บทที่ 1 เลิกซื้อกิน
ตึ๊ด... เสียงโทรศัพท์มือถือดังขณะตรวจบทละครเื่ใหม่ สายที่โทรตรงเข้ามาไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนแต่เป็ 'ชิงชิง' เพื่อนซี้ปึ๊กที่รู้จักกันมาั้แ่สมัยเรียนมัธยม เธอแต่งงานั้แ่สามปีก่อนตอนนี้มีลูกน้อยถึงสองคน ถือว่ามีลูกหัวปีท้ายปีเลยก็ว่าได้ เห้อสามีคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
ความผูกพันวัยเด็กมักทำให้ชิงชิงปล่อยวางไม่ลง คอยจุ้นจ้านเื่หาคู่แทนเพื่อนสนิททำตัวเหมือนแม่คนที่สองเข้าไปทุกที
"ฮัลโหล... มีอะไรเหรอ ถ้าไม่ด่วนวางก่อนนะ ฉันกำลังตรวจบท"
"ด่วนสิ ไม่มีอะไรด่วนไปกว่าเื่ของเธอแล้วยัยเพื่อนรัก เห็นรูปที่ฉันส่งให้หรือยัง"
"หึ... ไม่มีเวลาเปิดดูน่ะสิ" น้ำเสียงเรียบเฉยเ็าต่อความหวังดีของเพื่อสนิท ดวงตาประกายคู่นั้นเอาแต่จ้องอักษรบนกระดาษไม่ได้ใส่ใจอย่างอื่นมากนัก
"ถ้าพรุ่งนี้เธอไม่ยอมไปดูตัว ฉันจะบุกไปลากถึงที่"
เสียงปลายสายตัดไปโดยไม่ลา ผู้กำกับสาววัยยี่สิบเก้าปีมั่นใจว่าตัวเองเก่งกาจจนไม่ต้องพึ่งผู้ชายก็เลยเอาแต่ทำงานงกๆจนถือตัวโสดมาถึงทุกวันนี้
แต่จะว่ายังไงได้ในเมื่อโลกนี้การสืบพันธุ์ยังต้องอาศัยเพศตรงข้าม หรงจิ้งอีพลิกหน้ากระดาษคว่ำบนโต๊ะสลับหน้าต่างบนจอมือถือเปิดดูเค้าโครงผู้ชายที่โชคดีคนนั้น ใบหน้าที่เอาแต่หยิ่งทะนงตัวทั้งวันเผยร่องแก้มเล็กขึ้นจางๆ ริมฝีปากบนล่างขยับพูดกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว
"คิ้วหนาเหมือนปลิง... รูปหน้าคมคายราวโลหะวาวบนดาบ แล้วดูสันจมูกนั้นสิช่างโด่งสันรับกับริมฝีปากอิ่มหน่วยนั้น"
รอยยิ้มที่มีเมื่อจ้องมองใช่ว่ายินดีที่มีผู้ชายหล่อมานัดเจอ... ในหัวของผู้กำกับมือทองแน่นอนว่ามีแต่เื่งานเท่านั้น คาแรคเตอร์ดุดันเคร่งขรึมขนาดนี้ถ้าได้มาเป็ตัวร้ายในละครที่ยังหาตัวนักแสดงนำไม่ได้จะดีขนาดไหน เพราะเหตุผลเล็กน้อยเท่านี้ทำให้หรงจิ้งอีถึงขั้นยอมตอบตกลง
ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปตามแผนแต่เพราะอะไรกัน... ทำไม จู่ๆ ถึงรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงถึงขั้นวูบหลับคากองกระดาษปึกใหญ่บนโต๊ะทำงาน
*****
"ฮูหยินเ้าคะ ผัดหน้าสักหน่อยเถิด ซีดเซียวจนดูไม่ได้แล้ว"
