ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วั้แ่วันปฐมนิเทศแต่พีทก็ยังไม่กล้าพอที่จะเข้าไปคุยกับมีนาหรืออันนาทั้งที่พวกเธออยู่ในห้องเดียวกันแท้ๆ ทุกครั้งที่เขาพยายามเก็บความกล้าและตั้งใจจะเดินเข้าไปทักความขี้ขลาดในตัวเองก็คอยกระซิบว่า
“อย่าทำเลย…เธออาจจะลืมเราไปแล้วก็ได้”
“นายจะไปคุยกับพวกเธอได้ยังไง? แค่วันแรกที่บอกชื่อออกไปได้ก็ปาฏิหาริย์แล้ว!”
และเช่นเคยพีททำได้เพียงเฝ้ามองพวกเธอจากระยะไกลเท่านั้น
วันเสาร์ใกล้เข้ามาแล้วและเขาตั้งใจจะใช้วันหยุดนี้รวบรวมความกล้าให้ได้อย่างน้อยก็แค่…เริ่มต้นด้วยคำว่า “สวัสดี” ก็ยังดี
เช้าวันศุกร์พีทมาถึงห้องเรียนเช้ากว่าปกติเช้ามากเกินไปด้วยซ้ำ ห้องเรียนยังคงว่างเปล่า มีเพียงเขาที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะด้านหลังสุดของห้องก้มหน้าแนบกับโต๊ะเหมือนพยายามหลบสายตาทุกคน
ระยะห่างระหว่างโต๊ะเขากับที่นั่งประจำของมีนาและอันนาที่ใกล้หน้าต่างรู้สึกเหมือนหุบเหวที่ไม่มีทางข้ามไปถึง พีทฟุบหน้าลงกับโต๊ะปล่อยให้ความคิดในหัวหมุนวนไม่หยุด
“จะพูดอะไรดี? ถ้าเธอเมินล่ะ? ถ้าเธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราคือใครจะทำยังไง?”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างหลังก่อนที่เสียงใสจะดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเขา
“นายมาเช้าเกินไปสำหรับคนที่ชอบนอนหลับในคาบเรียนนะ”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เขาชะงัก
พีทไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็ใครหัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เหมือนตอนที่เห็นเธอครั้งแรก แต่เขาไม่กล้าขยับตัว
“แกล้งทำเป็หลับดีกว่าเธออาจจะเดินหนีไปเอง”
“นายทำการบ้านภาษาอังกฤษรึยัง?” เธอถามต่อ“นายว่าเยอะไปมั้ยสำหรับแค่อาทิตย์แรก?” เสียงของมีนาเต็มไปด้วยพลังเหมือนเดิม
เธอยังคงพูดต่อไปเหมือนไม่สนใจว่าเขานอนนิ่งเหมือนหลับ
จากนั้นเสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียงที่นิ่งฟังดูสงบที่เขาจำได้ว่าเป็ของอันนา “อย่าแกล้งทำเป็หลับเลยดีกว่า”
พีทค่อย ๆเงยหน้าขึ้น และพบว่าอันนากำลังพิงโต๊ะข้าง ๆ จ้องมองเขาด้วยสายตาอ่านทะลุความคิดของเขาเขารีบลุกขึ้นนั่งด้วยความใ
“ฉันไม่ได้แกล้งหลับ!” เขาโพล่งออกมาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความลนลาน
และทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะที่เขาลุกขึ้นเขาบังเอิญชนกับมีนาที่ถือแก้วเครื่องดื่มและหนังสืออยู่ในมือสิ่งที่เธอถือร่วงลงพื้นทั้งสองอย่าง เขาใ จึงรีบก้มลงเก็บหนังสือก่อนที่เครื่องดื่มจะเลอะใส่มัน
ปัง!
หัวของเขาชนกับหัวของมีนาอย่างเต็มแรง!
มีนาถอยหลังไปจับหัวตัวเองสีหน้าเต็มไปด้วยความใ ขณะที่พีททำหน้าใอย่างหนัก
ในความใเขาหยิบหนังสือแล้วรีบวิ่งออกจากห้องเรียนโดยไม่หันกลับไปมอง ท่ามกลางเสียงอื้อในหูและหัวใจที่เต้นแรงจนแทบะเิ
“นายจะไปไหน? อีกเดี๋ยวก็เริ่มคาบแล้วนะ!”เสียงครูะโตามหลังมา แต่พีทก็ไม่หยุด
พีทใช้เวลาทั้งวันเดินวนรอบโรงเรียนหลีกเลี่ยงทุกคน เขาโดดเรียนไปถึงสี่คาบเพื่อพยายามหนีจากความอับอายและเล่นภาพเหตุการณ์ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาโดดเรียนไปถึงสี่คาบ เพื่อพยายามที่จะหนีจากความอับอายที่เกิดขึ้น
“เธอเจ็บไหม?”
“เธอเป็อะไรมากรึเปล่า?” ภาพใบหน้าของมีนาตอนใเครื่องดื่มที่กระเด็น และเสียงหัวชนกันยังวนเวียนในหัวของเขาไม่หยุดเขาไม่
อยากเชื่อว่าตัวเองจะทำให้สถานการณ์แย่ขนาดนี้ไม่เพียงแต่เขาไม่ได้คุยกับเธอ แต่ยังทำให้เธอมีาเ็อีกต่างหาก
จนถึงมื้อกลางวันพีทตัดสินใจว่าเขาต้องไปขอโทษ
เขาซื้อชามะนาวเครื่องดื่มแบบเดียวกับที่เขาทำหก แล้วซ้อมคำขอโทษในหัวระหว่างเดินไปที่โรงอาหาร
“ขอโทษเื่เมื่อเช้า” เขาพึมพำ“นี่เครื่องดื่มใหม่แทนแก้วที่หกนะ ขอโทษจริง ๆ”
แผนดูเรียบง่ายสมบูรณ์แบบ และน่าจะได้ผล ไม่มีอะไรผิดพลาดได้…
เมื่อพีทเห็นมีนากับอันนานั่งอยู่ที่โต๊ะประจำเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และเดินเข้าไป
แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปและเห็นมีนามีนาหันมาอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มสดใสของเธอทำให้หัวใจเขาเต้นแรงอีกครั้งและคำพูดทั้งหมดที่ซ้อมมาก็หายไปในอากาศหมดสิ้น
เขายื่นแก้วเครื่องดื่มให้เธอแต่ด้วยความประหม่า เขาเผลอไปชนกับชามก๋วยเตี๋ยวของเธอ และเครื่องดื่มที่เขาถือก็หกอีกครั้ง
“ฉันขอโทษ!” พีทร้องออกมาหน้าแดงด้วยความอาย
มีนาหัวเราะเสียงดังน้ำเสียงของเธอสดใสจนทำให้เขาตะลึง “ไม่เป็ไร” เธอพูด พร้อมหยิบตะเกียบใหม่ขึ้นมา“แค่นี้เอง”
“มันไม่ใช่แค่เื่นี้!” พีทพูดเสียงเบาลงเล็กน้อย “ฉันทำเครื่องดื่มหกเมื่อเช้า ชนหัวเธอ แล้วยังวิ่งหนีออกมาอีกขอโทษจริง ๆ”
มีนาหัวเราะหนักกว่าเดิมและแม้แต่อันนาที่มักจะเงียบก็หลุดหัวเราะออกมาพีทมองพวกเธอด้วยความงุนงงและอับอาย
“ตลกอะไรขนาดนั้น?” พีทถามอย่างงงๆ
“ขอโทษที่หัวเราะ”มีนาพูดพลางเช็ดน้ำตาจากการหัวเราะ “แต่นายดูจริงจังมาก…แต่บนหัวกลับมีไอ้นั้นอยู่”เธอยื่นกระจกเล็ก ๆ ให้เขา
พีทยกมันขึ้นมาดูและก็เข้าใจทันที หน้าผากเขาโนขึ้นเป็ก้อนสีม่วงตุ่ยเหมือนในการ์ตูน
“โอ๊ย…ฉันยังไม่ทันรู้สึกเลย” เขาพึมพำพลางขำออกมาเอง
“เจ็บมั้ย?” เธอถาม เอนตัวมองเขาใกล้ ๆ
“ตอนนี้เริ่มจะเจ็บแล้ว” เขาตอบ พร้อมยิ้มแบบเขินอาย
ความอายที่พีทแบกมาตลอดวันเหมือนหายไปในทันทีเขาหัวเราะไปพร้อมกับพวกเธอ ความอับอายไม่สำคัญอีกต่อไปตอนนี้เขารู้สึกเพียงแค่ความโล่งใจและความสุขแปลก ๆ ที่ไม่ได้คาดคิด