“นายเป็ใครอ่ะรู้ได้ไง อ่านข่าวที่ไหน มั่วป่าว เราหาดูแล้วไม่เห็นมีเลย”
“โชว์เหนืออีกละพวกนี้ เห็นเขาฮิตอะไรกันก็ทำมารู้เยอะรู้ดี”
ผู้ใช้เฟซบุ้กที่ชื่อ ‘สาวกซาตาน’ ตอบกลับทันทีดูเหมือนว่าเขาก็กำลังนั่งอยู่ที่หน้าจอรออ่านอยู่เหมือนกัน
“ค้นจากภาษาต่างประเทศ ไม่ได้อยากโชว์เหนือแต่อยากเตือนคนที่ไม่คิดอะไรให้มันรอบคอบเื่แบบนี้ถ้าไม่รู้จริงเอาไปใช้อาจจะอันตราย”
“แอดมินแชร์ให้แบบนี้ไม่ทราบว่าเช็คข้อมูลดีหรือยัง มั่วหรือเปล่า”
ยังมีข้อความความเห็นที่เป็ไปในทางไม่เชื่อถือ ‘สาวกซาตาน’ ตามมา อีกมากแต่แอดมินก็ไม่ได้มาตามลบหรือแก้ไขแต่อย่างใดและตัวสาวกซาตานเองก็ไม่ได้กลับมาโต้ตอบใครอีก
หลังจากนั้นสาวกซาตานก็ขึ้นโพสที่สเตตัสหน้าของตัวเองและมีคนเอาลิงค์มาวางที่หน้าเพจแมจิกเทล แล้วชวนให้คนอื่นๆ ในเพจช่วยกันไปถล่มชื่อๆนี้ ข้อความในสเตตัสนั้นมีดังนี้
“เกี่ยวกับตุ๊กตาที่รู้จักกันในชื่อตุ๊กตาจอมคาถาในปี ค.ศ. 1910ในประเทศแถบอเมริกาใต้มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตอย่างประหลาดในกลุ่มคนที่มีความเชื่อและใช้ตุ๊กตาเหล่านี้ทั้งคนที่ฆ่าตัวตายโดยการะโจากที่สูง การแขวนคอการใช้ของมีคมทำร้ายร่างกายตนเอง การเดินเข้าหาสัตว์ร้ายจนถูกทำร้ายตายรวมถึงนอนตายอย่างไม่ทราบสาเหตุบนเตียงนอนของตัวเอง และบางส่วนหายตัวไปอย่างลึกลับ
ทางการไม่สามารถสรุปหรือหาความเชื่อมโยงที่แน่ชัดได้แต่ก็ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้ตุ๊กตาเหล่านี้ในทางไสยศาสตร์
และต่อมาเมื่อมีความนิยมใช้ตุ๊กตาจอมคาถามากขึ้นก็ทำให้มีการขุดขโมยซากศพเพื่อทำตุ๊กตา รวมถึงฆ่ากันเพื่อการนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตและหายสาบสูญมากขึ้นเรื่อยๆ ทางการจึงมีประกาศเด็ดขาดห้ามให้ประชาชนมีตุ๊กตาจอมคาถาไว้ใน ใครฝ่าฝืนจะมีโทษหนักั้แ่นั้นมาดูเหมือนตุ๊กตาอาถรรพ์นี้ก็จะค่อยๆ สูญหายไปจากความทรงจำของผู้คนและไม่มีรายงานการพบเห็นตุ๊กตาอาถรรพ์ในลักษณะนี้ที่ใดอีก”
แน่นอนว่าเมื่อข้อความเหล่านี้มีลูกเพจแมจิกเทลมาตามอ่านก็เริ่มถูกกระหน่ำจากคนที่เชื่อและไม่เชื่ออีกมากมาย
“เราว่านายคนนี้เขาอิจฉาคนที่ได้ตุ๊กตาอ่ะ”
“อยากดังเลยสร้างเื่ขึ้นมาสวนกระแสชาวบ้านอ่ะดิ”
“โชว์เหนืออีกละ แน่จริงทำไมไม่ระบุไปเลยล่ะว่าประเทศอะไร เมืองไหนหมู่บ้านไหน พูดลอยๆ อย่างนี้ใครๆ ก็พูดกันได้ทั้งนั้น”
“เชื่อป่ะ ถ้าสาวกซาตานนี้ได้ตุ๊กตาจอมคาถา รับรองเงียบสนิท”
แต่คอมเมนต์ที่เห็นคล้อยตามสาวกซาตานก็มีบ้างเหมือนกัน
