เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 177

    เอลลี่กับเมษาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้ยินภาษาเกาหลีหลุดออกมาจากปากของจองมิน ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันด้วยความฉงน  


    “เอ่อ... คุณวายุคะ เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรเหรอคะ ฉันฟังไม่รู้เรื่องเลย” เอลลี่เอ่ยถามผมด้วยท่าทางประหม่าและเกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเมษาที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก


    ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยกับความเปิ่นของพวกเธอทั้งสองแต่ก็ว่าไม่ได้ ก่อนจะแปลประโยคที่จองมินพูดเมื่อครู่ให้ทั้งสองฟัง แต่ทันทีที่ผมพูดจบ เอลลี่ก็เบิกตากว้างอีกครั้งด้วยความทึ่งสุดขีด


    “หะ! คุณวายุ... นี่คุณฟังภาษาเกาหลีออกด้วยเหรอคะ!?”


    ไม่ปล่อยให้ผมได้อธิบาย เสียงของเมษาก็ดังเสริมตามมาติดๆ “นั่นสิ อยู่กับพี่มาตั้งนาน ไม่เห็นเคยบอกหนูเลยว่าพูดเกาหลีได้ด้วย!”


    “พวกเธอพูดว่ายังไงเหรอคะคุณวายุ” จองมินเอ่ยแทรกพลางยิ้มอย่างเป็นมิตร ขณะมองใบหน้าตื่นเต้นของสองสาวตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู


    “พวกเธอบอกให้ผมแปลสิ่งที่คุณพูดเมื่อครู่นี้ครับ แล้วก็ประหลาดใจกันใหญ่ที่จู่ๆ ผมก็พูดภาษาเกาหลีได้คล่องขนาดนี้” ผมตอบจองมินไปตามตรง

    “เอ้า... นี่คุณไม่ได้บอกพวกเธอหรอกเหรอคะว่าคุณพูดได้?” จองมินหันมาถามกลับด้วยแววตาสงสัย ปนประหลาดใจทำไมผมถึงทำแบบนั้น


    “เอ่อ...” ผมลากเสียงยาวพลางใช้สมองหมุนติ้วเพื่อหาคำโกหกที่ดูแนบเนียนที่สุด “ผมเคยบอกพวกเธอไปแล้วละครับ แต่พวกเธอน่าจะลืมกันไปเองมากกว่า”


    ผมตอบปัดไปแบบน้ำขุ่นๆ จองมินพยักหน้าอย่างเข้าใจแม้จะยังมีแววตาสงสัยอยู่บ้าง แต่แล้วสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป เมื่อจู่ๆ สองสาวที่เคยยืนขวางประตูอยู่ก็ค่อยๆ ขยับตัวหลบทางให้ ราวกับเป็นการเปิดทางและเชื้อเชิญให้ผมกับจองมินเดินเข้าไปในห้องแต่โดยดี


    “งั้น... เราเข้าไปคุยกันข้างในห้องไหมคะ?” เมษาเป็นคนแรกที่เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อย ๆ จากความตื่นเต้น


    “ใช่ค่ะ ๆ เข้าไปคุยข้างในกันดีกว่า” เอลลี่รีบเสริมทัพทันทีพลางชี้นิ้วเข้าไปในห้องอย่างกระตือรือร้น จนดูเหมือนว่าเธอเป็นเจ้าของห้องนี้เสียเอง

    ผมมองตามนิ้วของเอลลี่แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ “ผมไม่ได้บอกว่าจะเข้าไปสักหน่อย แค่เอาของมาให้เฉย ๆ ครับ... ชิ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงฟัดเหวี่ยงใส่เอลลี่


    “คุณวายุ! ฉันอุตส่าห์พูดด้วยดีๆ แล้วนะคะ!” เอลลี่สวนกลับทันควันพลางถลึงตาใส่ผมอย่างไม่พอใจที่ผมดันไปขัดใจเธอต่อหน้าแขก


    จองมินที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาห้าม “ทั้งสองคนใจเย็นๆ ก่อนนะคะ”


