“ของต่างหน้าที่ตั้งใจทิ้งไว้... เจนจิราเริ่มเร่งเกมนอกใจให้พังพินาศเร็วขึ้นเพื่อความสนุกสะใจ”
*****
แสงแดดอ่อนแสงและขมุกขมัวยามเช้าของวันจันทร์ส่องทะลุผ่านม่านหน้าต่างสีหม่นเข้ามาในห้องนอน ทิ้งลายเส้นแสงสีส้มหม่นปนฝุ่นละอองบางๆ ไว้บนฝ้าเพดานที่ผมจ้องมองเขม็งมาเกือบทั้งคืน ผมแทบไม่ได้หลับตานอนเลยสักตื่น จิตใจของผมเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดระแวงสะท้อนภาพเหตุการณ์แอบแซ่บร่วมรักใต้น้ำเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ยังคงหลอกหลอนสะกดหัวใจไม่จางหาย ทุกครั้งที่หลับตาลงหรือพยายามจะเข้าสู่นิทรา ผมจะเห็นแววตาเ็าว่างเปล่าแต่เฉียบคมของอิงอรยามที่เธอยืนจับจ้องมองพวกเรากอดคอพัวพันกันอยู่ในน้ำ ปะปนกับกลิ่นคาวรักน้ำสวาทเปียกชื้นของเจนจิราที่คล้ายจะยังคงติดตรึงอยู่ที่ซอกคอและปลายจมูกของผมอย่างไม่มีวันลบล้างออกได้
เช้านี้บรรยากาศในบ้านเงียบสงัดและเหน็บหนาวราวกายอยู่ในป่าช้า อิงอรตื่นนอนก่อนผมมาร่วมชั่วโมงและลงไปข้างล่างเรียบร้อยแล้ว ผมก้าวขาลงจากเตียงสลัดความง่วงงุนด้วยหัวใจที่หนักอึ้งแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวออกไปไซต์งานก่อสร้าง วันนี้ผมเลือกสวมใส่เสื้อเชิ้ตทำงานสีขาวสะอาดรีดเรียบกริบ ติดกระดุมครบทุกเม็ดจนชิดลำคอเพื่อปิดบังทุกร่องรอยคิสมาร์กของธิชาและรอยข่วนบนไหล่ของเจนจิรา ก่อนจะเดินก้าวลงบันไดมาพบอิงอรที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารชั้นล่าง
บนโต๊ะอาหารเช้านี้ไม่มีอาหารเช้าร้อนๆ หรือกับข้าวฝีมือเมียรักเตรียมไว้ให้ผมเหมือนวันวานอีกแล้ว มีเพียงถ้วยกาแฟดำแก้วเดียวที่ตั้งทิ้งไว้จนเย็นชืดและขนมปังแผ่นแห้งๆ สองสามแผ่นในจานแก้วเท่านั้น อิงอรนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ สองมือกุมแก้วน้ำเปล่าไว้แน่น สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ใบหน้าจิ้มลิ้มดูซูบซีดและมีเงาความพังทลายทับถมอยู่จนดูหม่นหมองไร้สง่าราศี
"อร... วันนี้พี่ต้องออกไปไซต์ตรวจงานปูนฉาบแต่เช้าจ้ะ อรจะฝากพี่ซื้อของสดหรืออะไรเข้ามาตอนเย็นบ้างไหมจ้ะ?" ผมพยายามเค้นยิ้มก้าวเท้าเดินเข้าไปหาพลางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเพื่อหวังจะรักษาระดับความสัมพันธ์ไม่ให้แตะจุดเดือดต่ำสุด
อิงอรเงยใบหน้าขึ้นมาจ้องมองสบตากับผมช้าๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นดูหม่นแสงและเย็นเยียบจนผมรู้สึกหนาวสะท้านลึกเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง "ไม่ค่ะ... อรไม่มีอะไรฝากซื้อค่ะ แต่พอดีตอนสายๆ วันนี้ อรมีนัดสำคัญต้องออกไปทำธุรกรรมเื่บัญชีเงินฝากร่วมที่ธนาคารในห้างสรรพสินค้าแถวไซต์งานก่อสร้างของพี่พัฒน์พอดีค่ะ พอดีรถยนต์ของอรสตาร์ตไม่ติดเลยั้แ่วันเสาร์... วันนี้อรขอติดรถกระบะของพี่พัฒน์เดินทางไปด้วยคนนะคะ"
