Sea xx La-ongfong 24
“เปิดดูได้เลยครับพี่ส่งคลิปให้ในไลน์หนูแล้ว พี่ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางเลยสาบานได้ และเมื่อเช้าพี่ก็จัดการทุกอย่างหมดแล้วแต่เพราะกลัวเขาเรียนไม่จบเลยส่งไปอีกสาขาหนึ่งเป็สาขาเล็ก ๆ แล้วก็ปฏิเสธเื่ที่จะลงทุนกับพ่อผู้หญิงคนนั้น ตอนนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องทางธุรกิจแล้ว หนูไม่โกรธพี่นะครับ” พี่ซีอธิบายยาว ๆ ราวกับว่าถ้าหากเขาช้ากว่านี้สักวินาทีฉันจะหายไปจนเขาไม่มีโอกาสอธิบายให้กระจ่าง
“หนูรู้ แต่มันโมโห ทำไมต้องยอมให้เขานัวเนียมากขนาดนั้น เป็ผู้ชายนะถ้าเกิดเขาจะเอาผิดขึ้นมาจะทำยังไงมองดูยังไงผู้หญิงก็เสียหาย” ฉันพูดทั้งยังมองหน้าพี่ซีด้วยความไม่พอใจเต็มเปี่ยม
“ขอโทษครับ ที่สะเพร่าเองครับ ขอโทษนะ”
“...”
“พี่จะระวังตัวเองมากขึ้นพี่สัญญา แต่หนูอย่าโกรธอย่าไล่พี่เลยนะครับ มันทรมานมากจริงนะที่ต้องแยกจากหนู” สีหน้าท่าทางของเขาทำเอาฉันไม่กล้าเมินหรือนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
“แต่ก็แอบเข้ามานอนที่ห้องเหมือนเดิม” ฉันเอ่ยดัก อีกฝ่ายยิ้มกว้างเมื่อได้ยินฉันเอ่ยแบบนั้น
“พี่นอนไม่หลับนี่ แอบเข้าห้องไปทำกับข้าวให้หนูก็ไม่ออกมา พอเข้าไปเรียกก็เห็นว่าหลับแล้วเลยอาบน้ำนอนด้วยเลย” อีกฝ่ายยิ้มเอาใจ
“พี่ไม่ได้กลับห้องเลยเหรอ?”
“ไม่ครับ ไม่ได้กลับเลย นั่งรอที่หน้าห้องเผื่อเวลาหนูเข้าห้องนอนถึงได้ตามเข้าไปทำอาหารไว้ให้”
“หนูขอโทษที่ตบพี่...” เื่นี้เองฉันก็รู้สึกผิดไม่น้อย โกรธที่ตัวเองทำพี่ซีเจ็บตัว และเขาก็ไม่มีทีท่าจะโกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับเขาเลยสักนิด ไหนจะถูกไล่ให้กลับห้องตัวเองแต่เขาก็ยังอดทนรอที่หน้าห้องและเข้ามาทำอาหารไว้ให้ แบบนี้จะไม่ให้ฉันรู้สึกผิดและโกรธตัวเองได้ยังไง
“ไม่เป็ไรเลยครับ พี่ไม่เคยโกรธหนูเลยนะ พี่รู้หนูโมโหที่เห็นแบบนั้น”
“...”
“พี่ดีใจด้วยซ้ำที่หนูหึงหวงพี่”
“มันใช่เื่ไหมล่ะ” ฉันเหวเสียงเข้ม อีกฝ่ายหัวเราะพร้อมกับขยับมานั่งข้าง ๆ โอบกอดอย่างเอาใจ เขาเล่าทุกอย่างให้ฟังอีกครั้งระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟเหมือนครั้งนี้เขาตั้งใจไม่จองโต๊ะและสั่งอาหารล่วงหน้า เพราะจะได้ใช้เวลาที่รออาหารปรับความเข้าใจกับฉัน ฉลาดนักกับเื่แบบนี้!
