"เดินทางปลอดภัยนะลูก"แม่ของจินพูดพร้อมทั้งโอบกอดลูกชายที่กำลังจะออกเดินทาง
"ครับแม่"จินก็กอดตอบ
"ภารกิจครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เ้าจงตั้งใจทำอย่าให้พลาด"เป็บทสนทนาที่เปิดจากพ่อของจินอีกตามเคย
" กระผมทราบแล้วขอรับ ท่านขุนอย่าได้ห่วง!ข้าจักรีบนำชัยกลับมา"ถึงจินจะแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ตอบไปตามบทบาท
"เห้อ~เลิกเล่นเถอะครับอายเขาคนเยอะแยะ"เป็คินที่เป็คนตัดบทสองพ่อลูกคู่นี้
ตึ่ง ตึง ตึ้ง ประกาศได้ดังขึ้นบอกให้รู้ว่าได้เวลาแล้ว
"ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว ผมไปนะครับ พ่อครับแม่ครับอย่าลืมฝึกหล่ะคิน พี่ไปละ" จินไหว้พ่อไหว้แม่ก็หันไปบอกคินก่อนจะไปขึ้นเครื่อง
ฟิ้ววววววววววว.
"คนแรกก็ต้องเป็นายหล่ะนะฮิกาชิ" หลังจินมาถึญี่ปุนคนแรกในรายชื่อที่จินฝากให้ฝนหาที่อยูให้คือ นากามูระ ฮิกาชิสมิทหัวหน้าสายผลิตอาวุธ เพื่อแผนการของเขา
จินเดินทางไปทางแถบตอนใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งมีคนของตระกูลนากามูระซึ่งเป็ตระกูลของช่างตีดาบ ที่รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษถ้าถามว่าจินมาแบบไม่มีล่ามนี่จะคุยกัยรูเื่ไหม?แน่นอนว่ารู้เื่สี่ห้าปีที่ต้องระหกระเหินเดินทาง เขาอยู่เป็ที่ได้ไม่นานจินต้องพบผู้คนมากมายยิ่งตอนที่ประเทศไทยล่มสลายจินต้องเดินทางอพยบขึ้นไปจีนก็ต้องเจอผู้คนหลากสัญชาติและคนไทยก็เหลือนิดเดียวเรียกได้ว่าเป็คนกลุ่มน้อยทำให้จินต้องฝึกฟังและพูดภาษาอื่นๆเพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติและด้วยเหตุนี้เองจินจึงไม่จำเป็ต้องมีล่ามมาด้วย
"สวัสดีครับไม่ทราบว่าบ้านของนายช่างนากามูระอยู่ทางไหนหรอครับ"จินถามทางคนแถวๆนี้ถึงฮิกาชิจะเคยเล่าให้เขาฟังมาแล้วว่าบ้านของเขาเป็บ้านของช่างตีดาบแต่ใช่ว่ามันจะหาเจอได้ง่ายๆ หลังจากถามทางอยู่สักครู่จินก็มาถึงบ้านของตระกูลนากามูระบ้านดูออกแนวสมัยเก่าของญี่ปุ่นพื่นที่บ้านค่อนข้างกว่างกว่าบ้านหลังอื่นอยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นพอสมควรและมีควัน ลอยขึ้นมาจากอาคารหลังหนึ่งทรงเก่าคิดว่านั่นน่าจะเป็โรงหลอมเหล็กเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุใกล้เคียงกับแม่ของเขากำลังขนกล่องไม้อยู่ลานบ้าน
"ขอโทษนะครับ นี่ใช่บ้านนากามูระไหมครับ"จินถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ
หญิงคนนั้นหันมาตามเสียงเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างดีผิวไม่ได้ขาวมากคิดว่าน่าจะใช้ชีวิตกลางแดดพอประมานหน้าตาไม่ได้หล่อแต่ก็ถือว่าดูดีมีเสนห์แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช้คนประเทศนี้
"ค่ะ นี่บ้านนากามูระค่ะ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรคะ?"หญิงมีอายุถาม
"ผมมาหานายช่างนากามูระครับไม่ทราบว่าอยู่ไหมครับ"จินถาม
"นายช่างนากามูระตอนนี้ล้มป่วยอยู่คงไม่สามารถรับแขกได้นะคะต้องขอโทษด้วย"หญิงมีอายุตอบ
'หืม ฮิกาชิ ป่วยหรอ' "แล้วตอนนี้ใครเป็คนดูแลโรงตีเหล็กหรอครับ"จินถามอย่างสงสัย
"ตอนนี้เป็ลูกชายชื่อฮิกาชิดูแลอยู่ค่ะ"หญิงมีอายุตอบ
"งั้นผมขอพบ เขาได้ไหมครับ"จินก็ถึงกับบางอ้อที่แท้นาช่างนากามูระที่เขาและหญิงมีอายุจะเป็คนละคนกันคนที่ล้มป่วยถ้าไม่ใช่พ่อของฮิกาชิก็คงเป็พี่ชายแหละมั้ง?
