เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากหน้าห้องของไอริส แต่มันไร้เสียงตอบรับหรือการเปิดประตูออกมาของเ้าของห้อง มีเพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ ที่ดังแว่วออกมาจากภายในเท่านั้นที่บอกว่าเ้าของห้องยังอยู่
“สองชั่วโมงแล้วนะที่ไอริสขังตัวอยู่ในนั้น” เสียงเชอรี่บอกกับไอร์แลนด์ซึ่งเป็ผู้เคาะประตู
“ไอริสนี่ไอร์แลนด์นะเปิดประตูได้มั้ย”
แม้ไอร์แลนด์พยายามส่งเสียงเรียกแต่ก็ยังคงไร้เสียงตอบกลับมา ถึงอย่างนั้นไอร์แลนด์ก็ยังเลือกที่จะพูดต่อไป
“ชั้นอ่านรายงานสัญญาจ้างของเ้าสแตนแล้วนะอันที่มีชื่อพ่อของเธอ แล้วลองเอามันมาเทียบกับสัญญาตัวอื่น ๆ ดูเหมือนสัญญานั่นยังไม่ได้ระบุว่างานเสร็จนะ พ่อของเธออาจจะยังอยู่”
ไอร์แลนด์พูดยังไม่ทันจบประตูนั้นก็เปิดผางออกมา ไอริสที่ตาบวมเป่งเพราะร้องไห้หนัก แขนเสื้อของเธอนั้นเปียกปอนไปด้วยน้ำตา จมูกที่แดงทำให้เสียงอู้อี้ออกมาเพราะน้ำมูกคัดอยู่เต็ม
“จิงเหงอ..คุณพ่อยังไม่ตายจิงเหงอ” เสียงที่อู้อี้เอ่ยถามเพื่อน ๆ ของเธอ
“คุณลุงบอกว่าเ้าสแตนนั่นไม่น่าฆ่าคุณอีธานได้” เชอรี่บอก
“ทำไมล่ะ” ไอริสถาม
“เพราะเ้าสแตนเป็นักฆ่าชื่อดังส่วนคุณอีธานเป็มือสังหารที่ไม่มีใครรู้จักไงล่ะ” ไอร์แลนด์เอียงคอตอบ
“หมายความว่า..” ไอริสมองหน้าไอร์แลนด์
“คุณอีธานพ่อของไอริสเขาเคยรับงานใต้ดิน เป็มือสังหารให้รัฐบาลมานานเกือบสิบปี ภารกิจทุกอย่างนั้นเป็ความลับและไม่ถูกกฎหมาย แต่ทว่าทุกงานที่เขาทำสำเร็จลุล่วงโดยราบรื่น ไม่เคยเหลือหลักฐาน ไม่มีพยาน ไม่เคยถูกตำรวจจากเมืองใดประเทศใดสงสัยระแคะระคายเลยแม้แต่ครั้งเดียว โลกแห่งความจริงน่ะมันไม่เหมือนกับในหนัง สุดยอดมือสังหารไม่ใช่คนดังที่ใคร ๆ ก็รู้จัก แต่เขาคือคนที่ไม่มีใครรู้จักเลยต่างหาก พูดง่าย ๆ ก็คือเ้าสแตนคนนี้ถึงแม้จะเก่งยังไงแต่ฉันคิดว่าฝีมือเขาก็น่าจะยังห่างชั้นจากคุณอีธานอยู่นะ” ไอร์แลนด์ตอบ
“ใช่แล้ว ฉันลองหาข้อมูลย้อนหลังไปในงานเก่า ๆ ที่พ่อของเธอทำรู้มั้ยมันแทบจะไม่มีหลักฐานหรือรายงานตำรวจอะไรเลย เคสคดีก็ยังปิดไม่ลงเพราะตำรวจยังมืดแปดด้าน เขาทำงานคนเดียวแล้วก็เก่งมาก ๆ พวกเราเทียบไม่ติดเลย” เชอรี่กล่าว
“แต่เราประมาทไม่ได้ ดังนั้นพวกเราจะฆ่าเ้าสแตนคนนี้ซะเพื่อปกป้องคุณอีธานใช่มั้ยไอริส” ไอร์แลนด์พูดพร้อมด้วยรอยยิ้มให้ไอริสและเธอก็พยักหน้าตอบ