“พี่ซี ทำไมจอดตรงนี้” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจเมื่อเขาจอดรถที่หน้าบริษัท ตรงโซนผู้บริหาร แล้วตอนนี้พนักงานของบริษัทยังเดินเข้าออกกันขวักไขว่ ถ้าเห็นฉันกับพี่ซีเดินลงจากรถด้วยกันคงไม่พ้นเอาไปนินทาแน่ ๆ
“เปิดตัวแฟนครับ ไปกัน” เขาบอกแค่นั้นก่อนจะลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ฉัน จับมือเดินไปยังตัวอาคารสายตาหลายสิบคู่กำลังจับจ้องมาที่เรา คุณลุงปรภ.ทำความเคารพพี่ซีอย่างเป็ปกติ พี่ซีส่งยิ้มให้น้อย ๆ ก่อนจะเดินจับมือฉันเดินเข้าไปในลิฟต์ พนักงานที่ยืนอยู่ในนั้นต่างมองอย่างใ มองฉันสลับกับพี่ซีอย่างชัดเจนพอถูกจับได้ว่ามองก็ยิ้มเขินกันทันที
“ถามได้นะครับ” กลายเป็พี่ซีที่เอ่ยเปิดทางกับกับพี่ ๆ พี่ ๆ ทำหน้าลังเลนิดหน่อยก่อนจะสะกิดกันถาม
“เอ่อ คุณซีกับน้อง...” พี่ ๆ ทำหน้าเกรงใจแต่ก็ยอมถามออกมาในที่สุด แต่คำถามคงถูกใจพี่ซีอยู่ไม่น้อยเพราะเขายิ้มกว้างและเอ่ยตอบคำถามนั้นด้วยความเต็มใจเสียยิ่งกว่าเต็มใจ
“พี่น้องฟองครับ คู่หมั้นผมเอง ถ้าเจอน้องฝากดูแลน้องด้วยนะครับ”
“ค่ะ ค่ะ ได้เลยค่ะ เดี๋ยวพวกพี่ช่วยดูแลค่ะ” พี่ซีส่งยิ้มให้กับพี่ ๆ อย่างขอบคุณ พอลิฟต์เปิดออกเขาก็จับมือพาฉันเดินออกจากลิฟต์โดยไปส่งถึงโต๊ะทำงาน เรียกสายตาและเสียงแซวจากพี่ ๆ ได้อีกครั้งหลังจากที่เมื่อเช้าเราต่างเคร่งขรึมกัน ที่กล้าแซวคงเป็เพราะบรรยากาศระหว่างฉันกับพี่ซีมันดีขึ้นกว่า่เช้าอย่างเห็นได้ชัด
“อุ้ย ๆ เดินจับมือกันเข้ามาเลยนะคะเนี่ย”
“เหมือนได้กลิ่นอะไรนะคะ”
“กลิ่นอะไรพี่”
“กลิ่นความรัก!!”
“แก้มแดงแล้ว” พี่ซียกนิ้วเกลี่ยที่แก้มเบา ๆ ทั้งยังหัวเราะเมื่อได้ยินที่พี่ ๆ เอ่ยแซว ยิ่งเขาทำแบบนั้นพี่ ๆ ยิ่งกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ฮื่อ ฉันเขินจนแทบละลายแล้วนะ พี่ซีก้มหอมแก้มเบา ๆ และผละออกห่าง ก่อนออกไปเขากระซิบบอกว่าขอกลับขึ้นไปทำงานก่อนแล้วจะรีบลงมาหา ฉันได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ จะดุก็นึกคำไม่ออก ไม่คิดว่าเขาจะกล้าจุ๊บแก้มแบบนี้
“ฮื่อ!! เขินไปหมดแล้ว”
“เหลือแค่งานแต่งแล้วนะแบบนี้”
“กรี๊ด!! แผนกอื่นเม้าส์กันอ่า ว่าคุณซีเปิดตัวคู่หมั้น”