    แต่ทันใดนั้น ทั้งเอลลี่และเมษาก็แสดงสีหน้ามึนงงออกมาพร้อมกัน เพราะฟังภาษาเกาหลีที่จองมินพูดไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็พอจะเดาจากท่าทางได้ว่าแขกสาวสวยคนนี้กำลังเข้ามาช่วยห้าม


    ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าและเอ่ยกับเธออย่างนอบน้อม “ขอโทษนะครับคุณจองมิน... ผมเผลอลืมตัวไปหน่อย” 


    “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ พี่น้องก็ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา ขนาดฉันกับจีอาก็ยังทะเลาะกันบ่อย ๆ เลย” จองมินตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง


    ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับไป เพราะความจริงแล้ว ยัยซีอีโอเอลลี่ คนนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด ไม่ใช่ทั้งญาติและไม่ใช่พี่สาวอย่างที่ผมสร้างเรื่องโกหกไว้เลยสักนิด แถมยัยนี่น่ะทั้งขี้บ่นและเอาแต่ใจสุด ๆ สวยซะเปล่าแต่ดันนิสัยดื้อดึงชะมัด 


    “พี่วายุคะ พูดกับพี่เอลลี่ดี ๆ หน่อยสิ พี่เอลลี่ก็ยอมพูดดีด้วยแล้วนี่นา” เมษาหันมาดุผมเบา ๆ ก่อนจะหันไปทางประตูแล้วเอ่ยชวนอีกครั้ง “เข้ามาก่อนสิคะ ไหน ๆ ก็มาถึงหน้าห้องแล้ว”


    “เธอพูดว่ายังไงคะคุณวายุ?” จองมินหันมาถามผมพร้อมรอยยิ้มที่ดูจะถูกใจท่าทางของเมษาเหลือเกิน


    “อืม... เธอชวนให้เราเข้าไปข้างในน่ะครับ” ผมตอบไปตามตรงพลางลอบถอนหายใจ ในใจเริ่มคิดหาทางหนีเพราะสถานการณ์ดูจะบานปลายเข้าไปทุกที


    จองมินพยักหน้ารับทันทีพลางทำท่าจะเดินเข้าห้องไปอย่างเนียน ๆ “งั้นก็เข้าไปกันเถอะค่ะ ขืนยืนอยู่หน้าห้องแบบนี้เผื่อใครมาเห็นฉันเข้าคงไม่ดีแน่” เธอหันมาทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


    “คุณจองมิน... เอาอีกแล้วนะครับข้ออ้างเนี่ย” ผมท้วงกลับพลางส่ายหน้า “ทีตอนนั่นคุณยังยืนกรานอยู่เลยว่าตัวเองไม่ใช่จีอา ไม่เป็นไรหรอก แล้วทำไมตอนนี้ถึงบอกว่าจะแย่เอาได้ล่ะครับ?”


    จองมินส่งยิ้มกว้างให้ผมอย่างผู้ชนะ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าห้องไปทันทีโดยไม่รอคำอนุญาตซ้ำสอง พร้อมทิ้งท้ายไว้อย่างอารมณ์ดี “ก็น้องสาวคุณเป็นคนชวนเองนี่คะ มาเร็วเข้า... อีกอย่างฉันก็ไม่อยากเสียมารยาทปฏิเสธน้ำใจเด็ก ๆ ด้วย”


    “เฮ้อ... ผมกะไว้แล้วเชียว” ผมบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเดินตามหลังเธอเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ “แล้วจะอยากเข้าไปในห้องผมขนาดนั้นทำไมกันครับเนี่ย”


    ผ่านไป 30 นาที...


    กลายเป็นว่าสามสาวกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรสด้วยภาษาอังกฤษ โดยมีเมษาที่ยังพูดไม่ค่อยคล่องคอยส่งสายตาขอความช่วยเหลือให้พี่สาวคนใหม่ของเธออย่างเอลลี่ช่วยแปลให้ราวกับเป็นล่ามส่วนตัว ผมได้แต่นั่งมองและฟังอยู่ห่าง ๆ ลึก ๆ ในใจก็รู้สึกดีไม่น้อยที่มีสาว ๆ มาสร้างสีสันในห้องแบบนี้


    แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผมก็ยังสลัดภาพยัยซีอีโอจอมขี้บ่นไม่พ้น ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะเปลี่ยนโหมดไปนั่งคุยเจื้อยแจ้วโดยไม่หันมาบ่นผมสักคำแล้วก็ตาม

    ตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา ผมนั่งเนียนแอบฟังพวกเธอคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของจีอาเท่าที่จองมินจะพอเปิดเผยได้ แต่เรื่องที่น่าตลกที่สุดคงหนีไม่พ้นตอนที่จองมินออกปากชวนสองสาวออกไปหาอะไรทานข้างนอกด้วยกัน


    ทว่า... ทันทีที่จองมินรู้ความจริงว่าเอลลี่เป็นใคร และกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ข้อเสนอเรื่องมื้อค่ำนั้นก็ถูกยกเลิกไปในพริบตาเดียวทำเอาผมที่นั่งฟังอยู่ถึงกับหลุดขำออกมาเบา ๆ กับท่าทางของจองมิน



    แต่ถึงอย่างนั้น เอลลี่ก็ยังคงทำหน้าที่พี่สาวหลอก ๆ ตามที่ผมกำชับไว้ได้เป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้จองมินต้องเก็บไปคิดมาก จริง ๆ แล้วต่อให้ไม่ทำแบบนั้นก็คงไม่เสียหายอะไรนักหรอก แต่ในเมื่อผมดันพลั้งปากบอกจองมินไปก่อนแล้วว่าเธอเป็นพี่สาว ผมเลยต้องบังคับให้ยัยซีอีโอจอมพยศยอมเล่นละครตบตาต่อไปก่อน


    แน่นอนว่าค่าตัวระดับซีอีโออย่างเธอไม่ได้ถูก ๆ เพราะรางวัลที่ทำให้เธอยอมร่วมมือก็คือบัตรคอนเสิร์ตจีอา นั่นเอง กว่าผมจะเจรจาหว่านล้อมจนเธอยอมตกลงทำตามแผนนี้ได้ ก็เล่นเอาผมแทบกระอักเลือดอยู่เหมือนกัน


    แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็หลุดออกมาจากปากจองมินเสียดื้อ ๆ “อือ... อยากไปดูจีอาซ้อมร้องเพลงด้วยกันไหมคะ?”


    ทันทีที่ได้ยิน ผมถึงกับนั่งไม่ติดที่ รีบโพล่งสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเพื่อตัดโอกาสนั้นทิ้งทันที “ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยอมให้พวกเธอไปที่นั่นเด็ดขาด”


    “เอ้า... ทำไมล่ะคะ?” จองมินถามกลับด้วยความสงสัย “ถ้าฉันเป็นคนพาไปเอง จีอาไม่มีทางว่าอะไรแน่นอน ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ หรือถ้าคุณกังวล จะให้ฉันต่อสายหาจีอาตอนนี้เลยก็ยังได้นะ”


    ผมส่ายหน้าปฏิเสธทันควันอย่างไม่รีรอ “ถึงยังไงก็ไม่ได้ครับ”


    เมื่อเจอคำยืนยันหนักแน่นแบบไม่มีข้อแม้ จองมินก็ได้แต่ทำหน้ามุ่ยด้วยความขัดใจ “คุณวายุเนี่ย... ใจร้ายจังเลยนะคะ”


    “เอาล่ะครับคุณจองมิน เราอยู่ที่นี่กันนานพอสมควรแล้ว คงได้เวลาที่เราต้องไปกันเสียที” ผมเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเพื่อยุติการโต้เถียง

    จองมินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันไปยิ้มให้สองสาวที่นั่งหน้าม่อยอยู่ตรงหน้า “... คุณวายุเนี่ยดุจังเลยนะคะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะ แล้วเอาไว้เราไปเจอกันที่คอนเสิร์ตนะ”


    เมื่อสิ้นคำบอกลาของจองมิน ทั้งเอลลี่และเมษาก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างช่วยไม่ได้ พวกเธอจำใจบอกลากันตรงนั้น แม้ในตาของยัยซีอีโอตัวแสบจะส่งรังสีอำมหิตมาที่ผมอย่างคาดโทษก็ตาม

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน