หลังจากที่ไป๋เฉินได้รับภารกิจสุดป่วนจากระบบ ที่สั่งให้เขาต้องทำให้อวิ๋นลั่วยิ้มให้ได้ภายในสามวัน ไม่เช่นนั้นแต้มทั้งหมดที่เขาเพิ่งได้มาจะถูกยึดคืนจนเกลี้ยง ชายหนุ่มก็ไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป เพราะหากแต้มเป็ศูนย์เมื่อไหร่ เขาคงหมดทางเอาตัวรอดในยุทธภพนี้แน่นอน (แถมยังมีโทษหัวล้านอีกต่างหาก!)
『เตือนความจำ: เหลือเวลาอีก 2 วัน 23 ชั่วโมง 40 นาทีในการทำภารกิจ “ทำให้อวิ๋นลั่วยิ้ม” สำเร็จ หากไม่สำเร็จ คุณจะสูญเสียแต้มทั้งหมดและถูกลงโทษเพิ่มเติม!』
“โธ่เอ๊ย เ้าไม่ให้เวลาข้าหายใจเลยรึไง” ไป๋เฉินบ่นพึมพำอย่างอ่อนใจ เขายังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเมืองที่ตัวเองอยู่ดีๆ ก็โผล่มาเลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยแรงกดดันจากระบบ เขาจึงตัดสินใจว่าต้องตามหาอวิ๋นลั่วให้พบให้ได้
ด้วยความที่ไป๋เฉินเพิ่งมาอยู่โลกนี้ได้ไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การถามทางหรือสืบข้อมูลก็กลายเป็เื่ทุลักทุเลอย่างไม่น่าเชื่อ เขาพูดจาภาษาบ้านนี้ได้ก็จริง แต่เื่ประเพณี วัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งวิธีแสดงออกแบบคนยุคโบราณนั้น เขายังแปลกปลอมอย่างชัดเจน
“ขอถามทางหน่อยได้ไหมครับคุณน้า รู้จักผู้หญิงชื่ออวิ๋นลั่วไหมครับ เธอใส่ชุดขาว ใบหน้าเ็าหน่อยๆ สวยจนคนเหลียวหลังน่ะ…”
“อ้อ คุณหนูอวิ๋นลั่ว ลูกสาวท่านเศรษฐีใหญ่แห่งเมืองนี้นะเหรอ” แม่ค้าร้านน้ำชาตอบพลางเลิกคิ้วด้วยความสงสัย “เหตุใดเ้าถึงถามหาเล่า?”
“เอ่อ...คือ...ข้ามีธุระสำคัญน่ะครับ” ไป๋เฉินไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีว่าธุระที่ว่าคือการทำให้อีกฝ่ายยิ้ม!
แม่ค้าได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าคล้ายไม่ค่อยเชื่อถือ แต่ยังให้ข้อมูลต่อ “บ้านของนางอยู่เลยประตูเมืองไปทางตะวันตกสักครึ่งเค่อ จะเห็นจวนหลังใหญ่ที่สุดในละแวกนั้น เป็ที่อยู่ของเศรษฐีอวิ๋นซาน พ่อของนาง”
ได้ยินดังนั้น ไป๋เฉินก็ตาเป็ประกาย รีบกล่าวขอบคุณแม่ค้าเสียงดังลั่น และวิ่งตรงไปยังประตูเมืองทันที
เมื่อมาถึงประตูเมืองด้านตะวันตก ไป๋เฉินก็เห็นจวนหลังหนึ่งอลังการเกินหน้าเกินตาบ้านอื่นโดยรอบ ผนังสีขาว ประตูไม้แกะสลักรูปัอย่างงดงาม ้ามีป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า “จวนอวิ๋น”
“โห... สมกับเป็บ้านของเศรษฐีจริงๆ” ไป๋เฉินอดทึ่งไม่ได้ เขาลังเลว่าจะบุกเข้าไปทักทายอย่างไรดี เพราะเขายังไม่สนิทกับอวิ๋นลั่วเลยสักนิด เธอคงไม่ยอมให้พบง่ายๆ แน่
ขณะที่กำลังคิดหนักว่า จะปีนกำแพงหรือดีดตัวข้ามหลังคาดี เสียงระบบก็ดังเข้ามาอีก
『คำแนะนำจากระบบ: เ้าควรหาทางพบอวิ๋นลั่วอย่างสุภาพ ไม่เช่นนั้นอาจถูกมองว่าเป็มิจฉาชีพ และจะถูกไล่เตะได้』
“แล้วจะทำยังไงล่ะ ระบบ เ้าก็ไม่บอกวิธีละเอียดกว่านี้หน่อยเหรอ!” ไป๋เฉินแหวออกมาอย่างอารมณ์เสีย
『หน้าที่ข้าคือให้คำแนะนำ ไม่ใช่พาเดินจูงมือเข้าสู่จวน!』
เพราะจนปัญญา ไป๋เฉินจึงตัดสินใจลอง “เคาะประตู” และเมื่อเขาเคาะประตูใหญ่หน้าจวน ไม่นานก็มีชายฉกรรจ์ชุดดำสองคนเปิดออก
“เ้ามีธุระอะไร?” หนึ่งในชายชุดดำถามเสียงเย็น
“ข้ามาหาคุณหนูอวิ๋นลั่ว พอจะให้เข้าพบได้ไหม?” ไป๋เฉินส่งยิ้มแหย พยายามทำตัวเป็มิตร
ชายชุดดำเลิกคิ้ว “คุณหนูของเราไม่เคยพบเ้า แล้วจะให้พบได้อย่างไร?”
“ไม่ใช่นะ ข้าไม่ได้มาหลอกลวง แค่…เอ่อ...เื่มันยาว...”
ระหว่างที่ไป๋เฉินพยายามอธิบาย เขาก็เห็นว่าอวิ๋นลั่วเดินผ่านสวนในจวน เขาจึงะโเรียก
“อวิ๋นลั่ว! นี่ข้าเอง ไป๋เฉิน คนที่ช่วยเ้าเมื่อวานนี้ไง!”
อวิ๋นลั่วชะงัก เงยหน้ามองด้วยสายตาเ็า “เ้า…มาได้ไง?”
“ข้า...ข้ามีเื่อยากจะบอก!” ไป๋เฉินรีบพูด แต่เธอกลับหันหลังจะเดินหนี
เขาเลยเสี่ยงเบียดตัวผ่านชายชุดดำแล้ววิ่งเข้าไปหาเธอ จนเกิดชุลมุน
ชายชุดดำสองคนพุ่งเข้าหมายจับตัว ไป๋เฉินะโหลบโดยเผลอใช้วิชาหมัดแมวเหมียวฯ ออกเสียง “เหมียว!” ลั่น ทำเอาคนรอบข้างอึ้งปนขำ
“อย่าคิดว่ามีวิชาแปลกๆ แล้วจะทำอะไรตามใจ!” ชายชุดดำตวาด
“ข้าไม่ได้จะทำร้ายใคร แค่อยากคุยกับคุณหนู!” ไป๋เฉินร้อง
อวิ๋นลั่วมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเ็าแต่แววตาซับซ้อน ทันใดเสียงะโทรงอำนาจก็ดังขึ้น
“หยุดนะ!”
ชายวัยกลางคนในชุดหรูหราปักลายัเดินตรงมา เขาคืออวิ๋นซาน พ่อของอวิ๋นลั่ว
“นี่มันอะไรกัน!? กล้าบุกมาป่วนในจวนข้าได้ยังไง?”
“เอ่อ...ข้าไม่ได้ป่วน แค่...” ไป๋เฉินกำลังจะอธิบาย แต่เผลอหลุดปาก
“ข้าต้องทำให้นางยิ้มให้ได้ภายในสามวัน ไม่งั้นข้าจะ—”
“สามวัน? เ้าหมายความว่ายังไง?” อวิ๋นซานจ้องด้วยสายตาคม “หรือเ้าคิดจะล่วงเกินลูกสาวข้า?”
“ไม่ใช่นะ!” ไป๋เฉินรีบปฏิเสธ
“พวกเ้าจับมันไปก่อน!” อวิ๋นซานสั่ง ชายชุดดำก็เข้าจับตัวไป๋เฉินทันที
ไป๋เฉินถูกลากมายังห้องโถงกลาง มือถูกมัดแน่น อวิ๋นซานนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก สายตามีอำนาจ
“เขาคือผู้ช่วยชีวิตข้าเมื่อวานค่ะ... แต่วันนี้ไม่รู้ว่าตามข้ามาทำไม” อวิ๋นลั่วบอกพ่อ
“แล้วทำไมต้องสามวัน?” อวิ๋นซานหันมาถามไป๋เฉิน
“ข้าขอร้องได้ไหม... อย่าเพิ่งคิดว่าข้าเป็คนร้าย ข้ามีเหตุผลส่วนตัว ถ้านางไม่ยิ้มในสามวัน ข้าจะเกิดปัญหาใหญ่...” ไป๋เฉินเสียงสั่น
“ฟังดูเหมือนเพ้อเจ้อ แต่เห็นแก่ที่เ้าช่วยลั่วเอ๋อร์ ข้าจะไม่ฆ่าเ้า” อวิ๋นซานเคาะนิ้วลงบนเก้าอี้ “ข้าจะให้เวลาเ้าอยู่ที่นี่สองวัน ถ้ายังไม่มีคำอธิบายดีๆ ก็ไสหัวไปให้พ้น!”
ไป๋เฉินถอนหายใจโล่งอก “ขอบคุณท่าน…”
เย็นวันนั้น ไป๋เฉินถูกปล่อยตัว พร้อมเงื่อนไขว่าห้ามออกนอกสายตาลูกน้องอวิ๋นซาน เขาไปพักในเรือนรับรองเล็กๆ ท้ายสวน
“เหลือเวลาอีกแค่สองวันกว่า จะทำไงให้นางยิ้มได้เนี่ย?” เขาบ่นกับตัวเอง
『แจ้งเตือน: เหลือเวลา 2 วัน 12 ชั่วโมง ยังไม่สร้างความคืบหน้าใดๆ 』
“โอย...ระบบ เ้าไม่คิดช่วยข้าจริงๆ หรือไง?”
ไม่มีเสียงตอบใดๆ
คืนนั้น เขาวางแผนทำอะไรตลกๆ ให้เธอขำ แต่ระหว่างโชว์หมัดแมวเหมียว พลังกลับปะทุจนก้อนหินะเิกระจาย อวิ๋นลั่วใและเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะทำร้าย
“แบบนี้นางจะยิ้มให้ข้ายังไงกัน...ยิ่งพยายามก็ยิ่งแย่” ไป๋เฉินมองเศษหินที่กระจายอยู่ด้วยหัวใจหดหู่
“เขาจะสามารถทำให้อวิ๋นลั่วยิ้มได้ทันเวลาหรือไม่? หรือจะถูกมองว่าเป็พวกแปลกประหลาดและถูกไล่ออกไป? โปรดติดตามต่อไป!”
(โปรดติดตามในบทต่อไป ^^)