จางเถี่ยจู้กลัวจริง ๆ ว่าแม่จะหาสาวโสดมาให้ เขาจึงรีบปฏิเสธ
“แม่ ข้าไม่รีบจริง ๆ”
“ไม่รีบ... เ้าไม่รีบแต่ข้ารีบ บ้านอื่นเขาได้กอดเหลนแล้ว บ้านเรามีแต่ยายหนูเสี่ยวเฉ่า”
ที่หวงชื่อพูดออกมา ยิ่งยืนยันแล้วว่าเธอตัดสินใจที่จะหาผู้หญิงดี ๆ ให้จางเถี่ยจู้สักคน
สถานการณ์ที่บ้านตอนนี้ก็ดีขึ้นมาแล้ว มีที่นาอยู่หลายไร่ แล้วยังมีโรงหลอมเหล็ก ในเมืองก็มีแผงขายของอยู่หนึ่งแผง
ในแต่ละเดือนหาได้อย่างน้อย ๆ ก็ 2 ตำลึง ดังนั้นในหนึ่งปีจึงทำเงินได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ต้องเลือกผู้หญิงดี ๆ สักคน
......
......
หนิงเยี่ยนกลับไปถึงบ้านก็เอาของในมือเก็บไว้ในห้อง แล้วรีบเข้าห้องครัวเพื่อทำอาหารเย็น
เอาตามตรงหนิงเยี่ยนเองก็ไม่ได้ชอบงานครัว แต่เธอก็ไม่ได้เกลียดมัน แต่ถ้าให้ทำทุกวันล่ะก็ คงจะเบื่อสักหน่อย
เ้าหนูโหย่วหยูตอนนี้ก็ยังเด็ก อีกสักสองปีน่าจะลองสอนทำอาหารพื้นฐานได้ ถ้าแบบนั้นเธอก็จะได้รับอิสรภาพ ไม่อย่างนั้นแม้แต่อาหารก็ทำไม่เป็ ถ้าออกจากบ้านไปไกลไม่มีใครไปด้วย ไปท่องอยู่ในป่าลึกคงหิวตาย แบบนี้นี่มันผิดพลาดใหญ่หลวง
‘ผู้ชายไม่ทำงานครัว’
หนิงเยี่ยนไม่ชอบวลีนี้ที่สุด
นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร หนิงเยี่ยนทั้งกินไป ทั้งคำนวณไปในใจว่าพวกทหารปลอมนั่นจะไปที่ไหน ขณะเดียวกันในสมองก็ครุ่นคิดเื่แผนซุ่มโจมตี หลังจากกินอิ่ม เธอจึงตรงเข้าไปในห้องของตัวเอง
หนิงเยี่ยนเอาหน้าไม้ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมาประกอบภายใต้แสงตะเกียงน้ำมัน เปลี่ยนไปสวมเสื้อสีเขียวที่กลมกลืนกับต้นไม้ หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จ เธอหยุดอยู่ที่หน้าต่าง ต้องรอคนในบ้านหลับก่อนจึงออกไปได้
ยิ่งดึกยิ่งเงียบ หนิงเยี่ยนเปิดหน้าต่าง มองซ้ายมองขวา ไม่ว่าจะเป็ห้องของเ้าหนูน้อยหรือห้องของลู่หานจางก็ดับไฟไปหมดแล้ว
เธอปีนข้ามกำแพงออกไป หาเส้นทางเล็ก ๆ รอบบริเวณป่าเดินไป
ั้แ่หนิงเยี่ยนออกไป ลู่หานจางก็ตามออกมา คอยตามหลังแบบทิ้งระยะไม่ใกล้ไม่ไกล.....
พวกทหารรับใช้จักรพรรดิองค์ก่อนเ่าั้ไม่น่าจะกล้าใช้ทางหลวงออกมาปรากฏให้คนเห็นการเคลื่อนไหว คนพวกนั้นจะเอาความกล้าที่ไหนมาเดินถนนทางหลวง อย่างดีที่สุดคงต้องปีนข้ามูเาไป
ไม่อย่างนั้นเดินตามถนนทางหลวงไป เื่นี้ไปเข้าหูนายอำเภอที่ว่าการเข้า นายอำเภอจะต้องออกคำสั่งค้นหาเป็แน่ เดินทางหลวงไม่มีใครคอยคุ้มครองดูแล
หนิงเยี่ยนหมอบรออยู่ในพงหญ้า
ลู่หานจางออกแรงกระโจนเต็มแรงเพียงครั้งเดียวก็ขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ เขายืนอยู่บนยอดต้นไม้ ทันใดนั้นลู่หานจางก็เอื้อมมือมาลูบที่หน้าอกของตนเอง อาการอึดอัดสุมอยู่เต็มอก ขณะเดียวกันมือไม้แข้งขาก็อ่อนแรงไปหมด
ลู่หานจางนั่งลงทันที มุมปากของเขากระตุก ริมฝีปากของเขาส่งยิ้มเย้ยหยันออกมา ร่างกายนี้มันอ่อนแอถึงเพียงนี้แล้วหรือ? ทีแรกเขาโดนพวกทหารเหี้ยมพวกนั้นซุ่มโจมตี ตอนนี้แค่จะยืนก็ยืนไม่ไหวแล้ว ลู่หานจางคนนี้ก็ยังมีวันนี้สินะ
ต้องรีบไปหาท่านหมอเทวดาซวีให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้น.....