ชายร่างกำยำผู้หนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงนอนเล็กในห้องรูหนูอันแสนสกปรก รอบเตียงของห้องอันซอมซ่อนี้เต็มไปด้วยขวดเหล้า กระป๋องเบียร์ หรือแม้แต่ห่อฟอยล์ที่มีผงสีขาวบริสุทธิ์จำนวนหนึ่งอัดแน่นอยู่ภายใน เศษผงของมันหล่นอยู่รอบ ๆ ทั้งบนโต๊ะและบนพื้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคือโคเคนนั่นเอง
ในขณะที่ร่างนั้นยังหลับใหลอยู่ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูห้องนอนพร้อมกับประตูนั้นเปิดอ้าเข้ามา ชายเ้าของร่างที่เห็นเหมือนกับนอนหลับไม่รู้เื่นั้นจู่จู่ก็พลันลุกพรวดขึ้น ปืนพกที่สอดไว้ใต้หมอนถูกคว้าออกมาและชี้ไปยังร่างเงาของผู้มาเยือนในทันที
“นายทำงานให้เราได้เงินไปตั้งมากมาย แต่กลับมาใช้ชีวิตอยู่ในห้องรูหนูเนี่ยนะ น่าทุเรศชะมัด”
เสียงพูดแดกดันนั้นดังออกมาจากปากของผู้หญิงสาวผู้มาเยือน เธอเดินเข้ามาภายในห้องซอมซ่อแห่งนี้เพื่อมาตามหาชายคนนี้โดยเฉพาะ จากคำพูดของเธอก็ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่จะทำงานด้วยกัน แต่ลักษณะของเขาและเธอนั้นต่างกันราวฟ้ากับดิน ชายคนนี้ร่างสูงใหญ่กำยำใบหน้าดุดันหยาบกร้าน ตามตัวมีแผลเป็ที่เป็ลักษณะแผลเย็บจากการถูกยิงหรือฟันแทง ส่วนหญิงสาวนั้นเธอมีผิวที่ขาวนวลเนียน แต่งกายด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูหราราคาแพง
“มีเื่ด่วน เ้านาย้าความเห็นจากนายสักหน่อย”
หญิงสาวผู้มาเยือนขยับแว่นตากันแดดราคาแพงลงและพูดพร้อมจ้องหน้าเขา
“ขอแต่งตัวนาทีนึง” ชายผู้นั้นตอบกลับแบบห้วน ๆ
“ไม่ด่วนขนาดนั้น ตัวนายเหม็นเหมือนหนูตายดังนั้นอาบน้ำก่อนก็ดี ฉันไม่ยอมนั่งรถไปกับนายทั้งแบบนี้แน่” หญิงสาวเอ่ย
“ไม่ชอบกลิ่นลูกผู้ชายเหรอ” ชายคนนั้นหัวเราะพร้อมหยิบบุหรี่ที่หัวเตียงมาคาบพร้อมจุด
“ถ้าเป็กลิ่นลูกผู้ชายที่อาบน้ำแล้วก็จะดีมาก ตอนนี้ถ้านายไปเดินกับซอมบี้มันคงไม่กัดนายแน่เพราะคิดว่าเป็ศพเน่าเหมือนกัน รอข้างนอกนะ” หญิงสาวเอ่ยก่อนเดินจากไปโดยไม่ไยดี ทิ้งชายคนนั้นให้หัวเราะเบา ๆ ในมุกอันจิกกัดของเธอ
สองชั่วโมงแห่งความเฉยเมย หญิงสาวผู้นั้นไม่ได้เล่ารายละเอียดในเื่ที่เธอไปเรียกเขามาอย่างเร่งด่วนเลยแม้แต่น้อย แม้เขาจะเอ่ยถาม แต่เธอก็บอกเพียงว่ารอให้ถึงก็จะรู้เอง
