ณ ถนนสี่เลนใจกลางเมืองหลวง เลยเที่ยงคืนไปไม่กี่นาที รถยุโรปคันหรูสีบรอนซ์เงินที่เพิ่งฝ่าไฟแดงเพราะ้าเร่งความเร็วให้ทันรถคันข้างหน้าเวลานี้มีสภาพพังยับเยินเพราะถูกรถบรรทุกคันใหญ่ที่วิ่งตัดมาจากทางแยกชนเข้ากับฝั่งคนขับอย่างแรง
ไม่ว่าใครที่ได้มาเห็นภาพนี้คงคิดไปในทางเดียวกันว่าคนขับคงไม่น่าจะมีชีวิตรอดได้ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากความเป็จริงนัก
‘หลิวหรง’ ในวัย 26 ปี ลูกสาวเศรษฐีนักธุรกิจผู้ร่ำรวยติดอันดับ20 ของประเทศ เวลานี้กำลังรู้สึกราวกับร่างกายแหลกสลายความเ็ปนี้มากเกินกว่าที่เธอจะสามารถจินตนาการได้ในฐานะคุณหนูที่ถูกเลี้ยงมาราวไข่ในหิน
ั้แ่เกิดมาในครอบครัวที่มั่งคั่งและมีพร้อมทุกสิ่ง เธอก็ถูกพ่อแม่ปู่ย่าตายายทะนุถนอมพะเน้าพะนอเอาใจไม่ว่าอยากได้สิ่งใดทุกคนก็ล้วนประเคนให้ราวกับเสกได้ ไม่คิดว่าจุดจบของหญิงสาวที่เพียบพร้อมอย่างเธอจะเกิดจากการขับรถไล่ตามคู่หมั้นจอมเ้าชู้ที่กำลังพาหญิงอื่นไปพลอดรักกันเป็ครั้งที่เท่าไรเธอก็ไม่อยากจะนับแล้ว
‘เพื่อผู้ชายไร้ค่าเพียงคนเดียว ไม่คุ้มเลยจริงๆ ... พ่อคะ แม่คะ หนูขอโทษ...’
นั่นคือสำนึกสุดท้ายก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป
หลิวหรงตื่นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับความเ็ปบริเวณกลางอก มันคือความเ็ปที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อนตลอดชีวิตของการเป็คุณหนูตระกูลหลิวแต่ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับความเ็ปที่ได้รับก่อนที่เธอจะหมดสติไปหลังจากเกิดอุบัติเหตุถูกรถใหญ่พุ่งชน
“หวางเฟยฟื้นแล้ว!”
นั่นคือเสียงแรกที่เธอได้ยินอยู่ข้างหูแต่หนังตาของเธอหนักเกินกว่าจะเปิดขึ้นมาได้ จึงทำได้เพียงนอนนิ่งๆ และฟังเสียงวุ่นวายของคนหลายคนวิ่งเข้าวิ่งออกและสำรวจร่างกายของเธอ
‘คงเป็หมอและพยาบาลละมั้ง...’
แต่แล้วในอีก 3 วันถัดมา หลิวหรงถึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด เพราะเวลานี้เธอกำลังอยู่ในสถานที่ที่ใครๆ ก็เรียกว่า ‘ตำหนักฉางอ๋อง’ และทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็เรียกเธอว่า‘หวางเฟย’ หรือพระชายาเอกของฉางอ๋องนั่นเอง
หากเป็เมื่อ 3 วันก่อนเธอคงคิดว่าตัวเองเกิดภาพหลอน หรือเกิดประสบการณ์ใกล้ความตายเหมือนที่เคยได้ยินได้ฟังมาแต่เมื่อได้ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับความเ็ปบริเวณกลางอกที่ไม่หายไปเสียที เธอก็แน่ใจแล้วว่านี่น่าจะเป็ความจริง
ความจริงที่ว่าิญญาของเธอมาเข้าร่างพระชายาเอกของฉางอ๋องในยุคโบราณที่ห่างจากยุคสมัยของเธอนับพันปี!