มิเช่นนั้นอะไรกัน? เขามองไปที่หนิงเยี่ยน ใบหน้าเล็ก ๆ ของหนิงเยี่ยนผุดขึ้นมาในหัวของเขา ลู่หานจางพบว่าเขานั้นยังไม่พร้อมที่จะตาย
ห้าปีที่ผ่านมา จักรพรรดิองค์ก่อนทั้งเย่อหยิ่ง ฟุ่มเฟือย มัวเมาในกาม ราชสำนักเต็มไปด้วยความวุ่นวาย จักรพรรดิองค์แรกก็ฟังคำพูดของขันทีและอยากกุมอำนาจทางทหารไว้ในมือ
ตอนนี้องค์จักรพรรดิก่อการรัฐปะาแย่งชิงบัลลังก์ หลังจากได้ครองราชย์ยิ่งระมัดระวัง รวมแผ่นดินที่บรรพบุรุษสร้างมาให้มั่นคง
ในปีนั้นเขาในฐานะผู้สนับสนุนองค์จักรพรรดิ ท่ามกลางเหตุก่อฏ เขาได้เอาตัวเข้าไปรับลูกศรแทนองค์จักรพรรดิ หลังจากนั้นเขาจะมีอาการแน่นหน้าอกกระสับกระส่าย แขนขาอ่อนแรงไปเสียดื้อ ๆ อยู่เป็ระยะ......
สาเหตุที่เขาออกมาจากปักกิ่งครั้งนี้ก็เพื่อตามหาหมอเทวดาซวี ได้ยินว่าหมอเทวดาคนนี้ปรากฏตัวในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับชานเมืองปักกิ่ง ยังตามหาหมอเทวดาซวีไม่เจอ ก็ถูกลอบโจมตีเข้าเสียก่อน
เสียงขบวนฝีเท้าดังขึ้นมา ความรู้สึกของลู่หานจางถูกดึงออกมาจากความทรงจำ ใต้ต้นไม้มีกลุ่มคนเดินผ่านไปหนึ่งขบวน สายตาของลู่หานจางอดไม่ได้ที่จะมองไปยังหนิงเยี่ยน แสงเย็น ๆ ส่องประกายออกมา สิ่งหนึ่งคล้ายเข็มสีเงินถูกยิงออกมาจากที่ที่ผู้หญิงคนนั้นซุ่มซ่อนอยู่
เข็มถูกยิงเข้าที่ลำคอของคนที่กำลังเดินขบวน จากนั้นคนพวกนั้นจึงหยุดฝีเท้า เพราะมีคนที่ล้มลงไปกับพื้น พวกตาดีสังเกตเห็นแล้วว่าที่คอของเพื่อนมีเข็มปัก จึงะโเสียงดังว่า
“ศัตรู ศัตรู!”
หน่วยทหารบนพื้นนั้นวุ่นวายไปหมด จึงสั่งจัดแถวอีกครั้ง พอมองไปรอบ ๆ คนที่ล้มลงไปกับพื้นมีแค่สิบกว่าคน แต่คนที่ยังยืนอยู่มีร่วมร้อย
ลู่หานจางอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันทีว่า ผู้หญิงคนนี้จะจัดการกับคนพวกนั้นยังไง
หนิงเยี่ยนซุ่มอยู่ในพงหญ้า เธอเปลี่ยนเข็มปักผ้าลงในหน้าไม้อย่างระมัดระวัง ฟังเสียงที่เป็อันหนึ่งอันเดียวกันของหน่วยทหารที่ฝึกมาแล้วด้านหน้า
แววตาของเธอแน่วแน่ขึ้นเรื่อย ๆ
หนิงเยี่ยนเล็งหน้าไม้ ยิงออกไป คนที่อยู่ในหน่วยทหารจึงล้มลงอีกคน
เธอขยับคืบคลาน เปลี่ยนทิศทาง แล้วจัดการต่อ......
เพราะความมืด และผลจากเสื้อผ้าของหนิงเยี่ยนทำให้หน่วยทหารม้าหาศัตรูไม่เจอ เมื่อมองไปยังหนิงเยี่ยนที่ซุ่มโจมตีอย่างสงบเยือกเย็น ลู่หานจางปกปิดความใในแววตาไม่ได้เลย ผู้หญิงคนนั้นยิงพิษชนิดไหนออกไปกันแน่ แค่ััก็ร่วงลงไปกับพื้น แล้วสิ่งนั้นคืออะไร สิ่งที่สามารถยิงเข็มออกไปได้ไกลขนาดนั้น
.......
.......