รถหรูคันงามที่รับเขามาจากห้องเช่าซอมซ่อ บัดนี้กลับวิ่งมาที่ย่านบ้านพักริมชายหาดของพวกเศรษฐีกระเป๋าหนัก ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่นั้นแ่า เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแต่ละคนนั้น อดีตทหารเก่าอย่างเขาเพียงมองด้วยหางตาก็รู้ว่าคนพวกนี้ต้องถูกฝึกจากกองทัพมา หรืออย่างน้อยก็เป็คนจากบริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีอดีตเ้าหน้าที่ทหารชาญสนามเป็คนฝึกฝนให้
รถหรูขับผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของย่านที่พักอาศัยสุดหรูแห่งนี้อย่างง่ายดาย โดยไม่ถูกเรียกตรวจใด ๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่าพวกเขามองไม่เห็นรถคันนี้
“จะซื้อบ้านใหม่ให้ฉันเหรอ บอกไว้ก่อนฉันไม่ชอบแถวนี้นะ มันราคาถูกไป”
คำพูดติดตลกของชายคนเดิมเอ่ยขึ้น แต่หญิงสาวที่นั่งมาด้วยก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ต่อคำพูดของเขา เขาจับสังเกตได้ว่าเ้าหล่อนนั้นมีอาการประหม่าเหมือนกำลังตื่นเต้นเพราะเหตุผลบางอย่าง แม้จะซ่อนสายตานั้นในแว่นตาดำ แต่อาการขมวดคิ้วและการขยับตัวบ่อยเป็ภาษาทางกายที่บ่งบอกถึงความวิตกกังวล และการไม่ใส่ใจคำพูดของเขาอาจจะเพราะเธอกำลังคิดเื่อะไรที่ยุ่งยากอยู่ในใจก็เป็ได้
รถลีมูซีนหรูสีดำคันยาวนั้นแล่นมาจอดอยู่ที่ถนนด้านหน้าบ้านใหญ่สีขาวหลังหนึ่ง ที่ด้านหลังของบ้านเป็ทางเดินเลียบริมหาดทรายที่มองเห็นวิวทะเลอันสวยงามอย่างชัดเจน ทันทีที่รถจอดสนิท หญิงสาวก็รีบร้อนเปิดประตูรถลงไปเองโดยไม่รอให้ชายที่มาพร้อมกับเธอลงมาเปิดให้
“ตามมาสิ”
เธอหันมาเอ่ยกับเขาสั้น ๆ แล้วรีบจ้ำเท้าเข้าเขตบ้านไป เขาจึงรีบลงจากรถตามเธอไปอย่างว่าง่าย หญิงสาวเดินตัดสนามข้างบ้านตรงไปส่วนหลังของบ้านที่เป็ชายหาดทันทีโดยไม่แวะเข้าไปในตัวบ้าน แม้จะแปลกใจแต่เขาก็ยังตามเธอไปโดยไม่ตั้งคำถาม
ที่ชายหาดมีชายหลายคนยืนกระจายตัวเป็ระยะห่าง ๆ มองดูคล้ายการวางกำลังคุ้มกัน แต่ที่ใกล้ทางเดินหลังบ้านซึ่งเป็ทางลงไปชายทะเล กลับมีชายอีกกลุ่มหนึ่งกระจุกตัวกันเหมือนมุงอะไรบางอย่าง ที่บนพื้นทรายมีร่างชายในชุดขาวนอนหงายท้อง เืสีแดงนั้นสาดกระจายไปบนพื้น น้ำเืทั้งหมดซึมคลุกเคล้าไปกับเม็ดทรายสีขาว ทำให้ทรายจับตัวเป็ก้อนดินสีแดง
“นั่นไงเขามาแล้ว”
เสียงของชายคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้น เมื่อเหลือบมาเห็นหญิงสาวนำตัวคนที่พวกเขา้าพบมาถึง ลักษณะของชายผู้ทักทายเป็ชายร่างใหญ่สวมสูทสีน้ำตาล หมวกปีกที่ทำจากหนังวัวชั้นดีและหนวดอันงอนงาม ให้ความรู้สึกเหมือนเขาเป็นายอำเภอในหนังคาวบอยไม่มีผิด
“คุณคงเป็สแตน งานครั้งที่แล้วเรียบร้อยดีมากนะ”
ชายคนดังกล่าวเอ่ยทักทายในเชิงชมเชย ทำให้ทราบว่าชายคนที่ถูกพามาคือนักฆ่านาม “สแตน” ผู้เป็คนลอบสังหารเ้าหน้าที่คนหนึ่งของ WRAITH ด้วยไรเฟิลซุ่มยิงระยะไกล และก็เขาอีกเช่นกันที่เป็คนหมายหัวพ่อของไอริส
มือใหญ่ของชายในหมวกปีกยื่นให้สแตนคล้ายจะขอจับมือ แต่เขาเองกลับยังคงเอามือล้วงกระเป๋ามองหน้าชายคนนั้นและยิ้มให้น้อย ๆ โดยไม่ได้ยื่นมือไปจับทักทายด้วยแต่อย่างใด
“ถ้ามีงานใหม่ให้ทำก็แค่เมลมาก็ได้ ทำไมต้องให้คนไปลากผมมาจากเตียงด้วยล่ะ” สแตนถาม
“ก็ไม่เชิงงานหรอกแค่อยากขอความเห็นผู้เชี่ยวชาญน่ะ” ชายคนดังกล่าวชักมือกลับก่อนล้วงมือลงกระเป๋าเพื่อแก้เก้อ
“เรามีสมาชิกระดับสูงถูกยิงตายตรงนี้ แม่บ้านมาเห็นเขาเกือบ 30 นาทีให้หลัง เขาบอกว่ามาเดินออกกำลังกายริมหาดตอนเย็นแต่ไม่กลับเข้าบ้านสักทีแม่บ้านเลยเดินออกมาดู ไม่มีใครได้ยินเสียงปืนเลยคาดว่าน่าจะถูกยิงจากระยะที่ไกลมาก แต่ปัญหาคือเราไม่รู้ว่าะุมาจากทิศไหน
“ทำไมไม่เรียกตำรวจมาล่ะ นิติเวชน่าจะตอบคำถามนี้ได้” สแตนยังคงเฉไฉ
“ เรียกแน่แต่หลังจากนี้ เรา้ารู้บางอย่างจากคุณก่อนในฐานะพลซุ่มยิงมือฉมัง ช่วยดูแล้วบอกว่าคุณเห็นอะไรบ้าง” ชายในหมวกปีกยิ้มให้เขาขณะพูด
“การที่เหยื่อถูกยิงล้มบางครั้งเราอาจจะคาดเดาทิศทางการยิงได้ยาก เพราะเขาอาจจะบิดตัวเปลี่ยนทิศทางตอนล้ม แถมให้ผมเดาคุณยังหาหัวะุที่ทะลุออกไปไม่เจอใช่มั้ย” สแตนพูด
ชายในหมวกปีกยิ้มพยักหน้าตามที่แสตนพูด
“ว่าต่อไปสิ”
“คุณน่าจะลองดูบนพื้น ทิศทางที่ะุวิ่งทะลุออกมามันจะทิ้งรอยกระเซ็นของหยดเืเอาไว้ นั่นบอกได้ว่าะุผ่านมาทางไหนและทิศตรงข้ามของมันคือทิศที่มือปืนอยู่ สแตนหันหน้าไปในทิศทางนั้นแต่มันก็กลับพบว่าเป็ทะเลเวิ้งว้าง
“ยังไงนะยิงมาจากเรืองั้นเหรอ” ชายในหมวกปีกกว้างย่นคิ้วถาม
“อาจจะแบบนั้น มีใครเห็นเรือบ้างมั้ยล่ะ” สแตนถาม
“มีกล้องวงจรปิดอยู่ทุกบ้านที่หันออกชายหาด และทุกมุมไม่มีกล้องไหนเห็นเรือ”
สแตนได้ยินแล้วก็เดินย่ำบนผืนทรายออกหาทะเลเบื้องหน้าอย่างกำลังครุ่นคิด ก่อนที่หางตาของเขาจะเหลือบไปเห็นแหลมยื่นออกไปในทะเลอยู่ทางหางตาขวาของเขา เขาหันไปมองมันด้วยความประหลาดใจ ก่อนหน้านี้เขามองไม่เห็นแหลม เพราะมีบ้านหลังโตที่อยู่บนอ่าวด้านขวามุมที่ไกลที่สุดของหมู่บ้านนี้บังมันอยู่
