จ้าวห่าวหลินมองไปทางหลี่เจี่ยหลิง ภาพของนางซ้อนทับกับแม่ไก่ตัวเมียที่กำลังกางปีกกว้างเตรียมพุ่งเข้าไปจิกคนเพื่อปกป้องลูกเจี๊ยบที่อยู่ด้านหลัง
ความไม่เข้าใจปรากฏขึ้นมาในในความคิดของเขาในความไม่เข้าใจกลับมีความรู้สึกซาบซึ้งและอบอุ่นสายหนึ่งปรากฏเข้ามาด้วยเช่นกัน
ทั้งสองมาถึงที่นี่ั้แ่เช้าตรู่แล้วเพียงแต่ไม่ได้แสดงตัวออกมาเพราะหลี่เจี่ยหลิงอยากรู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้าน้าจะจัดการเื่นี้อย่างไรแต่พอหลี่เจี่ยหลิงกับชุนเชียงได้ยินคำพูดว่าร้ายจ้าวห่าวหลินจากปากพวกชาวบ้านพวกนางก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
จ้าวห่าวหลินไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะมีคนที่โกรธแทนเขามากเสียยิ่งกว่าตัวเองอีกเช่นนี้มาก่อน
ภาพความทรงจำเดิมย้อนกลับมาอีกครั้งผู้คนมากมายชี้หน้าด่าเขาทั้งที่ไม่รู้จักเขาและไม่เคยรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นจริงๆ ไม่มีใครสนใจความจริงพวกเขาเพียงแค่เชื่อในสิ่งที่พวกเขาอยากจะเชื่อ
และเพื่อปกป้องชื่อเสียงตระกูลแม้แต่ครอบครัวของเขาก็ยังหันหลังให้ผลักไสขับไล่เขาจากมาก็เหมือนกับที่ปู่ของเฉินหยางเลือกที่จะขับไล่เฉินหยางเพื่อรักษาตระกูล
ทุกคนต่างก็เห็นแก่ตัว....เขาคิดเช่นนั้นเสมอ
ความจริงในโลกใบนี้มีผู้ชายเลวทรามอีกมากมายอย่างเช่นพวกเฉินหยางก็ไม่ใช่คนดีอะไรวันวันเดินลอยชายไปมาดื่มกินเที่ยวอย่างสนุกสนานมีใครชี้หน้าต่อว่าพวกเขาหรือ
ตาเฒ่าชราที่ชอบซื้อเด็กสาววัยปักปิ่นมาเป็เมียตัวเองทั้งให้พวกนางปรนเปรอความใคร่ ทำงานหนักและทุบตีด่าทอยามอารมณ์เสียมีใครเคยชี้หน้าต่อว่าเขาอย่างนั้นหรือไม่
ล้วนไม่มี....
