บทที่ 2
สมรภูมิแห่งความวุ่นวาย
----
ยินดีต้อนรับสู่ยุทธภพ
----
ข้อความบางอย่างที่มันลอยอยู่ด้านหน้าได้ปรากฏขึ้น หลี่หยางพึ่งได้สติฟื้นตื่นขึ้นมาเมื่อได้รวบรวมสติของตนเองกลับมาแล้วพบเจอเ้าข้อความที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าอย่างน่าอัศจรรย์ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้น
ในตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความคิดหนึ่งภายในหัวที่มันกำลังบอกว่าสิ่งที่เขาเห็นกำลังอยู่นั่นคือความฝัน
มันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่ว่าจะมีข้อความปริศนาลอยขึ้นมาบริเวณด้านหน้าราวกับว่าเป็เกมออนไลน์ภายในยุคสมัยของเขา
ตอนนี้เมื่อได้พบเจอสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่อยู่ด้านหน้ามันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีก
สติที่เคยรวบรวมกับมาได้หลายส่วนแล้วก็ค่อยๆปะติดปะต่อเื่ราวได้แล้วก่อนหน้านี้ตอนนี้มันยิ่งกระจัดกระเจิงออกไปอีกครั้ง
คิ้วทั้งสองข้างบนใบหน้าอันหล่อเหลาแต่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบสกปรกได้ขมวดเข้าหากัน
หลี่หยางยังคงรวบรวมสติของตนเองกลับมาไม่ได้ทั้งหมด หูทั้งสองข้างของเขาได้ยินเสียงของการต่อสู้มากมายที่ดังเข้ามารุมเร้า
เขาหาคำตอบโดยการกวาดสายตาไปมองบริเวณรอบๆร่างกายของตนเอง ตอนนี้มันคืออะไรกันตอนนี้สิ่งที่เขามองเห็นก็คือร่างของผู้คนมากมายที่สวมใส่ชุดเกราะเข้าฟาดฟันกันอย่างดุเดือด
การฟาดฟันนี้มันไม่ใช่การฟาดฟันอย่างเล่นๆแน่นอนเพราะจากที่มองเห็นก็คือพวกเขาทำการฟาดฟันกันด้วยดาบจริงๆแถมยังมีเืไหลออกมาอีก
เป็ภาพที่เหนือความจริงเป็อย่างมากเพราะแบบนั้นการที่เขาจะคิดว่ามันคือความฝันมันก็ไม่ใช่เื่ประหลาดอะไรเลย
ภาพเช่นนนี้มันจะเป็ความจริงได้อย่างไร เขาเริ่มไต่ตรองกับสิ่งที่เกิดขึ้นถ้านี่มันเป็ความฝันจริงๆเขาเองก็ควรจะตื่นได้แล้วแต่นี่ยังไม่ ก่อนหน้านี้ตัวของเขาจำได้ว่าเขานอนอยู่ข้างถนนนั่นหนาวเย็นอันจะโดนไอเย็นกัดกินร่างกายจนถึงวาระสุดท้าย
แล้วเหตุใดเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาถึงมาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้แถมรอบร่างกายยังเป็สมรภูมิอันดุเดือดที่กำลังมีผู้คนเข้าห้ำหั่นกัน
อี้ชิงข้ารับใช้คนสนิทพุ่งเข้าไปหาผู้เป็นายอย่างรวดเร็วอีกครั้งเมื่อมันสามารถตั้งสติได้แล้วเห็นผู้ป็นนายของตนเองฟื้นตื่นขึ้นมาจากความตาย
ฝ่ามือทั้งสองข้างโอบอุ้มเข้าร่างกายของผู้เป็นายแล้วก็ทำการเขย่าไปมาด้วยความปลื้มปิติ ปากของมันก็ทำการอ้าออกแล้วก็ส่งเสียงออกมา“ นายน้อย!!! นายน้อย!!! ฟื้นขึ้นมาแล้ว!! ”