สแตนจ้องมองมันอย่างประหลาดใจ เขาหันกลับไปมองในทิศทางตรงข้ามกับแหลม มองสลับไปมาอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งเริ่มแน่ใจอะไรบางอย่าง แต่ความแน่ใจของเขานั้นกลับสร้างความตระหนกแก่เขาอย่างมาก
“ทุกคนหลบเข้าไปข้างใน...เดี๋ยวนี้!!” สแตนะโขึ้น
“ทำไมมีอะไร” ชายในหมวกปีกถามขึ้น
“อย่าพึ่งถามเข้าไปในบ้านก่อนเดี๋ยวนี้..พวกนายด้วย” สแตนะโบอกบอดี้การ์ดคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
หลังจากทุกคนถูกต้อนเข้าบ้านริมหาดอย่างเร่งรีบและงุนงง สแตนรีบปิดประตูและรูดม่านบังตา เขาแง้มมุมม่านสอดส่ายสายตามองไปด้านนอกเหมือนจะมองหาอะไรบางอย่าง สีหน้าเขาดูตื่นเต้นระคนตื่นกลัว
“คุณกลัวอะไร มีอะไรอยู่ข้างนอกนั่น”
หญิงสาวคนที่รับตัวเขามาเอ่ยถาม สีหน้าของเธอเริ่มกังวลเมื่อเห็นสีหน้าเขา ะเธอเคยทำงานกับเขาหลายครั้งและไม่เคยเห็นเขาเป็แบบนี้มาก่อน
“ผมสงสัยว่าคนที่ฆ่าชายข้างนอกนั่นเป็พลซุ่มยิงที่เราตามล่ามานาน อีธาน ซอว์เยอร์” สแตนเอ่ย
“คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็เขา”
“ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ จนกระทั่งเดินออกไปหาดและเห็นแหลมนั่น ด้านขวาสุดของหาดมีแหลมยื่นออกไปในทะเล แต่พวกเรามองไม่เห็น เพราะจากมุมที่คนตายถูกยิงมีแมนชั่นริมทะเลหลังไกลสุดบังเอาไว้”
“ก็ถ้ามันบังเอาไว้เขายิงเพื่อนเราจากตรงแหลมนั่นได้ยังไง” ชายในหมวกปีกกว้างเอ่ยถาม
“ก็ยิงะุโค้งไง” สแตนพูดหน้าตาเฉย
“นายนี่มีอารมณ์ขันดีนะเพื่อน” ชายในหมวกปีกพูดในขณะที่สีหน้าเขาดูออกจะไม่เชื่อ
“พลซุ่มยิงทุกคนเรียนรู้ที่จะยิงในตัวแปรหลายรูปแบบ ตัวแปรที่หลัก ๆ ก็คือระยะ แต่มันก็ยังมีปัจจัยอย่างอื่นประกอบอีกเช่นะุ ลม ความกดอากาศ ความชื้นหรือการหมุนของโลก การยิงในสถานที่ต่างกันเราจะเจอกับลมที่ต่างรูปแบบกัน ทั้งลมต้าน ลมส่ง ลมตัดเฉียง หรือตัดขวาง ซึ่งลมนี่แหละที่ทำให้พลซุ่มยิงทุกคนจะต้องคำนวณแก้กันเป็อย่างที่สองรองจากระยะยิง มือปืนคนนี้ยิงเป้าที่กำลังเดินในขณะที่มีลมพัดเข้ามาจากทะเล ผมเดาว่าเขายิงใส่เป้าก่อนที่เหยื่อจะเดินลับสายตาที่ตรงมุมแมนชั่นหลังนั้น ะุใช้เวลาวิ่งหลายวินาทีบวกกับถูกลมบังคับให้เบี่ยงออก จนในที่สุดมันชนเข้ากับเป้าที่จุดลับตาพอดี จะทำแบบนั้นได้ต้องคำนวณลมและความเร็วของการเดินได้อย่างเพอร์เฟคเท่านั้น”