จากนั้นพี่ ๆ ในห้องก็กรี๊ดกันใหญ่หลายเื่ผสมปนเปกันไป ฉันที่ตกอยู่ในหัวข้อสนทนาได้แต่ก้มหน้าดื่มน้ำในขวดปกปิดความเขินอาย มันเขินจนหน้าร้อนไปหมด ขนาดพี่หนึ่งยังมองฉันแซว ๆ เลย แต่เหมือนพี่หนึ่งจะรู้ว่าฉันเขินจนแทบมุดใต้โต๊ะถึงได้บอกให้พี่ ๆ หยุดแซวและทำงานกันต่อ นั่นแหละฉันถึงได้เริ่มหายใจหายคอคล่องอีกครั้ง
สี่โมงครึ่งพี่ซีเดินลงมานั่งที่แผนกพร้อมกับกระเป๋าทำงานของเขา ใบหน้าหล่อดูมีความสุขจนไม่อยากเอ่ยขัดหรือเอ่ยแซวอะไร ก็พอจะรู้ที่เขาอารมณ์ดีต่างจากเมื่อเช้าเพราะเราปรับความเข้าใจกันแล้ว พีซีไถลเก้าอี้มานั่งจนชิดเก้าอี้ฉัน ยกแขนข้างหนึ่งพาดที่เก้าอี้แสดงความเป็เ้าของอย่างชัดเจน ระหว่างที่ฉันก้มหน้าเคลียงานเขาก็นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ใกล้ ๆ ไม่ได้ชวนคุยหรือถามอะไร เวลาล่วงเลยไปจนถึงห้าโมงครึ่งฉันเงยหน้าจากงานหลังจากทำจนเสร็จเรียบร้อยและตรวจทานจนมั่นใจก็รีบเอางานเข้าไปส่งที่ห้องพี่หนึ่งทันที กลับออกมาพร้อมกับความโล่งอก พี่ซีมองฉันยิ้มขำ เขามองตามั้แ่ยืนอยู่หน้าโต๊ะพี่หนึ่งกระทั่งเดินกลับมา รอบ ๆ ห้องพี่ ๆ ยังไม่กลับคงเป็เพราะเกรงใจพี่ซี ก็เ้านายมานั่งด้วยขนาดนี้ถ้ากลับก่อนก็คงดูไม่ดี
“พี่คะกลับบ้านกัน” ฉันเอ่ยชวนคนที่นั่งรอ ตอนนี้เขาเปลี่ยนมาเล่นโทรศัพท์ฉันแทนแล้ว เราต่างรู้รหัสโทรศัพท์ของอีกฝ่าย ที่สำคัญเครื่องเขามีแสกนลายนิ้วมือฉันด้วย
“ครับ หนูเก็บของก่อนพี่ไม่รู้ว่าหนูจะเอาอะไรกลับบ้าน” พี่ซีส่งยิ้มให้ ฉันเองก็ส่งยิ้มกลับให้เขา เมื่อเก็บของเสร็จก็เอ่ยลาพี่ ๆ พี่ ๆ ต่างยิ้มกว้างโบกมือลา พี่ซียิ้มขำเมื่อเมื่อเราขึ้นรถมาได้และเขากำลังสตาร์ทรถ
“พี่ ๆ ไม่กล้ากลับเพราะพี่นั่งอยู่”
“พี่รู้ พวกเขาส่งไลน์เข้ามาในแผนกหนู พี่อ่านด้วย” ฉันมองดูคนขี้แกล้งอย่างไม่เข้าใจ แต่เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ทำไมไม่บอกให้พวกเขากลับก่อนล่ะคะ”
“ยังไม่ทันบอกหนูก็ออกมาพอดี”
“อย่าให้รู้นะว่าแกล้งพี่ ๆ น่ะ” ฉันว่าอย่างจับทางทัน คนถูกจับทางได้หัวเราะลั่นอย่างชอบใจ ถือซะว่าเื่ราววันสองวันมานี้เป็ฟ้าหลังฝนแล้วกัน แต่ถ้ามีอีกฉันจะเล่นงานให้หนักเลยคอยดูสิ จะไม่ยอมแล้วนะ นี่แฟนฉัน อย่าคิดจะมาใกล้!!
====
พี่ซีจบแล้วนะคะ แต่เรายังมาเจอกันตอนหน้าเื่ของพี่ซีนนะคะ