คำพูดนี้ทำการพูดออกมาทั้งน้ำตา น้ำตาที่ไหลรินมันไม่ใช่น้ำตาแห่งความโศกเศร้าเหมือนก่อนหน้านี้แต่มันคือน้ำตาแห่งความปิติยินดีมันคิดว่าตนเองนั้นฝันไป
ก่อนหน้านี้สิ่งที่มันพบเจอนั่นก็คือนายน้อยของตนเองโดนฟันจนเกิดาแฉกรรจ์สาหัสโลหิตไหลรินออกมาจนแทบจะหมดร่างกายอยู่แล้ว ลมหายใจของนายน้อยของมันเองยังโรยรินแล้วราวกับว่าใกล้จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
แต่ภาพที่มันเห็นในตอนนี้คืออันใดนายน้อยที่คิดว่าใกล้จะตายแล้วแต่กลับฟื้นคืนขึ้นมา
าแฉกรรจ์กับถูกรักษาหายราวกับว่าเป็ปาฏิหารเพราะแบบนั้นจะไม่ให้มันนั้นยินดีด้วยความปิติได้เช่นไร
ในขณะที่ร่างกายโดนเขย่าไปมาด้วยความปิติดีใจหลี่หยางสติของเขามันยิ่งแตกสลายมากขึ้นไปอีกไม่มีสมาธิในการรวบรวมเื่ราวที่เกิดขึ้นเลย
สิ่งที่เขาทำก็คือการยกแขนทั้งสองข้างของตนเองขึ้นมาฝ่ามือของเขาเข้าไปจับที่ข้อมือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายที่กำลังเขย่าร่างกายของเขาอยู่ “ หยุด!!! ”
เมื่อได้เสียงของนายน้อยแน่นอนว่าข้ารับใช้คนสนิทต้องหยุดมือของตนเองดวงตาที่เต็มไปด้วยความฉงนของมันจ้องมองไปที่นายน้อยของตนเองอย่างประหลาดใจ
ที่ผ่านมาในน้อยของมันเป็คนขี้โรคเขาอย่าว่าแต่จะทำการะโเช่นนี้เลยแม้แต่ทำการส่งเสียงออกมายังสามารถส่งเสียงได้อย่างแ่เบา
แต่ในตอนนี้นายน้อยของมันกับทำการเร่งเสียงดังลั่นซึ่งมันก็ทำให้ตัวของมันประหลาดใจยิ่งนัก
เพราะแบบนั้นดวงตาในตอนนี้ที่กำลังจ้องมองในน้อยของตนเองมันคือดวงตาแห่งความประหลาดใจมันสามารถััได้ทันทีเลยว่าในน้อยของมันเปลี่ยนไป
หลี่หยางหลังจากที่เขาได้ใช้ฝ่ามือของตนเองคว้าจับแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายเอาไว้
เมื่อฝ่ามือของเขาคว้าจับแขนทั้งสองข้างของคนปริศนาที่อยู่ด้านหน้าเอาไว้ใบหน้าของเขาก็บังเกิดความตื่นตระหนกในทันที
มันเป็เพราะความรู้สึกหลังจากที่มือของเขาได้คว้าจับเข้าที่แขนทั้งสองข้างของคนที่อยู่ด้านล่างมันทำให้เขานั้นสามารถััได้ถึงความอบอุ่นของิั
ความอุ่นที่มันแผ่ซ่านออกมาจากิัของอีกฝ่ายแล้วก็ส่งผ่านมาถึงบริเวณฝ่ามือของเขา
แล้วเมื่อสามารถััได้ถึงความรู้สึกสิ่งที่เขาคิดได้เป็อย่างแรกเลยก็คือไม่ใช่ความฝัน ‘ นี่มันไม่ใช่ความฝันอย่างนั้นเหรอ? ’
คำถามภายในใจบังเกิดขึ้น เขาเองก็ไม่รู้ตนเองเช่นเดียวกันแต่ว่าหลังจากที่ลองััมือของอีกฝ่ายแล้วแล้วสามารถรู้ได้ถึงความอบอุ่นแถมยังััได้ถึงชีพจรของอีกฝ่ายมันทำให้เขารู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
ถ้ารู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันสติของเขาก็ยิ่งเตลิดมากขึ้นไปอีกแต่ว่าก็พยายามจะควบคุมมันเอาไว้
เขาคุมสติของตนเอง
