“ไอหยา!” ซุนมามาร้องออกมาด้วยความเจ็บใจที่คุณหนูของตนเป็ฝ่ายถูกย่ำยีชื่อเสียงจนป่นปี้
“อืม ช่างเป็สามตำลึงที่เปิดโลกของข้านัก” หลี่หยวนหยวนผงกศีรษะ นางพลันนึกถึงใบหน้าสามีของตนขึ้นมาได้ “มามา ขออีกหนึ่งตำลึง”
“เ้าค่ะ” ซุนมามาวางเงินอีกหนึ่งตำลึงลงบนโต๊ะ
“ท่านอยากรู้เื้ัข่าวใดอีก”
“ข้าอยากรู้ว่าข่าวลือเื่ความโเี้ของหนิงเฉิงอ๋องในการทำศึกเป็เื่จริงหรือไม่” หลี่หยวนหยวนนึกถึงเื่ที่นางได้ฟังสาวใช้กรอกหูเกี่ยวกับหยางหลีเหว่ยแล้วนึกสงสัย
“จริงส่วนหนึ่ง เท็จส่วนหนึ่ง ส่วนที่จริงคือหนิงเฉิงอ๋องเป็แม่ทัพที่มีความสามารถ วรยุทธ์สูงส่ง และฆ่าฟันศัตรูอย่างโเี้ แต่เื่ที่เป็เท็จก็คือข่าวลือว่าเขาดื่มเืของศัตรู”
“ข้าว่าแล้วเชียว แต่งเติมเสียน่ากลัว” หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมา
...ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ข่าวลือมักเชื่อถือไม่ได้ บางครั้งก็ถูกสร้างโดยคนที่เกลียดชังหวังผลร้าย และถูกเชื่อถือโดยคนที่หูเบา...
“แม่นาง แม้เขาจะไม่ดื่มเืศัตรู แต่เื่โบยจนตาย บั่นคอ ตัดนิ้ว ตัดแขน ตัดขา กรีดเนื้อเถือหนัง เฉือนเนื้อทารุณ เขาล้วนเคยทำมาทั้งนั้น ต่อให้ไม่ดื่มเืศัตรูก็เรียกได้ว่าโหดร้ายอยู่ดี ฉายาปีศาจหน้าหยกไม่ได้มาเปล่า แต่เป็เพราะหนิงเฉิงอ๋องผู้นี้ในยามสั่งทำร้ายและฆ่าศัตรูหน้าไม่เปลี่ยนสี ความหล่อเหลาราวกับเทพเซียนของเขาช่างแตกต่างกับการลงมือทำร้ายคนมาก กระทั่งตอนอยู่แนวหน้า เป็เขาที่สามารถฆ่าศัตรูเพียงลำพังได้ถึงร้อยราย”
หลี่หยวนหยวนนิ่งอึ้งไป นางไม่คิดว่าคนในยุคโบราณจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ บางทีวรยุทธ์ วิชาตัวเบาที่เคยดูในโทรทัศน์อาจจะเป็จริงก็ได้
ในเมื่อเขาเป็แม่ทัพที่มีฝีมือและโเี้ นางก็ต้องระวังตัวมากขึ้น ไม่ควรไปกระตุ้นให้เขาบันดาลโทสะ ดีที่นางเป็พวกรู้หลบเป็ปีกรู้หลีกเป็หาง
“ขอบคุณท่านป้า ข้ามีเื่อยากรู้เพียงเท่านี้” หลี่หยวนหยวนกล่าวขอบคุณแล้วออกมาจากซุ้ม
สองนายบ่าวเดินออกมาพ้นซุ้มนั้นแล้ว ทว่าซุนมามายังคงกรุ่นโกรธกับสิ่งที่เซียวหว่านทำกับนายหญิงของตน
“คุณหนูเ้าค่ะ นางผู้นั้นช่างเลวร้ายเหลือเกิน ข้าไม่คิดเลยว่านางจะเป็คนที่สร้างปัญหาให้ท่าน และยังใช้เล่ห์เหลี่ยมกับท่านอ๋องด้วย ข้าอยากรู้นักว่าหากท่านอ๋องได้ทราบความจริงจะยังมองนางเป็สตรีสูงส่งอยู่อีกหรือไม่”
“ชู่ว! อย่าเสียงดังไป เื่นี้ไว้คุยกันที่บ้าน”
“เ้าค่ะ”
“แต่จะว่าไป นางก็รู้ทุกเื่เลยนะเ้าคะ น่าแปลกจริงแค่สมุดเล่มเดียว เหตุใดถึงได้บันทึกเหตุการณ์ที่ท่านอยากรู้ไว้ทุกอย่าง”