จากความตื่นตระหนกหนกใจในคราวแรกกลายเป็ความอัศจรรย์ใจและในที่สุดก็คงต้องยอมรับสภาพ เพราะต่อให้ไม่ยอมรับ หลิวหรงก็ไม่มีทางอื่นให้เลือกอยู่ดี
“หวางเฟยยังไม่หายดี ไม่ควรตากลมนานนะเพคะ” นั่นคือเสียงบ่นกะปอดกะแปดของนางกำนัลคนสนิทที่มีนามว่า‘จีหลิง’
“ข้าเพิ่งจะมานั่งสูดอากาศได้ไม่ถึง 3 อึดใจ เ้าก็บ่นเป็ยายแก่ซะแล้ว”หลิวหรงตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แม้จะยังเจ็บบริเวณหน้าอกอยู่มากแต่ถ้าให้เธอต้องทนอุดอู้อยู่ในห้องนอนทั้งวันก็ไม่ไหวหรอก
ดูสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ได้รับการดูแลตกแต่งอย่างดีของตำหนักอ๋องนี่เสียก่อนถ้าไม่ออกมานั่งชมสิถึงจะเรียกว่าเสียของ
จากความทรงจำร่างเดิมที่ได้รับมา ทำให้หลิวหรงได้รู้ว่าพระชายาเอกคนนี้มีชื่อว่า‘ซูอวี่หรง’ บุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีกรมกลาโหมผู้มีทั้งอำนาจและบารมีทั้งยังมีท่านอาเป็แม่ทัพใหญ่ทิศอุดรซึ่งมีกำลังพลอยู่ในมือนับแสนนาย ทำให้นางเป็ที่หมายปองจะเกี่ยวดองเชื่อมสัมพันธ์จากเหล่าขุนนางที่กระหายอำนาจทั้งหลาย
แต่ซูอวี่หรงคนนี้หลงใหลปักใจในตัวฉางอ๋องอย่างมาก ถึงขั้นคอยตามราวีหญิงสาวทุกคนที่มาใกล้ชิดติดพันเขาั้แ่ที่นางยังไม่ถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำอาศัยว่าตนเป็บุตรสาวตระกูลซูเที่ยวรังแกผู้อื่นโดยไม่เคยเห็นแก่หน้าใคร สร้างวีรกรรมฉาวโฉ่มากมายจนหลายคนเอือมระอา
นั่นยังไม่ร้ายแรงเท่ากับเื่ที่ฉางอ๋องเข้าใจว่าตนเองถูกตระกูลซูจัดฉากให้เขาและซูอวี่หรงอยู่ด้วยกันตามลำพังในที่ลับตาจนผู้คนเข้าใจผิดทั้งยังกดดันให้เขาแต่งนางเป็พระชายาเอก โดยมีเหลียงกุ้ยเฟยพระมารดาของเขาให้การสนับสนุนทำให้เขาต้องจำใจแต่งนางเป็พระชายาเอกทันทีที่ถึงวัยปักปิ่น
ฉางอ๋องซึ่งเป็ชายหนุ่มที่มีความคิดเป็ของตนเอง จึงทั้งรังเกียจเดียดฉันท์วิธีสกปรกต่ำช้าที่นางและตระกูลซูใช้ในการบีบบังคับเขาและอยากขับไล่ไสส่งเด็กสาวคนนี้ออกไปให้พ้นๆ ตำหนักั้แ่วันแรกที่นางเหยียบย่างเข้ามา
นั่นยังนับว่าเป็เื่เล็ก เพราะเื่ที่ใหญ่กว่าก็คือ หลังจากฉางอ๋องเดินทางกลับมาจากการตรวจสอบการทุจริตที่เมืองฝูโจวตามรับสั่งของฮ่องเต้เขายังพา ‘ตู้เมิ่งเจี๋ย’บุตรสาวของหมอชาวบ้านที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้กลับมาที่ตำหนัก และแต่งตั้งนางเป็‘เช่อเฟย’ หรือพระชายารองอีกด้วยทั้งๆ ที่เขาเพิ่งแต่งพระชายาเอกได้ไม่ถึง 3 เดือนและไม่เคยเหยียบเข้าเรือนของนางเลยสักครั้ง
ครั้งนั้นซูอวี่หรงก่อเื่ใหญ่ด้วยการบุกไปอาละวาดทำร้ายตบตีตู้เมิ่งเจี๋ยถึงที่ทั้งยังด่าทอ สาปแช่ง กล่าวคำผรุสวาทดังลั่นตำหนักราวกับคนเสียสติกลายเป็เื่ซุบซิบนินทาสนุกปากของคนทั้งตำหนัก และสุดท้ายก็ถูกฉางอ๋องสั่งกักบริเวณเป็เวลาหนึ่งเดือน
หลังจากพ้นโทษกักบริเวณแล้ว ซูอวี่หรงคนนั้นก็ไม่ได้มีความสลดสำนึกใดๆยังคงหาโอกาสกลั่นแกล้งรังแกตู้เมิ่งเจี๋ยทุกครั้งที่มีโอกาสยิ่งทำให้ฉางอ๋องรังเกียจและหันไปปกป้องพระชายารองมากยิ่งขึ้น
และแล้วเื่ใหญ่ที่สุดก็เกิดขึ้น หลังจากตู้เมิ่งเจี๋ยแต่งเข้ามา3 เดือนก็ตั้งครรภ์ ทันทีที่ซูอวี่หรงรู้ข่าว ก็บุกเข้าเรือนของพระชายารองหวังทำร้ายทุบตีนางอีกยังดีที่ฉางอ๋องกลับมาห้ามไว้ได้ทัน และสั่งกักบริเวณนางเพิ่มอีก 2 เดือน
แต่ระหว่าง 2 เดือนที่ซูอวี่หรงถูกกักบริเวณนั้นตู้เมิ่งเจี๋ยเกิดแท้งบุตรเพราะถูกพิษ แม้จะไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปยังซูอวี่หรงแต่ไม่ว่าใครต่างก็ปักใจว่าเป็ฝีมือของนางทั้งนั้น
เวลานั้นมีคนเล่าลือกันว่าฉางอ๋องอยากถือดาบไปสับพระชายาเอกเป็พันๆชิ้น แต่ไม่อาจทำได้ จึงทำเพียงสั่งกักบริเวณนางต่อไปอย่างไม่มีกำหนด จนกระทั่งถึงวันฉลองวันคล้ายวันประสูติของฮองเฮานางถึงถูกปล่อยตัวให้ออกไปร่วมงานเลี้ยงในพระราชวัง
ขากลับตำหนักในขณะที่ฉางอ๋องและซูอวี่หรงกำลังนั่งอยู่บนรถม้าก็ถูกคนร้ายลอบโจมตี ในจังหวะชุลมุนนั้น ซูอวี่หรงถูกคนร้ายใช้ดาบแทงเข้าที่หน้าอกเฉียดหัวใจไปราวกับปาฏิหาริย์แม้นางจะหยุดหายใจไปครู่หนึ่งแต่ก็กลับมาหายใจอีกครั้งในเวลาไม่นาน แต่ก็ทำให้นางไม่ได้สตินานถึงสิบวันเต็มๆ
หลังจากนั้น ... ก็เป็หลิวหรงที่ต้องตื่นขึ้นมารับผิดชอบและตามเช็ดตามล้างวีรกรรมทั้งหมดที่ซูอวี่หรงคนนั้นเคยทำมา
‘เฮ้อ... เอาเถอะ อย่างน้อยฉันก็ได้มาอยู่ในร่างของคนรวยละนะ’
ถ้านิสัยไม่ดีแล้วยังจนอีก หลิวหรงคงขอลัดคิววาร์ปไปเกิดใหม่อีกรอบดีกว่า
ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องหนังสือในเรือนหลานเทียน อันเป็เรือนหลักตำหนักฉางอ๋อง ‘หลี่จ้งเหว่ย’ หรือฉางอ๋องแห่งแคว้นหลี่ กำลังนั่งอ่านฎีกาพลางฟังรายงานเื่ต่างๆ จากองครักษ์คนสนิทจนกระทั่งมาถึงเื่ของสตรีที่เขาไม่อยากได้ยินนามมากที่สุด
“หวางเฟยฟื้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่จ้งเหว่ยเงยหน้าขึ้นมาจากกองฎีกาแล้วขมวดคิ้ว
‘ไม่คิดว่าสตรีร้ายกาจผู้นั้นจะตายยากเช่นนี้’
คราวที่ถูกคนร้ายลอบโจมตีรถม้าและเขาหันไปเห็นว่านางถูกดาบเสียบเข้ากลางอกนอกจากจะตระหนกใอยู่บ้าง ก็ไร้ซึ่งความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจอาลัยอาวรณ์เพียงแต่การตายของนางภายใต้การปกครองของเขาจะทำให้เกิดเื่วุ่นวายตามมาไม่จบสิ้น เพราะฉะนั้น นางจะยังตายไม่ได้