"งั้นก็เข้ามารอข้างในก่อนสิคะเขากำลังทำงานอยู่คงไปรบกวนไม่ได้แต่อีกสักพักก็คงได้เวลาออกมาแล้ว"เธอชวนจินเข้ามารอในบ้านเพราะกฏของที่นี่เวลาทำงานในโรงตีเหล็กนั้นห้ามรบกวนสมาธิเด็ดขาดจินโค้งให้เป็มารยาทและเดินตามไปเงียบๆ
หลังจากรออยู่นานก็มีชายหนุ่มที่อายุพอๆกันกับจินเดินเข้ามาในห้องรับแขก
"ได้ยินว่านายอยากเจอฉันมีธุระอะไร"ชายหนุ่มคนนี้คือฮิกาชินั่นเองเขาเดินเข้ามานั่งตรงข้ามจินและเอ่ยถามเสียงเรียบ
"สวัสดี ฉันจิน นายคงเป็นากามูระ ฮิกาชิสินะ"ถึงจินจะรู้จักอีกฝ่ายอยู่แล้วแต่ก็ต้องแสดงออกเหมือนพึ่งพบกันครั้งแรกเพื่อความเนียน
"ใช่ฉัน นากามูระ ฮิกาชิแล้วนายมีธุระอะไรฉันมีเวลาไม่มาก"ฮิกาชิถามเข้าเื่ทันที
"ฉัน้าซื้อดาบ และจ้างนายทำดาบให้ฉัน" จินตอบ
"เรามีดาบให้เลือกมากมาย นายอยากได้เท่าไหร่? ฮิกาชิถาม
หลังจากได้ยินคำถามจินก็ยกนิ้วชี้ขึ้นมา 1 นิ้ว
"หืม? หนึ่งร้อยเหรอ ได้สิ"ฮิกาชิตอบ แต่จินกลับส่ายหน้า
"ฉัน้าซักหนึ่งพันในเล่ม" จินตอบคำถามของฮิกาชิตอนนี้เขาไม่จำเป็ต้องกังวลเื่เงินไปสักพักเพราะหลังจากสั่งซื้อของเข้าไปในสถานที่ก่อสร้างของเขาซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่เสร็จหมดแล้วเหลือแค่ตกแต่งเท่านั้นทำให้เขาเหลือเงินอยู่ 30 กว่าล้าน ฮิกาชิกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเพราะถ้าเขา ได้ทำการขายดาบหนึ่งพันเล่มนี่เขาสามารถอยู่เฉยๆไปทั้งชีวิตได้เลยแต่...
"ฉันก็อยากขายให้นะแต่ติดปัญหาหลายอย่างอย่างแรกคือเรามีดาบในโกดังเพียงสามร้อยเล่มเท่านั้น แร่เหล็กก็ไม่น่าจะพอด้วยและถึงจะมีแร่เหล็กก็ต้องใช้เวลานาเป็ปีๆ"ฮิกาชิบอกจินตามตรงถึงเขาอยากจะได้การซื้อขายครั้งนี้แต่เขาก็ไม่พร้อมหลายๆอย่าง
"งั้นเอาอย่างงี้ดีไหม ดาบสามร้อยเล่มฉันจะซื้อทั้งหมดเองและที่เหลือฉันจะจ้างนายตีดาบและแร่เหล็กฉันจะเป็ฝ่ายจัดการเองแต่นายคงต้องไปทำงานที่ประเทศฉันเพราะค่าขนส่งแร่เหล็กกับจำนวนดาบต่างกันมาก"ฮิกาชิที่ได้ฟังข้อเสนอของจินก็ลังเลเพราะพ่อของเขาตอนนี้ป่วยอยู่เขาจึงไม่อยากจากบ้านไปไกลนักแต่ถ้าเขายอมรับข้อเสนอนี้และขายดาบ เขาก็จะมีเงินมากพอที่จะส่งพ่อของเขาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลที่ทันสมัยแต่เขาก็จะไม่ได้อยู่ดูแลท่าน จะมีเพียงแค่แม่เขาเท่านั้นที่อยู่ดูแลพ่อ
"เป็ห่วงพ่อนายหรอ?" จินดูจากสีหน้าของฮิกาชิก็เดาได้ไม่ยากเพราะระหว่างรอเขาได้ถามความสัมพันธ์ระหว่างหญิงมีอายุดูแล้วได้ความว่าเธอเป็แม่ของฮิกาชิและนายช่างนากามูระหรือก็คือพ่อของฮิกาชินั่นเองที่ป่วยอยู่จึงเดาสาเหตุที่ฮิกาชิกังวลได้ไม่ยาก ฮิกาชิพยักหน้าเป็คำตอบ
"มันอาจจะฟังดูเชื่ออยากสักหน่อยแต่ฉันมีวิธีรักษาพ่อนายถ้าท่านมีชีวิตถึงปีหน้าฉันสามารถรักษาท่านได้"จินพูขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ปีหน้างั้นหรอ เอาเถอะยังไงฉันก็ต้องรับข้อเสนอนายอยู่แล้วส่วนเื่การรักษาที่นายพูดถ้าทำได้ฉันจะติดตามนายไปทั้งชีวิตฉันเลยล่ะ"ฮิกาชิกล่าวอย่างปลงๆเพราะเขาต้องรับข้อเสนอนี้เพิ่อให้พ่อได้รักษาที่โรงพยาบาลดีๆส่วนเื่รักษานั้นเขาไม่คาดหวังมากนักเพราะเท่ารู้พ่อของฮิกาชิป่วยนั้นเป็โรคที่ตอนนี้ไม่มียารักษา
"ที่ว่าจะติดตามฉัน หวังว่านายจะไม่กลับคำพูดล่ะ"จินกล่าวด้วยรอยยิ้มเพราะข้อเสนอเป็ไปได้ด้วยดี
"ก็หวังว่านายจะทำอย่างที่พูดได้เหมือนกัน"ฮิกาชิกล่าวอย่างไม่ได้หวังอะไรมากนัก
"ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจด้วยคุณ นากามูระ" จินยื่นมือออกมาจับมือกับฮิกาชิ
"เรียกฉันว่าฮิกาชิก็พอยังไงซะฉันก็ต้องทำงานกับนายอีกสักระยะ" ฮิกาชิก็ยื่นมือมาจับมือจินเช่นกัน
"เสร็จไปหนึ่ง แต่อีกคนนี่สิอันตรายเอาเื่หวังว่าที่นายเคยเล่าให้ฟังตอนเมาจะเป็เื่จริงนะหมู่บ้านนินจา หวังว่าจะพอคุยกันได้นะ" หลังจากออกมาจากบ้านนากามูระจินก็ได้แต่บ่นถึงเพื่อนขี้เมาต่างวัยของเขาที่ตอนเมาชอบเล่าเื่ราวในอดีตว่าตัวเองเป็หนึ่งในคนของหมู่บ้านนินจาและยังโม้อีกด้วยว่าตัวเองเป็ถึงลูกของหัวหน้าหมู่บ้านอีกเขาเล่าหลายเื่เกี่ยวหมู่บ้าน และพอเล่ามาถึง่สุดท้ายเขาก็มักจะร้องไห้ เพราะเขาเป็คนเดียวในหมู่บ้านที่หนีรอดออกมาจากญี่ปุ่นก่อนที่ประเทศจะถูกมอนเตอร์เข้ายึดจนประเทศล่มสลายจินเอาดาบคาตานะติดตัวมาด้วยเล่มหนึ่งเพื่อความปลอดภัยเพราะถึงตอนนั้นเขาและคันโซจะสนิทกันแต่ตอนนี้เขาเป็คนที่ไม่รู้จักกันจึงมีความเสี่ยงสูงที่จินจะล้มเหลวแต่ก็มีแต่ต้องลองเท่านั้น