอเห็นช่องโหว่รีบกระโดดเตะเข้ามาอย่างรวดเร็วมะปรางรอกันท่าอยู่แล้ว ประสานท่อนแขนเป็นกากบาทยืนรับอย่างมั่นคง
คราวนี้มะปรางไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดไปใช้ฝ่ามือขวากระแทกตรงเข้าบริเวณท้องน้อยแต่มิวเบี่ยงตัวออกข้างเล็กน้อยก่อนใช้มือดันฝ่ามือของมะปรางลง
“ท่าทางดุดันกว่าเดิมจังหวะตอบโต้เร็วกว่าเดิม!!!” โอ๋หันไปคุยกับต้อมด้วยอาการตกตะลึง
“นี่ทีมชาตินะมึง...เล่นๆไม่ได้แล้ว!!” ต้อมตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“มะปรางจะเก่งไปถึงไหนเนีย...”โอ๋พูดไม่เต็มเสียงมากนัก
“ตอนนี้กูรู้สึกตลกตัวเองมากแล้วก็สบายใจมากเลยนะมึง!!!!!” คำพูดของต้อมทำให้โอ๋แปลกใจจนต้องหันมามอง
“มึงดู 2คนนี้ซ้อมกันสิ!!...มึงเข้าใจคำว่าซ้อมไหม? นี่ขนาดแค่ซ้อมกูยอมรับตรงนี้เลยว่า แค่ซ้อมกูก็ไม่ไหวแล้วอ่ะ...มึงดูพี่มิวสิ ตอบโต้จังหวะของมะปรางกลับคืนได้ทั้งหมดในขณะที่กูต้องใช้ความพยายามทั้งหมดแต่ก็ทำไม่ได้…”
โอ๋ไม่ได้พูดตอบรับอะไรได้แต่หันไปมองการซ้อมระหว่างมะปรางกับมิวที่เต็มไปด้วยความหนักหน่วงรวดเร็วฉับไวสลับไป-มาตลอดเวลา
“ครูหนึ่งดูสิครับ!!!ทันกันหมดทุกจังหวะจริงๆ ครับ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ซ้อมกันมานาน”วิทย์ตั้งคำถามสำคัญ
“ทั้งสองคนนี้จะเก่งถึงขนาดไหนเนียบัวนึกไม่ออกจริงๆ ตอนที่แข่งชิงแชมป์ประเทศไทย บัวคิดว่ามะปรางเก่งมากแล้วนะพอมาดูซ้อมวันแรก...โห!!! กลายเป็นว่าน้องเก่งขึ้นไปอีกเยอะมากแล้วมิวก็ทันมะปรางหมดทุกจังหวะจริงๆ” บัวพูดไปอึ้งไป “เนียดูสิ!!มิวสวนมะปรางกลับได้หมดทุกจังหวะ…”
“บัวอย่าลืมสิว่าคู่ต่อสู้ครั้งนี้ที่น้องต้องเจอ เป็นถึงแชมป์โลกเชียวนะ พวกเราทุกคนไม่เคยรู้จักมะปรางจริงๆ นั่นแหละ ก็เพิ่งรู้จักวันนี้เป็นวันแรกกันทุกคน...ถ้าจะพูดว่ามีแค่มิวคนเดียวที่รู้จักมะปรางด้วยซ้ำก็ไม่ผิดนะ!!!!” ครูหนึ่งตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก
“ไม่คิดว่าจะขนาดนี้เหมือนกันครับ”วิทย์พูดเสริม “ผมย้ายมาทำงานที่นี่กว่า 20 ปีไม่เคยคิดว่าต้องมาเจอเรื่องราวพิเศษๆ อะไรแบบนี้”
“หนูเหมือนกันค่ะพี่วิทย์”บัวตอบด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ใช่แค่บัว...ทุกคนนั่นแหละ”ครูหนึ่งพูดไปพลางใช้มือปาดน้ำตาตัวเอง “ผมดีใจและภูมิใจมากที่มีวันนี้ครับ”
เด็กนักเรียนและประชาชนในโรงยิมแต่ละคนต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าการตอบโต้ไป-มาระหว่างมะปรางกับมิว
“พี่ปรางว่าสุดยอดแล้วนะ...พี่มิวก็สุดยอดไม่แพ้กัน!!”