“นางก่อเื่อันใดอีก”
‘เลี่ยงฮั่น’ หนึ่งในองครักษ์คนสนิทของหลี่จ้งเหว่ยอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงแค่นยิ้มกับตนเองเขาอยากส่ายหัวให้กับความหวาดระแวงของนายเหนือหัวด้วยซ้ำหากไม่ติดว่าจะทำให้เ้าของตำหนักบังเกิดโทสะขึ้นมา
“หวางเฟยยังไม่หายดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”แล้วนางจะไปก่อเื่อันใดได้ ประโยคหลังเลี่ยงฮั่นทำได้เพียงคิดในใจ
“จับตาดูนางเอาไว้ให้ดี หากนางคิดก้าวเท้าออกไปหาเื่ตู้เมิ่งเจี๋ยอีกก็อย่าลืมว่าคำสั่งกักบริเวณของนางนั้นข้ายังไม่ได้ยกเลิก”
ขณะที่กำลังจะโบกมือไล่คนสนิทออกไป หลี่จ้งเหว่ยก็นึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้
“เื่วางยาตู้เมิ่งเจี๋ย แน่ใจหรือว่าไม่ใช่ฝีมือของนาง” นี่คือเื่ที่เขายังรู้สึกค้างคาใจั้แ่ที่ได้รับรายงานการสืบสวนใน่ที่ซูอวี่หรงยังนอนไม่ได้สติอยู่
“กระหม่อมแน่ใจพ่ะย่ะค่ะ” เลี่ยงฮั่นที่คอยเฝ้าจับตาดูพระชายาเอกตลอดเวลาย่อมให้คำตอบในเื่นี้ได้แม้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดจะชวนให้ทุกคนปักใจว่าเป็ฝีมือนางก็ตาม
“สืบหาตัวผู้บงการต่อไป ข้าต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็ใคร”จนถึงวันนี้หลี่จ้งเหว่ยก็ยังไม่อยากเชื่อผู้เดียวที่เสียผลประโยชน์จากการตั้งครรภ์ของตู้เมิ่งเจี๋ยจะเป็ใครได้อีก หากไม่ใช่ซูอวี่หรง
“พ่ะย่ะค่ะ”
เลี่ยงฮั่นประสานมือรับคำสั่งและกลับไปทำหน้าที่ตามเดิม ที่ประจำของเขาคือตำหนักพระชายาเอกหน้าที่ของเขาคือการคอยเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของนาง หากนางคิดวางแผนก่อเื่ใหญ่อันใดฉางอ๋องต้องได้รับรายงานทันทีเพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลายจนแก้ไขไม่ได้เรียกได้ว่าฉางอ๋องมองนางเป็ ‘ตัวปัญหา’ อย่างแท้จริง
องครักษ์คนสนิทของฉางอ๋องเฝ้าดูพระชายาเอกที่วันนี้แม้จะมีใบหน้าซีดเซียวไปบ้างแต่กลับให้ความรู้สึกสบายตาและรอบกายก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายกว่าทุกครั้งที่เคยเห็นนางยังยิ้มและหัวเราะกับนางกำนัลคนสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนด้วย
ที่ผ่านมาสิ่งที่เขาเห็นคือใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องประทินโฉมอย่างสตรีสูงวัยสีหน้าที่แสดงความบูดบึ้งไม่พอใจตลอดเวลา คิ้วที่ขมวดแทบจะเป็ปม ทั้งความคิด วาจาและพฤติกรรมล้วนร้ายกาจไหนเลยจะเหมือนสตรีที่เขากำลังมองเห็นอยู่ในเวลานี้
‘หรือการเฉียดใกล้ความตายจะทำให้คนผู้หนึ่งเปลี่ยนแปลงไปได้?’