หนิงเยี่ยนหาโอกาสซุ่มโจมตีหน่วยทหาร รองเท้าที่เธอสวมอยู่สามารถลดเสียงกระทบขณะเดินบนูเาได้และเสื้อที่เธอสวมใส่บนร่างก็สามารถพลางเธอไปกับพืชพรรณได้ การแอบซ่อนตัวนั้น ถ้าไม่ตามหาบนพื้นไปทีละเซ็นก็ไม่มีทางเห็นแน่นอน
“มะ..มะ..ไม่เห็นคนเลย หรือจะเป็ผี?”
“อย่าไร้สาระ บนโลกใบนี้จะมีผีอยู่ได้ยังไง”
“หากยังพูดจาบั่นทอนขวัญทหาร ระวังลิ้นของเ้าไว้เถอะ”
“….”
พอคนข้าง ๆ ตัวล้มลงไป นายทหารคนหนึ่งที่สภาพจิตใจแย่ลงถึงกับปิดปากแล้วร้องออกมา ร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าเกลียดจริง ๆ หนิงเยี่ยนรู้สึกรังเกียจขึ้นมา พอเห็นหน่วยทหารที่ขี้ขลาดแบบนี้ หนิงเยี่ยนจึงยืนขึ้นทันที
“ใครน่ะ?”
“บิดาของเ้าไง”
หนิงเยี่ยนตรงเข้าไปหาทหารที่เหลืออยู่เพียงยี่สิบกว่าคน เธอก้าวเท้าออกไปอย่างมาดมั่น
ลู่หานจางที่อยู่บนต้นไม้เกือบควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่ได้ อยากจะะโลงไปเอาผู้หญิงคนนั้นมาฟาดแรง ๆ สักที
“ที่แท้ก็ผู้หญิง นึกว่าผีสางนางไม้ที่ไหน ปล้ำเลย!”
“สารเลว ตายซะเถอะ”
“.....”
หนิงเยี่ยนยังคงยืนอยู่ที่เดิม มองคนที่พุ่งมาพร้อมกับแววตาเห็นใจ ไอ้เ้าคนพวกนี้มันไม่เข้าใจคำว่า ‘ศึกไม่หน่ายเล่ห์’ หรือไงกัน?
เธอกล้าลุกขึ้นมายืนขนาดนี้ ก็แสดงว่าเธอต้องมีของที่พึ่งพาได้สิ ทหารยุคนี้มันซื่อบื้อขนาดนี้เลยหรือไง? มองดูคนที่ตะบึงเข้าไปโดยไม่หันกลับมามองแบบนั้น หนิงเยี่ยนก็เข้าใจทันทีว่า ทำไมคนถึงพูดกันว่า ‘ทหารนับหมื่นพันหาได้ง่าย, ขุนพลหนึ่งเดียวหายากยิ่ง’ หากมีขุนพลยืนอยู่ที่นี่ คงไม่มีทางให้คนกลุ่มใหญ่วิ่งเข้ามาอย่างประมาทเช่นนี้
เมื่อคนเ่าั้เข้ามาประชิดตัว หนิงเยี่ยนจึงเอื้อมมือไปหยิบปูนขาวโรยออกไป ปูนขาวจริง ๆ ก็ไม่ได้น่ากลัวตรงไหน แต่หนิงเยี่ยนดันผสมผงพริกจูอวี๋เข้าไปด้วย
ถึงจูอวี๋จะเผ็ดร้อนไม่สู้พริก แต่ยังไงก็ต้องมีผลกระทบบางอย่าง เธออาศัยจังหวะที่คนเ่าั้หลับตา หนิงเยี่ยนจึงเอาเข็มอาบยาชาฉีดเข้าไปที่คอของคนที่กำลังทรมานกับผงปูนขาวจนจะตายแหล่ไม่ตายแหล่
เหตุการณ์กลับมาสงบสุขอีกครั้ง
หนิงเยี่ยนปัดมือ เดินไปหยุดอยู่ข้างหัวหน้าหน่วย หยิบหนังหมาป่าที่หัวหน้าหยิบไปจากบ้านของเธอออกมา วางไว้ที่มือจับ ๆ คลำ ๆ มันอยู่ครู่หนึ่งแล้วโยนลงพื้น
หนังหมาป่าถึงแม้จะมีราคาแต่....เอากลับไปบ้านก็จะมีคนสนใจอีก แบบนั้นคงยุ่งยากเป็บ้า และอีกอย่างข้างหน้านี้ก็มีแหล่งเงินแหล่งทองใครจะ้าหนังหมาป่ากัน....
งั้นปล้นเลยดีไหม? เอาสิใครกลัวกัน!
เธอนั่งยองลงกับพื้น เก็บเอาทรัพย์สินเงินทองจากตัวของคนพวกนี้ออกมาจนหมด ทหาร 100 นายก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่เอาของ 100 คนมารวมกันก็ไม่น้อยเลยทีเดียว หนิงเยี่ยนดูของที่ได้ติดไม้ติดมือกลับไปก็พอใจมาก เธอจัดการเก็บสถานที่เกิดเหตุ เก็บเข็มยาที่เธอยิงกลับคืน แล้วเดินลงจากูเาไปอย่างสบายใจ
.................