ตอนที่ 21: ทะลวงระดับกายาเหล็กทมิฬ!
ท้องฟ้าเหนือชายแดนค่ายเสบียงลับของแคว้นพยัคฆ์ทมิฬในยามราตรีที่ควรจะมืดมิดและเงียบสงัด บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของเปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง แสงไฟสว่างวาบวับสะท้อนกับโลหะของศัตราวุธที่ฟาดฟันกัน เสียงแตรศึกดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งผืนป่าราวกับเสียงคำรามของมฤตยู ห่าธนูไฟนับร้อยนับพันดอกแหวกอากาศพุ่งทะยานลงมาราวกับสายฝนแห่งความตาย บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความโกลาหล คาวเลือด และกลิ่นไหม้เกรียมของซากศพที่ถูกเผาผลาญ
ท่ามกลางความโกลาหลและการสู้รบที่แสนชุลมุนนั้น ร่างมโหฬาร of นายกองทหารม้าแคว้นพยัคฆ์ทมิฬปรากฏกายขึ้นราวกับอสูรร้ายจากขุมนรก ร่างกายของมันกำยำล่ำสันเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นราวกับศิลาผา สวมชุดเกราะหนักที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ในมือของมันกระชับง้าวเหล็กเล่มเขื่องขนาดมหึมาที่ดูหนักอึ้งและทรงพลัง ใบง้าวคมกริบสะท้อนแสงไฟวาบวับราวกับเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้ขาดสะบั้น
ดวงตาของนายกองร่างยักษ์วาวโรจน์ไปด้วยจิตสังหาร มันจับจ้องมาที่กลุ่มของเป้า ชงโค และมารดาของนางราวกับเหยื่ออันโอชะ เสียงคำรามในลำคอของมันดังก้อง ก่อนที่มันจะควบม้าพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วดุจพายุคลั่ง ง้าวเหล็กในมือถูกเงื้อขึ้นสูงเหนือศีรษะ รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีเตรียมฟาดฟันลงมาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด หมายจะบดขยี้ร่างของสตรีทั้งสองให้แหลกเหลวคาที่
ชงโคเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือด หัวใจของนางกระตุกวูบราวกับถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็น นางกอดร่างมารดาเอาไว้แน่น หลับตาปี๋รอรับความตายที่กำลังจะมาเยือนโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย ความหวาดวิตกและสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจของหญิงสาวจนแทบจะหยุดเต้น ในหัวของนางขาวโพลนไปหมด นางคิดว่าชีวิตของนางและแม่คงต้องจบลง ณ ที่แห่งนี้เสียแล้ว
ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ร่างของบุรุษหนุ่มที่นางคุ้นเคยกลับพุ่งทะยานเข้ามาขวางหน้าพวกนางเอาไว้ราวกับป้อมปราการที่แข็งแกร่ง เป้าไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาใช้แผ่นหลังกว้างของตนเองเป็นโล่กำบัง รับการโจมตีที่แสนจะหนักหน่วงและเหี้ยมโหดนั้นแทนหญิงสาวที่เขารักและปกป้องสุดหัวใจ
"เป้า!! ไม่!!" ชงโคหวีดร้องสุดเสียง เสียงของนางแหบพร่าและเต็มไปด้วยความปวดร้าว
เปรี้ยงงง!!!
ฉูดดดด!
เสียงโลหะหนักหน่วงกระแทกปะทะเข้ากับแผ่นหลังเปลือยเปล่าดังกึกก้องกัมปนาทราวกับอสนีบาตฟาดฟัน พละกำลังมหาศาลของนายกองร่างยักษ์ผนวกกับน้ำหนักมหาศาลของง้าวเหล็กและแรงส่งจากการควบม้า สร้างแรงอัดกระแทกที่รุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์จะรับได้ ผิวหนังที่เคยแข็งแกร่งดุจเหล็กไหลจากวิชากายาเหล็กทมิฬขั้นแรกถึงกับปริแตกขาดสะบั้น คมง้าวทะลวงผ่านชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อลึกจนสับโดนกระดูก เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นพุ่งกระฉูดรดใบหน้าและอาภรณ์ของชงโค กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งฟุ้งกระจายกลบกลิ่นเถ้าถ่าน