ทำไมนะเหรอก็เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เป็เื่ชินตาจากความเคยชินก็กลายเป็เื่ปกติที่เห็นได้บ่อยพวกเด็กหนุ่มที่ยังไม่โตกินดื่มเที่ยวเตร่เป็เื่ธรรมดาตาเฒ่าปล่าวเปลี่ยวเมียตายจะมีเมียเด็กก็เป็เื่ธรรมดาสามีทุบตีภรรยาก็เป็เื่ธรรมดา
หากเขาไม่เคยไปยังโลกอนาคตที่ทุกคนเท่าเทียมกันเขาก็คงมีความคิดเช่นนี้เหมือนกันสำหรับโลกนี้ที่ผู้ชายเป็ใหญ่ไม่ว่าผู้ชายทำอะไรก็ล้วนเป็เื่ธรรมดาไม่มีถูกผิดชัดเจนแต่หากเป็ผู้หญิงลองเดินออกไปเที่ยวเตร่เหมือนพวกเฉินหยางดูสิว่าโลกนี้จะชี้นิ้วด่าพวกนางเช่นไร
ความโหดร้ายเหล่านี้ล้วนเกิดจากกับดักทางความคิดของผู้คน
ทุกคนเคยชินกับเื่ราวเหล่านี้จึงมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ผิดแต่หากเป็เื่ที่แปลกออกไป พวกเขาจะไม่ยอมรับและตัดสินตามใจของตัวเอง
อย่างเช่นเื่ของเขากับหลี่เจี่ยหลิง
หากมองตามมุมมองโลกอนาคตก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่สนใจผู้ชายอีกคนจนรุกเข้าไปจีบก่อนหากตกลงกันได้ทั้งสองก็คบหากันแต่งงานกัน ก็แค่ความรักหนุ่มสาวเื่หนึ่ง
แต่สำหรับที่นี่โลกที่ผู้ชายเป็ใหญ่ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะสูงต่ำล่ำเตี้ย หากถูกใจหญิงสาวบ้านไหนก็แค่ให้แม่สื่อไปทาบทามหากพ่อแม่ฝ่ายหญิงยินยอม แม้หญิงผู้นั้นไม่ยินยอมก็ต้องแต่งงานอย่างไม่มีทางเลือกไม่ว่าจะเป็ภรรยาเอกหรืออนุล้วนแต่ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ทั้งสิ้น
แต่การที่ผู้หญิงอย่างหลี่เจี่ยหลิงเลือกสามีด้วยตัวเองพวกเขามองว่าผิดธรรมเนียม ถึงอย่างนั้นหลี่เจี่ยหลิงก็มีอำนาจมากจนพวกเขาไม่กล้าพูดต่อหน้านางจึงได้แต่โยนความผิดลงบนตัวเขา
เพราะเขาเข้าใจเื่ราวเหล่านี้จึงได้ปล่อยวางหากมือสะอาดก็ไม่จำเป็ต้องล้าง[1] เขาจึงไม่สนใจพวกชาวบ้านจะคิดอย่างไง
แต่สิ่งที่เขาไม่อาจคาดเดาได้เลยคือ...หลี่เจี่ยหลิง
ไม่คิดเลยว่านางจะโกรธจนแทบคลั่งแสดงท่าทางฉุนเฉียวแข็งกร้าวแบบนี้หากพูดกันตามจริงพวกเขาทั้งสองแทบไม่รู้จักกันแม้แต่น้อย เพียงแค่มีผลประโยชน์ต่อกันจึงอยู่ด้วยกันไม่ใช่แม้แต่เป็คนรู้จักและยิ่งไม่ใช่สหายรู้ใจ เป็เพียงแค่สามีภรรยากันในนาม
จ้าวห่าวหลินมองท่าทางโกรธเกรี้ยวไม่พอใจของหญิงสาวจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าหญิงสาวแสนประหลาดคนนี้ก็น่ารักดีเหมือนกัน
ปึง...
เสียงโขกศรีษะอย่างรุนแรงเรียกสติจ้าวห่าวหลินกลับคืนมาเขามองไปยังชายคนหนึ่งในกลุ่มคนทำผิดเขาแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเจอคนเช่นนี้มาก่อน
ดวงตาของชายผู้นี้แดงก่ำอ้อนวอนแทบจะร้องไห้ใบหน้าแสดงออกถึงความสำนึกเสียใจด้วยใจจริง
“ข้าผิดไปแล้วสามีท่านหมอ ท่าน...พี่ชาย” เขากระแทกหัวกับพื้นอย่างแรงเือาบหน้าดูแล้วน่าสยองพอสมควร “หากพี่ชายอยากเอาคืนก็ทุบตีข้าเถอะตีข้าจนกว่าท่านจะพอใจ ข้าผิดไปแล้ว”
แว่วเสียงสะอื้นไห้ดังจากนอกศาลบรรพชนมองเห็นหญิงค่อนข้างมีอายุร่างซูบผอมผิวดำกร้านแดดกำลังเอามือหยาบกร้านปิดปากตัวเองร้องไห้สะอื้นตัวโยนมองมาทางนี้ด้วยแววตาปวดร้าวแทบขาดใจ
คงเป็แม่ของเ้านี่สินะ...
“สามีท่านหมอ?”แววตาหลี่เจี่ยหลิงมีประกายวูบ “เ้าไม่รู้แม้กระทั่งชื่อสามีข้าแต่กลับกระทืบเขาเกือบตาย”
“หึ!ท่านเขยข้าชื่อว่าห่าวหลิน” ชุนเชียงกอดอกยืดตัวท่าทางเอาเื่ไม่แพ้กัน
“พี่ห่าวหลินข้า...ข้าผิดไปแล้วขอรับ ได้โปรด...” เขาเม้มปากส่งสายตาอ้อนวอน“หากท่านให้โอกาสข้าอีกครั้ง อีกแค่ครั้งเดียวข้าจะกลับตัวกลับใจทำงานหาเงินเป็คนดีขอรับพี่ชาย ข้าขอร้องท่าน”
ปึง...
“ท่านพี่ห่าวหลินช่วยพวกข้าด้วยขอรับ”พวกที่เหลืออีกสามคนต่างพากันคุกเข่ากระแทกกับพื้นอย่างแรงและโขกหัวให้กับจ้าวห่าวหลินจนใบหน้าอาบเืเช่นกัน
“ท่านเขยระวังเ้าค่ะ”ชุนเชียงมายืนขวางด้านหน้าจ้าวห่าวหลินมองทั้งห้าคนอย่างไม่ยินยอม“หากขอโทษแล้วจบจะมีศาลาว่าการทำไม?”
นางเคยได้ยินคำนี้จากท่านอาจารย์และนางก็จำได้ดีนางเกลียดนักคนที่ชอบรังแกคนอ่อนแอและหวาดกลัวคนแข็งแกร่งหากว่าเมื่อวานหลี่เจี่ยหลิงไม่คะยั้นคะยอที่จะรีบเดินทางกลับหมู่บ้านท่านเขยจะเป็อย่างไรเ้าพวกชั่วนี่ทุบตีคนเกือบตายแต่กลับขอโทษแล้วคิดจะจบเื่อย่างนั้นหรือ หึ!คิดว่าสามีของหลิงเอ๋อร์รังแกง่ายมากสินะ
โบราณกล่าวไว้ไม่มีผิดตอนเด็กลักไก่จับสุนัขโตมาฆ่าคนจุดไฟเผา[2] หากไม่จับเข้าคุกให้หมด ต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะไปทำชั่วที่ไหนอีกเหอะ... พูดมาได้ว่าทำร้ายท่านเขยข้าเพื่อช่วยหมู่บ้าน ถุย!เ้าพวกหน้าไม่อาย พวกชั่วช้า
หลี่เจี่ยหลิงมองพวกเขานิ่งนางอยากรู้ว่าจ้าวห่าวหลินจะทำอย่างไรต่อไปกับเื่นี้
แต่ยิ่งได้เห็นท่าทางเฉยชากับการโขกหัวขอโทษของเขาก็ยิ่งสร้างความสงสัยแก่หลี่เจี่ยหลิงท่าทางของเขาราวกับเคยชินกับเื่พวกนี้ บางทีตัวตนของเขาอาจจะสูงกว่าที่คิด
จ้าวห่าวหลินรับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมาเขาหันไปสบสายตานั่นนิ่ง ทั้งสองคนสบประสานสายตากันและกันเงียบ ๆไม่สนใจพวกที่กำลังโขกศีรษะข้างล่างแม้แต่น้อย ไม่สนแม้กระทั่งเสียงร้องไห้สะอื้นของเหล่าครอบครัวพวกเขา
ทั้งสองเพียงแค่ยืนมองสบตากันและกันนิ่งแม้ว่าทั้งสองจะไม่เอ่ยคำพูดใดออกมาแต่ราวกับสื่อสารถึงกันและกันได้
จ้าวห่าวหลินไม่อยากให้เื่นี้ลุกลามใหญ่โตออกไปนอกหมู่บ้านเช่นเดียวกับท่าทางที่เพียงแค่้าข่มขู่ของหลี่เจี่ยหลิงเขารู้ว่านางเองก็ไม่ได้้าไปถึงศาลาว่าการเช่นกัน
เมื่อวานเขาเพิ่งไปเมืองฉางเพื่อติดต่อไปหาท่านลุงหลี่วางสัญลักษณ์มาจากหมู่บ้านให้อี้โยวหากเื่นี้ถึงศาลาว่าการก็มีสิทธิ์ที่ตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผย
ถึงตอนนั้นคนที่กำลังตามล่าก็จะได้กลิ่นแล้วตามมารอบตัวของเขาตอนนี้มีเพียงสองสาวไม่มีองครักษ์คอยคุ้มกัน ไม่คุ้มเสี่ยงนักอีกทั้งเขายัง้าให้หลี่เจี่ยหลิงรักษาพิษในร่างให้หากนางตายเพราะคุ้มกันเขาก็ยิ่งไม่คุ้มเสี่ยงยิ่งไปกว่าเดิม
ไม่ว่าอย่างไรเื่ต้องจบที่นี่เท่านั้น
ในเมื่อทุกอย่างจะต้องเป็นี้ก็คงต้องแสดงละครต่อจากหลี่เจี่ยหลิงสร้างหนี้น้ำใจกับชาวบ้านเสียหน่อยย่อมเป็เื่ดี
จ้าวห่าวหลินปรับเปลี่ยนท่าทีแสร้งมีสีหน้าเห็นอกเห็นใจและสงสารทั้งสี่คนเบื้องหน้าแววตาของชายหนุ่มยามนี้ทอประกายเมตาเปี่ยมล้นดังบิดามองลูกชายตน
จ้าวห่าวหลินพยายามก้าวเดินไปหาหลี่เจี่ยหลิงอย่างยากลำบากจนผู้คนนิ่งเงียบมองเขาราวกับโดนมนต์สะกดอยากรู้ว่าชายหนุ่มคิดจะทำสิ่งใดแม้แต่ทั้งสี่คนที่กำลังเตรียมโขกหัวก็หยุดมองมาทางเขาเช่นกัน
“ฮูหยิน”เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าทำให้ผู้คนได้ฟังก็รู้สึกสงสารยิ่งนัก“เ้าร่ำเรียนแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้คน ชาวบ้านไร้ความผิดเ้าจะทรยศต่อคำสอนอาจารย์ มองดูพวกเขาทรมานกับความเจ็บป่วยได้หรือ”
“หึ!พวกเขาไม่ผิดอย่างนั้นหรือ พวกเขาต่างช่วยกันใส่ร้ายเ้านินทาว่าร้ายเ้าเสียสนุกปากตอนนี้กลับมาทำหน้าสำนึกผิดก็คิดว่าข้าจะปล่อยไปอย่างนั้นหรือ”หลี่เจี่ยหลิงหลับตาก่อนจะพูดต่อ “ข้าเป็คนพาเ้ากลับมาที่นี่ เ้าเป็คนของข้าข้าจะยอมให้เ้าโดนรังแกเช่นนี้ได้อย่างไร หรือว่าเ้าไม่โกรธ”
แววตาที่มองมาของหลี่เจี่ยหลิงทำให้จ้าวห่าวหลินสับสนเพราะมันไม่ได้เหมือนกำลังเสแสร้งเลยแม้แต่น้อยแต่เป็ความสงสารเห็นใจและรู้สึกผิดที่ออกมาจากใจจริง
นางกำลังสงสารข้า....จริงๆ เหรอ?