"อืม... เอาสิ... "
'ม่านกู่-มู่ลี่' สาวใช้คู่แฝดประจำตัวฮูหยินน้อยสกุลหานอยู่ไม่ห่างตัว คนหนึ่งถือผ้าคลุมคนหนึ่งถือแป้งผัดหน้าและชาดแดง พวกนางเฝ้าดูแลอาการซึมเศร้าที่ผู้เป็นายมีติดตัวมาั้แ่กำเนิดเป็อย่างดีไม่เว้นให้มีช่องว่าง แต่ถึงอย่างนั้นเื่น่าเศร้าก็ยังเกิดขึ้นโดยไม่ทันให้ตั้งตัว
บัดนี้ฟื้นจากความตายใช่ว่าจะหายดีเมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านั้นเป็ 'หรงจิ้งอี' ไม่ใช่นายหญิงหานคนใหม่ที่พวกนางเอาใจรับใช้
ขณะที่เธอนั่งมองเงาสะท้อนในกระจกด้วยความสงสัยมาหนึ่งเค่อ หรงจิ้งอีก็ซักไซ้ถามนางเล็กๆทั้งสองโดยไม่ตระหนกซ้ำยังทำราวกับว่าคุ้นเคยกับบรรยากาศเช่นนี้เป็อย่างดี
หลังจากซักถามจนจับใจความได้หรงจิ้งอีสะดุดกับ ชื่อแซ่ที่เพิ่งอ่านผ่านตาบนกระดาษปึกหนา 'ฮั่วยวนอวี่' เป็แค่ชื่อตัวประกอบอยู่ในบทละครน้ำเน่าที่เธอรำคาญนักหนาเพราะนางช่างสาระแนหาเื่ใส่ตัวซะเหลือเกิน โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดนี้ที่เพิ่งสร้างเื่งามหน้า
ฮั่วยวนอวี่คนนี้โง่งมในรักกระทั่งยอมจ้างพวกผู้ชายต่ำตมข้างถนนฉุดตัวเองเข้าตรอก วางกลอุบายนัดแนะบุรุษในดวงใจให้มาเห็นเหตุการณ์ เมื่อมีวีรบุรุษช่วยสาวงามแล้วหลังจากนั้นค่อยจัดการรวบหัวรวบหางคาซอกมืด เพียงเท่านี้คำครหาทั้งหมดก็จะผลักดันนางให้แต่งเข้าจวนผู้ตรวจการหลี่ หย่ากับแม่ทัพปีศาจที่ไม่เคยพบหน้า แม้ตำแหน่งฮูหยินหลี่จะไม่ว่างได้แต่งเป็อนุชั้นต่ำก็ยินดี น่าแปลกใจนักที่ยวนอวี่แต่งงานแล้วแท้ๆยังกล้าหาเื่ใส่ตัว
ทว่าเื่ทุกอย่างที่วาดไว้กลับไม่เป็อย่างที่คิดเมื่อคนที่มาช่วยเหลือไม่ใช่ 'หลี่เตี้ยวอวิ๋น' แต่เป็ 'หานเฉวียนเฉิง' สามีของนางเอง แม่ทัพที่ลือชื่อว่าเป็ปีศาจบนดิน กระนั้นไม่ต้องถามถึงจุดจบของชายถ่อยทำงานเกินหน้าที่ล่วงเกินนางด้วยสองมือ จะมีอะไรคุ้มไปกว่านี้ทั้งได้เงินทั้งได้กินน้ำรักสตรีชั้นสูง แต่ความฝันชั่วช้าต้องวูบดับไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย หานเฉวียนเฉิงปลอบใจด้วยคมดาบสงเคราะห์ด้วยความตาย ส่งพวกมันไปเฝ้ายมบาลโดยไม่ลังเล
