ตอนที่1 เส้นทางที่ต้องเลือก
แสงแดดยามบ่ายคล้อย ของเดือนพฤษภาคมสาดส่องผ่านยอดต้นมะม่วงข้างบ้านไม้สองชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ในอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ลมเย็นจากหุบเขาพัดเอาความร้อนของฤดูร้อนให้คลายลงไปบ้าง เสียงนกกระจอกจิ๊บจับดังมาจากชายคา ขณะที่บรรยากาศรอบตัวดำเนินไปอย่างเงียบสงบตามวิถีชีวิตชนบทใน่ปิดเทอมใหญ่ปี พ.ศ. 2543
บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ถุนบ้านอันร่มรื่น เด็กชายริว—ณัฐภัทร วัยสิบขวบในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นกำลังขยับเปลี่ยนท่าทางอย่างสบายอารมณ์
เสียงฝีเท้าเดินลงส้นหนักๆ ของน้าหลินดังมาจากบนเรือนไม้ชั้นสอง ก่อนที่ร่างของหญิงวัย 35 ปีในชุดผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าจะเดินลงบันไดบ้านมา ในมือของเธอถือตะกร้าหวายสำหรับใส่ของป่าใบเก่งติดมือมาด้วย
ไอหมอกจางๆ ยามเช้ายังคงหลงเหลืออยู่ตามร่องเขาที่สลับซับซ้อนของอำเภอสะเมิง เสียงไก่ป่าขันแว่วมาแต่ไกลสลับกับเสียงนกที่เริ่มออกหากิน สองร่างที่แตกต่างด้วยวัยเดินลัดเลาะผ่านสวนลำไยท้ายหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่ชายป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด
ริวในชุดเสื้อยืดตราห่านคู่สีขาวที่เริ่มเหลืองตามกาลเวลาและกางเกงขาสั้นสีกากี เดินก้าวฉับๆ ตามหลังน้าหลินอย่างกระตือรือร้น
ในมือน้อยๆ ถือไม้ไผ่เหลาแหลมที่น้าหลินทำให้เป็พิเศษไว้สำหรับเขี่ยใบไม้แห้ง สำหรับหาเห็ดเผาะที่มักซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน
“น้าหลินครับ วันนี้เราจะไปลึกถึงห้วยเย็นเลยไหมครับ?” ริวถามเสียงใส พลันใช้ไม้ในมือเขี่ยกองใบเต็งรังแห้งข้างทาง
น้าหลินหันมามองหลานชายพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู เธอสะพายตะกร้าหวายใบเขื่องไว้บนหลัง สวมงอบใบลานเพื่อกันกิ่งไม้ระใบหน้า
“ถ้าอยากได้เห็ดไข่เหลืองหรือเห็ดโคนดีๆ ก็ต้องไปให้ถึงแถวร่องน้ำนั่นแหละริว แต่ทางมันจะรกหน่อยนะ ไหวไหมเรา?”
“ไหวครับน้า! ผมอยากกินแกงเห็ดใส่ใบแมงลักฝีมือน้าหลินที่สุดเลย” เด็กชายตอบอย่างมั่นใจ
ความฉลาดไหวพริบของเขาทำให้เขารู้จักสังเกตลักษณะของดินและต้นไม้รอบตัวตามที่น้าสาวเคยสอนไว้
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่าที่หนาทึบขึ้นเรื่อยๆ เสียงใบไม้แห้งดังกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า
แสงแดดพยายามสาดส่องผ่านเรือนยอดไม้สูงลงมาเป็ลำแสงสีทอง กระทบกับหยดน้ำค้างที่ยังเกาะอยู่บนยอดหญ้า บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงธรรมชาติที่ขับขานอย่างลงตัว ริวสังเกตเห็นรอยแตกเล็กๆ บนผิวดินที่ปกคลุมด้วยเศษไม้ เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วใช้ไม้ไผ่ค่อยๆ สะกิดดินออกเบาๆ
“น้าหลิน ดูนี่สิครับ! เห็ดเผาะกลุ่มใหญ่เลย!” ริวร้องเรียกอย่างดีใจ น้าหลินรีบเดินเข้ามาดูแล้วช่วยกันขุดเห็ดกลมๆ สีน้ำตาลเข้มออกจากดินทีละลูก
“ตาไวเหมือนเดิมเลยนะริว ลูกสวยๆ ทั้งนั้นเลย” น้าหลินชมพลันหยิบเห็ดใส่ตะกร้า
ยิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นดินชื้นและกลิ่นสาบป่าอ่อนๆ เริ่มเข้มข้นขึ้น ริวรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แปลกประหลาดบางอย่างที่แผ่ออกมาจากต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ถัดไปไม่ไกล แต่น้าหลินดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็น เธอพาเขาเดินลัดเลาะข้ามลำธารเล็กๆ ที่น้ำใสจนเห็นตัวปลาซิวว่ายวนไปมา
ทั้งสองใช้เวลากว่าครึ่งค่อนวันเก็บทั้งยอดตำลึงป่า พริกพราน และเห็ดนานาชนิดจนเกือบเต็มตะกร้า ความเหนื่อยล้าเริ่มปรากฏบนใบหน้าของเด็กชาย แต่ความสุขจากการได้อยู่กับธรรมชาติและน้าสาวที่เขารักกลับมีมากกว่า
“พักตรงโขดหินข้างหน้าก่อนเถอะริว เดี๋ยวกินข้าวนึ่งที่ห่อมา แล้วค่อยเดินกลับบ้านกัน” น้าหลินเอ่ยพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก
ริวพยักหน้าแล้วนั่งลงบนโขดหินใหญ่ใกล้ร่องน้ำ เขามองดูป่าที่เขียวขจีรอบตัว ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของเด็กชายที่ฉลาดเกินวัย เขารู้สึกว่าป่าแห่งนี้มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ความลับที่ดูเหมือนจะรอคอยเวลาที่เหมาะสมในการเปิดเผยออกมา
แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เขามีเพียงความสงบสุขและมื้ออาหารที่แสนอร่อยรออยู่ตรงหน้า ริวแกะห่อข้าวเหนียวกับไก่ทอดหอมฉุยขึ้นมาแบ่งกับน้าหลิน ท่ามกลางเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ป่าที่ดูเหมือนจะส่งเสียงกระซิบคำสัญญาบางอย่างถึงอนาคตที่กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
หลังจากห่อข้าวเหนียวไก่ทอดถูกจัดการจนเกลี้ยง พร้อมกับน้ำดื่มในกระติกใบเล็กที่พกติดตัวมา ความอิ่มและรสชาติอันเรียบง่าย ทว่าแสนอร่อยกลางป่าลึกก็ช่วยเติมพลังงานให้เด็กชายวัยสิบขวบได้อย่างเต็มที่ ริวบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดก่อนจะช่วยน้าหลินเก็บรวบรวมเศษใบตองและพลาสติกที่ห่ออาหารมาใส่ยัดกลับลงไปในย่ามใบเก่งเพื่อไม่ให้ทิ้งขยะเอาไว้ในป่า ตามคำสั่งสอนของน้าสาวที่ย้ำนักย้ำหนาเสมอ
น้าหลินขยับสายขัดตะกร้าหวายบนแผ่นหลัง พลางลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งบิดี้เีเพื่อไล่ความเมื่อยจากการก้มๆ เงยๆ เก็บเห็ดมาค่อนวัน เธอมองดูปริมาณของป่าในตะกร้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“เอาล่ะริว ได้เวลากลับบ้านกันแล้วล่ะลูก ขืนอยู่ช้ากว่านี้แดดจะร่มฝนจะตกเอาเสียก่อน ทางขากลับข้ามร่องเขาจะเดินลำบากเอา” หญิงสาววัยสามสิบห้าเอ่ยขึ้นพลางปรับงอใบลานบนศีรษะให้เข้าที่
“วันนี้เราได้ทั้งเห็ดเผาะลูกเป่งๆ และเห็ดไข่เหลืองเพียบเลย เดี๋ยวกลับไปถึงบ้าน น้าจะแบ่งเห็ดส่วนหนึ่งทยอยล้างทำความสะอาดต้มน้ำเกลือแช่เย็นไว้ คัดเอาตัวสวยๆ แยกไว้ต่างหาก เอาไว้พาริวไปนั่งขายที่ตลาดนัดวันเสาร์นี้หาเงินค่าขนมให้เรา ส่วนที่เหลือเย็นนี้เจียวกระเทียมหอมๆ ทำแกงเห็ดใส่ยอดชะอม แล้วก็ใบแมงลักร้อนๆ ซดให้คล่องคอไปเลย”
“ฟังดูน่าอร่อยจังครับน้าหลิน! งั้นวันเสาร์นี้ผมจะช่วยน้าหลินเรียกลูกค้ามาซื้อเห็ดเอง รับรองขายหมดเกลี้ยงั้แ่วันแรกแน่ๆ”
ริวพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน แววตาฉายความฉลาดแกมโกงเล็กๆ ตามประสาเด็กฉลาดมีไหวพริบ เขากระชับไม้ไผ่ที่เหลาจนแหลมในมือขวา แล้วก้าวเท้าเดินนำหน้าน้าสาวออกไปตามเส้นทางเดิมที่พวกเขาทิ้งรอยเหยียบย่ำไว้เมื่อ่สาย
ขากลับดำเนินไปพร้อมกับการสนทนาที่สนุกสนานเคล้าเสียงหัวเราะ น้าหลินเล่าเื่ราวในอดีตตอนที่เธอยังเป็เด็กเท่าริวให้ฟังว่าป่าแถบสะเมิงนี้เคยอุดมสมบูรณ์และกว้างใหญ่ขนาดไหน ก่อนที่จะมีการตัดถนนและมีผู้คนย้ายเข้ามาอยู่มากขึ้น เด็กชายฟังอย่างตั้งใจ สมองเล็กๆ ของเขาบันทึกข้อมูลทุกอย่างที่ได้ยินพร้อมกับสอดส่องสายตามองนกชมไม้ไปเรื่อยๆ ตามประสาเด็กชาย
ทว่า หลังจากที่ทั้งคู่เดินลัดเลาะตัดผ่านพุ่มไม้หนาและก้าวข้ามลำธารสายเดิมลึกกลับมาได้ประมาณหนึ่งกิโลเมตร บรรยากาศรอบตัวที่เคยมีเสียงนกร้องเซ็งแซ่กลับเริ่มเงียบสงัดลงอย่างผิดปกติ ลมป่าที่เคยพัดเอื่อยๆ กลับนิ่งสนิท มีเพียงความชื้นอับของผืนดินที่ลอยเด่นขึ้นมาในอากาศ
สายตาที่เฉียบคมและช่างสังเกตของริวสะดุดกึกลงที่พื้นดินโคลนปนทรายริมตลิ่งแถบชายป่าละเมาะเบื้องหน้า
มันไม่ใช่พื้นดินที่ราบเรียบธรรมดา แต่มันปรากฏรอยยุบลึกเป็วงกลมขนาดใหญ่โตกว่าจานข้าวหลายเท่า ตัวรอยขุดลึกลงไปในเนื้อดินจนเห็นเนื้อดินเหลวชั้นล่าง
น้ำป่าใสๆ ค่อยๆ ไหลซึมเข้ามาเอ่อขังอยู่ภายในหลุมนั้นอย่างช้าๆ แสดงให้เห็นว่าเ้าของรอยเท้านี้เพิ่งจะเดินผ่านจุดนี้ไปได้ไม่นานนัก และเมื่อริวกวาดสายตามองไล่ตามแนวพุ่มไม้ที่หักพังเป็ทางยาวตรง ขนอ่อนบริเวณต้นคอของเด็กชายก็เริ่มลุกเกรียวขึ้นมาทันที
มีรอยเท้าขนาดใหญ่โตแบบเดียวกันนี้กระจายอยู่เต็มไปหมด ไม่ต่ำกว่าสามถึงสี่ขนาดที่แตกต่างกัน บางรอยเล็กหน่อยคลาดเคลื่อนกันไป บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าพวกมันไม่ได้มาเพียงตัวเดียว แต่เดินทางร่วมกันเป็โขลง
ริวขยับกายเข้าไปใกล้รอยเท้าเ่าั้อย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งโดยไม่ให้เนื้อตัวััโคลน ตาจับจ้องไปที่กิ่งไม้ไผ่ป่าและต้นกล้วยป่าในบริเวณใกล้เคียงที่ถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้นๆ รอยเคี้ยวกลืนยังทิ้งเศษใบไม้สีเขียวสดที่ยังไม่ทันแห้งเหี่ยวให้ตกลงสู่พื้นดิน