หากเป็เมื่อก่อนหากใครกล้ามาส่งสายตาสงสารเห็นใจเขาเช่นนี้เขาจะสั่งโบยคนนั้นเสีย เขารู้สึกว่าการที่คนพวกนั้นทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะสงสารเห็นใจแต่้าดูถูกเขาเหยียดหยามเขาที่ถูกทอดทิ้งมาอยู่ที่ห่างไกลความเจริญแห่งนี้
แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อเขาเห็นสายตาคู่นี้ของหลี่เจี่ยหลิงเขาไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อก่อนแต่ภายในใจของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นรู้สึกดี อยากจ้องมองแววตาคู่นี้ไปนานๆ
จ้าวห่าวหลินกระแอมดึงสติกลับมา“ข้าย่อมโกรธ แม้ว่าเ้าจะเลือกข้า แต่ข้าเองก็เลือกเ้าข้าเชื่อในตัวเ้าจึงติดตามมาที่นี่ เหตุใดข้าจะต้องฟังคำคนอื่นด้วยมีแค่เ้ากับข้าไม่พอหรือ”
คำพูดนิ่งๆ แต่บาดลึกใจชาวบ้านพวกเขาแทบสะอึกนี่ไม่เท่ากับด่าว่าพวกเขาเป็สุนัขที่เห่าไปเรื่อยไร้สาระไม่ควรค่าแก่การสนใจหรอกหรือ
สามีท่านหมอผู้นี้ปากร้ายไม่เบา
“ฟังข้าทำสิ่งใดไว้ย่อมได้รับผลที่ตามมาชาวบ้านเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายข้าแต่เ้าบอกว่าต่อแต่นี้เ้าจะไม่รักษาพวกเขาอีกหากพวกเขาป่วยไข้ นั่นไม่เท่ากับเ้าไล่ให้พวกเขาไปตายหรอกหรือเ้าทนเห็นพวกเขาตายไปโดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยได้จริงหรือ?”
เฉินเหลียงที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ตลอดพยักหน้าแ่เบาไม่กล้าเอ่ยปากพูดเขาเองก็เข้าใจความโกรธของหลี่เจี่ยหลิง แต่ถึงอย่างนั้นหากเสี่ยวหลินและท่านหมอจากไปเช่นนี้ไม่ค่อยดีสักเท่าไร
อีกทั้งหากชาวบ้านเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาก็คงต้องเข้าเมืองไปทั้งระยะทางไกลและค่าหมอก็สูง อีกทั้งประตูเมืองยังปิดตามเวลาหากเกิดเื่เช่นเสี่ยวหลินขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร
แค่เพียงเื่เมื่อวานเขาก็ใแทบตายอยู่แล้ว
เฉินจิ่งถอนหายใจอย่างโล่งอกอย่างน้อยก็ดูเหมือนท่านหมอยอมรับฟังแล้วเขาจึงได้โอกาสเอ่ยขึ้นมา “ข้ารู้ว่าพวกชาวบ้านทำไม่ถูก ข้าในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านดูแลจัดการเื่นี้ไม่ดีเองข้าขอโทษเ้าและสามีแทนชาวบ้าน หวังว่าเ้าจะลดความโกรธเคืองลง”
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านผู้เป็ใหญ่ยอมก้มหัวขอโทษผู้าุโทั้งหลายก็ก้มหัวขอโทษตามชาวบ้านต่างพากันสำนึกผิดยิ่งกว่าเดิมคุกเข่าลงขอโทษพวกหลี่เจี่ยหลิงเช่นกัน
อีกสี่คนที่ทำผิดโขกหัวพร้อมกันอย่างแรง“พวกข้าผิดไปแล้ว ท่านหมอ พี่ห่าวหลินโปรดอภัย”
ตลอดั้แ่ต้นจนจบหลี่เจี่ยหลิงไม่ละสายตาจากจ้าวห่าวหลินแม้แต่เสี้ยวลมหายใจ“หากเ้าไม่โกรธข้าจะทำอันใดได้ ทุกอย่างล้วนฟังเ้า”
นางจับมือจ้าวห่าวหลินเดินหลบไปอยู่ด้านหลังชายหนุ่มแสดงตัวเป็ภรรยาตัวน้อยที่เชื่อฟังสามีคิ้วของเฉินจิ่งกระตุก นี่ยังใช่ท่านหมอที่ยืนเท้าเอวด่าพวกเขาไม่สนฟ้าดินอยู่หรือ
เอาเถอะ...อย่างน้อยเื่นี้ก็คลี่คลายลงได้เสียทีเหตุใดการพูดคุยกับท่านหมอถึงทำให้ข้าเครียดเสียยิ่งกว่าพบท่านใต้เท้านายอำเภอกันนะ
เฉินจิ่งกับผู้าุโมองจ้าวห่าวหลินด้วยแววตาสงสารและเห็นใจอย่างชัดเจนจนคิ้วชายหนุ่มกระตุก พวกเฒ่าพวกนี้มันน่าช่วยไหม?
“ห่าวหลิน”เฉินจิ่งมีหรือจะกล้าเรียกสามีท่านหมออีก
จ้าวห่าวหลินต้องแสดงท่าทางให้เกียรติผู้าุโจึงเอ่ยตอบกลับอย่างนอบน้อมดูรู้ความและมีมารยาท“ขอรับท่านหัวหน้าหมู่บ้าน”
เฉินจิ่งเพิ่งได้มองเ้าหนุ่มตรงหน้าเต็มตาทั้งหล่อเหลาสง่างามดูมีสง่าราศีไม่เหมือนชาวบ้าน อีกทั้งยังมีมารยาทพูดจากดีจิตใจเองก็ดีไม่น้อย เ้าพวกตาสุนัขเอาตาข้างไหนไปดูว่าเ้าหนุ่มนี่เป็คนเลวกัน
หึ! วันวันว่างงานจนสุมหัวกันพูดเื่ไม่เป็เื่สงสัยข้าจะต้องเข้มงวดกับชาวบ้านพวกนี้ให้มากขึ้นโดยเฉพาะพวกคนในตระกูลนับวันยิ่งไม่รู้ความมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เช่นนั้นเ้าคิดว่าอย่างไร?”ชายชราปรายตาไปยังสี่คนที่จะก้มหัวต่ำกดพื้นไม่กล้าเงยหน้าประมาณว่าเ้ายังจะพาพวกมันไปส่งศาลาว่าการอยู่อีกหรือไม่
“ในเมื่อพวกเขาล้วนแต่สำนึกผิดแล้วข้าก็ไม่ติดใจเอาความอย่างที่ท่านพูดอย่างไรก็คนในหมู่บ้านเดียวกัน ก้มหน้าไม่เจอเงยหน้าก็เจออยู่ดีข้าไม่ติดใจเอาความ แต่เพื่อคลายโทสะภรรยาข้าก็ให้พวกเขาจ่ายมาคนละหนึ่งตำลึงก็พอ”
จ้าวห่าวหลินครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ“ในเมื่อพวกเ้าบอกว่าจะกลับตัวเป็คนดี เช่นนั้นเงินหนึ่งตำลึงนี้พวกเ้าก็หามาคืนข้าด้วยตัวเองละ ข้าถึงจะรับรู้ถึงความสำนึกจากใจจริงของพวกเ้า”
เหล่าครอบครัวพวกเขาแทบเข่าทรุดด้วยความดีใจทุกคนต่างพากันหันไปมองหลี่เจี่ยหลิงอย่างพร้อมเพรียงกันเห็นเพียงนางมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ไม่ได้เอ่ยขัดคำพูดของจ้าวห่าวหลินก็พากันดีใจยิ่งกว่าเดิม
ดูเหมือนว่าท่านหมอจะให้ความสำคัญกับสามีไม่น้อยดูเหมือนพวกเขาจะไม่อาจดูเบาสามีท่านหมอผู้นี้ได้เสียแล้ว
ดูท่าทางเชื่อฟังและรักใคร่กันและกันของทั้งสองพวกเขาก็ลอบสาปแช่งเ้าหยางคนปากไม่มีหูรูดในใจมองก็รู้แล้วว่าเ้าหยางอิจฉาห่าวหลินจึงได้ปล่อยข่าวลือใส่ร้ายหวังให้ชื่อเสียงของห่าวหลินเสียหาย
เฉินจิ่งแย้มยิ้มพยักหน้ามองทั้งห้าคนโดยเฉพาะเฉินหยาง“พวกเ้าได้ยินหรือไม่ ยังไม่รีบขอบใจพี่ห่าวหลินอีก”
“ขอบใจพี่ห่าวหลิน”ทั้งสี่ประสานเสียงดังหนักแน่นพร้อมกัน
“เฉินหยาง!”เฉินชวนมองหลานชายตัวเองดุ