คำขอร้องของเธอทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบและเต้นระรัวปานรัวกลองรบขึ้นมาทันควัน ผมกังวลแต่อมพะนำพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความลนลานในอก "อ๋อ... ได้สิจ้ะอร ได้สิจ้ะ พี่เต็มใจและยินดีอยู่แล้วล่ะจ้ะ งั้นเดียวกินกาแฟเสร็จแล้วพวกเราค่อยออกเดินทางพร้อมกันนะจ้ะ"
ในขณะที่ผมเดินเลี่ยงไปที่ห้องซักรีดหลังบ้านเพื่อหยิบเสื้อคลุมตัวเก่งมาใส่ทับกันลมหนาว ผมไม่ได้เฉลียวใจหรือตระหนักเลยว่า ก่อนที่งานปาร์ตี้ริมสระน้ำเมื่อวันอาทิตย์จะสิ้นสุดลง เจนจิราแสนร้ายได้แอบวางะเิเวลาทำลายล้างครอบครัวผมไว้เรียบร้อยแล้ว ใน่ที่ผมเผลอตัวไปล้างตัวและแต่งกาย เจนจิราได้แอบก้าวเท้าเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลังเพื่อบอกลา และจงใจใช้ลิปสติกสีแดงสดแบรนด์หรูราคาแพงที่ติดทนขีดเขียนเป็รอยคราบจูบแดงเด่นหราไว้ที่่ปกไหล่หลังของเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ผมหยิบมาสวมใส่เช้านี้โดยที่ผมไม่ทันสังเกตเห็น และที่ร้ายกาจไปกว่านั้น เจนจิราที่เริ่มเบื่อเกมยืดเยื้อหลบซ่อนและ้ากดดันกระตุ้นให้สถานการณ์แตกหักพังพินาศเร็วขึ้น ได้แอบเดินเลี่ยงลงมาที่รถกระบะของผมที่จอดทิ้งไว้โดยลืมล็อกประตู แอบยัดซุกซ่อน "กางเกงในผ้าลูกไม้ซีทรูสีแดงเพลิง" ของเธอไว้ใต้เบาะนั่งข้างคนขับ ลึกเข้าไปในโครงสปริงเหล็กใต้เบาะอย่างตั้งใจและประณีต
เมื่อพวกเราสองคนก้าวขึ้นรถกระบะสตาร์ตเครื่องยนต์และแล่นออกสู่ถนนใหญ่ ท้องฟ้าเบื้องบนยังคงมืดครึ้มไร้แดด ลมเย็นพัดกวาดฝุ่นปลิวว่อนไปตามถนน ภายในห้องโดยสารแคบๆ เต็มไปด้วยความเงียบงันปานป่าช้าจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่พ่นลมเย็นออกมา "ฟู่... ฟู่..." และเสียงยางบดไปกับถนนคอนกรีตหยาบๆ เท่านั้น
จู่ๆ อิงอรที่นั่งเงียบกริบกอดอกจ้องมองทางข้างหน้าก็ขยับตัว สูดจมูกดมกลิ่นรอบตัวเบาๆ ดวงตาของเธอขยับกวาดมองไปทั่วแผงคอนโซลและเบาะนั่ง "พี่พัฒน์คะ... ทำไมในรถวันนี้ถึงมีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงแปลกๆ อีกแล้วล่ะคะ? กลิ่นมันหวานเอียนและฉุนกึกเหมือนน้ำหอมราคาแพงรุ่นเดียวกับที่ติดตัวพี่พัฒน์กลับบ้านเมื่อวันเสาร์เลยค่ะ อรได้กลิ่นแล้วรู้สึกเวียนหัวอึดอัดแปลกๆ ค่ะ"
ผมสะดุ้งสุดตัว มือหนาเกร็งกำพวงมาลัยแน่นจนล้อรถกระบะส่ายเบาๆ ผมรีบเหยียบคันเร่งหนีความผิดพูดโกหกน้ำตื้นลนลาน "อ๋อ... คือเมื่อวันอาทิตย์ตอนท้ายปาร์ตี้ริมสระน้ำ ยัยเจนจิราเธอแวะขึ้นรถกระบะของพี่เพื่อจะขอยืมดูแบบแปลนงานเหล็กดัดไปเสนอเพื่อนไฮโซของเธอน่ะจ้ะ กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนราคาแพงของเธอเลยติดค้างอยู่บนเบาะละมั้งจ้ะ พี่เองก็พยายามเปิดกระจกระบายลมโกรกแล้วล่ะจ้ะ แต่อรก็รู้น้ำหอมราคาแพงพวกนี้มันติดทนข้ามวันข้ามคืนจะตายจ้ะ"
อิงอรเงียบกริบไปชั่วครู่ แววตากลมอุ่นของเธอดูดำมืดลงเรื่อยๆ ราวกับถ่านร้อนที่มอดไหม้จนเหลือแต่เถ้าถ่านสีเทา เธอไม่เอ่ยปากพูดจาโต้แย้งคำโกหกของผมเลยสักคำ ทว่ามือเรียวสองข้างของเธอกลับกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดสั่นระริกสะกดอารมณ์
ในระหว่างที่รถกระบะแล่นมาติดสัญญาณไฟแดงตรงทางสามแยกใหญ่ อิงอรเอื้อมมือเรียวไปหยิบขวดน้ำแร่พลาสติกส่วนตัวที่ช่องวางของข้างประตูรถ หวังจะยกขึ้นมาดื่มคลายความอึดอัด ทว่าเนื่องจากมือของเธอสั่นเทามากเพราะความเครียดสะสม ขวดน้ำพลาสติกจึงหลุดมือร่วงหล่นลงพื้นรถยนต์ กลิ้งม้วนตัวเข้าไปอยู่ใต้เบาะนั่งข้างคนขับที่เธอนั่งอยู่พอดี
"อุ๊ย... ขวดน้ำร่วงค่ะ" อรพูดเสียงเรียบเบา พลางขยับตัวก้มหัวโน้มตัวลงต่ำเพื่อเอื้อมเรียวมือเข้าไปล้วงค้นหาขวดน้ำใต้เบาะนั่ง
หัวใจของผมร่วงหล่นวูบดิ่งลงก้นเหวนรกทันที! ลมหายใจของผมสะดุ้งหยุดทำงานไปชั่วขณะ ผมเหลือบสายตามองอิงอรที่กำลังก้มตัวล้วงมือเข้าไปใต้เบาะนั่งด้วยดวงตาเบิกกว้างปานเห็นปีศาจโผล่มาตรงหน้า ความรู้สึกกลัวภัยร้ายรุมเร้าจนเหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ
และแล้ว... ะเิมรณะทำลายชีวิตคู่ก็ปะทุะเิขึ้น!
มือเรียวของอิงอรดึงขวดน้ำพลาสติกออกมา ทว่ามันไม่ได้ติดมาแค่ขวดน้ำเปล่าๆ นิ้วมือสั่นระริกของเธอเกี่ยวติดเอา "ผืนผ้ารังรักสีแดงเพลิง" แผ่นบางเบาติดมือขึ้นมาด้วย มันคือชิ้นส่วนผ้าลูกไม้ซีทรูสีแดงตัวจิ๋วเว้าสูงแสนยั่วยวนที่มองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็ "กางเกงในผู้หญิง" ที่ไม่ใช่ของอิงอรอย่างแน่นอน เพราะอรเป็ผู้หญิงรักนวลสงวนตัวเรียบง่าย เธอไม่มีวันซื้อหรือสวมใส่กางเกงในสีแดงเพลิงลูกไม้ซีทรูเช่นนี้เด็ดขาด แถมบนผืนผ้าซีทรูผืนนั้นยังมีกลิ่นน้ำหอมหรูยั่วยวนฉุนกึกของเจนจิราโชยคลุ้งแตะจมูกกระจายชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
อิงอรชูเศษผ้าลูกไม้สีแดงเพลิงชิ้นนั้นขึ้นมาตรงหน้า แสงสลัวจากท้องฟ้าที่ส่องผ่านกระจกหน้าเข้ามาปะทะเผยให้เห็นรอยลูกไม้บางเฉียบเด่นหราสะกดสายตา อิงอรจ้องมองเศษผ้านั้นนิ่งงันด้วยดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายทั้งร่างของเธอสั่นเทาอย่างบ้าคลั่งปานโดนกระแสไฟฟ้าช็อต น้ำตาสีใสร้อนๆ ไหลทะลักล้นขอบตาสวยอาบสองแก้มเนียนในทันทีโดยไม่มีเสียงร้องไห้หรือเสียงสะอื้นใดๆ เล็ดลอดออกมา มันคือหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวังและพังทลายสลายสิ้นของหัวใจเมียหลวงที่ยอมทนโง่มาตลอด
"อร... อรจ้ะ... คือเื่นั้นมัน..." ผมลิ้นจุกปาก สมองตื้อชาเป่าลมเย็นออกปากลนลาน ตัวสั่นสั่นระริกหน้าซีดเผือดปานกระดาษ ผมพยายามจะเค้นคำพูดแก้ไขแก้ตัวโง่ๆ แต่ความรู้สึกผิดบาปและตราบาปมันจุกอยู่ที่คอจนพูดอะไรไม่ออก
"นี่มันคืออะไรคะพี่พัฒน์?... เศษผ้าชิ้นนี้ของใครคะ?" อิงอรเอ่ยถามเสียงสั่นเครือแ่เบาจนแทบจับใจความไม่ได้ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเ็ปร้าวลึกซึ้งพังทลายสลายสิ้นของหัวใจที่แหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
"คือ... คือพี่ไม่รู้เื่เลยจ้ะอร! น่าจะเป็ของเพื่อนยัยเจนจิราที่มาปาร์ตี้ริมสระน้ำเมื่อวานแล้วทำร่วงหล่นทิ้งไว้ตอนแวะขึ้นมานั่งคุยบนรถหรือเปล่าจ้ะ พี่สาบานได้นะจ้ะว่าพี่ไม่เคยเห็นเศษผ้านี้มาก่อนเลยจริงๆ จ้ะ!" ผมโกหกคำโตหน้าด้านๆ ทั้งที่มือสั่นเทากำพวงมาลัยส่ายไปมาจนเกือบเฉี่ยวชนท้ายรถบรรทุกคันหน้า
อิงอรไม่ได้พูดอะไรตอบโต้อีกเลยตลอดเส้นทางที่เหลือ เธอหยิบเศษผ้าลูกไม้สีแดงเพลิงชิ้นนั้นกำไว้ในมือแ่าจนข้อนิ้วขาวซีดสั่นระริกไม่ยอมปล่อย น้ำตาของเธอไหลพรากไม่ขาดสายจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างรถกระบะอย่างเหม่อลอยไร้จุดหมาย บรรยากาศภายในรถกระบะตอนนี้ตึงเครียดบีบคั้นกดทับจนผมรู้สึกหายใจติดขัดหน้าอกด้านซ้ายปวดหนึบทรมาน
ผมขับรถมาส่งอิงอรที่หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นตามนัดด้วยความทรมานใจและอับอายขีดสุด ทันทีที่รถจอดสนิท อิงอรก็ก้าวขาเปิดประตูลงจากรถไปทันควันโดยไม่ยอมหันมองหน้าผมเลยสักนิด เธอเดินก้าวขาเข้าห้างไปด้วยสภาพร่างกายซมซานเหมือนร่างไร้ิญญา ทิ้งให้ผมนั่งทุบพวงมาลัยรถกระบะะเิอารมณ์อึดอัดและหวาดระแวงวิตกกังวลระแวงขีดสุดอยู่คนเดียวในรถยนต์
ผมรู้ดีว่าพายุใหญ่หมุนวนได้เคลื่อนตัวเข้าถึงตัวบ้านเราสองคนเรียบร้อยแล้ว และการเผชิญหน้าะเิความจริงครั้งใหญ่หลวงที่รอคอยอยู่ในบ้านยามค่ำคืนนี้... จะต้องเป็ฝันร้ายที่สุดที่จะทำลายชีวิตวิศวกรและครอบครัวคู่สมรสของเราให้พังพินาศดับสูญราบคาบอย่างไร้ทางเยียวยาแก้ไขได้อีกต่อไป
*****
“รอยลิปสติกสีแดงสดบนเบาะรถ...
เมื่ออิงอรก้าวขึ้นรถ
และเหลือบไปเห็นทะเลเพลิงจะเริ่มปะทุอย่างไร?”