หลี่หยวนหยวนหัวเราะ “ซุนมามา นั่นเป็เพียงสมุดเปล่า ความจริงนางจดจำเื่พวกนี้ได้อยู่แล้ว แต่แสร้งเอาสมุดมาบังหน้าเฉยๆ หากจู่ๆ ก็พูดออกมาจะดูไม่คุ้มค่าเงินหนึ่งตำลึง นางจึงได้ใช้วิธีนี้ ทำให้คำพูดของนางดูมีน้ำหนักและคุณค่าน่าเชื่อถือ”
“อย่างนั้นหรือเ้าคะ” ซุนมามายิ้มกระดาก
ไป๋ซวงกับไป๋เยว่เดินคู่กันมา พอเห็นนายหญิงกับซุนมาหาก็รีบเดินเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น พร้อมรายงานสิ่งที่พวกตนรู้
“ได้เื่แล้วเ้าค่ะ มีคนบอกว่าคนที่ขายพิษสลายใจเป็บุรุษขาเป๋ผู้หนึ่ง แต่เขาวันนี้เขาไม่มา”
“อาจจะถูกฆ่าปิดปากไปแล้วก็ได้” หลี่หยวนหยวนหน้าเครียด
“ถ้าอย่างนั้นก็แย่สิเ้าคะ จะสืบหาต้นตอคงจะยาก”
“เื่เช่นนี้ คงต้องยอมซื้อข่าวจากท่านสามผี จึงจะรู้ พวกเราไปหาเสี่ยวซูกันเถอะ” หลี่หยวนหยวนเดินนำหน้าบ่าวทั้งสาม
สตรีทั้งสี่เดินถึงหัวเลี้ยวก็มองเห็นซูหลัวจือกำลังยืนตกลงราคากับบุรุษร่างอ้วนผู้หนึ่ง หลี่หยวนหยวนจึงยกมือห้าม
“หยุดทำไมหรือเ้าคะ” ซุนมามากระซิบ
“นั่น ท่านอ๋องกับองครักษ์นี่” หญิงสาวบุ้ยบ้ายไปข้างหน้า
“หลบก่อนเ้าค่ะ” ไป๋เยว่กระซิบ
สตรีทั้งสี่เลี้ยวหลบไปในฝูงชน พวกนางถูกคนเบียดจนไปยืนออกันอยู่หน้าแผงแห่งหนึ่ง พ่อค้าเห็นสตรีทั้งสี่มายืนตรงหน้าแผงก็ทำหน้าฉงน
“แม่นาง พวกเ้าสนใจอาวุธลับด้วยหรือ”
หลี่หยวนหยวนก้มลงมองด้วยความตื่นเต้น “แผงท่านขายอาวุธลับหรือ มันใช้ทำร้ายคนได้หรือไม่”
“อย่าว่าแต่ทำร้ายเลย คิดจะใช้ฆ่าคนก็ยังได้” เ้าของแผงทำหน้าเหี้ยมพร้อมกับหยิบของชิ้นหนึ่งที่ดูคล้ายนาฬิกาข้อมือขึ้นมา “แม่นาง นี่คือกลไกสำหรับใช้อาวุธลับ เรียกมันว่า จักรสังหาร” เขาผายมือให้นางดู “หากท่านสวมไว้ที่แขน ในยามคับขัน เพียงดีดแท่งโลหะนี้จะมีกงจักรเล็กๆ ถูกปล่อยออกมา” เขาเปิดฝาด้านหลัง เปิดให้นางดูอาวุธสังหาร “หากยิงถูกตำแหน่งสำคัญก็ทำให้คนตายได้”
หลี่หยวนหยวนมองแล้วเหมือนกับของเล่นของน้องชายที่สวมไว้ที่แขน เมื่อกดปุ่มแล้วจะยิงแผ่นกระดาษกลมเล็กๆ ออกมา แต่จักรสังหารที่เ้าของแผงยื่นให้นางดู มีความแข็งแรงและน่าจะใช้เพื่อฆ่าคนได้จริง
“น่าสนใจมาก ข้าเป็สตรี เรี่ยวแรงน้อย หากเจอคนคิดร้ายก็คงลำบาก มีไว้ป้องกันตัวก็ดีเหมือนกัน”
นางอยู่ในยุคโบราณ ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็คนดีหรือคนร้าย หากเป็ยุคปัจจุบันก็ยังจะพอหาซื้อที่ช็อตไฟฟ้าหรือไม่ก็สเปรย์พริกไทยได้บ้าง อีกไม่นานก็ต้องเดินทางไปเฉินม่ายกับอ๋องหยางแล้ว พกของสิ่งนี้ไว้ก็น่าจะดี
“เถ้าแก่ เครื่องนี้ของท่านราคาเท่าใด”
“หนึ่งชิ้นพร้อมกับกล่องจักรโลหะนี้ ห้าสิบตำลึง” คนขายหยิบเอากล่องกงจักรโลหะอันเล็กออกมาตั้งด้วย “จักรสังหารนี้ใส่ะุกงจักรได้ครั้งละหกแผ่น ท่านต้องเตรียมะุไปเผื่อด้วย”
“อืม...ราคาสูงทีเดียว ช่วยลดให้ข้าได้หรือไม่”