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขนดั่งถูกคมมีดนับพันเล่มสับทึ้ง ดาเมจมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนสติสัมปชัญญะของเป้าแทบขาดผึง เขารู้สึกราวกับร่างกายถูกผ่าซีก เป้ากัดฟันกรอดจนกรามปูดโปนเป็นสัน ดวงตาเบิกกว้างแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกซ่าน เขาทรุดฮวบกระแทกเข่าลงกับพื้นจนฝุ่นตลบ ทว่าสองแขนยังคงกางออกปกป้องชงโคและมารดาของนางเอาไว้อย่างเหนียวแน่นราวกับปราการที่ไม่ยอมพังทลาย
"พี่เป้า... ฮึก... ฮือออ..." ชงโคร่ำไห้โฮ น้ำตาเอ่อล้นทะลักเป็นสายเลือด นางใช้มือสั่นเทาลูบไล้แผ่นหลังที่เหวอะหวะจนเห็นกระดูกขาวโพลน หัวใจของนางแทบแตกสลายเมื่อเห็นชายที่รักเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องตน
"ข้า... ข้ายังไม่ตาย... อย่าเพิ่งร้องไห้ไปเลยแม่ยอดขมองอิ่ม..." เป้าเค้นเสียงพูดลอดไรฟัน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากที่เปื้อนเลือด แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตาย เขาก็ยังพยายามพูดจาหยอกล้อนางเพื่อให้นางคลายความกังวล
นายกองร่างยักษ์ชะงักไปเล็กน้อย มันไม่คิดว่าบุรุษหนุ่มตรงหน้าจะสามารถทนรับการโจมตีที่หมายเอาชีวิตของมันได้ มันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เงื้อง้าวเหล็กขึ้นอีกครั้ง หมายจะฟาดฟันซ้ำให้ดับดิ้นไปในคราวเดียว
"ไอ้สวะ! แกกล้ารับง้าวของข้าเรอะ! ตายซะเถอะ!"
ทว่าเป้ากลับไม่ยอมปล่อยให้มันทำตามใจชอบอีกต่อไป ดวงตาของเขาแข็งกร้าวและดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากนิทรา เขาคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เสียงคำรามของเขาดังก้องกังวานไปทั่วทั้งป่า สะท้อนให้เห็นถึงพลังใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
"ระบบ! เปิดใช้งาน มนต์ลืมเจ็บ!"
สิ้นเสียงคำสั่งของเป้า พลังลึกลับบางอย่างก็แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกของวิญญาณ พลังนั้นไหลเวียนไปทั่วเรือนร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ดุจกระแสน้ำเย็นเยียบที่ดับความร้อนรุ่ม ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ลึกถึงกระดูกค่อยๆ ทุเลาลงและถูกสะกดกลั้นเอาไว้ชั่วคราว แม้บาดแผลจะยังคงอยู่และเลือดยังคงไหลริน แต่ความเจ็บปวดที่เคยบั่นทอนกำลังกายและกำลังใจกลับถูกระงับไปจนหมดสิ้น
เป้ายืนหยัดขึ้นเต็มความสูง ร่างกายของเขาตั้งตระหง่านราวกับขุนเขาที่ไม่หวั่นไหวต่อพายุฝน เขากระชับหมัดแน่น ดวงตาจ้องเขม็งไปที่นายกองร่างยักษ์ด้วยความอาฆาตแค้น เขาไม่คิดจะหนีหรือถอยหลังอีกต่อไป มีเพียงการต่อสู้แลกเลือดเท่านั้นที่จะตัดสินชะตากรรมในค่ำคืนนี้
"เข้ามาเลยไอ้ยักษ์! วันนี้ข้าจะส่งแกไปลงนรกเอง!" เป้าท้าทายด้วยน้ำเสียงดุดัน
นายกองควบม้าพุ่งเข้าใส่อีกระลอก ง้าวเหล็กฟาดฟันลงมาด้วยความเร็วดุจพายุ ทว่าคราวนี้เป้าไม่ยอมเป็นเป้านิ่งอีกต่อไป เขาเบี่ยงตัวหลบคมง้าวที่เฉียดปลายจมูกไปเพียงคืบ อาศัยจังหวะที่ศัตรูเสียหลักพุ่งคลุกวงในประชิดตัวอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด!
วิชามวยคาดเชือกโบราณถูกงัดมาใช้เต็มพิกัด!
เป้ากระทืบเท้ากระโดดลอยตัวขึ้น เหยียบโกลนม้าเป็นจุดส่งแรง หมุนตัวกลางอากาศแล้วสับศอกคู่ "หนุมานถวายแหวน" กระแทกเข้าเต็มขมับของนายกองยักษ์
เปรี้ยง! เสียงกะโหลกร้าวลั่น หมวกเกราะบุบสลายตามแรงกระแทก นายกองร่างยักษ์ตาเหลือก ลอยละลิ่วร่วงตกลงจากหลังม้าฟาดพื้นอย่างแรงจนฝุ่นคลุ้ง
เป้าไม่ปล่อยให้มันตั้งตัว เขาพุ่งทะยานตามลงไปคร่อมทับร่างใหญ่โตนั้นราวกับพยัคฆ์ตะครุบเหยื่อ สองหมัดที่อาบชโลมด้วยเลือดซัดกระหน่ำลงบนใบหน้าและลำตัวของศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!