หลังจากที่มะปรางกับมิวซ้อมคู่ช่วงเวลาหนึ่งมะปรางส่งสัญญาณหยุดซ้อมพร้อมกับเดินตรงเข้ามาที่กลุ่มของครูหนึ่ง, วิทย์และบัวในขณะที่ครูใหญ่, ครูเพ็ญศรี, คณะครู, โอ๋กับต้อมเดินเข้ามาสมทบในภายหลังทั้งสองสาวมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นงัยมั่งยิ้มแย้มมาแต่ไกลเลย” บัวทักทาย “แม่นางหลิวฮุ่ยหนิงโอเคไหมจ๊ะ?”
“หนูโอเคแล้วค่ะก็เพิ่งลงซ้อมคู่กันวันแรก พอได้เหงื่อได้จังหวะกันบ้างแล้วค่ะ”มะปรางตอบยิ้มๆ
“ส่วนหนูก็ฟื้นร่างกายขึ้นมาบ้างแล้วพอได้กลับมาซ้อมกับฮุ่ยหนิงอีกครั้ง รู้สึกว่าจังหวะเริ่มเข้าที่แล้วค่ะ”มิวพูดเสริม “วันนี้ได้เหงื่อเยอะมากค่ะ”
“แล้วพวกเธอวางแผนกันยังงัยบ้าง?”ครูใหญ่พูดด้วยรอยยิ้ม
“หนูคุยกับมิวไว้แล้วค่ะว่ากะจะซ้อมแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงวันเดินทางไปเข้าแคมป์ที่กรุงเทพค่ะครูใหญ่”
“รู้แล้วใช่ไหมว่าครูมอบหมายให้บัวเดินทางไปที่กรุงเทพด้วย”
“พี่บัวบอกหนูแล้วค่ะครูใหญ่”
“ขาดเหลืออะไรก็แจ้งมาที่ครูหนึ่ง,วิทย์หรือบัวก็ได้ พวกเธอจะได้มีความพร้อมก่อนเข้าแคมป์”
“ค่ะครูใหญ่”
ประชาชนกับเด็กนักเรียนจำนวนมากยังคงยืนห้อมล้อมถ่ายรูปถ่ายคลิปวีดีโอลงแอดมีกันทั่วหน้า
“พี่มะปราง,พี่มิว ขอถ่ายรูปด้วยครับ!!”
“มะปรางขอกล้องนี้ด้วยค่ะ”
“พี่มิวขอทางนี้ด้วยครับ”
“ขอรูปคู่ๆๆหน่อยครับผมๆๆๆ”
สองสาวชู2 นิ้วสู้ๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มหันไปหากล้องในมุมต่างๆ นับไม่ถ้วนบรรยากาศที่แสนอบอุ่นเช่นนี้ สร้างรอยยิ้มสร้างความสุขให้กับทุกคนอย่างมาก
เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อกับแม่ของมะปรางกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมเปิดร้าน“น้องมะปรางเบอเกอรี่ & นมสด”เป็นวันแรก มีประชาชนจำนวนมากยืนออเต็มหน้าร้านผู้สื่อข่าวจากทุกสำนักต่างปักหลักถ่ายทอดสดกันเต็มพื้นที่อย่างคึกคัก
“ท่านผู้ชมคะนาฬิกานับถอยหลังเวลาเปิดร้านน้องมะปรางเบอเกอรี่ & นมสดใกล้แล้วนะคะ เหลือเวลาอีกเพียง 15 วินาที ก็จะถึงเวลา 7.59น....ขอแรงพวกเราทุกคนช่วยกันนับถอยหลังกันดังๆ เลยนะคะ”
“10...9...8...7...6...5...4...3...2...1”
พ่อกับแม่มะปรางค่อยๆเปิดประตูกระจกหน้าร้านในเวลา 7.59 น. ออกมาท่ามกลางเสียงเฮดังลั่นสลับกับเสียงตบมือของประชาชนจำนวนมาก
รอยยิ้มของแต่ละคนทำให้น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มของพ่อกับแม่มะปรางค่อยๆไหลออกมา “ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกคน ขอบคุณจริงๆ ครับ”
“ขอบคุณทุกคนที่ให้ความเอ็นดูกับน้องมากถึงขนาดนี้”พ่อกับแม่มะปรางยกมือไหว้ทั้งน้ำตาทุกทิศทาง “ขอบคุณจริงๆค่ะ”
“นี่ก็คือบรรยากาศสดๆจากหน้าร้านน้องมะปรางเบอเกอรี่ & นมสดอยู่ซอยด้านข้างตลาดเดิมนะคะ ถ้าใครเคยมาซื้อขนมที่แผงมาก่อนให้เดินออกมาจากตลาดเข้ามาในซอยประมาณ 10 เมตรก็ถึงแล้วค่ะตอนนี้แต่ละคนต่างยืนต่อคิวซื้อขนมยาวเหยียดสุดตาแล้วนะคะ”