“นายจะบอกว่าเ้ามือปืนอาศัยลมบังคับะุให้โค้งหลบบ้านหลังนั้น แล้วเบี่ยงมาเจาะอกของเพื่อนเราตรงนี้ยังงั้นเหรอ” ชายหมวกปีกถามเขาโดยทำหน้าแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“ที่มันสุดยอดกว่าก็คือเขาต้องคำนวณะุมุมใกล้ของบ้านด้วย เพราะไม่งั้นถ้ามุมเบี่ยงไม่พอ ะุจะชนบ้านก่อนชนเป้า”
สแตนนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่หลังพูดจบ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะรู้ว่าอาจจะมีคนไม่เชื่อเื่นี้ แต่สำหรับตัวเขาการยิงแบบนั้นเป็ไปได้ ยิ่งโดยเฉพาะถ้าคนยิงเป็นักยิงปืนระยะไกลชั้นเซียนด้วยแล้ว
“แต่ก็อย่าพึ่งเชื่อนะผมอาจจะผิดก็ได้ คุณต้องบอกให้ตำรวจที่รับเงินคุณไว้ พาพวกไปทดลองไปตรวจ GSRs ที่ตรงแหลมดูก่อนเพื่อความแน่ใจ”
การตรวจ GSRs (Gunshot residues) คือการตรวจทางเคมีเพื่อหาอนุภาคขนาดเล็กที่ปลดปล่อยออกมาจากการยิงปืน ซึ่งคือสารเคมีจากเขม่าปืนเกิดจากการเผาไหม้ของดินปืนและไพรเมอร์
“โอเคงั้นคุณไปได้แล้วขอบคุณมากถ้ามีอะไรเราจะติดต่อไป” ชายในหมวกปีกพูดพลางยกหูโทรศัพท์ขึ้นโทรหาใครอีกคน
“ฮัลโหล ขอสายผู้กำกับแมทธิวครับ.. โอ้..เฮ้..แมท ผมมีคดีฆาตกรรม...ใช่ส่งคนของคุณมาช่วยทางนี้หน่อยสิ ที่อยู่คือ...”
ชายในหมวกปีกโทรศัพท์หาตำรวจอีกคนแถมพูดคุยกันอย่างสนิทชิดเชื้อ แวบนึงที่เขาบิดตัวพลันปรากฏตราตำรวจเหน็บอยู่ที่เข็มขัดพร้อมปืนที่ตอนแรกที่มันถูกบังไว้ด้วยเสื้อนอก สแตนสรุปได้ทันทีว่าคนเหล่านี้คงเป็ตำรวจสกปรกที่ “โต๊ะกลม” ซื้อตัวเอาไว้ใช้งานนั่นเอง
ห่างจากหมู่บ้านริมหาดของพวกเศรษฐีกระเป๋าหนักไกลออกมาเพียง 10 ไมล์ ที่บ้านเช่าริมหาดหลังหนึ่ง ไอร์แลนด์นั่งอยู่บนเก้าอี้นอนตรงชานของบ้านพร้อมด้วยเชอรี่ เธอหันหน้าเข้าไปมองไอริสที่นั่งอยู่ที่โซฟาด้านใน
“คิดว่าหมอนั่นจะรู้มั้ย” ไอร์แลนด์เอ่ยถาม สีหน้าเธอไม่กังวลมากนักราวกับมันไม่ใช่คำถามสำคัญ
“ไอริสว่าน่าจะไม่รู้ว่าเป็เรา แต่หมอนั่นน่าจะได้รับข่าวแล้ว”
ไอริสตอบในขณะที่เธอกำลังทำถอดความสะอาดลูกเลื่อนของปืน Accuracy international AT-X ขนาดะุ 6.5 creedmore อยู่ ปืนกระบอกนี้เองที่มันพึ่งถูกใช้ยิงที่แหลมเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน