บทที่ 1 (2/2)
รีบเสนอตัวเอง(2)
โดยในระหว่างที่เตชินท์ก้มลงไปทำแบบทดสอบที่เธอให้ธารดาราก็ทำเป็หยิบหนังสือสอนภาษาในกระเป๋าขึ้นมาเปิดอ่าน แต่ความจริงแล้วเธอกำลังแอบใช้ดวงตากลมโตของตนเองลอบมองไปที่เด็กหนุ่มฝั่งตรงข้าม
‘เตชินท์เป็คนหน้าตาดีผิวขาว รูปร่างสมส่วนแบบชายไทย แต่ติดตรงที่ใบหน้าของเ้าตัวออกไปทางหวานมากเกินซึ่งก็อาจจะเป็เพราะริมฝีปากที่มันออกสีชมพูระเรื่อ หรือไม่...ก็อาจจะเป็เพราะขนตาก็ขนตาของเตมันทั้งงอนทั้งยาวเลยหนิ!’ ธารดาราแอบคิดในใจแล้วก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดในร้านคาราโอเกะเมื่อสามวันก่อน...
วันนั้นหลังจากเลิกงานธารดารากับกลุ่มเพื่อนพากันไปกินเลี้ยงที่ร้านคาราโอเกะเนื่องในโอกาสที่สถาบันสอนภาษายิ้มรับของพวกเธอเริ่มได้รับผลกำไรตอบกลับมาบ้างแล้วซึ่งกว่าจะมีวันนี้พวกเธอทั้งสี่คนก็ผ่านความยากลำบากมาไม่น้อยเลย
แล้วในระหว่างที่ธารดาราเดินออกมาจากห้องร้องคาราโอเกะเพื่อไปเข้าห้องน้ำเธอก็เจอเข้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งมันเกิดขึ้นกับคนที่เธอเคยสนิทแต่ก็ไม่เจอกันมานานหลายปี
“ปล่อย! กูบอกให้ปล่อย!!” เตชินท์ตวาดใส่คิมหันต์เนื่องจากตอนนี้อีกฝ่ายจับเท้าขวาของเขาเอาไว้
“ทำไม? มึงอายหรือวะ สามปีที่ผ่านมามึงไม่รู้จริง ๆ หรือว่ากูชอบมึง!” พูดจบ คิมหันต์ก็ปล่อยมือจากเท้าข้างที่เตชินท์ใช้ถีบตนจนตกลงมาจากเก้าอี้เมื่อครู่แล้วรีบลุกขึ้นยืน ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปกอดคนที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
ผลัวะ!!
“กูเห็นมึงเป็แค่เพื่อน! กูไม่ได้ชอบมึงไอ้คิม!!”เตชินท์จ้องคนที่ล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้งอย่างเอาเื่
“แต่ที่ผ่านมากูก็ยังไม่เคยเห็นมึงมองผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนเลยสักคนใครมาสารภาพรักกับมึง มึงก็ปฏิเสธเขาไปหมด แฟนสักคนมึงก็ยังไม่เคยมีเลยด้วยซ้ำ วันๆ กูเห็นมึงอยู่แต่กับเกมส์หรือไม่ก็อยู่กับพวกกู จนกูคิดว่ามึงอาจจะชอบ...กู”
“มึงคิดไปเอง” เตชินท์เริ่มหนักใจเพราะถีบก็แล้ว ต่อยก็แล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าคิมหันต์จะยังพูดไม่รู้เื่สงสัยก่อนที่เขาจะเดินทางมาถึงร้าน อีกฝ่ายน่าจะดื่มเข้าไปไม่น้อยแล้วเป็แน่
เตชินท์จึงแอบคิดเอาไว้ว่าหากคิมหันต์พุ่งตัวเข้ามาหาเขาอีกครั้งเขาก็คงต้องใช้มวยไทยที่เคยไปเรียนมาจัดการจนกว่าอีกฝ่ายจะสลบ เผื่อว่าหลังจากฟื้นเ้าตัวอาจจะมีสติขึ้นมาบ้างแต่...เมื่อยืนมองคิมหันต์ต่อไปอีกสักพัก อีกฝ่ายกลับร้องไห้ออกมาอย่างหมดรูป เขาจึงหันหลังเพราะคิดจะไปตามเพื่อนในห้องร้องคาราโอเกะออกมาช่วยลากคิมหันต์กลับบ้าน
“เดี๋ยว! ไอ้เต...หรือว่ามึงชอบไอ้วิน? แต่ไอ้วินมันมีแฟนแล้วนะโว้ย!”
เตชินท์ถอนหายใจออกมาอย่างแรงหนึ่งครั้งก่อนจะหันกลับไปตวาดว่า
“กู...”
“ผึ้งแกแอบมองใครอยู่น่ะ?”
หลังจากได้ยินเสียงทักของวิวรดาธารดาราก็รีบพุ่งตัวเข้าไปปิดปากของอีกฝ่ายก่อนจะลากเ้าตัวกลับห้องร้องคาราโอเกะทันที
แล้วก็ด้วยเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นวันถัดมาธารดาราจึงคิดจะแอบถามเื่ราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเตชินท์จากคนเป็แม่แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก...สายธารแม่ของเธอก็เล่าเื่ที่ภัสสรกำลังหาครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษให้กับเตชินท์ซึ่งภัสสรสนใจอยากจะจ้างครูจากสถาบันสอนภาษายิ้มรับของเธอ เมื่อได้ยินเช่นนั้นธารดาราจึงรีบเสนอตัวเองทันที
แต่ก็ด้วยความที่ธารดาราไม่ได้เจอกับภัสสรและเตชินท์มาเกือบเจ็ดปี แล้วในวัยเด็กเธอก็มักจะชวนเตชินท์ออกไปเล่นซนซึ่งในบางครั้งก็มีไปทะเลาะวิวาทกับเด็กแถวบ้าน แล้วก็บ่อยครั้งที่ความซนและความไม่ค่อยยอมคนของเธอทำให้เตชินท์ต้องเจ็บตัวและได้แผลกลับไปอวดคนที่บ้าน พอมาถึงตอนนี้ที่เธอคิดอยากจะเข้าไปสังเกตการณ์เพราะอยากรู้ว่า...อดีตน้องชายข้างบ้านได้เปลี่ยนความชอบไปแล้วจริงหรือเปล่า? เธอจึงตัดสินใจเลือกกลับไปเจอคนทั้งสองอีกครั้งในฐานะของติวเตอร์น้ำหวานแทน!
ซึ่งเอาเข้าจริงธารดาราก็ยังหาคำตอบให้กับตนเองไม่ได้เลยว่าทำไมเธอถึงได้อยากรู้ว่าเตชินท์เปลี่ยนความชอบไปแล้วจริงหรือเปล่า? เพราะถ้าหากว่าเตชินท์เปลี่ยนไปชอบผู้ชายแล้วจริง ๆ ธารดาราก็ใช่ว่าจะรับไม่ได้ เนื่องจากตัวเธอเองก็มีทั้งเพื่อนเกย์และเพื่อนสาวเทียมอยู่รอบตัวไม่น้อยเลยแล้วอีกอย่างคู่รักแบบชายชายหรือคู่รักแบบหญิงหญิงในสายตาของเธอก็ไม่ต่างอะไรเลยกับคู่รักแบบหญิงชาย
ยิ่งในตอนนี้แม้แต่ตัวธารดาราเองก็แทบจะกลายเป็สาววายไปแล้วครึ่งตัว เพราะั้แ่วันที่เธอเผลอกดเข้าไปดูซีรีส์วายเื่หนึ่งตามคำชักชวนของเพื่อนสาวตัวดี ซึ่งมาจนถึงทุกวันนี้ธารดาราก็ยังหาทางออกจากซีรีส์เื่นี้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่เื่ที่ธารดารากำลังสงสัยเกี่ยวกับเื่ความชอบของเตชินท์ก็มีเพียงแค่เพื่อนสาวทั้งสามคนของเธอเท่านั้นที่รู้ซึ่งซูซี่หรือมนตรีเพื่อนสาวเทียมในกลุ่มก็ได้บอกวิธีสังเกตพฤติกรรมที่จะใช้วัดเื่นี้กับเธอมาบ้างแล้วด้วย
แล้วถึงแม้ตอนนี้ธารดาราจะยังไม่รู้ว่าตนเองจะอยากรู้เื่ความชอบของเตชินท์ไปทำไมแต่เธอก็ตั้งใจเอาไว้ว่า...หลังจากนี้เธอจะคอยสังเกตพฤติกรรมของเด็กหนุ่มอย่างเงียบๆ
“พี่น้ำหวาน...พี่น้ำหวานครับผมทำแบบทดสอบเสร็จแล้วครับ”
ธารดาราหลุดออกจากภวังค์ความคิดเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเตชินท์แล้วเมื่อสติกลับมาเธอก็ต้องรีบขยับตัวถอยหลัง เนื่องจากเด็กหนุ่มที่เคยนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตอนนี้เ้าตัวได้ย้ายมายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว ซึ่งอีกฝ่ายกำลังก้มลงมาจ้องหน้าเธอ โดยระยะห่างระหว่างใบหน้าของเตชินท์กับใบหน้าของเธอมันก็ช่าง...
“เออ...เสร็จแล้วหรือคะอย่างนั้นเตช่วยไปหยิบแบบทดสอบที่ทำเสร็จแล้วมาให้พี่ตรวจได้ไหมคะ?”
“ได้ครับ”
ธารดาราแอบผ่อนลมหายใจของตนเองออกมาเมื่อเห็นว่าเตชินท์ยอมขยับตัวถอยออกไปแล้ว
.......................................................................
ผู้เขียนขอขอบคุณทุกยอดวิวยอดกดหัวใจ ยอดกดติดตาม และทุกข้อความของผู้อ่านทุกท่านมาก ๆ นะคะทุกยอดคือกำลังใจที่ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆของผู้เขียนเลยค่ะ