“ที่จริงเราก็ไม่มีข้อมูลอะไรที่แน่ชัดว่ามันมีอันตรายอะไรจริงหรือเปล่าในเมื่อมีคนหาข้อมูลมาช่วยเตือนกันแบบนี้ก็น่าจะลองรับฟังไว้บ้างก็ไม่เสียหายอะไรนะ”
“จะไปใช้ทำไมตุ๊กตาหน้าผีแบบนี้ ดูเอาก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ของดีอ่ะงมงายกันเข้าไปได้”
“ขนาดนี้แล้วยังออกมาปกป้องตุ๊กตาศพย่อส่วนนี่กันอีกเหรอ สยองว่ะพอกันได้แล้วเหอะ”
“ถ้ามันดีจริงคงไม่ต้องห้ามหรอก”
“ก็มันดีจริงนะสิ ถึงได้ห้าม ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
แม้แต่แอมมี่ยังส่งข้อความมาทิ้งไว้ในกล่องแชทของลินว่า “ลินดูดิไอ้โรคจิตนั่นตามจิกตุ๊กตาจอมคาถาไม่เลิกเลย สงสัยอิจฉาคนที่ได้ตุ๊กตาอ่ะฉันว่าคอยดูนะ ถ้าฉันได้ตุ๊กตาจอมคาถามา แล้วคำอธิษฐานของฉันเป็จริงขึ้นมาวันไหนฉันจะถ่ายรูปคู่กับพี่นิวเยอะๆ เอามาโพสโชว์ให้ไอ้เ้านั่นอิจฉาๆๆๆจนกระอักเืตายไปเลยคอยดู เชอะ พวกขี้อิจฉา”
เช้าวันรุ่งขึ้นลินยังไม่อาจสลัดเื่ตุ๊กตาจอมคาถาที่เริ่มจะกลายเป็เื่สยองขวัญมากขึ้นไปทุกทีออกจากหัวได้และก็เข้าใจว่าอีกหลายคนที่เป็ลูกเพจแมจิกเทลก็เช่นกันเื่นี้ดูจะบานปลายแพร่หลายกันไปมากขึ้นด้วยการพูดปากต่อปาก
เด็กสาวมาถึงโรงเรียนแต่เช้า เพื่อนนักเรียนยังมากันบางตาอากาศในวันนี้สดชื่น ร่มรื่น ลินเดินเล่นอย่างสบายใจ กวาดตาดูใบไม้ใบหญ้าไปรอบๆสวนหย่อมกลางโรงเรียนอย่างสบายอารมณ์ คิดเอาเองเพลินๆว่าถ้าบังเอิญเธอเกิดได้เป็เ้าของตุ๊กตาจอมคาถาขึ้นมาจริงๆเธอจะอธิษฐานขออะไรดีนะ คนที่ชอบก็ยังไม่มี หรือจะขอให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ดีนะแต่นั้นก็ดูจะไกลตัวเกินไป บางทีอาจจะเป็เื่ง่ายๆเช่นได้เจอคนที่ชอบเสียทีก็ได้
เมื่อผ่านบอร์ดกลางที่เป็ที่ติดประกาศต่างๆ จากทางโรงเรียนเธอก็สังเกตเห็นว่าที่บอร์ดกลางติดประกาศอะไรบางอย่างอยู่เป็โปสเตอร์สีขาวแดงใหญ่สะดุดตาจึงเดินแวะเข้าไปดู
เป็ป้ายประกาศรับสมัครซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
ประกาศรับสมัคร
นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและปลายแผนกภาษาต่างประเทศ
เข้าสอบคัดเลือกเพื่อชิงทุนศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น
นักเรียนคนใดสนใจ
ติดต่อ ภาควิชาภาษาต่างประเทศ
ลินตาโตขึ้นมาทันที ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นเหรอ สุดยอดดดด เธอชอบอะไรๆที่เป็ญี่ปุ่น อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นมาั้แ่เล็ก ชอบหนัง ชอบซีรีย์ญี่ปุ่น ชอบคนชอบบ้านเมือง ชอบทุกอย่างที่เป็ญี่ปุ่นและยังใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งเธอจะไปเที่ยวญี่ปุ่นให้ได้ และถ้าโชคดีเผลอๆเธออาจจะได้ไปเรียน หรือไปทำงานที่ญี่ปุ่นด้วยเลย
แล้วดูสิๆ จู่ๆ อย่างกับมีคนรู้ความฝันของเธอ อยู่ๆเื่นี้ก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า ใกล้จนเหมือนเพียงแค่เอื้อมมือออกไปก็ถึงเด็กสาวร่างเล็กหัวใจเต้นแรง แก้มแดงปลั่งขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เธอหมายมั่นปั้นมือขึ้นมาในตอนนั้นทันทีว่าเธอจะต้องไปญี่ปุ่นกับโครงการนี้ให้ได้
“เธอจะซีเรียสไปทำไมนะลินรุ่นเรานี่ถ้าเธอไม่เก่งก็ไม่รู้ว่าจะเรียกใครเก่งแล้ว” แอมมี่พูดพลางหาวเพราะอดนอนเล่นเนตติดตามเื่ตุ๊กตาจอมคาถาแทบทั้งคืน
“ฉันว่าแค่เธอไปลงชื่อสมัคร ขี้คร้าน พวกอาจารย์จะรีบเอาทุนใส่พานมาถวายให้เธอเองเลยละเธอน่ะลูกรักของพวกอาจารย์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่รู้ว่าจะกลุ้มไปทำไม ถ้าเป็ฉันหรือยัยกันตาละก็ว่าไปอย่าง”
กันตาที่กำลังกินขนมอยู่หลังห้องสำลักขนมไอเสียงดังขึ้นมาทันทีแล้วหันคอมองรอบๆห้องไปมาเหมือนรู้ว่ามีใครกำลังนินทาตัวเอง
ลินเอามือเท้าคางเหม่อมองไปข้างหน้า นอกหน้าต่างวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี มีลมพัดอ่อนๆ แต่จิตใจของลินกลับรุ่มร้อน กระวนกระวายไม่มีความสุขเอาเสียเลย
“ฉันรู้ตัวดีน่ะสิแอมมี่ฉันไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมายอย่างที่เธอพูดเลย ภาษาอังกฤษก็ได้แค่เขียนกับอ่านฟังกับพูดนี่ไม่มั่นใจเอาเลย แล้วทั้งโรงเรียนมีโอกาสได้ทุนแค่ห้าคน มีหวังนะพวกพี่ๆม.ปลายเอาไปกินหมดแน่ๆ แล้วพวกห้องคิงที่เก่งๆภาษาอังกฤษมากกว่าฉันมีตั้งเท่าไหร่ ยังมีพวกที่เรียนภาษาญี่ปุ่นเสริมอยู่แล้วอีกถ้ามีสอบสัมภาษณ์ฉันแพ้หลุดลุ่ยแน่นอนอ่ะ”
เด็กสาวสองคนนิ่งเงียบกันไปพักหนึ่งเหมือนต่างคนต่างก็ยังคิดไม่ตกกับปัญหานี้
แต่แล้วอยู่ๆ แอมมี่ก็ร้องอุทานออกมา “โอ๊ย จริงด้วย ฉันลืมไปได้ไงเนี่ย”
ลินเลิกคิ้วประหลาดใจ “อะไรของเธอน่ะแอมมี่ เื่อะไร”
“ก็แหม” แอมมี่หน้าแดงพูดต่อกันไปด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น“ตุ๊กตาไงล่ะ ตุ๊กตาจอมคาถา ถ้าเธอได้มันมาละก็ จะขออะไรก็ได้นี่นาเื่ของทุนไปญี่ปุ่นนี่คงจะจิ๊บๆ ไปเลย ใช่แล้วต้องหาตุ๊กตาจอมคาถามาให้เธอสักตัวนึงแล้ว”
เด็กสาวผมดำมองหน้าเพื่อนยิ้มๆ “โธ่ แอมมี่ เธอก็รู้มันง่ายอย่างงั้นซะที่ไหน ตุ๊กตาที่ว่านี่มันไม่ได้มีวางขายอยู่ในเซเว่นนะจะได้เดินออกไปซื้อมาพกง่ายๆ แบบนั้นได้น่ะ”
เด็กสาวลูกครึ่งขมวดคิ้ว “เธอก็อย่างเพิ่งหมดหวังสิ คนอื่นเขาได้กันเราก็ต้องมีโอกาสได้ฉันว่ามันต้องมีหนทางแหละ ทางไหนสักทางที่จะทำให้เ้าตุ๊กตานั่นมาหาเราแล้วฉันต้องรู้ให้ได้ด้วย ลิน เธอคอยดูนะ ั้แ่นี้ต่อไปฉันจะพยายามสืบมาให้ได้ว่าพวกที่ได้ตุ๊กตาต้องทำยังไงกันบ้างถึงจะต้องใช้เงินเก็บทั้งหมดที่ฉันมีในธนาคารฉันก็จะยอมทุ่มสุดตัวเลย”
ลินขำเพื่อนแต่แอบเก็บอาการไว้ข้างใน “จริงจังขนาดนั้นเลยนะ”
“อย่าเพิ่งดูถูกสิ่งที่เธอยังไม่รู้จักนะลิน” ยัยกันตาโผล่เข้ามาร่วมวงั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้อีกเช่นเคย“บางทีพลังอำนาจของมันอาจจะมากกว่าทุกอย่างที่เรารู้จักมาเลยก็ได้”เด็กสาวเ้าตำนานลึกลับทำเสียงต่ำสยองขวัญเช่นเคย
แต่ด้วยท่าทางแบบนั้นกลับทำให้ลินกับแอมมี่หัวเราะก๊ากออกมา “Yes!ช่ายเลย บางทีอำนาจของมันอาจจะมากกว่ากันตาเ้าแม่เื่สยอง จิตัั ก็เป็ด้ายยย” ท้ายเสียงของแอมมี่ทำล้อเลียนเสียงพากย์ของพิธีกรรายการผีชื่อดัง
กันตาค้อนขวับ “ทำมาล้อเลียนฉันคอยดูกันไปก็แล้วกัน”
เช้าวันหนึ่งขณะลินกำลังจะเดินเอากระเป๋านักเรียนไปเก็บในห้องเรียนก็ได้ยินเสียงแอมมี่ร้องเรียกดังมาจากระเบียงทางเดินหน้าห้อง
“ลินนนนน !”
ลินหันไปเห็นแอมมี่วิ่งยิ้มหน้าบานแก้มแดงมาแต่ไกล เป็อะไรของเขานะเธอคิด
แอมมี่รีบจนเกือบสะดุดล้ม
ลินถามเมื่อแอมมี่กระหืดกระหอบมาถึง “ว่าไงแอมมี่ ดีใจอะไรแต่เช้าเลยนะ”
แอมมี่จับข้อมือลินดึงไปอีกทางหนึ่ง “มานี่สิ มาตรงนี้ ฉันจะให้ดูอะไร” เด็กสาวลูกครึ่งกระซิบกระซาบแล้วเด็กสาวทั้งสองก็วิ่งตามกันออกไปนอกห้องเรียน
เ้าของร่างสูงระหงวิ่งไปมองซ้ายมองขวาไปด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆดูท่าจะมีอะไรไม่ค่อยชอบมาพากลนัก แต่ลินก็ยังเดาไม่ได้ว่าคืออะไร
“นี่ แอมมี่ เื่มันต้องลึกลับขนาดนี้เลยเหรอ” ลินร้องถามขำๆ
“เอาเหอะน่า อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย ตามมาก่อน ให้ใครเห็นไม่ได้”
ลินวิ่งตามแอมมี่ไปที่ซอกข้างตึกเด็กสาวลูกครึ่งเหลียวมองไปมารอบตัวเมื่อเห็นว่าปลอดคนดีแล้วก็เปิดกระเป๋านักเรียนออกค้นหาอะไรบางอย่างในนั้น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นขณะที่พูดกับลิน“ฉันว่าฉันน่าจะเป็คนแรกของโรงเรียนที่มีมันละ”
“ว้าวว” เด็กสาวร่างเล็กอุทานเสียงต่ำด้วยความประหลาดใจเมื่อแอมมี่หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋านักเรียนส่งให้เธอดู แวบแรกที่เห็นใจหายวาบ เย็นไปถึงกระดูกสันหลัง
“นี่มัน...ใช่อย่างที่ฉันคิดไหมเนี่ย” ลินว่าพลางหมุนสิ่งที่อยู่ในมือดูรอบๆ