รัวหมัดไม่ยั้งราวกับพายุลูกเห็บ ทุกหมัดคือความโกรธแค้นที่อัดแน่น หมัดซ้ายเจาะเกราะ หมัดขวากระแทกหน้า หมัดแล้วหมัดเล่าซัดเข้าที่เดิมซ้ำๆ จนหน้ากากเหล็กฉีกขาด กระดูกใบหน้าของนายกองแหลกละเอียด เลือดและฟันหลุดกระเด็น มันพยายามยกแขนปัดป้อง แต่เป้าก็สวนด้วยเข่าลอยกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ ทะลวงเกราะหนาจนซี่โครงหักทิ่มปอด เสียงกระดูกหักลั่นกึกก้องไปทั่ว
"ตาย! ตาย! ตาย!" เป้าตะโกนก้อง กะซวกหมัดสุดท้ายทะลวงเข้าที่คอหอยของนายกองยักษ์เต็มเหนี่ยว เสียงกระดูกลำคอหักดังกร๊อบ ร่างอันใหญ่โตกระตุกเกร็งสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป ดวงตาเบิกโพลงอาบเลือด จบชีวิตลงอย่างอนาถใต้คมหมัดมวยโบราณอันดุดัน
เป้าหอบหายใจแฮ่ก เลือดหยดติ๋งจากหมัดที่แตกระแหง แม้จะล้มศัตรูได้ แต่บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังก็ดึงพลังชีวิตของเขาไปจนหมดสิ้น มนต์ลืมเจ็บเริ่มเสื่อมฤทธิ์ ความเจ็บปวดมหาศาลตีกลับเข้ามารุนแรงเป็นทวีคูณจนร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
แม้จะสามารถล้มศัตรูลงได้ แต่ร่างกายของเป้าก็บอบช้ำอย่างหนัก ความเจ็บปวดที่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้ด้วยมนต์ลืมเจ็บเริ่มจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง บาดแผลและความเสียหายที่สะสมมาทั้งหมดกลับกลายเป็นตัวกระตุ้นให้พลังหยินหยางในร่างกายของเขาเกิดการตื่นตัว
พลังงานที่ร้อนรุ่มและเย็นเยียบไหลเวียนตัดสลับกันไปมาในเส้นลมปราณของเขาอย่างบ้าคลั่ง มันพุ่งทะยานเข้าทำลายกำแพงขีดจำกัดเดิมของร่างกายจนพังทลายลงมา เสียงกระดูกและกล้ามเนื้อลั่นเปรี๊ยะดังก้องอยู่ภายในร่างกาย ความเจ็บปวดแสนสาหัสแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มดั่งไฟนรกที่กำลังแผดเผาทุกอณูในร่างกายของเขา
เป้าคำรามลั่นด้วยความทรมานทว่ากลับแฝงไปด้วยความปีติยินดี เขาพยายามควบคุมกระแสพลังที่บ้าคลั่งนั้นให้ไหลเวียนอย่างเป็นระเบียบ ผิวหนังของเขาเริ่มเปลี่ยนสีเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีดำทมิฬราวกับเหล็กชั้นดีที่เพิ่งถูกตีขึ้นรูปจากเตาหลอม ความร้อนแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขาจนอากาศรอบๆ ตัวสั่นไหว
ทันใดนั้นเอง หน้าต่างระบบสีทองเรืองแสงก็เด้งขึ้นมาเบื้องหน้าของเป้า พร้อมกับเสียงเตือนที่ดังกังวานในหัวของเขา เป็นเสียงเตือนที่แสนจะคุ้นเคยและกวนประสาทอย่างที่เคยเป็นมา
"ติ๊ง!! ขอแสดงความยินดีด้วยความหมั่นไส้! โฮสต์ทะลวงระดับใหญ่สำเร็จ! บรรลุ กายาเหล็กทมิฬ (ระดับ 2) ขั้นที่ 1 ร่างกายร้อนดั่งเหล็กตีไฟ อาวุธธรรมดาฟันแทงเข้ายากแล้วจ้า! แหมๆ โดนฟันหลังซะยับเยินขนาดนี้ยังรอดมาได้ ดวงแข็งจริงๆ นะพ่อคุณ!"
ข้อความจากระบบเทพแมงดาโบราณแม้จะดูกวนประสาทและยียวนกวนอารมณ์ แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเป้าได้ทะลวงผ่านขีดจำกัดและก้าวเข้าสู่ระดับพลังใหม่ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมแล้ว
เป้าสัมผัสได้ถึงพลังใหม่ที่ร้อนรุ่มและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ร่างกายของเขาราวกับถูกหลอมรวมเข้ากับเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี กล้ามเนื้อทุกมัดเต้นตุบๆ ด้วยพลังงานที่อัดแน่น พละกำลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับ 6.0 ชั่งอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกอ่อนล้าและเจ็บปวดมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความฮึกเหิมและพลังกายที่เปี่ยมล้น
"นี่สินะ... พลังของกายาเหล็กทมิฬระดับ 2!" เป้ายิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ แม้ว่าแผ่นหลังของเขาจะยังมีบาดแผลและคราบเลือด แต่ร่างกายของเขากลับแข็งแกร่งขึ้นจนอาวุธธรรมดาแทบจะไม่สามารถทำอันตรายเขาได้อีกต่อไป
ทว่าความยินดีของเขาก็ต้องจบลงเมื่อเสียงโห่ร้องของทหารข้าศึกดังแว่วมาแต่ไกล พวกมันกำลังยกทัพเสริมเข้ามาสมทบเป้าหันไปมองชงโคและมารดาของนางที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขารู้ดีว่าหากยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเขาจะต้องตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีระลอกใหม่แน่นอน
"หนีเร็ว! ตามข้ามา!" เป้าตะโกนสั่งพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือของชงโคและพยุงร่างมารดาของนางเอาไว้ เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีพาทั้งสองคนวิ่งหนีฝ่าความมืดมิดของป่าลึกกลับไปยังค่ายป่า
ห่าธนูไฟระลอกใหม่ถูกยิงตามหลังมาติดๆ ลูกธนูติดไฟพุ่งทะยานแหวกอากาศหมายจะปลิดชีพพวกเขาทั้งสาม ทว่าคราวนี้เป้าไม่ได้เกรงกลัวอีกต่อไป เขาใช้ร่างกายที่แปรสภาพเป็นกายเหล็กทมิฬหนาอึด บังลูกธนูเหล่านั้นเอาไว้
ปึก! ปึก! ปึก!
ลูกธนูไฟนับสิบดอกพุ่งเข้าปะทะกับแผ่นหลังและแขนของเป้า ทว่าพวกมันกลับไม่สามารถเจาะทะลุกระปรกป้องผิวหนังที่แข็งแกร่งดุจเหล็กทมิฬของเขาได้เลย ลูกธนูเหล่านั้นกระดอนออกไปราวกับปะทะเข้ากับกำแพงเหล็กกล้า หรือไม่ก็ปักคาอยู่แค่ผิวเผินโดยไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆ ให้กับเขาได้แม้แต่น้อย ร่างกายที่ร้อนดั่งเหล็กตีไฟทำให้เปลวเพลิงที่ติดมากับลูกธนูมอดดับไปอย่างรวดเร็ว
เป้ากัดฟันวิ่งต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต แม้ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้น แต่พละกำลังของเขาก็ถูกสูบไปจนเกือบหมดสิ้นจากการต่อสู้และการทะลวงระดับ เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายพยุงพาร่างของสตรีทั้งสองฝ่าดงธนูและป่าทึบจนกระทั่งเห็นแสงไฟรำไรจากค่ายป่าอยู่เบื้องหน้า
"ถึง... ถึงแล้ว..." เป้าครางในลำคอด้วยความโล่งใจ
ทันทีที่พวกเขาก้าวพ้นเขตอันตรายและเข้าสู่เขตปลอดภัยของค่ายป่า ทหารบ้านที่เฝ้ายามอยู่ก็รีบวิ่งกรูกันเข้ามาช่วยเหลือ ทว่าเป้ากลับสิ้นเรี่ยวแรงลงในวินาทีนั้นเอง ภาพเบื้องหน้าของเขาเริ่มพร่ามัว เสียงรอบกายอื้ออึง ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดุจขุนเขาทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ เขาฟุบหน้าล้มคว่ำสลบเหมือดไปต่อหน้าต่อตาชงโคและกลุ่มทหารบ้าน
"พี่เป้า! ไม่นะ! พี่เป้า!" ชงโคร้องลั่นด้วยความตกใจ นางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างร่างที่ไร้สติของเขา สองแขนโอบกอดร่างที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและลูกธนูหักๆ เอาไว้แน่น น้ำตาของนางไหลพรากอาบสองแก้ม ร่ำไห้โฮด้วยความปวดร้าวและสงสารจับใจ
"พี่เป้าตื่นสิ! อย่าทิ้งข้าไปนะ! ฮืออออ..."
เสียงร่ำไห้ของชงโคดังก้องไปทั่วบริเวณค่ายป่า ค่ำคืนที่แสนยาวนานและโหดร้ายนี้ได้จบลงแล้ว พร้อมกับวีรกรรมความเสียสละและการทะลวงระดับอันน่าทึ่งของขุนศึกหนุ่มผู้มีระบบเทพแมงดาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว