ในวันเดียวกันกับที่ลมวสันต์กำลังขะมักเขม้นกับการฝึกธนูนั้น เคียวปีศาจก็กำลังตั้งใจแล่เนื้อมอนสเตอร์ชนิดใหม่ที่เถ้าแก่ร้านได้มา
ต้องบอกเลยว่าการทำงานที่นี่นั้นมีประโยชน์มาก เพราะแม้แต่กับมอนที่ไม่อยู่ในแถบนี้ เขาก็ยังมีโอกาสได้ลองชำแหละศึกษา แถมพอได้ชำแหละมอนสเตอร์ชนิดใหม่ ๆ ก็จะได้รับค่าความแม่นยำเพิ่มมาด้วยตลอด
'ดังนั้น เ้าตัวนี้ก็มีจุดอ่อนอยู่ที่ท้องงั้นสินะ'
หลังจากการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มจดบันทึก
{ งูบึงหางโคลน
ถิ่นที่อยู่อาศัย : บึงในแถบป่าทึบ
พฤติกรรม : มักล่าลำพัง จะรวมตัวกันเฉพาะในฤดูผสมพันธุ์ (ห้ามล่าใน่นี้)
จุดอ่อน : ท้อง }
เคียวปีศาจมีนิสัยชอบจดบันทึกมาั้แ่เด็ก ๆ เขามีสมุดเล่มเล็ก ๆ พกติดตัวเสมอ แม้ว่าจะมีนาฬิกาโฮโลแกรมที่สามารถบันทึกเสียงและแปลงเป็ข้อความเก็บไว้ในคลาวด์อัตโนมัติได้ แต่เขาก็ยังรู้สึกอยากจดเองอยู่ดี
ตอนเข้ามาในเกมหลังจากพอมีเงินเก็บแล้ว สิ่งแรกที่ซื้อก็คือสมุด.. บางสิ่งที่คล้ายสมุดและแท่งถ่านสำหรับเอามาเหลาเป็ดินสอ เพื่อใช้จดบันทึกข้อมูลมอนสเตอร์ทุกตัวที่เขาเคยล่าหรือชำแหละลงไปในนั้น
'พอคิดถึงราคาของมันแล้ว ยังไงก็ต้องใช้ให้คุ้ม'
แผ่นกระดาษหรือสมุดต่อให้เป็ของเกรดต่ำก็มีราคามากพอที่จะทำให้แทบอยากหลั่งน้ำตา ชาวบ้านทั่วไปไม่นิยมใช้กันเท่าไหร่ คนที่ใช้ของพวกนี้จริง ๆ ก็คงมีแต่พวกสมาคมต่าง ๆ เอาไว้จดสูตรส่วนผสมเพื่อเก็บบันทึกไว้
"เถ้าแก่ครับ นอกจากที่ห้ามล่า่ผสมพันธุ์แล้วยังมีข้อควรระวังอะไรอีกไหมครับ?"
เคียวปีศาจไม่ได้ทำแค่ศึกษาจุดอ่อนจากกายวิภาคของมอนสเตอร์เท่านั้น แต่ยังศึกษาลึกไปถึงพฤติกรรมด้วย ทั้งหมดก็เพื่อที่จะได้วางแผนกลยุทธ์ในการต่อสู้อย่างมีประสิทธิภาพ
'ถึงพอไปอยู่กับพวกนั้น มันจะไม่ค่อยจำเป็ก็เถอะ'
การที่ลูกทีมมีความสามารถเป็บุญของหัวหน้า แต่การมีลูกทีมเป็ตัวประหลาดก็ทดสอบความสามารถกันมากทีเดียว
"มี ถ้าไม่อยากตายก็อย่าไปยุ่งกับไข่ของมัน"
เคียวปีศาจพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มลงจดข้อควรระวังเพิ่มเข้าไปในสมุด
"ถึงข้าจะพูดหลายครั้งแล้ว แต่เ้านี่ประหลาดดีนะ"
เขาเงยหน้าขึ้นจากสมุด
"ครับ?"
'ผมไม่อยากฟังคำพูดนี้จากคุณหรอกนะ'
หลังจากทำงานด้วยกันมานาน ผ่านบทสนทนามากมายทั้งจากที่คุยกัน หรือจากที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดกับลูกค้า เขาก็ได้รู้ว่าเถ้าแก่คนนี้เป็ถึงนักผจญภัยที่มีความสามารถสูงมากคนหนึ่ง
ถึงกระนั้นกลับไม่ยอมสอบเลื่อนขั้น ทำตัวเป็นักผจญภัยระดับกลางไปวัน ๆ บางครั้งบางคราวก็ออกไปล่ามอนเล่นแก้เบื่อเพื่อหาเนื้อมาขาย
"นิสัยอย่างกับพวกบ้าที่วัน ๆ พูดถึงแต่ทฤษฎีน่าเบื่ออะไรไม่รู้ทั้งวี่ทั้งวัน แต่ก็ยังทนทำงานแบบนี้อยู่ได้"
"งานแบบนี้มันทำไมเหรอครับ ?"
"งานที่ต้องจมอยู่กับกลิ่นคาวเืน่ะสิ พวกที่สารอาหารส่งไปถึงแค่บนสมองจนมือเท้าอ่อนแรงพวกนั้นน่ะ รังเกียจงานแบบนี้เสียยิ่งกว่าอะไร"
'อ่อ ปัญหาระหว่างสายสมองกับสายกำลังงั้นสินะ'
"อย่าว่าแต่พวกบ้านั่นเลย งานจัดการซากมอนแบบนี้ขนาดพวกนักผจญภัยบางกลุ่มยังทำท่าดูิ่"
เถ้าแก่ว่าพร้อมขมวดคิ้วมุ่นราวกับกำลังนึกถึงเื่น่าขัดใจบางอย่าง
"พื้นฐานผมเป็นักล่าครับ ตอนนี้ผมแค่กำลังทำในสิ่งที่จะทำให้การล่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น"
เขาตอบกลับอย่างจริงจัง
"รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะihอยครั้งครับ"
บทลงโทษการตายในเกมนี้โหดมาก ถ้าตายครั้งหนึ่งจะล็อกอินไม่ได้ไป 10 วัน
10 วันมีค่าขนาดไหน? นั่นคือระยะเวลา 1 เดือนในเกมเชียวนะ ขนาดพวกไม่มีสมองยังต้องตั้งสติก่อนออกล่าเลย และเพราะบทลงโทษแบบไม่ผ่อนปรนนั้น แม้ว่าระยะเวลาเข้าสู่ระบบรวม่ Close Beta จะผ่านมาครึ่งเดือนในโลกจริงแล้ว ก็ยังไม่มีรายงานผู้เล่นเสียชีวิตเลย.. ไม่นับไอ้คนที่โดนแบนจนกระตุ้นการประกาศทั่วโลกคนแรกนั่นน่ะนะ
เพราะแบบนั้นการจะล่าแต่ละครั้งก็ควรจะรอบคอบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"งั้นหรือ?"
เถ้าแก่พยักหน้ารับ
"เห็นเด็กรุ่นหลังจริงจังตั้งขนาดนี้ ผู้ใหญ่อย่างข้าจะทำตัวี้เีไปก็คงไม่ดี งั้นจะไปล่ามอนใหม่ ๆ แถวนี้มาให้แล้วกัน"
ว่าแล้วก็ตบไหล่เขาสองทีก็เดินหายไปหลังร้าน แน่นอนว่าแม้จะบอกว่าแค่เดิน แต่ก็เร็วจนแม้แต่เขายังไม่ทันได้เอ่ยรับคำใด ๆ
"เดี๋ยวครับ..."
เคียวปีศาจโดนทิ้งให้เฝ้าร้านขายเนื้อเพียงลำพังเป็ครั้งที่ N
ในวันถัดมา หลังจากการเข้าสู่ระบบ เขาก็ได้พบกับซากมอนสเตอร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน 2-3 ชนิด
"นี่คือ...?"
"พวกมอนกินพืชในป่าทางใต้ ปกติจะถนัดซ่อนตัวไม่ก็หนีมากกว่า แต่เนื้อมันอร่อยดี เอาเืออกให้แล้ว เ้าก็จัดการที่เหลือดู"
"...ครับ"
เคียวปีศาจพยักหน้า ก่อนจะใช้มีดปังตอที่ได้รับมาจากเ้าของร้านั้แ่วันแรก ๆ มาทำการชำแหละ
...ก็เล่มเดียวกับที่ใช้สู้นั่นแหละ ความคมของมันนี่อุปกรณ์ที่ระบบแจกให้ตอนเข้าเกมครั้งแรกเทียบกันไม่ติดเลย
ในตอนที่ใช้มีดเลาะหนังออกไปเรื่อย ๆ ก็จะได้พบกับส่วนที่เลาะง่ายและยากสลับกันไป นั่นก็คือส่วนหนึ่งที่เขาใช้คาดเดาจุดอ่อนของพวกมัน
หลังจากนั้นก็ผ่าเปิดเพื่อเอาอวัยวะภายในออก
ตรงนี้ต้องค่อย ๆ หาเนื้อส่วนที่ผ่าง่ายที่สุดให้เจอ แล้วก็ต้องคอยระวังไม่ให้ไปผ่าโดนอวัยวะข้างในจนแตกด้วย ไม่งั้นราคาเนื้อจะตก
พอเอาอวัยวะภายในออกจนหมดก็ตัดแยกส่วนโครงเนื้อแล้วค่อยเลาะกระดูกและตกแต่งเนื้อสำหรับวางขาย
เรียกได้ว่าหลังจากทำขั้นตอนทั้งหมดนี้เสร็จ เคียวปีศาจก็จะรู้ได้ทันทีว่าส่วนไหนเป็จุดอ่อนของมอนที่เขากำลังชำแหละ
"ตัวนี้ชื่ออะไรเหรอครับ"
หลังจากจัดการเนื้อเรียบร้อยเขาก็จะมาถามหาข้อมูลจากเถ้าแก่ต่อ ยังไงอีกฝ่ายก็ล่ามาด้วยตัวเอง ข้อมูลที่ให้มาจึงน่าเชื่อถือมาก
โดยส่วนใหญ่เวลาเข้าสู่ระบบ นอกจากไปออกล่าเขาก็ทำอยู่แค่นี้จริง ๆ
[ขอแสดงความยินดี! : คุณได้ปลดล็อกผู้มีคุณสมบัติอาชีพ Monsterologist
เงื่อนไข : ทำความเข้าใจมอนสเตอร์ 20 ชนิดอย่างลึกซึ้งถึงแก่น]
[อาชีพ Monsterologist (นักมอนสเตอร์วิทยา)
ประวัติโดยสังเขป : มีเพียงผู้ที่ศึกษาสิ่งใดอย่างลึกซึ้งเท่านั้นจึงจะควรคู่กับคำเรียกขานว่าผู้เชี่ยวชาญ
หนึ่งในวิธีการช่วยเหลือมนุษยชาติ คือการพยายามทำความรู้จักกับสหายร่วมโลก เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ภายใต้ผืนฟ้าเดียวกัน ผู้ที่พยายามเข้าใจมอนสเตอร์ ก็คือผู้ที่พยายามเข้าใจชีวิต และผู้ที่พยายามเข้าใจชีวิต ก็คือผู้ที่มองเห็นโลกใบนี้ได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าใคร
กรุณาไปให้ถึงเลเวล 20 เพื่อเริ่มต้นภารกิจเปลี่ยนอาชีพ]
ในตอนที่เขาทำการจดบันทึกข้อมูลของมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายเสร็จ หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาดื้อ ๆ
"นักมอนสเตอร์วิทยา?"
แม้จะมีความเป็ไปได้มากมาย แต่กระทั่งเคียวปีศาจที่มักจะคิดคำนวณอยู่ตลอดเวลา ก็ยังคาดไม่ถึงกับเื่ที่เกิดขึ้น
'ได้มาดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอ?'
แน่นอนว่าหลังเปิดหน้าต่างสถานะดู นอกจากช่องอาชีพที่มีชื่อเพิ่มเข้ามา ก็ไม่ได้มีคำอธิบายเพิ่มเติมอะไร จึงไม่รู้ว่าถ้าอนาคตเลือกทำอาชีพนี้จริง ๆ จะได้ทักษะที่มีประโยชน์อะไรบ้าง
โชคดีที่เป็่ไม่มีลูกค้า เคียวปีศาจจึงมีเวลามากพอที่จะพิจารณาสิ่งต่าง ๆ
'ชื่อเป็สีฟ้า น่าจะเป็ระดับหายาก'
ดูจากเงื่อนไขอาชีพก็ยอมรับได้ แม้มันจะทำได้ยาก แต่ไม่ได้ยากขนาดที่ต้องกลายเป็อาชีพระดับอีปิคอะไร
แล้วจู่ ๆ เขาก็นึกถึงนิทานร้อยช่างขึ้นมา นึกรวมไปถึงคำพูดของเถ้าแก่ที่บอกว่างานชำแหละมอนสเตอร์แบบนี้นักผจญภัยบางคนยังมองว่าต่ำ
"นี่.."
ตอนนี้เขาดูคล้ายกับแฝดคนน้องในนิทานที่วิธูเคยเล่าไม่มีผิด
"เขาคาดเดาไว้... แล้วรึเปล่านะ?"
TBC.