“วันนี้เ้าเป็ลูกค้าคนแรก ข้าให้สี่สิบตำลึงก็แล้วกัน”
ซุนมามาตกตะลึง “คุณหนู ท่านจะซื้อสิ่งอันตรายเช่นนี้หรือเ้าคะ”
หลี่หยวนหยวนไม่ยอมตอบบ่าวทั้งสาม หากแต่ยังคุยกับคนขายต่อ “หากข้า้าซื้อสี่ชิ้น ลดให้อีกได้หรือไม่”
“มีสิ ทั้งหมดที่นำมาขายมีเพียงสี่ชิ้นพอดี ถ้าเ้าซื้อทั้งหมดข้าจะลดให้อีกสิบตำลึง คิดเป็ร้อยห้าสิบตำลึงก็แล้วกัน”
“ตกลง ข้า้าซื้อให้พวกนางด้วย”
ซุนมามาโบกมือวุ่นวาย “ข้าไม่เอาหรอกเ้าคะ ของอันตรายเช่นนี้”
“มามา มีไว้ก่อนเถิด วันหน้ายังไม่รู้ว่าต้องเผชิญเหตุการณ์ร้ายเช่นไร” น้ำเสียงของหลี่หยวนหยวนเคร่งเครียด ซุนมามาจึงไม่กล้าโต้แย้งต่อ นางรู้สึกว่าหลังจากคุณหนูรองแต่งงาน แม้จะมีความเป็กันเองมากขึ้นแต่ในยามบีบบังคับผู้คนล้วนทำให้สิ้นหนทางปฏิเสธ
เถ้าแก่ทำหน้าที่สวมใส่สายคาดอาวุธลับใส่แขนให้พวกนางทีละคน ไม่นานนัก ใต้แขนเสื้อของพวกนางก็สวมจักรสังหารเอาไว้เรียบร้อย
“พวกเ้าต้องจดจำวิธีใช้และการเติมอาวุธลับให้ดีเล่า” เถ้าแก่เ้าของแผงเริ่มอธิบายวิธีการใช้ให้พวกนางฟัง
พอฟังจบหลี่หยวนหยวนก็ยิ้มพอใจ “ร้ายกาจนัก เช่นนั้น ข้าขอลองหน่อย อยากจะยิงดูสักครั้ง”
“เ้าลองยิงที่เป้าตรงกิ่งไม้โน่นดู” ปลายนิ้วของเถ้าแก่ชี้ไปยังเป้าฟางอันใหญ่ที่ห้อยอยู่บนกิ่งไม้เหนือศีรษะห่างออกไปพอประมาณ
“เดี๋ยวข้าลองก่อนก็แล้วกัน” หลี่หยวนหยวนยิ้ม
ฟิ้ว! ฉึก!
เพียงดีดแท่งเล็กๆ ที่ยื่นออกมาด้านข้างเครื่องยิงขนาดเล็กที่ติดอยู่บนแขน แผ่นโลหะรูปกงจักรเล็กๆ ก็ถูกยิงออกไปปักบนเป้าอย่างแม่นยำ
“คุณหนู! เครื่องนี้ร้ายกาจจริงๆ เ้าค่ะ” ซุนมามาเอ่ยด้วยความตื่นเต้น “ข้าขอลองดูบ้าง”
ซุนมามาลองยิงบ้าง พอเห็นแผ่นกงจักรเล็กปักบนเป้าได้ก็ยิ้มกว้าง
ไป๋ซวงเห็นแล้วตื่นเต้น “ข้าลองบ้าง!”
ซุนมามาก็เลยขยับให้ไป๋ซวงมายืนตรงเป้า “เ้าลองดูสิ”
ฟิ้ว! ฉึก!
ไป๋ซวงเองก็ยิงเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ หลี่หยวนหยวนยิ้มพอใจ
“เถ้าแก่ อาวุธลับของท่าน ถือว่าสมราคา”
“แน่นอน อาวุธลับนี้ข้าซื้อมาได้จากองครักษ์ของท่านข่านเผ่าหมาป่า พวกเขาเอามาขายเพราะร้อนเงิน มีแค่สี่อันนี่ล่ะ”
หลี่หยวนหยวนรู้สึกคุ้นชื่อของเผ่าหมาป่า “เผ่าหมาป่าอยู่ที่ใดหรือ”
“ชายแดนเมืองจู๋หลิงอย่างไรเล่า ศึกใหญ่ครั้งก่อนท่านข่านเพิ่งพ่ายแพ้ให้กับหนิงเฉิงอ๋องจนโด่งดังไปทั่วแคว้น เ้าไม่รู้หรือไร”
“อ้อ ข้านึกออกแล้ว”
พอลองอาวุธลับจนพอใจ หลี่หยวนหยวนก็เรียกให้ทุกคนตามไปหาซูหลัวจือ ยามนั้นชายหนุ่มแซ่ซูก็ขายปีกทองของจิ้งหรีดได้หมดพอดี กำลังเดินตามหาพวกนาง ทั้งสองจึงเจอกันต้องหัวเลี้ยวแผง
*************
ไรเตอร์แนะนำ...กดติดตามไรเตอร์ได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ก "เอสเต้และซีฟางกั๋วเจีย"