หรงจิ้งอี ครุ่นคิดหาคำตอบก็ยากแท้หยั่งถึงเหตุใดโลกนี้ไม่เป็ธรรม... ส่งเข้ามาในบทละครที่ตัวเองกำกับทั้งทีน่าจะให้เป็นางเอกถึงจะสมน้ำสมเนื้อ แต่เอาเถอะในเมื่อรู้จุดจบของฮั่วยวนอวี่ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้ ยัยถั่วงอกสร้างเื่ยุ่งเหยิงไว้ก็ช่างหัวมารดามันเถอะ ไม่ว่าโลกนี้หรือโลกไหนไม่มีอะไรเกินความสามารถหรงจิ้งอีหญิงแกร่งสุดแซ่บคนนี้ได้ รับมือกับสามีตัวร้ายยังไม่น่าวิตกเท่าเธอจะหาซื้อผู้ชายไซด์ไลน์ได้จากที่ไหน
ก็อย่างว่าเนอะ ก็คนมันโสดนาน... แต่สามีตัวร้ายอย่างหานเฉวียนเฉิงคนนี้ตายด้านเสียด้วยสิเื่อย่างว่าเขาจะยอมสนองให้นางง่ายๆหรือ ดูท่าเอาชนะใจสามีคงไม่ใช่เื่ง่ายแล้ว
'ยวนอวี่' หรือฮั่วยวนอวี่ เป็บุตรสาวจากตระกูลขุนนางใหญ่ที่ลดหลั่นจากสกุลของสามีเล็กน้อยเท่านั้น แต่แล้วอย่างไรสำหรับนางแล้วยศศักดิ์กินไม่ได้... ความรักต่างหากที่หล่อเลี้ยงคน นางปฏิเสธการแต่งงานพระราชทานนี้มาโดยตลอดกระทั่งบิดาขู่ว่าหากไม่ทำตามบัญชาของเบื้องสูง สกุลฮั่วดำเนินมาถึงจุดจบก็เพราะนาง ลำพังสตรีตัวเล็กๆที่ไร้ซึ่งที่พึ่งและคนคอยให้คำปรึกษานางเพียงจำใจแต่งเป็ฮูหยินเอกไปก่อน ค่อยหาทางหย่าขาดเป็สตรีหม้ายเอาภายหลัง
ยวนอวี่บูชาความรักจนหลงลืมความถูกต้อง ตัวประกอบอย่างนางมีหรือจะสุขสมหวัง... ท้ายที่สุดก็ต้องมาตายน้ำตื้น ล้มเหลวเพราะกับดักไม่เข้าท่าของนางเอง ซ้ำแล้วผู้ตรวจการหลี่ หรือหลี่เตี้ยวอวิ๋น ไม่เคยมีใจให้นางแม้แต่น้อยไมตรีที่มีต่อกันหากแต่เป็เพียงมารยาทขั้นพื้นฐานที่พระเอกผู้แสนดีควรมีก็เท่านั้น มีแต่ยวนอวี่ฝ่ายเดียวที่เออ-ออห่อหมกเอากลับมาวาดฝันต่างๆนาๆจนหยั่งรากลึกเป็รักมิรู้ลืม
บทละครที่แสนน้ำเน่า ยิ่งอ่านก็ยิ่งเวทนาตัวประกอบที่ไม่รู้จักประมาณตนเอง เป็อย่างไรต่อไปน่ะหรือ หลังจากหานเฉวียนเฉิงช่วยเหลือไว้ทันเวลา แรกพบก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางคือภรรยา ส่วนนางเองก็ยังไม่รู้ว่าเขาคือสามีเช่นกัน ยวนอวี่หวาดกลัวเืแดงฉานนองพื้นนางใแทบตาถลนออกจากเบ้าวิ่งขึ้นรถม้ากลับจวนลำพังโดยไม่มีแม้กระทั่งคำกล่าวขอบคุณหรือกระแสความคิดอื่นใด
หลังจากเห็นเกวียนรถม้าขนาดกลางแล่นผ่านถึงได้รู้ว่านั่นคือรถม้าจากจวนสกุลหาน จากการสันนิษฐานเขาก็พอจะเดาออกแล้วว่าสตรีโชคร้ายนางนั้นคือฮั่วยวนอวี่ฮูหยินเอกที่เพิ่งแต่งเข้าจวนได้เพียงสามวัน ทว่าเมื่อกลับเข้าจวนหานด้วยใบหน้าแตกตื่นก็มีเื่ทำให้ช้ำใจซ้ำอีก ยวนอวี่ดันไปได้ยินเื่มงคลอันน่ายินดีของผู้อื่นจากปากฮูหยินใหญ่
"เทียบเชิญงานมงคล หลี่เตี้ยวอวิ๋นจะแต่งบุตรสาวตระกูลซ่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"
คำพูดประโยคเดียวดั่งสายฟ้าเส้นใหญ่ฟาดลงกลางใจ... ฮั่วยวนอวี่เกือบเสียพรหมจรรย์ให้กับขอทานข้างถนน... ซ้ำแล้วเขายังไม่มาตามนัดเพียงเพราะใส่ใจเื่มงคลออกแจกจ่ายเทียบเชิญั้แ่เช้าตรู่... ดูจากกระดาษสีแดงในมือที่เพิ่งเปิดอ่านเตี้ยวอวิ๋นคงเพิ่งออกจากจวนสกุลหานก่อนนางมาถึงเพียงไม่กี่ก้าว
นั่นแหละคือชนวนเหตุแห่งความตาย... ฮั่วยวนอวี่สร้างเื่งามหน้าให้คนลือไปทั้งซอยยังไม่พอ หนนี้นางตัดสินใจหนีปัญหาด้วยเหตุที่เดิมทีมีอาการซึมเศร้าติดตัว การปลิดชีพตัวเองไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป บนศาลาเล็กๆรูปทรงแปดเหลี่ยม... นางใช้ที่นั่นเป็จุดจบะโสระบัวจมหายไปกับตา... สามีที่เพิ่งเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลและทำศึกต้องมาพบสภาพอย่างว่า ท้ายที่สุดแล้วก็เป็เขาอีกนั่นแหละที่ะโตามลงไป
แต่ทันหรือไม่ทันแน่หรือเท็จไม่มีใครรู้ได้... จะมีแต่หรงจิ้งอีที่รู้ดีกว่าใครแน่นอนว่าเ้าของร่างเดิมไปเยี่ยมยมบาลตามขอทานพวกนั้นแล้ว
ในเมื่อทบทวนที่ไปที่มาจนเข้าใจบท... หรงจิ้งอีปฏิเสธร่างใหม่วัยขบเผาะนี้ไม่ได้
ยวนอวี่ตัวประกอบที่งามนักดูจากใบหน้าเล็กๆ นี้ในกระจกอายุของนางคงอยู่ราวๆ สิบแปดสิบเก้าปี ห่างกับหรงจิ้งอีตั้งสิบปี เอาล่ะในเมื่อถือโอกาสได้เกิดใหม่ก็ขอใช้เวลาชีวิตไปกับการสร้างตัวตนมิให้จืดจาง ชดเชย่วัยรุ่นที่เอาแต่ทุ่มเททำงานหามรุ่งหามค่ำในโลกปัจจุบันที่จากมา
ถึงแม้จิ้งอีไม่ใช่คนในยุคโบราณ... ความรอบรู้ที่เธอเป็ถึงผู้กำกับชื่อดังก็พอถอดบทสำนวนออกมาใช้ได้บ้าง แต่สาวแซ่บประจำออฟฟิศจะมาให้เหนียมอายเหมือนตัวประกอบที่ไร้บทบาทก็กะไรอยู่ ในเมื่อตั้งใจไว้แล้วว่าจะอยู่ต่อเพื่อใช้ชีวิตตั้งสติจับต้นชนปลายได้ จวนสกุลหานแห่งนี้ก็จะไม่มีหรงจิ้งอีอีกแล้ว จะมีก็แต่ฮั่วยวนอวี่ที่เกิดใหม่มีนิสัยสับขั้วที่แม้กระทั่งแม่ทัพปีศาจก็ยังต้องกุมขมับ