เฉินหยางเคี้ยวฟันรู้สึกไม่ค่อยยินยอมทำไมเขาจะต้องขอโทษเ้าคนไร้ยางอายนี่ด้วย
“ไม่ต้อง”หลี่เจี่ยหลิงแย้มยิ้มหวาน “ทั้งสี่คนนี่สำนึกผิดและสามีข้าก็ไม่ติดใจเอาความข้าก็ไม่ขอยุ่งแล้วกัน แต่เฉินหยางข้าคิดว่าชุนเชียงมีเื่จะพูดคุยกับเ้า” นางหันไปหาเฉินจิ่งเป็เชิงบังคับ“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านคงไม่ว่า”
มุมปากของเฉินจิ่งกระตุกมองชุนเชียงที่เดินเข้าไปลากเฉินหยางออกจากศาลบรรพชนไม่นานก็เหาะหายตัวไปจะพูดอะไรได้อีกกันเล่า
“เช่นนั้นท่านหมอจะอยู่ที่หมู่บ้านนี้อีกหรือไม่?”นี่ต่างหากสิ่งที่ชาวบ้านทั้งหลายอยากจะรู้
“สามีข้าล้วนฟังเ้า”
คิ้วจ้าวห่าวหลินกระตุกแทนมองใบหน้าชราของเฉินจิ่งก่อนจะยิ้มสุภาพ“ไม่ใช่ว่าข้าต้องรอเงินจากพวกเขาก่อนหรือ?”
“ล้วนตามใจท่าน”
ไม่มีใครทราบว่าชุนเชียง‘พา’ เฉินหยางไปสั่งสอนสองต่อสองกันที่ไหน แต่ก็ไม่มีใครสนใจด้วยเช่นกันพวกเขาต่างพากันพูดถึงห่าวหลินสามีของท่านหมอ ทั้งสง่างามและจิตใจดีดูเหมือนคุณชายในเมืองบางทีอาจจะเป็คุณชายตระกูลไหนสักตระกูลที่ท่านหมอไปสู่ขอมาก็เป็ได้
มีสาวน้อยหลายคนที่หลงใหลในหน้าตาของท่านห่าวหลินเข้าให้แล้วเช่นกันต่างพากันอิจฉาที่ท่านหมอมีสามีที่ดีเพียงนั้นพวกนางเองก็อยากมีสามีที่ทั้งหล่อเหลาและอบอุ่นเหมือนกัน
เฉินเหลียงช่วยหลี่เจี่ยหลิงยกเปลหามมาส่งจ้าวห่าวหลินที่ห้องนอนอาการของชายหนุ่มยังไม่ดีนักแต่ต้องออกไปตากลมและยืนนาน ๆ ทำให้รู้สึกเ็ปตัว
หลี่เจี่ยหลิงจึง้านวดคลายเส้นให้เขาเฉินเหลียงไม่อยากเป็ก้างรีบออกไปทันทีหลังจากส่งคนเสร็จ
เมื่ออยู่กันตามลำพังสองคนจ้าวห่าวหลินก็ลุกขึ้นมานั่งที่ขอบเตียงเตามองหลี่เจี่ยหลิงเตรียมพวกน้ำมันนวดตัวออกมา
“เ้ามีอะไรจะพูดกับข้าก็พูดออกมาตรง ๆ ข้าจะตอบเ้า” เมื่ออยู่กันตามลำพังนางไม่ได้เรียกเขาว่าสามีและไม่ได้พูดจากเสียงหวานเช่นเดิมอีกแล้ว จ้าวห่าวหลินรู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อย
“เ้าไม่รู้จักข้าแล้วทำไมเ้าถึงได้เชื่อใจข้า”
หลี่เจี่ยหลิงยังคงคว้านหาน้ำมันนวดไม่ได้หันมามองชายหนุ่ม“เพราะว่าเ้าเป็สามีข้า”
“เ้าไม่กลัวว่าข้าจะหลอกเ้าหรอกหรือ?”
หลี่เจี่ยหลิงหยิบขวดหนึ่งขึ้นมาและเก็บขวดอื่นกลับไปหันกลับมามองจ้าวห่าวหลินด้วยแววตาขบขัน “เ้าคิดว่าข้าโง่นักหรือไง?...ข้ารู้ว่าเ้ายังอยู่ที่นี่ก็เพราะมีเหตุผลบางอย่างและที่สำคัญคือเ้าถูกใจฝีมือการรักษาของข้า หรือว่าข้าคิดผิด”
จ้าวห่าวหลินยิ้มการพูดกับคนฉลาดเหมือนกันก็ง่ายแบบนี้แหละ เสียอย่างเดียวคนฉลาดนั่นหลอกยากไปหน่อย
“ข้าจะไม่แสร้งทำเป็ว่าไม่อยากรู้ว่าเ้าเป็ใครมาจากไหนทำไมถึงได้โดนตามล่าเช่นนั้น” นางเว้น่ครู่หนึ่ง“เ้าไม่ใช่คนที่จะบังคับให้พูดได้ เพราะแบบนั้นข้าจึงรอ รอเ้าบอกข้าเอง”
จ้าวห่าวหลินมองหน้าหลี่เจี่ยหลิงนิ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหานางจนระยะห่างของทั้งสองไม่มากนักสายตาสบสายตาค้นหาซึ่งกันและกัน ชายหนุ่มกระตุกยิ้มยั่วเย้า
“ข้านึกว่าที่เ้ายอมให้ข้าหลอกเพราะข้าหน้าตาดีจนทำให้เ้าหลงใหลเสียอีก ฮูหยิน”
หลี่เจี่ยหลิงมองจ้าวห่าวหลินนิ่งโน้มตัวไปหาชายหนุ่มเอื้อมมือโอบตัวเขา
หมับ....มือบางจับก้นของเขาเต็มไม้เต็มมือจนเขาสะดุ้งใมองหลี่เจี่ยหลิงอย่างไม่อยากเชื่อนิ้วเรียวบางของหลี่เจี่ยหลิงเขี่ยเปิดเสื้อเขาออกเผยให้เห็นไหปลาร้าของเขา
นางโน้มตัวไปกระซิบข้างหูที่แดงของชายหนุ่ม“รอหน่อย แผลเ้ายังไม่หายดี ตอนนี้...ยังทำเื่ในห้องกันไม่ได้”
----------------------------------
[1] มือสะอาดไม่จำเป็ต้องล้างสำนวนหมายถึง เมื่อตัวเราเองเป็ผู้บริสุทธิ์แม้จะไม่เอ่ยออกมาหรือป่าวประกาศบอกใคร แต่ก็มีหลักฐานที่บ่งบอกว่าเป็คนบริสุทธิ์
[2] ฆ่าคนจุดไฟเผา คือการกระทำที่รุนแรงไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา