“ลุงหนาน ที่แห่งนี้...” เมื่อเห็นห้องลับ หลู่เส่าโหย่วก็ประหลาดใจไม่น้อย ตามความทรงจำที่อยู่ภายในจิตใจ ภายในห้องเก็บฟืนแห่งนี้ไม่ควรจะมีห้องลับอะไรอยู่
“ข้าเป็คนดูแลที่แห่งนี้มาโดยตลอด ดังนั้นข้าจึงสร้างห้องลับขึ้นมาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เ้าบอกข้ามาตามตรง หลายวันที่ผ่านมานี้เ้าไปเจอเื่อะไรมา พลังความเย็นและความร้อนภายในตัวเ้านี่มันอะไรกัน” ลุงหนานมองหลู่เส่าโหย่วพร้อมกล่าวขึ้นมา ยามนี้ภายในแววตาของลุงหนานนั้นมีความเคารพลดลงจากยามปกติหลายส่วน หากแต่เพิ่มความเป็ห่วงขึ้นมาแทน
“เอ่อ...” ในเมื่อเื่มันมาถึงขนาดนี้ หลู่เส่าโหย่วก็ไม่กล้าที่จะปิดบังอีกต่อไป เขาเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นใต้หน้าผาั้แ่ต้นจนจบ แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้เล่าเื่ที่ตัวเขาข้ามมิติมา แค่บอกเพียงว่าตัวเองรอดตายมาอย่างปาฏิหาริย์
“เหยี่ยวสีครามที่พ่นไฟได้ และค้างคาวสีขาวที่พ่นไอเย็น หรือว่านั่นจะเป็...” หลังจากลุงหนานฟังเื่ราวของเขาจบ ความสงสัยก็ปรากฏขึ้นในแววตา “งูตัวเล็กที่เ้าบอก รีบเอาออกมาให้ข้าดูเร็วเข้า”
“งูตัวนี้แหละ” หลู่เส่าโหย่วกล่าวกับลุงหนานพร้อมม้วนแขนเสื้อข้างขวาขึ้น เผยให้เห็นงูสีเหลืองอ่อนตัวน้อยที่กำลังเงยหน้าขึ้นมา
“นี่...หรือว่านี่คือ...” เมื่อเห็นงูน้อยสีเหลืองอ่อนตัวนี้ ความประหลาดใจและไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้นในแววตาของลุงหนาน
“ไม่คาดคิดเลยว่า...” ลุงหนานมองหลู่เส่าโหย่วด้วยความประหลาดใจ “ข้าเห็นเ้าเติบโตมาั้แ่เกิด แม้เ้าจะเกิดมาในตระกูลหลู่ แต่กลับมีชีวิตที่อาภัพนัก คิดไม่ถึงว่าจะโชคดีขึ้นมา ถึงกับได้พบเจอเื่ดีขนาดนี้”
“ลุงหนาน ท่านพูดให้ชัดเจนหน่อย ข้าไม่ค่อยเข้าใจ” หลู่เส่าโหย่วกล่าว หากแต่ชีวิตเดิมของหลู่เส่าโหย่วนั้นก็อาภัพจริงๆ ไม่อาจเทียบได้แม้แต่คนรับใช้
“เ้าไม่เข้าใจก็เป็เื่ปกติ” ลุงหนานกล่าว “ข้าถามเ้าหน่อย เ้าอยากตายหรือไม่? หรือว่าเ้าอยากที่จะทำอะไรสำเร็จและยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้อย่างภาคภูมิหรือไม่” หลังกล่าวจบ แววตาของลุงหนานก็เกิดประกายแสงวาบผ่าน
“แน่นอนว่าข้ายังไม่อยากตาย ขอร้อง ลุงหนานได้โปรดชี้แนะ” หลู่เส่าโหย่วคุกเข่าลงข้างหน้าลุงหนานทันที ตัวเขานั้นกำลังจะหาทางเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเอง ลุงหนานที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ถ้าหากมีลุงหนานช่วย เขาก็อาจจะสามารถหาทางเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันได้โดยเร็ว
“นับว่าเ้าฉลาดไม่เบา ข้านั้นมีใจจะช่วยเ้าเพียงแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะข้าไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วมันจะดีต่อเ้าหรือจะทำร้ายเ้ากันแน่” ลุงหนานกล่าวอย่างลังเล
“ลุงหนานคิดอยากช่วยข้า แน่นอนว่ามันต้องไม่ทำร้ายข้าอย่างแน่นอน”
“ลุกขึ้นเถอะ ข้าเห็นเ้าั้แ่ยังเล็ก รู้ว่าเ้ามีจิตใจดี กตัญญูต่อมารดา ไม่อย่างนั้น ข้าคงไม่ช่วยเ้าและคงไม่เปิดเผยตัวตนต่อหน้าเ้าเช่นนี้ จำไว้ว่าเื่ของข้า เ้าจะต้องไม่บอกกล่าวกับผู้ใด” ลุงหนานกล่าวพร้อมประคองหลู่เส่าโหย่วให้ลุกขึ้น “ชีพจรของเ้าบกพร่องมาั้แ่เด็ก ไม่สามารถเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้และก็ไม่สามารถเป็ผู้ฝึกิญญาได้เช่นกัน จากที่ข้าเห็น ข้าว่าเ้าน่าจะถูกคนอื่นจัดวางอุบายเอาไว้ แน่นอนว่าคนปกตินั้นไม่สามารถมองอุบายนี้ออก ใครจะคาดคิดว่าเื่ที่เกิดขึ้นในคราวนี้เ้าจะไม่ตาย แต่กลับได้รับแก่นิญญามาถึงสองลูก ทำให้อุบายนั้นถูกเปิดออก แต่เพราะเ้าไม่เคยฝึกฝนวิชาใดๆ ผลของแก่นิญญาธาตุไฟและธาตุน้ำทั้งสองนี้จึงกลับทำให้เ้ากลายเป็ร่างกายหยินหยางที่หาได้ยากอย่างมากในหมู่คนนับล้าน”
“ร่างกายหยินหยาง ลุงหนาน ท่านพึ่งบอกว่าข้ากำลังจะตายไม่ใช่หรือ แล้วสิ่งที่ข้ากลืนลงไปนี่ไม่ใช่แก่นอสูรหรอกหรือ เหตุใดถึงกลายเป็แก่นิญญา?” หลู่เส่าโหย่วถาม
“เ้าคงคิดว่าเหยี่ยวกับค้างคาวที่เ้าเจอเป็สัตว์อสูร แต่แท้จริงแล้วนั่นคือสัตว์ิญญาต่างหากเล่า อสูรเหยี่ยวตัวั์นั่นคงเป็สัตว์ิญญาระดับสี่ที่เรียกว่า ‘เหยี่ยวเพลิงนภา’ ส่วนค้างคาวสีขาวก็คงเป็สัตว์ิญญาระดับห้าที่เรียกว่า ‘ค้างคาวเหมันต์’ แก่นิญญานั้นถือว่าเป็สมบัติล้ำค่า การที่โดนเ้ากินไป จะบอกว่าเสียเปล่าก็ไม่ถูกเสียทีเดียว แต่อย่างไรก็ถือว่าเ้าใช้สิ่งที่เกินกว่าตัวของเ้าเองจะรับไหว ในภายภาคหน้ามันจะมีประโยชน์กับเ้าไม่น้อย แต่ว่าคนธรรมดาอย่างเ้าได้ใช้แก่นิญญาของเหยี่ยวเพลิงนภาและแก่นิญญาของค้างคาวเหมันต์ทั้งสองลูกเช่นนี้ ช้าเร็วก็ต้องตัวะเิตาย หากไม่ใช่ว่าเมื่อครู่ข้าสะกดมันแทนเ้า ในตอนนี้ก็อย่าได้คิดว่าเ้าจะมายืนคุยกับข้าอยู่ตรงนี้เลย”
“ลุงหนาน งั้นข้าควรทำอย่างไรดี” หลู่เส่าโหย่วเอ่ยถาม เพราะตัวเขาที่พึ่งข้ามมิติมานั้นยังไม่อยากตาย
“นั่นก็ต้องดูว่าเ้าอยากรอดหรือเปล่า เ้าอยากที่จะทำอะไรสำเร็จหรือยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้อย่างภาคภูมิแล้วหรือยัง”
“อยาก...แน่นอนว่าข้าอยาก ลูกผู้ชายคนหนึ่งที่เกิดมาบนโลกใบนี้ แน่นอนว่าต้องอยากจะประสบความสำเร็จ ถึงจะไม่สามารถมีชื่อเสียงที่ดีไว้สืบทอดเป็พันปี อย่างน้อยก็ขอมีชื่อเสียงไว้สืบทอดเป็หมื่นปี เพราะมันยังดีกว่าชีวิตที่ปกติธรรมดาไร้ซึ่งสิ่งใดเป็ไหนๆ” หลู่เส่าโหย่วกล่าวอย่างแน่วแน่
“ไม่เคยคิดเลยว่าเ้าก็มีความทะเยอทะยานเช่นนี้ ช่างเถอะ ข้าเห็นเ้ามาั้แ่เด็กจนโต แถมเ้ายังกลายเป็ร่างกายหยินหยางอีก วันนี้ข้าจะทำให้เ้าสมปรารถนาแล้วกัน” ลุงหนานมองหลู่เส่าโหย่วด้วยความประหลาดใจ หลู่เส่าโหย่วในวันนี้ดูเหมือนจะแตกต่างออกไปจากหลู่เส่าโหย่วที่ตัวเขาเห็นมาั้แ่เด็กเล็กน้อย
“ศิษย์ขอคารวะอาจารย์” หลู่เส่าโหย่วรีบคุกเข่าลงในทันที
“หยุดก่อน ข้ายังไม่เคยกล่าวว่าจะรับเ้าเป็ศิษย์ เพียงแค่ถือโอกาสช่วยเ้าเท่านั้น” ในเสี้ยวเวลาหนึ่งภายในแววตาของลุงหนานได้ปรากฏความโดดเดี่ยวขึ้นมาเล็กน้อย
“ถึงแม้ลุงหนานจะไม่รับข้าเป็ศิษย์ ข้าก็ยังต้องขอหมอบคำนับ” หลู่เส่าโหย่วตะลึงไปชั่วครู่ พร้อมกับหมอบหัวไปกับพื้นและคำนับลุงหนานสามที หากเขาหมอบคำนับแล้ว ลุงหนานก็คงไม่สามารถเปลี่ยนใจได้ง่ายๆ อย่างไรก็คงต้องสอนสิ่งดีๆ ให้เขาบ้างแหละ
“พอได้แล้ว เ้าเด็กน้อยที่ปกติดูซื่อๆ นั่น ทำไมวันนี้ถึงได้เ้าเล่ห์นัก กลัวข้าเปลี่ยนใจ ไม่สอนสิ่งดีๆ ให้เ้าใช่หรือไม่” ลุงหนานยิ้มเล็กน้อยอย่างชื่นชม
“ฮ่ะ ฮ่ะ” หลู่เส่าโหย่วได้แต่หัวเราะอย่างเขินอาย ลุงหนานคนนี้เป็ผู้มีประสบการณ์อย่างแท้จริง ตัวเขาคิดอะไรอยู่ ลุงหนานก็รู้ได้อย่างชัดเจน
“นั่งลงเถอะ” ชายชรากวักมือให้หลู่เส่าโหย่วนั่งลง พร้อมกับยื่นแผ่นหยกสีขาวในมือให้กับเขา “จำไว้ สิ่งที่ข้าสามารถช่วยเ้าได้นั้นมีไม่มาก ไม่งั้นตัวข้าก็คงไม่ตกต่ำลงมาถึงจุดนี้หรอก เส้นทางต่อจากนี้ เ้าต้องเลือกมันด้วยตัวเอง”
“ลุงหนาน นี่คืออะไร” หลังจากรับแผ่นหยกมาจากมือลุงหนาน หลู่เส่าโหย่วก็เอ่ยถามขึ้น
“นี่คือทักษะิญญาหยินหยาง เป็ทักษะที่ข้าได้รับมาโดยตั้งใจ ต้องเป็ผู้มีร่างกายหยินหยางเท่านั้นถึงจะฝึกฝนได้อย่างไร้ขีดกำจัด และเพราะข้าฝืนฝึกฝนทักษะิญญาหยาง ถึงได้ทำให้มาอยู่ในสภาพเช่นนี้ ถือว่าเ้าดวงดีแล้ว เป็เพราะไม่เคยฝึกฝนวิชา บวกกับอุบายที่ถูกจัดเอาไว้อย่างซับซ้อนในร่างกาย ดังนั้น แก่นิญญาอสูรของเหยี่ยวเพลิงนภากับค้างคาวเหมันต์นั่นไม่เพียงแต่ไม่ะเิในทันที แต่ยังกลับทำให้เกิดปาฏิหาริย์ทำให้ร่างกายของเ้ากลายเป็ร่างกายหยินหยางที่พบได้เพียงหนึ่งในล้าน และเพียงพอที่จะสามารถฝึกฝนทักษะิญญาหยางได้” ลุงหนานกล่าวด้วยแววตาที่ปรากฏความโดดเดี่ยวขึ้นมาเล็กน้อย ถ้าหากว่าร่างกายของเขาเป็ร่างกายหยินหยาง ตัวเขาก็คงไม่ตกต่ำลงมาถึงขนาดนี้
“ลุงหนาน ถ้าอย่างนั้นท่านคงรู้แล้วว่าใครกันแน่ที่เป็คนวางอุบายไว้ในตัวข้า ทำให้ข้าไม่สามารถฝึกตนได้” หลู่เส่าโหย่วกล่าวถาม เมื่อมีคนเป็ปฏิปักษ์กับเขามาั้แ่เกิดเช่นนี้ ก็เหมือนกับโดนธนูเล็งมาที่ด้านหลังจากความมืดมิดโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว เช่นนั้นในอนาคตตัวเขาคงอยู่ไม่เป็สุขเป็แน่
“เ้าเดาไม่ออกอย่างนั้นหรือ” ลุงหนานถาม
“ลุงหนาน หรือว่าจะเป็นาง...” หลู่เส่าโหย่วรู้ได้ในทันที เกรงว่าเื่นี้ก็คงเป็นายหญิงใหญ่ที่เป็คนทำ ช่างร้ายกาจยิ่งนัก แววตาของหลู่เส่าโหย่วพลันเต็มไปด้วยความเ็า ในภายภาคหน้าเขาคงไม่สามารถปล่อยนางไปได้
“เ้าควรรู้จักถ่อมตน ภายในใจเ้ารู้ดีก็พอ ในตอนที่เ้ายังไม่มีความสามารถที่จะไปต่อกรเช่นนี้ การไม่ลงมือทำสิ่งใดจะเป็การดีที่สุด เื่ของเ้า ถึงแม้พ่อของเ้าจะไม่รู้ แต่เ้าคิดว่าปู่ของเ้านั้นจะไม่รู้หรือ เพียงแต่นางนั้นคำนึงไว้แล้ว จึงไว้ชีวิตเ้า นั่นถึงเป็สิ่งที่นาง้า” ลุงหนานััได้ถึงความเ็าของหลู่เส่าโหย่วจึงกล่าวออกมา “หยดเืของเ้าลงบนแผ่นหยก แล้วฝึกฝนทักษะิญญาหยินหยางไปก่อน รอหลังจากที่เ้าฝึกฝนสำเร็จ ตระกูลหลู่เล็กๆ นี้ จะมาอยู่ในสายตาของเ้าได้อย่างไร ท้องฟ้าและทะเลกว้างใหญ่ให้นกบินและปลาแหวกว่าย เส้นทางหลังจากนี้ของเ้า ก็ขึ้นอยู่กับการลงมือของเ้าแล้ว”