หลี่หยางเขาได้หันใบหน้าของตัวเองไปที่ข้อความ ปริศนาที่มันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าของเขาในตอนนี้
----
ยินดีต้อนรับสู่ยุทธภพ
----
“ ยินดีต้อนรับสู่ยุทธภพงั้นเหรอ? ” หลี่หยางอ่านออกเสียงตามที่เขาเห็นตัวหนังสือจากข้อความที่มันลอยอยู่ด้านหน้าของเขา
“ นายน้อยพูดอันใดนะขอรับ!! ” อี้ชิงพูดอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นนายน้อยของตนเองพึมพำบางอย่างออกมา
หลี่หยางเขาได้ทำการหันใบหน้าของตัวเองอย่างช้าๆแล้วก็ไปจ้องมองผู้ที่กำลังใช้มือทั้งสองข้างจับที่หัวไหล่ของเขาอยู่
เมื่อเขาใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองผู้ที่อยู่ด้านหน้าสิ่งที่เขามองเห็นก็คือใบหน้าของชายคนนึงที่มีวัยน่าจะประมาณ20 ต้นๆ ใบหน้าดูอ่อนน้อมถ่อมตนหล่อเหลาระดับนึงแต่ก็ไม่ถึงกับดูดีมากนัก แต่บนใบหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยความเป็กังวลแถมยังใช้ดวงตาที่แสนจะอาวรณ์จ้องมองมาที่เขาอย่างน่าประหลาดใจ
แต่สิ่งที่เขาสามารถรู้ได้ก็คือไม่เคยเห็นใบหน้าของคนผู้นี้มาก่อน แล้วเขาก็ไม่เคยรู้จักคนๆนี้มาก่อนด้วย เหตุใดอีกฝ่ายถึงใช้ดวงตาที่แสนจะเป็ห่วงจ้องมองมาที่เขาเช่นนั้น
แต่มันก็น่าประหลาดเช่นเดียวกันถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้จักอีกฝ่ายแต่มันก็มีความรู้สึกลึกๆภายในใจที่มันเป็ความรู้สึกผูกพัน
ในขณะที่ใช้ดวงตาจ้องมองไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเกิน10 วินาที อยู่ๆก็มีบางอย่างปรากฏขึ้นด้านหน้าของเขามันเป็ข้อความจากระบบอีกครั้ง
---
ระบบกำลังแสดงวิเคราะห์
---
ข้อความจากระบบมันได้ปรากฏขึ้นดวงตาทั้งสองข้างของหลี่หยางยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีก
“ นี่มันอันใดกัน? ”
เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองอยู่ๆข้อความจากระบบมันก็ปรากฏขึ้นมา
ในขณะที่จ้องมองมันอยู่นั้นเขายังไม่ทันทำอะไรดูเหมือนว่ามันจะเกินเวลาที่เ้าข้อความที่อยู่ด้านหน้านั้นกำหนด
ข้อความจากระบบชุดถัดไปมันได้ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อความจากระบบชุดถัดไปได้ปรากฏขึ้น
---
ชื่ออี้ชิง LV.5
เผ่ามนุษย์
HP[150/70]
ข้อมูลเป็ข้ารับใช้คนสนิทของท่านที่ติดตามั้แ่ยังเยาว์เป็ข้ารับใช้คนสนิทที่ซื่อสัตย์และซื่อสัตย์และภักดี
---
---
ระบบ ความสัมพันธ์กับ NPC ที่อยู่ด้านหน้า
ความัับ่าวภักดี
---
ดวงตาทั้งสองข้างของหลี่หยางได้จ้องมองข้อความจากระบบที่ปรากฏขึ้นมาอย่างประหลาดใจอีกครั้ง เขายังคงไม่คุ้นชินกับสิ่งที่มันอยู่ด้านหน้าของตนเองในตอนนี้
ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีข้อความที่มันปรากฏขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิมให้ตัวของเขาใช้สายตาของตนเองได้อ่านมากขึ้น
ใช้สายตาของตนเองลองอ่านมันดูอ่านมันอย่างละเอียดโดยจับใจความอย่างรวดเร็ว
‘ ข้ารับใช้ที่ติดตามมาั้แ่ยังเด็กงั้นรึ? อี้ชิง ’
‘ แล้วเ้าเลเวลแล้วก็พวกสถานะตัวละครนี่มันคืออะไร เกมอย่างนั้นเหรอบ้าไปแล้ว ’ หลี่หยางกำลังไต่ตรองครุ่นคิดกับสิ่งที่ตนเองพบเจออยู่ด้านหน้าในตอนนี้อย่างสับสน
ตัวของเขายังไม่เท่าไหร่เพราะว่าตกไปอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความสับสนที่ตนเองสร้างขึ้นมา
แต่ว่าสำหรับผู้ที่อยู่ด้านหน้าในตอนนี้ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์และภักดีมองเห็นผู้เป็นายของตนเองตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ตัวของมันแสดงดวงตาและใบหน้าที่เป็กังวลออกมามากขึ้นไปอีก
“ นายน้อยเป็อันใดหรือไม่ขอรับ ” อีกฝ่ายทำการส่งเสียงเรียกเข้าอีก 1ครั้ง
เมื่อได้ยินเสียงเรียกในครั้งนี้หลี่หยางก็ได้ดึงสติของตนเองกลับมา ใบหน้าของเขาสะบัดไปมาอีกครั้งเพื่อเรียกเร้นสติ
ดูเหมือนว่าในตอนนี้มันจะมีเื่ราวมากมายปรากฏขึ้นแล้วเื่ราวเ่าั้ก็เป็เื่ราวที่มักจะชอบทำให้เขานั้นสติหลุดลอยออกไปจากร่างกายเสียให้ได้
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้นพวกเขาคงจะลืมไปว่าอย่างไรสถานที่แห่งนี้ก็คือสมรภูมิรบ
สมรภูมิที่มีแต่การต่อสู้และการฆ่าฟันเพียงแค่ประมาณเพียงแค่คู่เดียวแน่นอนว่าพวกเขานั้นจะต้องถึงแก่ความตายอย่างแน่นอน
ในขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้นบางอย่างพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วร่างของคนผู้หนึ่งที่สวมใส่ชุดเกราะสีดำสนิทพุ่งเข้ามาประชิดร่างของทั้ง2 ที่กำลังนั่งอยู่ที่พื้น
มันพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับง้างดาบเหล็กภายในมือของตนเองขึ้นไปเหนือศีรษะ
หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่ด้วยสติที่ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเมื่อมีอันตรายเข้ามาภายในระยะมีบางอย่างปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมา
----
ตรวจพบอันตรายจากจิตสังหาร
----
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความนั้นปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าของตนเองดวงตาทั้งสองข้างของหลี่หยางได้ทำการปรายสายตาของตัวเองไปมองอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ตัวของเขานั้นได้มองไปเห็นก็คือภาพของดาบเหล็กขนาดใหญ่ที่ถูกง้างขึ้นเหนือศีรษะด้วยท่าทางที่น่าหวาดกลัว มันกำลังจะพุ่งตรงลงมาเพื่อโจมตีเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
จบตอน